บรรพบุรุษแห่งความเชื่อ
ฮบ. 11:23 โดยความเชื่อ เมื่อโมเสสเกิดมา บิดามารดาจึงซ่อนท่านไว้ถึงสามเดือน เพราะเห็นว่าท่านเป็นเด็กน่ารัก และบิดามารดาของท่านไม่ได้กลัวคำสั่งของกษัตริย์เลย
ฮบ. 11:24 โดยความเชื่อ เมื่อโมเสสโตแล้ว ท่านไม่ยอมให้ใครเรียกท่านว่า เป็นบุตรของธิดากษัตริย์ฟาโรห์
ฮบ. 11:25 ท่านเลือกการร่วมทุกข์กับประชากรของพระเจ้าแทนการเริงสำราญชั่วคราวในบาป
ฮบ. 11:26 ท่านถือว่าความอับอายขายหน้าเพื่อพระคริสต์ล้ำค่ากว่าสมบัติทั้งหลายของอียิปต์ เพราะท่านเพ่งดูที่บำเหน็จที่จะได้รับนั้น
ฮบ. 11:27 โดยความเชื่อ ท่านจึงออกจากอียิปต์ โดยไม่ได้เกรงกลัวความกริ้วของกษัตริย์ ท่านสู้ทนประหนึ่งได้เห็นพระองค์ผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา
ฮบ. 11:28 โดยความเชื่อ ท่านถือปัสกาและพิธีประพรมเลือด เพื่อไม่ให้ทูตมรณะมาแตะต้องบุตรหัวปีของคนอิสราเอล
ในพระคัมภีร์ในฮีบรูบทที่11ทั้งบทนั้นพูดเรื่องของความเชื่อล้วนๆๆรวมถึงคำนิยามของความเชื่อด้วยเช่นกัน
ฮบ. 11:1 ความเชื่อคือความมั่นใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความแน่ใจในสิ่งที่มองไม่เห็น
นี่เป็นสิ่งที่มีสง่าราศีจริงๆๆด้วยพระคุณของพระคริสต์นี่เองพี่น้องทั้งหลายความเชื่อของพี่น้องจึงได้ตั้งมั่นคงอยู่ในพระเยซูคริสต์พระเจ้าองค์เที่ยงแท้
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่ไม่ปรากฎด้วยตาไม่ได้มองเห็นทางภายนอกแต่พี่น้องสัมผัสพระองค์ได้จากภายในวิญญาณของพี่น้องทั้งหลาย นี่คือความเที่ยงแท้แห่งพระริสต์ผู้ทรงพระชนย์อยู่แม้ว่าตัวพี่น้องเองในวันนี้จะไม่เคยเห็นพระเยซูคริสต์ด้วยตาก็ตามแต่เห็นพระองค์ด้วยความเชื่อแห่งตาใจนั่นเอง
ในฮีบรูตัวโมเสสเองนั้นยอมทิ้งความสุขสบายที่ไม่เที่ยงแท้มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกัยพี่น้องทั้งหลายที่เชื่อในพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ โมเสสมีความทรหดอดทนต่อความอับยศไร้ซึ่งชื่อเสียงลาภยศการสรรเสริญที่ไม่เที่ยง มาแสวงหาหนทางแห่งพระคริสต์ที่ประเสริฐกว่าและเที่ยงแท้นิรันกาลดร์ที่สุด
ในพระธรรมฮีบรูและในหลายที่ในพระคัมภีร์หากพี่น้องค้นอ่านดูจะพบว่ามีการจารึกชื่อชีวประวัติของบุคคลหลายท่านเอาไว้ พี่น้องในพระคริสต์เหล่านี้ได้เชื่อในพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นด้วยตาทางภายนอกเลย พี่น้องทุกท่านล้วนสละชีวิตที่สุขสบายทั้งชีวิตมาติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้ายอมสูญเสียทั้งชีวิตฝ่ายจิตและ่ายร่างกายในโลกนี้อย่างสิ้นเชิงมาดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณติดตามพระคริสต์ทั้งกลางวันและกลางคืน
โมเสสก็เช่นกันเพราะเห็นแก่พระเจ้ายอละทิ้งความสบายที่พระราชวังในฐานะหนึ่งในโอรสของกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินอียิปต์อันเกรียงไกร ตัวโมเสสเองนั้นเป็นถึงคนที่จะสามารถสืบทอดในอำนาจปกครองประเทศอียิปต์ต่อจากฟาโรห์องค์ก่อนได้เลย
แต่โมเสสได้เลือกที่จะมาใช้ชีวิตเป็นผู้รับใช้พระเจ้านำพาลูกแกะของพระองค์เพื่อเดินทางเข้าสู่แผ่นดินงามคะนาอันละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างมาร่วมสุขร่วมทุกข์กับพี่น้องชาวอิสราเอลทั้งหลายผู้เป็นชนชาติของพระเจ้า แทนที่ตัวโมเสสจะใช้ชีวิตที่สุขเกษมสำราญรื่นเริงอยู่ภายในพระราชวังของฟาโรห์
เพราะการละทิ้งความสุขสำราญชั่วคราวในอียิปต์มาเดินตามทางของพระคริสต์ด้วยความทรหดอดทนต่อความอับยศในโนโลกนี้ นี่เพราะโมเสสเห็นพระคริสต์นั้นประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติในท้องพระคลังของอียิปต์
สิ่งที่โมเสสหวังนั้นคือทรัพย์สมบัติในท้องพระคลังที่ไม่มีวันหมดสิ้นนิรันดร์กาลมากกว่านั่นก็คือบำเหน็จที่โมเสสจะได้จากพระเจ้าที่ตัวโมเสสเองได้เชื่อและปรนนิบัติอยู่นั่นเอง
ขอบคุณพระเจ้าเรื่องของโมเสสแห่งแผ่นดินอียิปต์กับพลไพร่อิสราเอลสอนพี่น้องในเรื่องความเชื่อไว้อย่างมาก
อียิปต์ในที่นี้นั้นเปรียบเหมือนโลกนี้การที่โมเสสเดินทางออกจากอียิปต์นั้นก็หมายถึงได้ตายจากโลกนี้อย่าสิ้นเชิงทิ้งชีวิตความต้องการ่ายเนื้อหนังไว้แล้วมาติดตามพระคริสต์ด้วยความเชื่ออย่างแท้จริงข้ามทะเลแดงนั่นก็คือรับบัพติสมาตายต่อตัวเก่าอย่างสิ้นเชิงมามีชีวิตใหม่คนใหม่ในป่ากันดารติดตามพระคริสต์ด้วยความเชื่อแม้ว่าจะทุข์ยากลำบากก็ตามทีแต่เป็นเพียงชั่วคราวในโลกนี้เท่านั้น สิ่งที่โมเสสและชาวอิสราเอลหวังไว้นั่นคือความเที่ยงแท้ในพระคริสต์การเข้าสู่แผ่นดินงามคะนาอันนั้นคือบำนาญที่พระเจ้าจะพระราชทานให้แก่ผู้เชื่อทั้งหลายชัวนิจนิรันดร์อย่างไม่มีวันจบสิ้น
ขอให้พี่น้องทั้งหลายจงตั้งมั่นคงในความเชื่อต่อองค์พระเยซูคริสต์อย่างถาวรนิรันดร์กาล เอเมน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น