วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

แม่น้ำแห่งชีวิต 2





วว.22:1 ทูตสวรรค์ยังได้ชี้ให้ข้าพเจ้าเห็น แม่น้ำแห่งชีวิตสายหนึ่ง ใสดุจแก้วผลึก ไหลออกมาจากพระที่นั่งของพระเจ้า และของพระเมษโปดก ลงมากลางถนนในเมืองนั้น.



วว.22:3 ไม่มีการสาปแช่งใดๆ อีกต่อไป. ในเมืองนั้น มีพระที่นั่งของพระเจ้า และของพระเมษโปดก และบรรดาผู้ทาสของพระองค์ จะปรนนิบัติพระองค์.



ทุกประเทศล้วนมีศูนย์กลาง. ศูนย์กลางของประเทศก็คือ เมืองหลวงของประเทศ อันเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง. กรุงเยรูซาเล็มใหม่ ก็มีศูนย์กลางเหมือนกัน นั่นคือพระที่นั่งของพระเจ้า พระผู้ไถ่ของเรา ซึ่งก็คือพระที่นั่งของพระเจ้า และของพระเมษโปดก (วว.22:1).



พระที่นั่งของพระเจ้า และของพระเมษโปดก ซึ่งเป็นพระที่นั่งเดียว ที่มีไว้สำหรับทั้งพระเจ้า และพระเมษโปดกนี้ เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าและพระเมษโปดก ทรงเป็นหนึ่งเดียวกัน - พระเมษโปดก - พระเจ้า หรือพระเจ้าพระผู้ไถ่. ในนิรันดร์กาล พระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่บนพระที่นั่ง ก็คือพระเจ้าพระผู้ไถ่ของเรา โดยมีแม่น้ำของน้ำแห่งชีวิต ไหลออกมาจากพระที่นั่งของพระองค์ สำหรับการหล่อเลี้ยง และความอิ่มหนำของเรา. นี่เป็นภาพบรรยายว่า พระเจ้าตรีเอกภาพ - พระเจ้า, พระเมษโปดก, และพระวิญญาณนั้น ผู้มีน้ำแห่งชีวิตเป็นสัญลักษณ์ - ทรงแจกจ่ายตัวของพระองค์ เข้าสู่เหล่าผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้ ภายใต้ฐานะประมุขของพระองค์ (ซึ่งถูกเปิดเผยเป็นนัยไว้ โดยอำนาจแห่งพระที่นั่ง) ในโลกนิรันดร์ได้อย่างไร. (Life-study of Revelation, pp. 739-740)





ในวิวรณ์บทที่ 22 เรามองเห็นพระที่นั่งที่พระเจ้า และพระเมษโปดกทรงประทับ (ข้อ 1, 3). คำกริยา "ประทับ" ในภาษาอังกฤษ ไม่ได้อยู่ในรูปพหูพจน์ แต่ข้าพเจ้าตั้งใจใช้รูปเอกพจน์ เนื่องจากพระเจ้า และพระเมษโปดกนั้นไม่ใช่สอง แต่เป็นหนึ่ง. พระเมษโปดกคือดวงประทีป และพระเจ้าก็คือ ความสว่างที่อยู่ในพระองค์ (21:23; 22:5). จากพระที่นั่งนั้น มีแม่น้ำของน้ำที่มีชีวิตไหลออกมา. พระเจ้าทรงเป็นเครื่องหมายเล็งถึง ผู้เนรมิตสร้าง ส่วนพระเมษโปดก เป็นเครื่องหมายเล็งถึง พระผู้ไถ่ที่ประทับบนพระที่นั่ง. จากพระที่นั่งที่พระเจ้า และพระเมษโปดกทรงประทับอยู่นั้น มีแม่น้ำของน้ำที่มีชีวิตไหลออกมา ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึง พระวิญญาณผู้เป็นผู้ให้บังเกิดใหม่. พระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง, พระเมษโปดกทรงไถ่, และพระวิญญาณผู้หลั่งไหลนั้น ทำให้บังเกิดใหม่.



ท่านจำต้องบอกคนบาปว่า พวกเขาสามารถรับสุขพระเจ้า เป็นผู้เนรมิตสร้างของเขา, รับสุขพระเมษโปดก เป็นพระผู้ไถ่ของเขา, และรับสุขน้ำแห่งชีวิต ซึ่งก็คือพระวิญญาณนั้น ผู้ทำให้บังเกิดใหม่. พวกเขาจะได้รับการบังเกิดใหม่ และการบังเกิดใหม่ของพวกเขา จะเป็นทางเข้าสู่การรับสุขที่ดีเลิศ, ครบสมบูรณ์, และอัศจรรย์. ข้าพเจ้าเชื่อว่าคนบาป จะสามารถเข้าใจสิ่งนี้....หากเราทำการ "ปรุง" เรื่องราวเหล่านี้ เราก็จะสามารถประกาศกิตติคุณที่ดีที่สุด ซึ่งมาแต่กรุงเยรูซาเล็มใหม่. (Elders' Training, Book 2: The Vision of the Lord's Recovery, pp. 66-68)



เราต้องสังเกตว่าในที่นี้ ไม่ได้มีสองพระที่นั่ง พระที่นั่งหนึ่งสำหรับพระเจ้า และอีกพระที่นั่งหนึ่ง สำหรับพระเมษโปดก. จากการใช้วิธีการพูด ตามขนบธรรมเนียม ในศาสนาคริสต์ การอ้างถึงพระเจ้า และพระเมษโปดกนั้น เป็นสองตัวตนที่แยกออกจากกัน แต่ประทับอยู่บนพระที่นั่งเดียวกัน. แล้วพระเจ้ากับพระเมษโปดก จะประทับอยู่บนพระที่นั่งเดียวกันได้อย่างไร? ทั้งสองพระองค์ ทรงประทับขนานกันหรือ? ใน วว.21:23 เราพบการเชื่อมโยง ที่จะให้คำตอบที่ถูกต้องแก่คำถามนี้. ในข้อนี้พระเจ้า ทรงเปรียบเหมือนความสว่าง ส่วนพระเมษโปดก ทรงเปรียบเหมือนดวงประทีป. ความสว่างกับดวงประทีปนั้น ไม่สามารถแยกออกจากกันได้; และก็ไม่สามารถอยู่ขนานกันได้ด้วย. ทว่าความสว่างนั้น ส่องสว่างออกมาจากภายในดวงประทีป. ดังนั้นพระเจ้าผู้เป็นความสว่าง ทรงอยู่ในพระเมษโปดกผู้เป็นดวงประทีป. พระเจ้าและพระเมษโปดก ไม่ได้ทรงประทับอยู่ข้างๆ กัน ทว่าพระเจ้าผู้นี้ ทรงอยู่ภายในพระเมษโปดก ผู้ทรงเป็นดวงประทีป และส่องสว่างออกมาผ่านพระองค์....ข้อเท็จจริงที่ว่าทั้งสองพระองค์ ทรงประทับอยู่บนพระที่นั่งเดียวกันนั้น บ่งชี้ว่าทั้งสองไม่ได้เป็นสอง แต่เป็นหนึ่งเดียวกัน.



พระองค์ผู้ทรงประทับอยู่บนพระที่นั่งนั้น เป็นทั้งพระเจ้าผู้เนรมิตสร้าง และพระเมษโปดกผู้ทรงไถ่. ดังนั้นเราสามารถเรียกพระองค์ว่า พระเจ้าพระเมษโปดก. นี่หมายความว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าพระผู้ไถ่. พระเจ้าพระผู้ไถ่นี้ ทรงอยู่บนพระที่นั่ง แห่งการบริหารของพระองค์ เพื่อพระองค์จะได้ทรงแจกจ่ายตัวของพระองค์เอง เข้าสู่ผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ทุกคน. (Life-study of Revelation, pp. 740-741)



ในประสบการณ์คริสเตียนของเรา สิ่งที่พิเศษเพียงสิ่งเดียว ควรจะเป็นพระที่นั่งของพระองค์ ผู้ตั้งพระประสงค์ และของพระองค์ผู้ทำการไถ่. พระที่นั่งเช่นนี้ จะต้องถูกตั้งขึ้นภายในเรา และสิ่งนี้ก็ควรจะเป็นศูนย์กลาง แห่งชีวิตคริสเตียนของเรา. นี่หมายความว่า เราได้ยอมรับพระเจ้า ผู้ตั้งพระประสงค์และ พระคริสต์ผู้ทำการไถ่มาเป็นประมุข, องค์พระผู้เป็นเจ้า, และอำนาจของเรา. เราควรจะยินดีที่จะสยบตัวเรา ต่อฐานะประมุขเช่นนี้. เราชื่นชมนมัสการพระองค์ เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเราก็ยึดพระองค์ เป็นอำนาจของเรา. เราให้พระองค์ทรงตั้งพระที่นั่งในตัวของเรา และในชีวิตคริสเตียนของเรา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น