วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฮักกัยศาสดาพยากรณ์ผู้เผยพระวจนะที่สัตซื่อในก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า


ฮักกัยเป็นศาสดพยากรณ์พระคำของพระเจ้าที่เกิดอยู่ในสมัยเดียวกับศาสดาพยากรณ์ซะคาระยา

(ผู้เล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์อาณาจักรของพระเจ้าที่กินผลไม้แห่งชีวิตนิรันดร์ในสวนเอเดน แต่ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินโลกคืออาณาจักรของซาตานที่กินแต่ผลไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว)


ฮักกัยได้ประกาศพระคำของพระเจ้าเพื่อเตือนสติพลไพร่ของพระองค์ในปีที่2แห่งรัชกาลของกษัตริย์ดาระยาศ

ฮักกัยมีความหมายว่าเทศกาลของเรา
หรือเทศกาลของพระยะโฮวา
กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าฮักกัยมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะรีบกลับมายังประเทศของตน
เพื่อที่ฮักกัยจะฟื้นฟูประเทศของเขา และทำการฟื้นฟูเทศกาลของพระเจ้าขึ้นมาใหม่
ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าฮักกัยเป็นคนที่มีใจร้อนรนในการกลับมาฟื้นฟูการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าอย่างไม่รีรอ

ฮักกัยมีภาระใจที่จะกระทำการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า ฮักกัยได้ทำการฟื้นฟูพระวิหารของพระเจ้าเทศกาลต่างๆๆเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระยะโฮวา
ถามว่าเราผู้เป็นพี่น้องคริสเตียนผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์มีใจร้อนรนแบบฮักกัยในฟื้นฟูการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าบ้างหรือเปล่า
มีใจร้อนรนในการฟื้นฟูเทศกาลถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าบ้างหรือเปล่า
พี่น้องอาจจะบอกว่าผมมีส่วนอย่างมากด้วยการถวายทรัพย์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมคริสตจักรนี่ก็คือการก่อสร้างพระวิหาร และมาประชุมทุกวันอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอมิได้ขาดมิได้หยุด ครับเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมขอบคุณพระเจ้า แต่นี่เป็นความเข้าใจที่ตื้นเขินอย่างมาก

การก่อสร้างพระวิหารแบบฮักกัย การฟื้นฟูเทศกาลของพระเจ้าแบบฮักกัยตรงนี้ ต้องเริ่มที่เราก่อนเพราะร่างกายของเราคือพระวิหารของพระเจ้า เราต้องไม่ลืมตรงนี้เราต้องฟื้นฟูพระวิหารของพระเจ้าที่ตัวเราก่อน

ฟื้นฟูอย่างไร เริ่มด้วยฟื้นฟูการอ่านกลืนกินย่อยพระคำของพระเจ้าเสียก่อน

ปัจจุบันมีพี่น้องหลายท่านและจำนวนมากเสียด้วยไม่ได้อ่านพระคำของพระเจ้าในชีวิตประจำวันจะอ่านก็ต่อเมื่อมาประชุมเท่านั้น

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าห่วงต่อพระวิหารของพระเจ้าจริงๆๆ
ถ้าพระวิหารของพระเจ้าขาดการดูแลหล่อเลียงจากพระคำของพระเจ้าเสียแล้วพระวิหารของพระเจ้าจะเจริญเติบโตถวายเกียรติเป็นสง่าราศรีให้แก่พระเจ้าได้อย่างไร

ไม่อ่านพระคำของพระเจ้าก็มีแต่ทำให้พระวิหารของพระเจ้าเสื่อมโทรมลงแล้วสุดท้ายพระวิหารของพระเจ้าก็พังทลายลง

พระเจ้าที่อาศัยอยู่ในพระวิหารก็ต้องไปหาพระวิหารแห่งใหม่อยู่

ส่วนพระวิหารที่พังทลายลงกลายเป็นวิหารเสื่อมโทรมที่มีแต่อำนาจวิญาณชั่วของมารซาตานมาสิงสถิตแทน
วิหารของพระเจ้าก็เลยกลายเป็นวิหารของซาตาน
อาณาจักรของพระเจ้าวิหารของพระเจ้าได้กลายเป็นอาณาจักรของซาตานวิหารของซานตานไปเสียแล้ว

เราจะเห็นว่าปัจจุบันในวิหารของซาตานอาณาจักรของซาตานจะเต็มไปด้วยรูปเคารพมากมากมาย เช่นรูปเคารพในเงินทอง สิ่งของที่เป็นยากเยื่อทั้งนั้น ชื่อเสียงลาภยศสรรเสริญก็ด้วยเช่นกันที่มีในวิหารซาตานนี้.
ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเมื่อเราทำงาน เราก็มัวแต่บูชารูปเคารพในการงานเพื่อหวังตำแหน่งหน้าที่บ้านงาน
ทำแต่งานทุ่มเทให้กับงาน ไม่มาประชุมแล้ว ไม่เอาพระเจ้าแล้ว ไม่อ่านพระคำไม่มีใจแสวงหาพระเจ้าอีกเลย

เราจะทุ่มเทกายใจให้รูปเคารพการงานอย่างสุด
หัวใจทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงาน เพียงแค่ต้องการตำแหน่งลมๆๆแล้งๆๆ เงินทองบ้านที่ใหญ่โตขึ้นสิ่งเหล่านี้เป็นหยากเยื้อแท้ๆๆ
เมื่อตายไปเราก็เอาไปไม่ได้อยู่ดีใช่ใหม

วันนี้เราต้องกลับใจเสียใหม่หันกลับร้อนรนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าในการฟื้นฟูวิหารของพระเจ้าที่ตัวเราเสียก่อน.

การร้อนรนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ใช่สิ่งผิด
เพียงเรามีใจหันกลับดั่งชาวอิสราเอลที่ได้รับการตักเตือนของพระเจ้าผ่านมายังฮักกัยนั่นเอง

ฮกก. 1:2
"พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า ประชาชนเหล่านี้กล่าวว่า เวลานั้นยังไม่มาถึง คือเวลาที่จะสร้างพระนิเวศของพระเยโฮวาห์"


ฮกก. 1:3
แล้วพระวจนะของพระเยโฮวาห์จึงมาถึงโดยทางฮักกัยผู้พยากรณ์ว่า

ฮกก. 1:4
"โอ เจ้าทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วหรือที่ตัวเจ้าเองอาศัยอยู่ในบ้านที่มีไม้บุ แต่ส่วนพระนิเวศนี้ทิ้งให้พังทลาย

(ฮกก. 1:5 [ThaiKJV])
เพราะฉะนั้น บัดนี้พระเยโฮวาห์จอมโยธาจึงตรัสว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

(ฮกก. 1:6 [ThaiKJV])
เจ้าหว่านมาก แต่เกี่ยวน้อย เจ้ารับประทาน แต่ไม่เคยอิ่ม เจ้าดื่ม แต่ก็ไม่เคยหายอยาก เจ้านุ่งห่ม แต่ก็ไม่มีใครอุ่น ผู้ที่ได้ค่าจ้าง ก็ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรู

(ฮกก. 1:7 [ThaiKJV])
พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

(ฮกก. 1:8 [ThaiKJV])
พระเยโฮวาห์ตรัสว่า จงขึ้นไปที่เนินเขาและนำไม้มาสร้างพระนิเวศ เราจะมีความพอใจในพระนิเวศนั้น และเราจะได้รับเกียรติ

(ฮกก. 1:9 [ThaiKJV])
เจ้าทั้งหลายหวังได้มาก แต่ดูเถิด ก็ได้น้อย และเมื่อเจ้านำผลมาบ้านของเจ้า เราก็เป่ามันไปเสีย พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่า ทำไมเป็นอย่างนั้นเล่า ก็เพราะนิเวศของเราพังทลายอยู่ ฝ่ายเจ้าต่างก็สาละวนอยู่กับเรื่องบ้านของตน

(ฮกก. 1:10 [ThaiKJV])
เพราะฉะนั้น ท้องฟ้าที่อยู่เหนือเจ้าจึงยั้งน้ำค้างไว้เสีย และโลกก็ยึดพืชผลของมันไว้เสีย

(ฮกก. 1:11 [ThaiKJV])
และเราก็เรียกความแห้งแล้งมาสู่แผ่นดินและเนินเขา มาสู่ข้าว น้ำองุ่นใหม่ และน้ำมัน มาสู่สิ่งต่างๆซึ่งดินอำนวยผล สู่มนุษย์และสัตว์ และมาสู่ผลงานทั้งสิ้นซึ่งมือกระทำไว้"

(ฮกก. 1:12 [ThaiKJV])
แล้วเศรุบบาเบล บุตรชายเชอัลทิเอลและโยชูวา บุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต พร้อมกับประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขาทั้งหลาย และถ้อยคำของฮักกัยผู้พยากรณ์ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาทั้งหลายได้ทรงใช้ท่านมา และประชาชนก็เกรงกลัวต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์

(ฮกก. 1:13 [ThaiKJV])
แล้วฮักกัย ทูตของพระเยโฮวาห์ จึงกล่าวแก่ประชาชนตามกระแสรับสั่งของพระเยโฮวาห์ว่า "พระเยโฮวาห์ตรัสว่า เราอยู่กับเจ้าทั้งหลาย"

(ฮกก. 1:14 [ThaiKJV])
และพระเยโฮวาห์ทรงเร้าใจเศรุบบาเบลบุตรชายเชอัลทิเอล ผู้ว่าราชการเมืองยูดาห์ และทรงเร้าใจของโยชูวาบุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต และเร้าใจประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่นั้น เขาทั้งหลายก็มาทำงานในพระนิเวศของพระเยโฮวาห์จอมโยธา พระเจ้าของเขาทั้งหลาย

(ฮกก. 1:15 [ThaiKJV])
ณ วันที่ยี่สิบสี่ของเดือนที่หก ในปีที่สองแห่งรัชกาลกษัตริย์ดาริอัส

ในฮักกัย บทที่1ข้อ2ถึง15 เราจะเห็นพระเจ้าได้ตรัสผ่านฮาฆีผู้เผยพระคำของพระเจ้าในการฟื้นฟูพระวิหารผ่านผู้เผยพระคำฮาฆี(ฉับบแปลใหม่ใช้ว่าฮักกัย)
เราใช้ของดีๆๆได้สิ่งดีๆๆมาใช้ในชีวิตแต่กลับ
คริสตจักรของพระเจ้าแท้ๆๆไม่เลย ขาดการเหลียวแลดูแลเอาใจใส่โอ้นี่หรือคนที่บอกว่าพระเจ้าข้ารักพระองค์

แต่ในทางปฎิบัติตามความเป็นจริงไม่เลย คริสตจักรขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างมากอย่างสูงสุด
บ่อยครั้งเอาของเหลือๆๆเสียๆๆมาทิ้งคริสตจักรเสียส่วนมาก

โอ้นี่หรือที่บอกข้ารักพระองค์ข้ารักคริสจักร พวกคนน่าซื่อใจคตจริงๆๆ.

วันนี้ตรงนี้เราต้องคุกเข่าลงอธิษฐานทูลขอต่อพระเจ้าว่า ข้าแต่พระเจ้าขอพระองค์ทรงให้ข้าพเจ้าได้กลับใจเสียใหม่เป็นคนใหม่ในหนทางแห่งการฟื้นฟูพระวิหารของพระองค์
ขอพระองค์ทรงโปรดใช้ข้าพเจ้าให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูพระวิหารของพระองค์. เอเมน

วันนี้พระเจ้าได้ตรัสผ่านฮาฆีมาถึงเราผู้ได้ชื่อว่าเป็นสาวกวิสุทธิชนคนของพระเจ้าในการฟื้นฟูก่อสร้างพระวิหารขึ้นมาใหม่ เราเหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะก่อสร้างวิหารของพระเจ้า เราจำต้องทุ่มเทกายจิตวิญญาณของเราทั้งหมดให้แก่พระเจ้าพระบิดาพระเยซูคริสค์ผู้ทรงพระชนย์อยู่เบื้องขวาพระหัตของพระเจ้า

กราบขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับบทเรียนในพระคำฮักกัยบทที่1ในวันนนี้ที่ทรงนำพาให้ข้าพระองค์ถวายพระคำเพื่อเปิดตาใจส่องแสงสว่างให้แก่ตัวข้าพระองค์และพี่น้องทุกท่านที่มีการนำพาในการเข้ามาอ่านพระคำของพระเจ้าด้วยความถ่อมใจยอมจำนนต่อพระคำของพระเจ้า สรรเสริญพระองค์ เอเมน.
ขอบทความนี้เป็นบทความเล็กๆๆที่เปิดตาใจแก่ข้าพระองค์ ส่องสว่างให้เห็นหนทางอันนิรันดร์ของพระเจ้าเอเมน.










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น