วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 86

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 86
ในการดำเนินชีวิตภายในนั้นเป็นความเที่ยงแท้ที่พี่น้องยอมถ่อมใจจำนนต่อการทรงนำจองพระเจ้าด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างแท้จริง พี่น้องได้ปล่อยให้จิตได้เป็นอิสระไม่กดทับกีดดั้นพระวิญญาณของพระเจ้าที่อยู่ภายในวิญญาณของพี่น้องไว้ได้ออกมาทำให้พี่น้องได้รับการเต็มล้นซึ่งพระวิญญาณของพระคริสต์สสสสสำแดงออกมาเป็นประจักษ์พยานแก่พระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่
ในแต่วันพี่น้องที่แสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณนั้นไใม่ได้สนใจใยดีต่อสถานณ์การของโลกนี้ไม่ได้ติดตามเรืองราวไร้สาระต่อสื่อสารทางโลกนี้เลย แต่ติดสนิทใในวิญญาณอยู่กับองค์พระคริสต์ตลอดเวลา มาเรียหญิงพรหมจารีย์กับโบเซฟผู้เป็นบิดาทางฝ่ายเนื้อหนังเองในพระคริสต์นั้นก็ติดสนิทไปกับพระเจ้าด้วยการทรงนำพาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่สนต่อเรื่องธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนังแล้ว ทั้งมาเรียและโยเซฟนี่แหล่ะคือผู้ที่ยิ่งใหญ่ในศรัทธาแห่งความเชื่อในพระคริสต์เป็นหญิงและชายที่เชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกประการ ในสมัยปฐมกาลนั้นอาดัมและเอวาได้ฝืนคำสั่งของพระเจ้าไม่เชื่อฝังจึงทำให้สูญเสียสิทธิอำนาจในการปกครองโลกนี้ แต่มาเรียและโยเซฟนั้นได้เชื่อฟังถ่อมใจและรักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจละทิ้งความรักชอบความต้องการฝ่ายเนื้อหนังด้วยเห็นแก่องค์พระเยซูคริสต์ที่ถือกำเนิดมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ นี่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของความเชื่อที่หนุ่มสาวคู่นี้ได้สร้างและพิสูจน์ความเชื่ออันยิ่งใหญ่ให้ประจักษ์แก่มวลมนุษย์ชาติ เอเมน
การดำเนินชีวิตแห่งความเชื่อแบบมาเรียและโยเซฟนี่แหล่ะคือการดำเนินชีวิตภายในอย่างแท้จริง เขาทั้งคู่ไม่สนใจต่อโลกภายนอกแต่เชื่อฟังพระวิญญาณของพระเจ้าอย่างแท้จริงพระเจ้าสั่งให้ทำสิ่งใดทั้งมาเรียและโยเซฟไม่เคยฝ่าฝืนเลยสักเรื่องเดียว เป็นผู้ที่พระเจ้าได้เลือกสรรไว้แล้วว่าจะเป็นบุรุษและสตรีที่ยิ่งใหญ่ในพันธสัญญาใหม่ พี่น้องที่รักทั้งหลายพระเยซูคริสต์กุมารน้อยในรางหญ้าถือกำเนิมาจากครอบครัวของโยเซฟและนางมาเรียนี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีจริงๆๆ หากในวันนี้พี่น้องได้ต้อนรับการถือกำเนิดพระเยซูคริสต์ทั้งครอบครัวนั้นก็เป็นเรื่องชื่นชมยินดีด้วยเช่นกัน การเสียสละชีวิตความรักชอบความต้องการแห่งธรรมชาติของทั้งมาเรียและโยเซฟนั้นเป็นบิดามารดาแห่งความเชื่อ เป็นบิดาแห่งการทรงนำของพระวิญญาณแห่งความจริง
มธ. 1:18 เรื่องการประสูติของพระเยซูคริสต์เป็นดังนี้ คือมารีย์ผู้เป็นมารดาของพระเยซูนั้น เดิมโยเซฟได้สู่ขอหมั้นกันไว้แล้ว ก่อนที่จะได้อยู่กินด้วยกันก็ปรากฏว่า มารีย์มีครรภ์แล้วด้วยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์
มธ. 1:19 แต่โยเซฟคู่หมั้นของเธอเป็นคนชอบธรรม ไม่ต้องการจะแพร่งพรายความเป็นไปของเธอ ต้องการจะถอนหมั้นเสียลับๆ
มธ. 1:20 เมื่อโยเซฟยังคิดเรื่องนี้อยู่ ก็มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า “โยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์
มธ. 1:21 เธอจะให้พระกำเนิดบุตรชาย แล้วจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านจะทรงช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากบาปของพวกเขา”
มธ. 1:22 ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่า
มธ. 1:23 “นี่แน่ะ หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่าอิมมานูเอล” (แปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา)
มธ. 1:24 เมื่อโยเซฟตื่นขึ้นก็ทำตามคำซึ่งทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งนั้น คือได้รับมารีย์มาเป็นภรรยา
มธ. 1:25 แต่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับเธอจนกว่าให้พระกำเนิดบุตรชายแล้ว และโยเซฟเรียกนามของบุตรนั้นว่าเยซู
พี่น้องที่รักเรื่องการให้กำเนิดพระเยซูคริสต์เจ้าด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นเป็นเรื่องความอัศจรรย์ที่เกินธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนังจะยอมรับได้ถ้าพี่น้องเองไม่มีความเชื่อเรื่องการกำเนิดของพระคริสต์แล้วนั้น จิตของพี่น้องก็จะปิดกั้นต่อเรื่องนี้จะมีข้อสงสัยในเรื่องนี้อย่างมากนี่คือพี่น้องเองมีความสงสัยในความเชื่ออย่างมากเพราะตัวพี่น้องเองไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างแท้จริงเนื่องจากพี่น้องยังมีรากและเชื่อของต้นไม้แห่งความรู้ดีชั่วหลงเหลืออยู่ พี่น้องที่รักท่านทั้งหลายต้องไม่สงสัยในเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์นี่เลยเพราะว่าวันนี้พี่น้องได้ตายต่อตัวเก่าแล้วพี่น้องได้กินแต่ต้นไม้แห่งชีวิตแล้ววันนี้พี่น้องยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างแท้จริง นี่ก็คือการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ต่อพี่น้องทั้งหลายนั่นเอง
การให้กำเนิดพระเยซูคริสต์ผ่านนางมาเรียและโยเซฟผู้ชอบธรรมนั้นเป็นแผนการบริหารของพระเจ้าแล้วที่ได้วางไว้ก่อนวางรากสร้างโลกนี้เสียอีกไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือเป็นเพียงเรื่องมหัศจรรย์เท่านั้นแต่เป็นการจัดเตรียมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่มาจากพระเจ้าไว้ล่วงหน้าแล้วเสียอีก
ด้วยเหตุนี้เองต้นกำเนิดที่แท้จริงขององค์พระเยซูคริสต์นั้นกำเนิดมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยตรงอย่างแท้จริง ดังนั้นองค์ประกอบของพระเยซูคริสต์จึงเป็นองค์ประกอบในการกำเนินชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงพระเยซูคริสต์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น พระเจ้าได้มาอาศัยนางมาเรียผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้แล้วแล้วที่จะมากำเนิดในรูปกายเลือดเนื้อนี้ อาศัยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระเจ้ามาก่อกำเนิดเป็นมนุษย์ที่ผ่านขั้นตอนอันศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้พระเจ้าได้ให้บทเรียนในความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ต่อพี่น้องนั่นคือนางมาเรียและโยเซฟผู้ชอบธรรมที่ได้เชื่อฟังพระเจ้าและดำเนินทุกสิ่งทุกอย่างในวิญญาณไม่ปฎิเสธต่อพระวิญญาณของพระเจ้าและตายต่อชีวิตธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนังอย่างแท้จริง
พี่น้องที่รักพระเยซูคริสต์ผู้นี้คือผู้ที่เป็นพระเจ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ ดังนั้นพระเยซูคริสต์จึงมีทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์นั่นเอง คำว่าพระเยซูมีความหมายว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ด้วยเหตุนี้พระเยซูคริสต์จึงเป็นพระผู้ช่วยให้พี่น้องได้รับความรอดและเป็นผู้ที่จะนำพาพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่ความสงบสุขนิรันดร์นั่นเอง เอเมน
กจ. 13:23 และจากเชื้อสายของดาวิดนี้ พระเจ้าประทานผู้ช่วยให้รอดคือพระเยซูผู้ทรงบังเกิดมาเพื่อชนชาติอิสราเอลตามพระสัญญาของพระองค์
ทต. 2:14 ผู้ได้ทรงพระราชทานพระองค์เองให้เรา เพื่อไถ่เราให้พ้นจากความชั่วช้าทุกอย่าง และทรงชำระเราให้บริสุทธิ์ เพื่อให้เป็นหมู่ชนพิเศษเฉพาะของพระองค์ และเป็นคนที่ขวนขวายกระทำการดี
1ทธ. 1:15 ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำที่น่าเชื่อถือและน่าที่ทุกคนจะยอมรับ คือ “พระคริสตเยซูเสด็จมาในโลกเพื่อช่วยคนบาปให้รอดพ้น” ข้าพเจ้าเป็นคนแรกในบรรดาคนบาปเหล่านี้
ลก. 2:11 เพราะว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของพี่น้องทั้งหลาย คือพระคริสต์เจ้า มาบังเกิดที่เมืองดาวิดแล้ว เอเมน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น