วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การอธิษฐานของพระเยซูคริสต์

 

​​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​แล้ว ทรง​เงย​พระ​พักตร์​ขึ้น​เบื้องบน ตรัส​ว่า ข้า​แต่​พระ​บิดา ถึง​เวลา​แล้ว โปรด​ประ​ทาน​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​กับ​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​เถิด เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​จาก​พระ​บุตร​
ยอห์นบทที่17ข้อ1

วันนี้มาดูการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ พระเยซูเป็นแบบอย่างตัวอย่างที่ดีแก่เราทั้งหลายในการอธิษฐาน
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้เราได้เห็นถึงพระเยซูคริสต์เจ้าอีกด้านหนึ่งในฐานะมนุษย์ที่จำต้องมีการอธิษฐานเช่นกัน
เมื่อคืนก่อนนอนได้อ่านคำอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ในยอห์นบทที่17ทั้งบทแล้วทำให้ร่างกายฝ่ายจิตวิญญานเข้มแข็งขึ้นมาทันที เนื่องจากสภาพร่างกลายฝ่ายเนื้อหนังได้ป่วยลงอ่อนกำลัง ด้วยความเชื่อและการนำพาของพระองค์
และด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงนำพาให้มาอ่านยอห์นบทที่17นี้ ทำให้ร่างกายฝ่ายจิตวิญญาณเข้มแข็งและทำให้ร่างกายเนื้อหนังได้รับการชุบตัวบำรุงเลี้ยงมีร่างกายที่เริ่มแข็งแรงขึ้นมาทันที
ด้วยความเชื่อและการพึ่งพิงในพระเจ้า จึงได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อแบ่งปันพระคำของพระเจ้านอกจากหล่อเลี้ยงตัวเองแล้วยังได้หล่อเลี้ยงพี่น้องคริสต์เตียนทั้งหลาย ได้ร่วมรับพระคำจากต้นไม้แห่งชีวิตร่วมกินและดื่มจากต้นไม้แห่งชีวิต และดื่มน้ำแห่งชีวิต โอ้พระเยซู สรรเสริญขอบคุณพระองค์
เราทั้งหลายล้วนเป็นพี่น้องกันมีพระกายเดียวกันเอเมน.
เมื่อเราทั้งหลายอธิษฐานเป็นหนึ่งเดียวกันในพระกายคือกาสำแดงพระคริสต์ เราสามารถพูดได้ว่าเราเป็นดั่งพระคริสต์
ในยอห์นบทที่17ทั้งหมดนี่คือการอธิษของชีวิต การอธิษฐานขอให้พระบุตรได้รับสง่าราศี เพื่อให้พระบิดาได้รับสง่าราศีด้วยเช่นกัน
นี่คือหัวข้อหลักที่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าไอ้อธิษฐานในบทนี้
ตัวอย่างแบบอย่างการอธิษบานเพื่อให้พระบุตรได้สง่าราศี
พระบิดาได้สง่าราศี เราคริสเตียนทั้งหลายต้องอธิษฐานแบบนี้ไม่ใช่อธิษฐานขอสารพัดให้แต่ตัวเองเท่านั้นซึ่งเป็นการอธิษฐานของคริสเตียนในปัจจุบันนี้ การอธิษฐานขอแบบเนื้อหนังล้วนๆๆนี่คือการเป็นโรคติดต่อจากศาสนาดั่งเดิมก่อนเรามาเชื่อพระเจ้า
ก่อนเราเชื่อพระเจ้าเราถูกปลูกฝังมาให้ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
เมื่อมาเชื่อพระเจ้าก็นำวิธีเหล่านี้มาใช้ในชีวิตคริสตจักรซึ่งมันเป็นการดำเนินชีวิตที่ผิดเพี้ยนไป
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าได้มาบังเกิดเป็นรูปกลายเลือดเนื้อ เป็นมนุษย์เหมือนเราๆๆทั้งหลาย แต่เนื้อหนังของพระองค์นั้นก็คือพลับพลาอันเป็นสถานที่ให้พระเจ้าประทับบยแผ่นดินโลก
องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในสภาพมนุษย์ฝ่ายเนื้อหนังถูกกำจัดสิทธิ์ อยู่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์เอง
ดังนั้นสง่าราศีของพระเจ้าจึงถูกปกปิดซ่อนไว้ในพลับพลานั่นเอง
การอธิษฐานบนภูเขาแห่งการเปลี่ยนรูปกายนั้น องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากเนื้อหนังของพระองค์ และพระองค์ได้ปรากฎสภาพพระกายในพระสง่าราศีออกมา มีเหล่าสาวกของพระองค์ได้เห็นประจักษ์ตาเป็นพยานให้กับพระเยซูคริสต์ในเวลาต่อมาที่เหล่าวิสุทธิชนได้ทราบปรากฎในพระกิติคุณต่อมานั่นเอง
ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ถูกปกปิดไว้ในสภาพมนุษย์หลังจากพระเยซูคริสต์อธิษฐานเสร็จแล้วลงมาจากภูเขา ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าพระสง่าราศีของพระองค์นั้นไม่ได้ส่องสว่างแก่บุคคลโดยทั่วไปแต่ส่องสว่างสำหรับผู้ที่เปิดใจยอมรับเชื่อพระองค์เท่านั้น จึงสามารถเห็นสง่าราศีฉายพระสิริออกมาให้เห็นดั่งเช่นผู้เชื่อในปัจจุบันนี้ที่ห่างไกลยุคสมัยของพระเยซูกว่าสองพันปัขึ้นไป
เพราะเหล่าผู้เชื่อพระเยซูคริสต์นั้นเชื่อและวางใจได้เห็นพระสิริพระสง่าราศีส่องเข้าไปในจิตใจของเขาแล้ว จึงทำให้เค้าดำเนินชีวิตในความเชื่อมั่นต่อพระองค์พึ่งพิงในพระคุณความช่วยให้รอด การไถ่ของพระองค์นี่คือการสำแดงพระสง่าราศีที่เหล่าผู้เชื่อวิสุทธิชนดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้

ก่อนจะมีการอธิษฐานในครั้งนี้พระเยซูคริสต์ได้มีการพยากรณ์ถึงตัวพระองค์เองไว้ว่าจะได้รับพระสง่าราศี
รวมถึงพระบิดาก็จะได้รับพระสง่าราศีด้วยเช่นกัน
ดังที่ปรากฎปรากฎในยอห์นบทที่12ข้อ23 และบทที่13ข้อ31ถึง32 ขอให้ย้อนกลับไปอ่านเพื่อทบทวน

​​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า เวลา​ที่​บุตร​แห่ง​มนุษย์​จะ​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​มา​ถึง​แล้ว
ยอห์นบทที่12ข้อ23


​เมื่อ​ยูดา​สอ​อก​ไป​แล้ว ​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ว่า “บัดนี้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์ และ​พระ​เจ้า​ทรง​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ด้วย
​ถ้า​พระ​เจ้า​ทรง​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​บุตร​แห่ง​มนุษย์ ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ให้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​พระ​องค์​ด้วย และ​จะ​ทรง​ให้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​ทันที

ยอห์นบทที่13ข้อ31ถึง32
จากสองบทนี้เราจะเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุก
ล่วงหน้าเพราะพระองค์คือพระเจ้านั่นเองเป็นพระเจ้าผู้ครองคลุมสรรพสิ่ง
การตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ พระองค์ต้องผ่านการตายเพิ่อให้เปลือกกายภายนอกแห่งสภาพมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ของพระองค์แตกออกมาและได้ทำให้ได้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกเปิดเผยปลดปล่อยออกมามา
ทำให้อีกสองพันปีต่อมามีผู้รับความรอดเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้าไปทุกชาติทุกภาษาทุกมุมโลก เพราะพระเยซู
คือพระเจ้าพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าและพระองค์เองเป็นพระเจ้า เป็นพระวิญญาณผู้ประสาทชีวิตให้แก่เราร่วมประสานเป็นหนึ่ง ก่อกำเนิดมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ
ภายหลังการตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์
พระองค์ได้เป็นขึ้นมาใหม่หลังจากการถูกตรึงตายบนไม้กางเขนผ่านไปสามวัน
พระองค์ได้เป็นขึ้นเพื่อยกชูสภาพมนุษย์ของพระองค์
เพื่อเข้าสู่องค์ประกอบอันศักสิทธิ์ และให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์นั้นได้สำแดงออกมา จนทั่วทั้งตัวของพระองค์ซึ่งครอบคลุมทังสภาพมนุษย์ และสภาพพระเจ้าเพื่อให้ได้รับพระสง่าราศี ด้วยเหตุนี้เองพระบิดาของพระองค์ก็ได้รับพระสง่าราศีด้วยเช่นกันจากการยกชูและสำแดงออกมาซึ่งพระสิริพระสง่าราศีจากสภาพมนุษย์และสภาพพระเจ้าในตัวของพระเยซูคริสต์
ด้วยการสำแดงพระสง่าราศีเช่นนี้เอง พระเยซูจึงได้อธิษฐานเพื่อสิ่งนี้
เราทั้งหลายก็เช่นกันจำต้องทูลขออธิษฐานเพื่อให้พระสง่าราศีของพระเจ้าสำแดงผ่านตัวเรา
การอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับข้อลับลึกอันศักสิทธิ์นี้ได้สำเร็จในสามช่วงเวลาด้วยกัน
ในช่วงที่หนึ่งของการอธิษฐานนี้ได้สำเร็จในการเป็นขึ้นของพระองค์ ในตอนนั้นองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากสภาพมนุษย์ของพระองค์และได้เข้าไปอยู่ในผู้เชื่อมากมาย
ให้เราอ่านยอห์นบทที่12ข้อ23และ24
​​(พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​มา​ถึง​แล้ว
​เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ถ้า​เมล็ดข้าว​ไม่​ได้​ตกลง​ใน​ดิน และ​ตาย​ไป มัน​ก็​จะ​เป็น​เพียง​เมล็ด​เดียว​เท่านั้น แต่​ถ้า​มัน​ตาย มัน​ก็​จะ​บังเกิด​ผล​มากมาย

ข้อพระคำทั้งสองข้อบอกกับเราว่าเพราะการตายของพระเยซูได้ไถ่พวกเราให้ได้รับความรอดและเป็นเม็ดพันธ์เม็ดเดียวที่เกิดผลก่อกำเนิดผู้เชื่ออีกมากมายทั่วทุกมุมโลก)

และตัวของพระเยซูที่ครอบคลุมสภาพมนุษย์ชองพระองค์ก็ถูกนำเข้าสู่พระสง่าราศี (ลูกา24ข้อ26)
จึงทำให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาได้รับการสำแดงออกในการเป็นขึ้นและในการได้รับสง่าราศีของพระองค์
ในการเป็นขึ้นของพระเยซูคริสต์นั้น พระเจ้าได้ทรงตอบและได้สำเร็จพระประสงค์ในการอธิษฐานของพระองค์เอง
(กิจการบทที่3ข้อ13ถึง15)
ในช่วงที่สองของคำอธิษฐานก็ได้สำเร็จในคริสตจักร คือเมื่อชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ได้รับการสำแดงผ่านอวัยวะมากมายของพระองค์ พระองค์ก็ได้รับสง่าราศีในเขาเหล่านั้น และพระบิดาก็ได้รับสง่าราศีในพระองค์ผ่านทางคริสตจักรด้วย(เอเฟโซบทที่3ข้อ21 1ติโมเธียวบทที่3ข้อ15ถึง16)

ในช่วงที่สามของคำอธิษฐานนี้ จะสำเร็จสุดยอดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เพราะในเวลานั้น พระองค์จะได้รับการสำแดงอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในพระสง่าราศี และพระเจ้าก็จะได้รับพระสง่าราศีในพระองค์ผ่านเมืองบริสุทธิ์ตราบชั่วนิจนิรันดร์ (วิวรณ์บทที่21ข้อ11 บทที่23ข้อ24)
การอธิษฐานเช่นนี้ของพระเยซูคริสต์เป็นการสำแดงเป็นการชี้แจงถึงพระฐานันดรของพระเยซูคริสต์ ถึงสภาพมนุษย์และสภาพพระเจ้าของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์เจ้ากับองค์พระบิดาทรงมีพระสง่าราศีที่ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันนั่นเอง
คริสตจักรในวันนี้คือเราทั้งหลายที่เป็นวิสุทธิชน ที่เป็นกลุ่มชนที่ต้องสำแดงพระสง่าราศีของพระเจ้าให้เป็นพยานแก่มนุษย์ทั้งมวลเพื่อนำคนหลงผิดไปจากทางของพระองค์กลับสู่แผ่นดินอาณาจักรของพระเจ้า

บทความนี้เขียนเพื่อหนุนในพี่น้องทั้งหลายให้ยึดมั่นในความเชื่อพึ่งพึงพระเจ้าจนถึงที่สุด ขอพระเจ้าสถิตกับท่านสำแดงพระองค์ผ่านตัวท่าน.

(ด้วยความเชื่อการเขียนเรื่องนี้มาจากการป่วยทางร่างกายเนื้อหนังของตัวและได้อธิษฐานทูลขอการพึ่งพึงจากพระเจ้าผ่านพระคำของพระเจ้าในยอห์นบทที่17
พระเจ้าทรงพระชนย์อยู่จริงในอดีตปัจจุบันและนิรันดร์กาล)





วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ระบบปุโรหิตในพระคัมภีร์

ระบบปุโรหิตในพระคัมภีร์
ตามพระคัมภีร์
มีการปฎิบัติหลัก3ประการ
ในการแจกจ่ายอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
ได้แก่
1. ระบบปุโรหิต
2. การเป็นกษัตริย์
3. การเป็นผู้พยากรณ์

ระบบปุโรหิตเป็นการปฎิบัตินำหน้าของ3ประการนี้
นำให้การเป็นกษัตริย์และการเป็นผู้พยากรณ์ให้เข้าสู่ในการใช้งานอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

คำนิยามของปุโรหิต
มนุษย์ถูกกำหนดให้ต้อนรับพระเจ้า
รับการเติมเต็ม
ซาบซ่าน
ซึมซาบด้วยพระเจ้า
และมีพระเจ้าไหลออกจากเขา
เพื่อเขาจะได้การเป็นการสำแดงอันมีชีวิตของพระเจ้า
นี่คือคำนิยามโดยย่อ

อาดามคือปุโรหิตคนแรก
ปุโรหิตเป็นผู้ถวายเครื่องบูชาแต่เพราะอาดามอยู่ในสวนเอเดนจึงไม่มีความบาป
จึงไม่จำเป็นต้องถวายเครื่องบูชาเพื่อความบาป
ก่อนการตกต่ำของอาดามเขาได้อยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าตลอดเวลา
หลังการทรงสร้างพระเจ้าไม่ได้ให้อาดามทำสิ่งใด
พระเจ้าวางอาดามไว้ต่อหน้าต้นไม้แห่งชีวิต
อาดามได้เติมเต็มด้วยพระเจ้า
ได้ซาบซ่านและซึมซับพระเจ้า
แต่ในที่สุดอาดามก็ตกต่ำไปจากพระเจ้า

ยิศฮาคเป็นมหาปุโรหิต
เพราะเขาดำเนินชีวิตในที่บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง

ชาวอิสราเอลทั้งปวงทุกคนล้วนเป็นปุโรหิต
ในช่วงเทศกาลปัศคาพวกเค้าได้ถวายแกะโดยไม่การช่วยเหลือจากปุโรหิต
เมื่อพวกเค้าไดรับการนำออกจากอายฆุบโตไปยังภูเขาซีนายพระเจ้าได้บอกพวกเขาว่า
พระองค์จะทำให้พวกเขาเป็ยอาณาจักรแห่งปุโรหิต

ระบบปุโรหิตแท้คือ
ทุกคนต้องอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์
เพื่อซาบซ่านพระองค์
เป็นการสำแดงออกแห่งกลุ่มชนของพระองค์

ระบบปุโรหิตสองแบบ(ฮร5:1-6,7:1-3)
แบบแรกเป็นแบอาโรน
แบบที่สองเป็นแบบมัคคีเซเด็ด

ปุโรหิตแบบอาโรนเป็นบางสิ่งของมนุษย์ ซึ่งนำความต้องการของมนุษย์ไปยังพระเจ้า
เนื่องจากปุโรหิตเหล่านี้ได้ถูกเลือกจากท่ามกลางมนุษย์

ปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ดเป็นผู้ที่มาจากพระเจ้ามายังมุนษย์ ซึ่งจะมาแจกจ่ายบางสิ่งของพระเจ้าแก่มนุษย์

หมายถึงมีปุโรหิตสองทิศทาง
หรือเป็นการจราจรสองทาง
ในสองแบบของระบบปุโรหิต

แบบแรกเป็นทิศทางจากมนุษย์ไปสู่พระเจ้า
แบบที่สองคือจากพระเจ้าไปสู่มนุษย์

แต่พระเยซูคริสต์ผูเป็นมหาปุโรหิตของเรามีสองแบบพร้อมด้วยสองทิศทาง(ทูเวร์)

เอ็กโซโด28:12,29 กล่าวถึงปุโรหิตแบบอาโรนที่ได้แบกชื่อพลไพร่ของพระเจ้าไปสู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าเป็นการระลึกอย่างหนึ่ง
เยเนซิศ14:18-20กล่าวถึงปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ดผู้มาจากพระเจ้าพร้อมด้วยขนมปังและเหล้าองุ่น เรื่องนี้เป็นที่น่าสนใจต่อเราอย่างยิ่ง เพราะเขาได้อวยพรอับราฮามด้วยสองสิ่งนี้
ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับเราทั้งหลายที่้ในการรำลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าในวันนี้

ใน1เปโตรบททึ่2เราจะพบกับระบบปุโรหิตสองแบบนี้
ในข้อ5 เป็นปุโรหิตแบบอาโรน
ในข้อ9 เป็นปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ด

ระบบปุโรหิตเป็นทั้งธาตุแท้มนุษย์และธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
ซึ่งหมายถึงธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์ผสมกลมกลืนกันกับธาตุแท้ของมนุษย์
ปุโรหิตผู้หนึ่งจะต้องเป็นคนที่ผสมกลมกลืนกับพระเจ้าอย่างสมบูรณ์
นี่คือกิ่งนี่คือวิสัยของปุโรหิตที่จะต้องมีความบริสุทธิ์ เพื่อการอยู่ในระบบปุโรหิต
เราจำต้องมีการแบ่งแยกบริสุทธิ์และจากสิ่งสามัญทุกอย่าง
มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถเป็นปุโรหิตได้เลย
เช่นคำพูดต้องไม่พูดเหมือนชาวโลก คำสนทนาของเราต้องแบ่งแยกออกจากสิ่งธรรมดาทั่วไป
ความคิด และทัศนะคติความเห็นของเราต้องแบ่งแยก ต้องไม่เป็นแบบทั่วๆๆไป
ถ้าเราไม่แบ่งแยกจากสิ่งธรรมดาทั่วไปจากฝ่ายโลกแล้ว เราก็จะเป็นผู้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในระบบปุโรหิต
แม้แต่วิธีการใช้เงินก็จำต้องแบ่งแยกวิธีการใช้เงินของเราจำต้องใช้อย่างแบ่งแยกบริสุทธิ์
ปุโรหิตจะต้องแบ่งแยกออกมาจากหนทางที่เขาใช้จ่ายเงินทอง ด้วยการแบ่งแยกบริสุทธิ์
บ้านที่อยู่อาศัยและการแต่งตัวก็จำต้องแบ่งแยกบริสุทธิ์
เมื่อเป็นผู้ที่อยู่ในระบบปุโรหิตเราจำต้องเข้าเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสม่ำเสมอพร้อมด้วยนำความต้องการของเรา และความต้องการของผู้อื่น
ไปเฝ้าอธิษฐานทูลต่อพระเจ้าตามเฮ็ยรายบทที่5
การสัมผัสองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์เราต้องแบ่งแยกบริสุทธิ์.
ไม่ให้มีสิ่งสามัญมาขัดขวางการสามัคคีธรรมของเรากับองค์พระผู้เป็นเจ้า

จงทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย

จงทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย

คนที่เป็นผู้ทาสของพระเจ้ามีท่าทีพื้นฐานอย่างหนึ่งคือต้องการทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย
ฆาละเดีย1:10เปาโลกล่าวว่า หรือว่าข้าพเจ้ากำลังพยายามทำให้มนุษย์พอใจ  ถ้าข้าพเจ้าทำใหมนุษย์พอใจ ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ทาสของพระคริสต์แล้ว
พระคัมภีร์บอกกับเราว่าทุกคนที่พระเจ้าก็ล้วนเป็นผู้ทาสของพระเจ้า.  และทุกคนที่เป็นบุตรของพระเจ้าล้วนเป็นผู้ทาสของพระเจ้า

1. สัตยซื่อต่อหลักความจริง
2. มีชีวิตอยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
3. รักสง่าราศีของพระเจ้ามากกว่าราศีของมนุษย์
4. ยอมเสียสละตัวเองแต่ไม่ยอมเสียสละต่อหลักความจริงต้องยอมจ่ายราคาหลักความจริงอนุญาตใหซื้อได้เท่านั้นแต่ไมอนุญาตให้ขายขณะเดียวกันก็ไม่อนุญาตให้แก้ไขด้วย
5. ไม้กางเขนทำให้ตัวเราแตกหักบนตัวของเราทำใหเราไม่กลัวความละอายต่อไป
เราจึงต้องลงมาจากบัลลังค์ของตัวเอง. และถูกช่วยให้ออกมาจากสง่าราศีของมนุษย์

บ่อยครั้งและหลายครั้งเรายึดติดในตัวตนของเราเองมากไม่ได้อยู่ในวิญญาณ
ยิ่งถ้ามีฐานะตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆๆ
มาประชุมผสมผสานกับสมาชิกมักหลงลืมตัวเอามาใช้กับพี่น้องติดในสง่าราศีของตัวเอง
ดังนัันเราไม่ควรยิดติดตำแหน่งของเรามาใช้กับพี่น้องและคนทั่วไปที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หนทางการดำเนินชีวิตมนุษย์ฝ่ายจิตวิญญาณ 1

(ปฐก. 1:26 [ThaiKJV])
และพระเจ้าตรัสว่า "จงให้พวกเราสร้างมนุษย์ตามแบบฉายาของพวกเรา ตามอย่างพวกเรา และให้พวกเขาครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และสัตว์ใช้งาน ให้ครอบครองทั่วทั้งแผ่นดินโลก และบรรดาสัตว์เลื้อยคลานที่คลานไปมาบนแผ่นดินโลก"

(ปฐก. 1:27 [ThaiKJV])
ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามแบบพระฉายาของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเขาให้เป็นชายและหญิง

(ปฐก. 1:28 [ThaiKJV])
พระเจ้าได้ทรงอวยพรพวกเขา และพระเจ้าตรัสแก่พวกเขาว่า "จงมีลูกดกและทวีมากขึ้น จนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดินนั้น และครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินโลก"

 

ขอบคุณพระเจ้าเมื่อเดิมแรกเริ่มนั้น พระเจ้าได้สร้างเราตามแบบฉับบของพระเจ้าทีเดียว

ในปฐมกาลเยเนซิสบอกเราว่าพระเจ้าสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ เน้นสร้างตามแบบฉับบและสำเนาของพระองค์

ตรงนี้เราเห็นได้ว่าพระเจ้าได้เป็นพิมเขียวต้นฉับบให้กับมนุษย์เลย

วันนี้เมื่อข้าพเจ้าได้คืนกลับสู่อาณาจักรของพระเจ้าแล้ว

ได้รับความรอดแบบสมบูรณ์แบบแล้ว

ข้าพก็จำเป็นต้องชีวิตนิสัยถอดแบบมากจากพระเจ้าจริงๆๆ

เราจะให้คนอื่นเห็นว่าพระเจ้ามีหน้าตารูปร่างแบบไหนลักษณะเช่นไรไม่ต้องไปวาดรูปให้ยุ่งยาก

ก็โดยการที่ตัวเรานั่นเองเป็นรูปแบบของพระเจ้าเลยทีเดียว

ตรงนี้อย่าเข้าใจผิดว่าเราคือพระเจ้าเราไม่ใช่พระเจ้าแต่เราถอดแบบตามพระฉายาของพระเจ้า

โอ้พระเยซู สรรเสริญพระองค์

วันนี้เรามีชีวิตและนิสัยแบบพระเจ้ามีรูปร่างลักษณะที่ถอดแบบมาตามพระฉายของพระเจ้าแล้ว

ก็ก็ต้องมีการฝึกฝนฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณตามแบบพระฉายาของพระเจ้าด้วย

เพื่อที่เราจะมีอำนาจสิทธิอันชอบธรรมในการปกครองอาณาจักรสวรรค์ร่วมกับพระองค์

 

ในการทรงสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้านั้น

พระเจ้าได้ทรงสร้างสิ่งที่สำคัญมากอันเป็นจุดชี้ขาดนั่นคือ

การสร้างมนุษย์ที่มีวิญญาณนั่นเอง

กาย จิต วิญญาณ

นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องมี

ทำไมมนุษย์ต้องมีวิญญาณ

การมีวิญาณของมนุษย์เพื่ออะไร

มนุษย์มีวิญญาณเพื่อทำสิ่งต่างๆๆต่อไปนี้นั่นคือ

1.เพื่อติดต่อกับพระเจ้าพระผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมาตามแบบพระฉายาของพระเจ้า

2.เพื่อต้อนรับพระเจ้าเข้าสู่ในวิญญาณมนุษย์ผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งกับพระเจ้า

3.เพื่อนมัสการพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ที่มีชีวินิรันดร์เป็นพระเจ้าที่ไม่ตายนั่นเอง

4.เพื่อดำเนินชีวิตแบบพระเจ้าในโลกนี้

5.เพื่อสำเร็จพระประสงค์เพื่อพระเจ้า ในการปกครองแผ่นดินโลกอาณาจักรสวรรค์ทั้งหลาย

6.เพื่อเป็นหนึ่งกับพระเจ้า ตรงนี้คือการผสมผสานจนเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้านั่นเอง

ความสำคัญที่สูงสุดของมนุษย์ คือมนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่ในวิญญาณเสมอ ทั้งการถูกปกครองและควบคุมจากพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา

นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการดพเนินชีวิต มนุษย์ฝ่ายวิญญาณนั่นเอง

การเป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่าย

เราต้องมีการบดคั้นบดขยี้เปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับตัวตบแต่ง

ชีวิตเก่าดั่งเดิมที่เรามีเสียใหม่

ฟื้นฟูสู่องค์พระผู้เป็นเจ้า ร่วมดำเนินในหนทางของพระเจ้าสูดรับดื่มกินผลไม้แห่งชีวิต.

หนทางนี้ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากที่เราจะแบกไม้กางเขนติดตามพระองค์ไป

วันนี้เราจำต้องคุกเข่าลงอธิษฐานทูลขอการทรงนำชีวิตมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ จากพระเจ้า

ขอพระคุณของพระเจ้าทรงไถ่เราทั้งหลายให้เป็นมนุษย์ทองคำที่บริสุทธิ์เป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณของพระองค์

ตามลำพังตัวเราเองทำไม่ได้ แต่เราพึงพระคุณการช่วยให้รอดจากการไถ่ของพระเยซูเจ้า

ขอบพระคุณพระเยซูเจ้าที่ทรงสำเร็จการไถ่ของพระองค์บนไม้กางเขน

นำพระคุณความรอดมาให้แก่ข้าพระองค์เพื่อเป็นคนใหม่ในพระองค์

เป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ ตามพระประสงค์แต่แรกสร้างมนุษย์.

 

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในพระเยซูอย่างสุดจิตสุดใจว่าพระองค์เป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้

 

เฮ็บราย. 13:8
พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​เป็นเหมือน​เดิม​ทั้งเมื่อ​วาน​นี้ วัน​นี้ และ​สืบๆ​ไป​เป็น​นิจกาล

(พระคัมภีร์ พันธสัญญาใหม่ ฉับบฟื้นฟู 2002)

เช้าวันนี้ข้าพเจ้าขอสรรเสริญพระองค์
พระองค์เป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้
บัดนี้ข้าพเจ้ามีชีวิตเป็นอยู่โดยพระองค์
เพราะว่าข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างสุดจิตสุดใจ
ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าองค์ถาวรเที่ยงแท้และนิรันดร์ ขอบคุณพระองค์เอเมน.

วันนี้เป็นวันครบรอบ1ปีที่ข้าพเจ้าลาออกจากงานประจำ งานราชการที่ดูแล้วมีอนาคตที่มั่นคงถาวร
แต่ด้วยนิมิตที่ข้าพเจ้าเห็นและได้รับการดลใจจากพระองค์ว่าข้าพเจ้าควรแสวงหาพระองค์เต็มเวลา
ข้าพเจ้าหมดเวลาทำงานให้โลกนี้แล้ว
เวลาที่เหลือต่อแต่นี้ไปเพื่อองค์พระเยซูคริสต์เท่านั้น

หนึ่งปีที่ผ่านมาพัฒนาการความเชื่อของข้าพเจ้ายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร
ยังต้องผ่านการบดคั้นบดขยี้ฟื้นฟูอีกมากมาย
จนกลายเป็นภาชนะที่ใช้การได้ในการก่อสร้างอาณาจักรของพระเจ้า

ข้าพเจ้าเป็นภาชนะดินที่ไร้ค่าแต่โดยพระเมตราคุณขององค์พระเยซูคริสเจ้า
บัดนี้พระองค์ได้ทรงทำการฟื้นฟูข้าพเจ้าให้หวนกลับสู่หนทางของพระองค์
ให้ข้าพเจ้ามีส่วนอันน้อยนิดเป็นภาชนะดินที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นทองคำที่บริสุทธิ์บดขยี้ให้หล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิสุทธิชนทั้งหลายเพื่อมีส่วนในการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าก่อสน้างอาณาจักรของพระเจ้าก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่

จากดินที่ไร้ค่าสูภาชะทองกลายเป็นเพชรพลอยที่ล้ำค่าเพื่อประดับตกแต่งพระวิหารของพระเจ้า ร่วมมีสง่าราศรีกับพระองค์
ก้าวอย่างสู่ปีที่สองของข้าพเจ้า ขอพระองค์ทรงเจิมข้าพระองค์ด้วยพระวิญาณบริสุทธิ์
หลั่งไหลจากตัวข้าพระให้ข้าพระองค์มีสติปัญญาความทรงจำเพื่อใช้ในการเปิดเผยนิมิตรของพระองค์ เพื่อใช้ในการหนุนใจ เพื่อใช้ในการชูใจ และเพื่อใช้ในการประกาศพระอาณาจักร์ของพระองค์แก่คนทั้งมวลที่หลงหายให้กลับคืนสู่อาณาจักรของพระองค์มาร่วก่อสร้างพระวิหารของพระองค์ เอเมน
ในพระธรรมเฮ็บรายบทที่13ข้อ8 ได้ย้ำให้เราว่าเราจำต้องดำเนินชีวิตคริสตที่แท้จริงและอย่างมั่นคง
เราต้องยึดมั่นในพระคริสต์ผู้ทรงเป็นเหมือนเดิม ทั้งเมื่อวานนี้ วันนี้ และสืบๆๆไปเป็นนิจกาล
เราจำต้องมีการดำเนินชีวิตคริสตจักรภายใต้พันธสัญญาใหม่ ไม่ฟังคำสอนแปลกๆที่แตกแยกออกไปจากพระคำของพระองค์ที่อยู่ในพระคัมภีร์

ปีที่สองของข้าพเจ้าที่ยังมีลมปราณที่ได้รับพระราชทานมาจากพระเจ้าเพื่อให้ข้าพดำรงชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระคริสและการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า
ข้าพเจ้าขอร่วมประสานกับพระวิญาณบริสุทธิ์ภายในข้าพเจ้าร่วมเป็นหนึ่งในพระกายป็นนิตนี้เพื่อแผ่นดินอันบริสุทธิ์จะสำเร็จก่อรูปจนเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่.
ขอพระเจ้าสถิตอยู่กับท่าน อวยพระพรท่านให้มีความมั่นคงเข้มแข็งในหนทางของพระเจ้าเหมือนที่ข้าพเจ้าดำเนินอยู่นี้
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน.


วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฮักกัยคู่ร่วมประสานซะคาระยาในการก่อสร้างพระวิหารบริสุทธิ์อันศักสิทธิ์ของพระเจ้า

ในระหว่างเวลาที่ชาวอิสราเอลได้หยุดก่อสร้างพระวิหารขึ้นใหม่นั้น

 

ในเวลานั้นเค้าเหล่านั้นเค้าเหล่านั้นก็ได้สร้างบ้านเรือนของตนเองอย่างงดงามสวยหรู จนลืมเรื่องการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าเสียสิ้น

 

ประกอบกับเวลานั้นการต่อต้านและการขัดขวางศัตรูมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา และยิ่งกว่านั้นเกิดความอ้างว้างและเกิดความกันดารมีขึ้นอย่างมากมาย 

 

ชาวอิสราเอลจึงนึกคิดว่าเวลาแห่งการก่อสร้างพระวิหารให้กับพระเจ้ายังคงมาไม่ถึงละทิ้งไว้ก่อน.

“พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า ประชาชนเหล่านี้กล่าวว่า เวลานั้นยังไม่มาถึง คือเวลาที่จะสร้างพระนิเวศของพระเยโฮวาห์”                        ฮักกัยบทที่1ข้อ2   “โอ้ เจ้าทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วหรือที่ตัวเจ้าเองอาศัยอยู่ในบ้านที่มีไม้บุ แต่ส่วนพระนิเวศนี้ทิ้งให้พังทลาย                          ฮักกัยบทที่1ข้อ4
เจ้าหว่านมาก แต่เกี่ยวน้อย เจ้ารับประทาน แต่ไม่เคยอิ่ม เจ้าดื่ม แต่ก็ไม่เคยหายอยาก เจ้านุ่งห่ม แต่ก็ไม่มีใครอุ่น ผู้ที่ได้ค่าจ้าง ก็ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรู
                         ฮักกัยบทที่1ข้อ6

เพราะฉะนั้น ท้องฟ้าที่อยู่เหนือเจ้าจึงยั้งน้ำค้างไว้เสีย และโลกก็ยึดพืชผลของมันไว้เสีย
                          ฮักกัยบทที่1ข้อ10
จากสภาพการณ์เช่นนี้เองพระเจ้าจึงได้ทรงใช้ ศาสดาพยากรณ์ฮาฆีจึงได้ลุกขึ้นป่าวประกาศพระคำของพระเจ้าเพื่อหนุนใจชาวอิสราเอลที่ได้กลับคืนมาให้ดำเนินการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าขึ้นมาใหม่ต่อไปจนกว่าพระวิหารของพระเจ้าจะก่อสร้างสำเร็จ
พระคำของพระเจ้าจึงได้มาถึงศาสดาพยากรณ์ฮาฆีว่า 

พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

พระเยโฮวาห์ตรัสว่า จงขึ้นไปที่เนินเขาและนำไม้มาสร้างพระนิเวศ เราจะมีความพอใจในพระนิเวศนั้น และเราจะได้รับเกียรติ
                          ฮักกัยบทที่1ข้อ7-8
พระเจ้าได้ทรงใช้ศาสดาพยากรณ์ฮักกัยมาติเตียนเตือนสติพลไพร่ของพระองค์ว่า การที่พวกเขาเหล่านั้นได้รับภัยพิบัติต่างๆๆมากมาย และต้องรับการทนทุกข์ทรมารยากลำบาก เพื่อที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้รู้จักสำรวจตรวจสอบการประพฤติของตนเอง

พวกเขาไม่ควรที่จะปล่อยให้พระวิหารของพระเจ้าเป็นที่รกร้างว่างเสีย แต่พวกเขาควรขึ้นไปยังภูเขาเพื่อไปหาไม้และวัสดุมาก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า

ด้วยคำเตือนของพระเจ้าผ่านมายังศาสดาพยากรณ์ฮักกัยนี้ ยะโอซูอ่ะปุโรหิตใหญ่บุตรของยะโฮชาดักและพลไพร่ที่เหลืออยู่นั้น
ได้เชื่อฟังพระคำของพระยะโฮวาผู้เป็นพระเจ้าของเขา

“แล้วเศรุบบาเบล บุตรชายเชอัลทิเอลและโยชูวา บุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต พร้อมกับประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขาทั้งหลาย และถ้อยคำของฮักกัยผู้พยากรณ์ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาทั้งหลายได้ทรงใช้ท่านมา และประชาชนก็เกรงกลัวต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์”                              ฮักกัยบทที่1ข้อ12 และพระเจ้ายังได้ทรงใช้ศาสดาพยากรณ์ฮาฆี หนุนใจชาวอิสราเอลให้เขาเหลานั้นทำงานก่อสร้างพระวิหารด้วยความเข้มแข็ง เพื่อที่การก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าจะสำเร็จขึ้นมาใหม่   พระเยโฮวาห์ตรัสว่า โอ เศรุบบาเบลเอ๋ย แม้กระนั้นก็ดี จงกล้าหาญเถิด โอ โยชูวาบุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิตเอ๋ย จงกล้าหาญเถิด ประชาชนทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินเอ๋ย จงกล้าหาญเถิด พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้แหละ พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่า จงทำงานเถิด เพราะเราอยู่กับเจ้า                           ฮักกัยบทที่2ข้อ4 การก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าในวันนี้ต้องมีคนอย่างฮักกัยมาช่วยหนุนใจเตือนใจเราให้เข้มแข็ง เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้ก่อสร้างพระวิหารอาณาจักรสรรค์ที่นิรันดร์แก่พระเจ้า สรรเสริญพระเจ้า เอเมน.











วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฮักกัยศาสดาพยากรณ์ผู้เผยพระวจนะที่สัตซื่อในก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า


ฮักกัยเป็นศาสดพยากรณ์พระคำของพระเจ้าที่เกิดอยู่ในสมัยเดียวกับศาสดาพยากรณ์ซะคาระยา

(ผู้เล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์อาณาจักรของพระเจ้าที่กินผลไม้แห่งชีวิตนิรันดร์ในสวนเอเดน แต่ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินโลกคืออาณาจักรของซาตานที่กินแต่ผลไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว)


ฮักกัยได้ประกาศพระคำของพระเจ้าเพื่อเตือนสติพลไพร่ของพระองค์ในปีที่2แห่งรัชกาลของกษัตริย์ดาระยาศ

ฮักกัยมีความหมายว่าเทศกาลของเรา
หรือเทศกาลของพระยะโฮวา
กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าฮักกัยมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะรีบกลับมายังประเทศของตน
เพื่อที่ฮักกัยจะฟื้นฟูประเทศของเขา และทำการฟื้นฟูเทศกาลของพระเจ้าขึ้นมาใหม่
ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าฮักกัยเป็นคนที่มีใจร้อนรนในการกลับมาฟื้นฟูการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าอย่างไม่รีรอ

ฮักกัยมีภาระใจที่จะกระทำการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า ฮักกัยได้ทำการฟื้นฟูพระวิหารของพระเจ้าเทศกาลต่างๆๆเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระยะโฮวา
ถามว่าเราผู้เป็นพี่น้องคริสเตียนผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์มีใจร้อนรนแบบฮักกัยในฟื้นฟูการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าบ้างหรือเปล่า
มีใจร้อนรนในการฟื้นฟูเทศกาลถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าบ้างหรือเปล่า
พี่น้องอาจจะบอกว่าผมมีส่วนอย่างมากด้วยการถวายทรัพย์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมคริสตจักรนี่ก็คือการก่อสร้างพระวิหาร และมาประชุมทุกวันอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอมิได้ขาดมิได้หยุด ครับเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมขอบคุณพระเจ้า แต่นี่เป็นความเข้าใจที่ตื้นเขินอย่างมาก

การก่อสร้างพระวิหารแบบฮักกัย การฟื้นฟูเทศกาลของพระเจ้าแบบฮักกัยตรงนี้ ต้องเริ่มที่เราก่อนเพราะร่างกายของเราคือพระวิหารของพระเจ้า เราต้องไม่ลืมตรงนี้เราต้องฟื้นฟูพระวิหารของพระเจ้าที่ตัวเราก่อน

ฟื้นฟูอย่างไร เริ่มด้วยฟื้นฟูการอ่านกลืนกินย่อยพระคำของพระเจ้าเสียก่อน

ปัจจุบันมีพี่น้องหลายท่านและจำนวนมากเสียด้วยไม่ได้อ่านพระคำของพระเจ้าในชีวิตประจำวันจะอ่านก็ต่อเมื่อมาประชุมเท่านั้น

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าห่วงต่อพระวิหารของพระเจ้าจริงๆๆ
ถ้าพระวิหารของพระเจ้าขาดการดูแลหล่อเลียงจากพระคำของพระเจ้าเสียแล้วพระวิหารของพระเจ้าจะเจริญเติบโตถวายเกียรติเป็นสง่าราศรีให้แก่พระเจ้าได้อย่างไร

ไม่อ่านพระคำของพระเจ้าก็มีแต่ทำให้พระวิหารของพระเจ้าเสื่อมโทรมลงแล้วสุดท้ายพระวิหารของพระเจ้าก็พังทลายลง

พระเจ้าที่อาศัยอยู่ในพระวิหารก็ต้องไปหาพระวิหารแห่งใหม่อยู่

ส่วนพระวิหารที่พังทลายลงกลายเป็นวิหารเสื่อมโทรมที่มีแต่อำนาจวิญาณชั่วของมารซาตานมาสิงสถิตแทน
วิหารของพระเจ้าก็เลยกลายเป็นวิหารของซาตาน
อาณาจักรของพระเจ้าวิหารของพระเจ้าได้กลายเป็นอาณาจักรของซาตานวิหารของซานตานไปเสียแล้ว

เราจะเห็นว่าปัจจุบันในวิหารของซาตานอาณาจักรของซาตานจะเต็มไปด้วยรูปเคารพมากมากมาย เช่นรูปเคารพในเงินทอง สิ่งของที่เป็นยากเยื่อทั้งนั้น ชื่อเสียงลาภยศสรรเสริญก็ด้วยเช่นกันที่มีในวิหารซาตานนี้.
ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเมื่อเราทำงาน เราก็มัวแต่บูชารูปเคารพในการงานเพื่อหวังตำแหน่งหน้าที่บ้านงาน
ทำแต่งานทุ่มเทให้กับงาน ไม่มาประชุมแล้ว ไม่เอาพระเจ้าแล้ว ไม่อ่านพระคำไม่มีใจแสวงหาพระเจ้าอีกเลย

เราจะทุ่มเทกายใจให้รูปเคารพการงานอย่างสุด
หัวใจทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงาน เพียงแค่ต้องการตำแหน่งลมๆๆแล้งๆๆ เงินทองบ้านที่ใหญ่โตขึ้นสิ่งเหล่านี้เป็นหยากเยื้อแท้ๆๆ
เมื่อตายไปเราก็เอาไปไม่ได้อยู่ดีใช่ใหม

วันนี้เราต้องกลับใจเสียใหม่หันกลับร้อนรนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าในการฟื้นฟูวิหารของพระเจ้าที่ตัวเราเสียก่อน.

การร้อนรนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ใช่สิ่งผิด
เพียงเรามีใจหันกลับดั่งชาวอิสราเอลที่ได้รับการตักเตือนของพระเจ้าผ่านมายังฮักกัยนั่นเอง

ฮกก. 1:2
"พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า ประชาชนเหล่านี้กล่าวว่า เวลานั้นยังไม่มาถึง คือเวลาที่จะสร้างพระนิเวศของพระเยโฮวาห์"


ฮกก. 1:3
แล้วพระวจนะของพระเยโฮวาห์จึงมาถึงโดยทางฮักกัยผู้พยากรณ์ว่า

ฮกก. 1:4
"โอ เจ้าทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วหรือที่ตัวเจ้าเองอาศัยอยู่ในบ้านที่มีไม้บุ แต่ส่วนพระนิเวศนี้ทิ้งให้พังทลาย

(ฮกก. 1:5 [ThaiKJV])
เพราะฉะนั้น บัดนี้พระเยโฮวาห์จอมโยธาจึงตรัสว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

(ฮกก. 1:6 [ThaiKJV])
เจ้าหว่านมาก แต่เกี่ยวน้อย เจ้ารับประทาน แต่ไม่เคยอิ่ม เจ้าดื่ม แต่ก็ไม่เคยหายอยาก เจ้านุ่งห่ม แต่ก็ไม่มีใครอุ่น ผู้ที่ได้ค่าจ้าง ก็ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรู

(ฮกก. 1:7 [ThaiKJV])
พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

(ฮกก. 1:8 [ThaiKJV])
พระเยโฮวาห์ตรัสว่า จงขึ้นไปที่เนินเขาและนำไม้มาสร้างพระนิเวศ เราจะมีความพอใจในพระนิเวศนั้น และเราจะได้รับเกียรติ

(ฮกก. 1:9 [ThaiKJV])
เจ้าทั้งหลายหวังได้มาก แต่ดูเถิด ก็ได้น้อย และเมื่อเจ้านำผลมาบ้านของเจ้า เราก็เป่ามันไปเสีย พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่า ทำไมเป็นอย่างนั้นเล่า ก็เพราะนิเวศของเราพังทลายอยู่ ฝ่ายเจ้าต่างก็สาละวนอยู่กับเรื่องบ้านของตน

(ฮกก. 1:10 [ThaiKJV])
เพราะฉะนั้น ท้องฟ้าที่อยู่เหนือเจ้าจึงยั้งน้ำค้างไว้เสีย และโลกก็ยึดพืชผลของมันไว้เสีย

(ฮกก. 1:11 [ThaiKJV])
และเราก็เรียกความแห้งแล้งมาสู่แผ่นดินและเนินเขา มาสู่ข้าว น้ำองุ่นใหม่ และน้ำมัน มาสู่สิ่งต่างๆซึ่งดินอำนวยผล สู่มนุษย์และสัตว์ และมาสู่ผลงานทั้งสิ้นซึ่งมือกระทำไว้"

(ฮกก. 1:12 [ThaiKJV])
แล้วเศรุบบาเบล บุตรชายเชอัลทิเอลและโยชูวา บุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต พร้อมกับประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขาทั้งหลาย และถ้อยคำของฮักกัยผู้พยากรณ์ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาทั้งหลายได้ทรงใช้ท่านมา และประชาชนก็เกรงกลัวต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์

(ฮกก. 1:13 [ThaiKJV])
แล้วฮักกัย ทูตของพระเยโฮวาห์ จึงกล่าวแก่ประชาชนตามกระแสรับสั่งของพระเยโฮวาห์ว่า "พระเยโฮวาห์ตรัสว่า เราอยู่กับเจ้าทั้งหลาย"

(ฮกก. 1:14 [ThaiKJV])
และพระเยโฮวาห์ทรงเร้าใจเศรุบบาเบลบุตรชายเชอัลทิเอล ผู้ว่าราชการเมืองยูดาห์ และทรงเร้าใจของโยชูวาบุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต และเร้าใจประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่นั้น เขาทั้งหลายก็มาทำงานในพระนิเวศของพระเยโฮวาห์จอมโยธา พระเจ้าของเขาทั้งหลาย

(ฮกก. 1:15 [ThaiKJV])
ณ วันที่ยี่สิบสี่ของเดือนที่หก ในปีที่สองแห่งรัชกาลกษัตริย์ดาริอัส

ในฮักกัย บทที่1ข้อ2ถึง15 เราจะเห็นพระเจ้าได้ตรัสผ่านฮาฆีผู้เผยพระคำของพระเจ้าในการฟื้นฟูพระวิหารผ่านผู้เผยพระคำฮาฆี(ฉับบแปลใหม่ใช้ว่าฮักกัย)
เราใช้ของดีๆๆได้สิ่งดีๆๆมาใช้ในชีวิตแต่กลับ
คริสตจักรของพระเจ้าแท้ๆๆไม่เลย ขาดการเหลียวแลดูแลเอาใจใส่โอ้นี่หรือคนที่บอกว่าพระเจ้าข้ารักพระองค์

แต่ในทางปฎิบัติตามความเป็นจริงไม่เลย คริสตจักรขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างมากอย่างสูงสุด
บ่อยครั้งเอาของเหลือๆๆเสียๆๆมาทิ้งคริสตจักรเสียส่วนมาก

โอ้นี่หรือที่บอกข้ารักพระองค์ข้ารักคริสจักร พวกคนน่าซื่อใจคตจริงๆๆ.

วันนี้ตรงนี้เราต้องคุกเข่าลงอธิษฐานทูลขอต่อพระเจ้าว่า ข้าแต่พระเจ้าขอพระองค์ทรงให้ข้าพเจ้าได้กลับใจเสียใหม่เป็นคนใหม่ในหนทางแห่งการฟื้นฟูพระวิหารของพระองค์
ขอพระองค์ทรงโปรดใช้ข้าพเจ้าให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูพระวิหารของพระองค์. เอเมน

วันนี้พระเจ้าได้ตรัสผ่านฮาฆีมาถึงเราผู้ได้ชื่อว่าเป็นสาวกวิสุทธิชนคนของพระเจ้าในการฟื้นฟูก่อสร้างพระวิหารขึ้นมาใหม่ เราเหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะก่อสร้างวิหารของพระเจ้า เราจำต้องทุ่มเทกายจิตวิญญาณของเราทั้งหมดให้แก่พระเจ้าพระบิดาพระเยซูคริสค์ผู้ทรงพระชนย์อยู่เบื้องขวาพระหัตของพระเจ้า

กราบขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับบทเรียนในพระคำฮักกัยบทที่1ในวันนนี้ที่ทรงนำพาให้ข้าพระองค์ถวายพระคำเพื่อเปิดตาใจส่องแสงสว่างให้แก่ตัวข้าพระองค์และพี่น้องทุกท่านที่มีการนำพาในการเข้ามาอ่านพระคำของพระเจ้าด้วยความถ่อมใจยอมจำนนต่อพระคำของพระเจ้า สรรเสริญพระองค์ เอเมน.
ขอบทความนี้เป็นบทความเล็กๆๆที่เปิดตาใจแก่ข้าพระองค์ ส่องสว่างให้เห็นหนทางอันนิรันดร์ของพระเจ้าเอเมน.