ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 102
ในการดำเนินชีวิตไปตามน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น พระเจ้าไม่ต้องการให้เรายึดติดในตัวผู้นำตัวบุคคลมากไปกว่าที่เราจะติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ในสภาพการณ์ของการตกต่ำของคริสตจักรในทุกวันนี้คริสเตียนจำนวนมากได้ยึดติดในตัวบุคคลแทนพระเจ้าเียแล้ว ติดตามคนที่มารับใช้พระเจ้าแทนพระเจ้าจนบางครั้งก็เกิดความเห็นผิดนึกว่าคนนั้นเป็นคนที่พระเจ้าให้ตะลันจนมีของพระราชทานและฤทธิ์เดชมากมายแต่ในที่สุดเมื่อการหลงในตัวเองจนขาดการเชื่อฟังพระเจ้า พระเจ้าก็ทดสอบผู้นั้นที่พี่น้องทั้งหลายหลงติดตามไม่ว่าจะทดสอบผ่านชื่อเสียงตำแหน่งลาภยศสรรเสริญ เงินทองและผู้หญิงเหมือนดั่งสมัยของกษัตริย์ดาวิดผู้หญิงใหญ่ เหมือนกับแซมซั่นที่ได้ของพระราชทานในเรื่องพลังมากมายมีฤทธิ์เดชมากมายนี่คือการเต็มล้นของฤทธิ์เดชภายนอก เหตุการณ์หลงลืมตัวและเชื่อมั่นในความคิดอารมณืความตั้งใจของผู้นำเหล่านี้ที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้านั้นพี่น้องก็ไม่ต้องผิดหวังเลยแต่ให้พี่น้องมีความหวังใจต่อองค์พระเยซูคริสต์เจ้าแต่เพียงผู้เดียว
บางครั้งพี่น้องก็ร้อนรนบางครั้งพี่น้องก็เย็นชาต่อการทรงเรียกร้องของพระเจ้าให้ดำเนินชีวิตไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ ในพระคัมภีร์พี่น้องจะเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงอนุญาติให้ซาตานได้ทดสอบผู้ที่เรียกว่าชอบธรรมและรักพระเจ้ามากว่าเมื่อถึงการทดสอบโดยการตีสอนในบางครั้งพี่น้องจะเชื่อฟังพระเจ้าอยู่ใหมจะดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอยู่ใหม
เพราะเหตุนี้เองพี่น้องจะหวังสิ่งใดได้นอกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงมีพระคุณพระเมตตาที่ยิ่งใหญ่แก่พี่น้องทั้งหลาย บ่อยครั้งพี่น้องจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ชอบบธรรม จากพี่น้องทั้งหลาย จากบทเพลงไพเราะ สิ่งเหล่านี้จะช่วยพี่น้องให้บรรเทาใจเพียงชั่วคราวแต่สิ่งที่เที่ยงแท้ถาวรนั้นคือการดำเนินชีวิตไปด้วยความเชื่อ ฟังพระเจ้าตามน้ำพระทัยของพระองค์ ด้วยความถ่อมใจอดทนอดกั้นต่อสิ่งรบเร้ายั่วเย้าในการดำเนินชีวิตภายในนั่นคือการดำเนินชีวิตไปตามการทรงนำพาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า ให้พระองค์นำพาพี่น้องไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ในแต่ละวัน
จากการที่มนุษย์โลกทั้งหลายในวันนี้ได้ตกต่ำอยู่ในความบาปอย่างมากมายนั้น ทำให้มนุษย์นั้นได้ถูกตัดขาดไปจากการสามัคคีธรรมกับองค์พระผู้เป็นเจ้าได้โดยตรงเหมือนในสมัยของอาดัมในสวนเอเดนนั้นเสียแล้ว
ด้วยเหตุนี้เองมนุษย์ทุกวันนี้ได้ดำเนินชีวิตโดยไม่มีพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ใช้ชีวิตแบบโง่เขลาไปตามความคิด อารมณื ความตั้งใจของตัวเองที่ได้รับมรดกบาปมาจากอาดัมที่กินผลไม้แห่งความรู้ดีชั่วไปนั้นสืบทอดตกมาจนถึงมนุษย์ทั้งหลายในทุกวันนี้
ในทุกวันนี้มนุษย์ที่ตกต่ำดำเนินชีวิตอยู่ในความบาปเพราะไม่มีความรู้และไม่รู้จักพระเจ้าองค์เที่ยงแท้อีกเลย แต่มนุษย์นั้นได้หันแหไปกราบไหว้บูชาสิ่งที่มนุษย์จินตนาการปั้นแต่งขึ้นมากราบไหว้รูปเคารพเหล่านี้เป็นที่สิ่งสถิตของวิญญาณชั่วมากมาย ที่ให้โทษแก่มนุษย์ทำให้มนุษย์ยิ่งตกต่ำและเสื่อมถอยห่างไปจากพระเจ้าลงไปเรื่อยๆๆ
การที่มนุษย์ไม่ร้จักองค์พระเจ้าองค์เที่ยงแท้นี้เองทำให้มนุษย์ได้ตกต่ำอยูในการดำเนินชีวิตภายใต้อาณาจักรของความมืดอาณาจักรของมารซาตานนั่นเอง สุดท้ายมนุษย์ก็ตกต่ำและตายไปด้วยความบาปที่ได้สะสมมาจากบรรพบุรุษย์ที่มั่นสุดท้ายของมนุษย์ทุกคนในการตายครั้งที่สองคือบึงไฟนรกนิรันดร์นั่นคือการบัพติสมาด้วยไฟนั่นเองที่พระเยซูคริสต์เจ้าจะให้แก่มนุษย์ทั้งหลายในที่สุด
นับเป็นข่าวดีของมนุษย์ที่ได้รับการเลือกสรรของพระเจ้าไว้แล้วก่อนวางรากสร้างโลก พระเจ้าได้ทรงส่งองค์พระผู้ช่วยผู้หนึ่งผู้ทาสแห่งความรอดนิรันดร์ของมนุษย์มาบังเกิดเป็นมนุษย์โลก พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระผู้ทาสผู้ช่วยแห่งความรอด ทรงเป็นพระผู้ช่วยแห่งความสว่างของมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ เอเมน
ยน. 8:12 พระเยซูตรัสกับพวกเขาอีกครั้งหนึ่งว่า “เราเป็นความสว่างของโลก คนที่ตามเรามาจะไม่ต้องเดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต”
สดด. 18:28 เพราะพระองค์ทรงจุดตะเกียงของข้าพระองค์ พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงทำความมืดของข้าพระองค์ให้สว่าง
1ปต. 2:9 แต่พวกท่านเป็นพงศ์พันธุ์ที่ทรงเลือกสรร เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นประชากรอันเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า เพื่อให้พวกท่านประกาศพระเกียรติคุณของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกพวกท่านให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์
ยน. 9:5 ตราบใดที่เรายังอยู่ในโลก เราก็เป็นความสว่างของโลก”
อฟ. 5:14 เพราะว่าทุกๆ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นความสว่าง ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่า คนที่หลับอยู่ จงตื่นขึ้น และจงเป็นขึ้นจากตาย แล้วพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน
สดด. 18:28 เพราะพระองค์ทรงจุดตะเกียงของข้าพระองค์ พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงทำความมืดของข้าพระองค์ให้สว่าง
1ปต. 2:9 แต่พวกท่านเป็นพงศ์พันธุ์ที่ทรงเลือกสรร เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นประชากรอันเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า เพื่อให้พวกท่านประกาศพระเกียรติคุณของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกพวกท่านให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์
ยน. 9:5 ตราบใดที่เรายังอยู่ในโลก เราก็เป็นความสว่างของโลก”
อฟ. 5:14 เพราะว่าทุกๆ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นความสว่าง ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่า คนที่หลับอยู่ จงตื่นขึ้น และจงเป็นขึ้นจากตาย แล้วพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน
พระเจ้าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นความสว่างของโลกทรงเสด็จมาบังเกิดในโลกนี้จากพระเจ้าองค์เที่ยงแท้มาเป็นองค์พระผู้ช่วยพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อส่องสว่างแก่ประชนมากมายที่ได้รับการเลือกสรรไว้แล้วจากพระเจ้าก่อนการวางรากสร้างโลกนั้น พระเจ้าได้ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายในวันนี้ที่กำลังตกต่ำลงไปเรื่อยในความผิดบาปอย่างมากขึ้นเรื่อยๆภายใต้เงาแห่งความตาย
มธ. 4:12 เมื่อพระเยซูทรงทราบข่าวว่ายอห์นถูกจองจำแล้วพระองค์ก็เสด็จไปยังแคว้นกาลิลี
มธ. 4:13 แล้วทรงย้ายที่ประทับจากเมืองนาซาเร็ธไปที่เมืองคาเปอรนาอุม ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบในเขตของเผ่าเศบูลุนและนัฟทาลี
มธ. 4:14 เพื่อที่จะให้สำเร็จตามพระวจนะ ซึ่งตรัสผ่านทางอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะว่า
มธ. 4:15 “แคว้นเศบูลุนและแคว้นนัฟทาลี ที่อยู่บนทางไปยังทะเล และฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น กาลิลีของพวกต่างชาติ
มธ. 4:16 ประชาชนผู้นั่งอยู่ในความมืด ได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ และผู้ที่นั่งอยู่ในแดนและเงาแห่งความตาย ก็มีความสว่างส่องถึงพวกเขาแล้ว”
มธ. 4:12 เมื่อพระเยซูทรงทราบข่าวว่ายอห์นถูกจองจำแล้วพระองค์ก็เสด็จไปยังแคว้นกาลิลี
มธ. 4:13 แล้วทรงย้ายที่ประทับจากเมืองนาซาเร็ธไปที่เมืองคาเปอรนาอุม ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบในเขตของเผ่าเศบูลุนและนัฟทาลี
มธ. 4:14 เพื่อที่จะให้สำเร็จตามพระวจนะ ซึ่งตรัสผ่านทางอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะว่า
มธ. 4:15 “แคว้นเศบูลุนและแคว้นนัฟทาลี ที่อยู่บนทางไปยังทะเล และฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น กาลิลีของพวกต่างชาติ
มธ. 4:16 ประชาชนผู้นั่งอยู่ในความมืด ได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ และผู้ที่นั่งอยู่ในแดนและเงาแห่งความตาย ก็มีความสว่างส่องถึงพวกเขาแล้ว”
คำสอนขององค์พระเยซูคริสต์ได้ทรงส่องสว่างถ้อยคำแห่งหลักความจริง เพื่อส่องสว่างให้แก่มนุษย์ทั้งหลายที่อยู่ในอาณาจักรแห่งความมืด ให้พ้นจากความตายเนื่องจากบาปนิรันดร์ด้วยพระคุณของพระองค์
ยน. 1:4 พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์
1คร. 15:45 ดังที่เขียนไว้ว่า “มนุษย์ คนแรกคืออาดัม จึงเป็นผู้มีชีวิต” แต่อาดัมสุดท้ายนั้นเป็นวิญญาณผู้ประทานชีวิต
พระเยซูคริสต์คืออาดัมผู้ที่จะพระาชทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่ท่านทั้งหลายด้วยพระคุณของพระองค์ที่จะส่องสว่างไสวแก่มนุษย์ทั้งหลายที่เชื่อและวางใจในพระองค์ให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เอเมน
ยน. 1:4 พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์
1คร. 15:45 ดังที่เขียนไว้ว่า “มนุษย์ คนแรกคืออาดัม จึงเป็นผู้มีชีวิต” แต่อาดัมสุดท้ายนั้นเป็นวิญญาณผู้ประทานชีวิต
พระเยซูคริสต์คืออาดัมผู้ที่จะพระาชทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่ท่านทั้งหลายด้วยพระคุณของพระองค์ที่จะส่องสว่างไสวแก่มนุษย์ทั้งหลายที่เชื่อและวางใจในพระองค์ให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เอเมน
ขอบคุณสรรเสริญพระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงนำพี่น้องและข้าพเจ้าออกจากอาณาจักรแห่งความมืดของซาตานตัดโซ่ตรวนที่พี่น้องทั้งหลายตกเป็นทาสแห่งบาปนั้นมาเป็นไทในพระคริสต์ผู้อยู่ในอาณาจักรแห่งความสว่างนิรันดร์ของพระเจ้า
กจ. 26:18 ไปเปิดตาของพวกเขาเพื่อให้พวกเขาหันจากความมืดมาหาความสว่าง จากอำนาจของซาตานมาหาพระเจ้า เพื่อให้พวกเขาได้รับการอภัยบาป และมีส่วนอยู่ท่ามกลางคนที่ได้รับการชำระให้เป็นธรรมิกชนโดยความเชื่อในตัวเรา’
กจ. 26:18 ไปเปิดตาของพวกเขาเพื่อให้พวกเขาหันจากความมืดมาหาความสว่าง จากอำนาจของซาตานมาหาพระเจ้า เพื่อให้พวกเขาได้รับการอภัยบาป และมีส่วนอยู่ท่ามกลางคนที่ได้รับการชำระให้เป็นธรรมิกชนโดยความเชื่อในตัวเรา’
พระเยซูคริสต์ได้เปิดตาพพี่น้องทั้งหลายแล้วเปิดตาข้าพเจ้าด้วยให้พ้นมาจากอาณาจักแห่งความมืด เดินตามพระองค์ไปสู้อาณาจักรแห่งความสว่างไสวชั่วนิรันดร์ เอเมน
อสย. 43:8 จงนำประชาชนที่ตาบอดแต่ยังมีตา และที่หูหนวกแต่ยังมีหู ออกมา
2คร. 4:4 คือในกรณีของพวกเขา พระของยุคนี้ได้ทำให้ความคิดของคนที่ไม่เชื่อมืดมนไป เพื่อไม่ให้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ คือเรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้า
2คร. 4:5 เพราะว่าเราไม่ได้ประกาศตัวเอง แต่ประกาศว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และประกาศว่าตัวเราเองเป็นทาสของท่านทั้งหลายเพราะเห็นแก่พระเยซู
2คร. 4:6 เพราะว่าพระเจ้าผู้ตรัสว่าให้ความสว่างส่องออกมาจากความมืด ทรงส่องสว่างเข้ามาในใจของเรา เพื่อให้เรามีความสว่างแห่งความรู้ถึงพระสิริของพระเจ้า ที่ปรากฏบนพระพักตร์ของพระคริสต์
อสย. 43:8 จงนำประชาชนที่ตาบอดแต่ยังมีตา และที่หูหนวกแต่ยังมีหู ออกมา
2คร. 4:4 คือในกรณีของพวกเขา พระของยุคนี้ได้ทำให้ความคิดของคนที่ไม่เชื่อมืดมนไป เพื่อไม่ให้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ คือเรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้า
2คร. 4:5 เพราะว่าเราไม่ได้ประกาศตัวเอง แต่ประกาศว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และประกาศว่าตัวเราเองเป็นทาสของท่านทั้งหลายเพราะเห็นแก่พระเยซู
2คร. 4:6 เพราะว่าพระเจ้าผู้ตรัสว่าให้ความสว่างส่องออกมาจากความมืด ทรงส่องสว่างเข้ามาในใจของเรา เพื่อให้เรามีความสว่างแห่งความรู้ถึงพระสิริของพระเจ้า ที่ปรากฏบนพระพักตร์ของพระคริสต์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น