อ่านพระคัมภีร์เพื่อความรู้จริงไม่ใช่สำนวนโวหาร เรื่องราวทั้งหมดในพระคัมภีร์ ต้องอ่านด้วยจิตวิญญาณของผู้เขียน พระคำภีร์คือพระคำของพระเจ้าการอ่านพระคัมภีร์ก็เสมือนเราได้ฟังพระเจ้าตรัสกับเราโดยตรง ดังนั้นเราต้องรู้จริงอย่างเข้าใจลึกซึ้งว่าพระเจ้าต้องการบอกอะไรแก่เราไม่ใช่อ่านผ่านๆๆแบบลวกๆๆหรืออ่านไปงั้นๆๆอันนี้ไม่ได้อะไรแน่ เราต้องอ่านด้วยวิญษณของเราคล่อยกลืนกินพระคำของพระเจ้า
การอ่านพระคัมภีร์เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือศรัทธาอื่นๆๆที่เขียนด้วยความศรัทธา และเขียนแบบซื่อๆหนังสือที่เขียนได้อย่างลึกซึ้งและเข้าใจยาก ดังนั้นการอ่านพระคำของพระเจ้าเราต้องถ่อมใจลงอธิษฐานของความเข้าใจจากพระเจ้าให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดตาใจของเราให้เข้าใจพระคำของพระองค์มากยิ่งขึ้นเพื่อเราจะได้เข้าใจน้ำพระทัยของพระองค์มากว่าความลึกซึ้งกินใจแบบไม่ได้ความเข้าใจอะไรเลยในพระคำของพระเจ้า.
อย่าสนใจว่าคนเขียนเป็นใคร เพราะนั่นคืออุปสรรคขัดขวางประโยชน์ที่จะได้รับ ไม่ว่าผู้เขียนจะมีความรู้มากหรือน้อยแค่ไหน จงให้ความรักแห่งองค์ความจริงเป็นผู้นำในการอ่าน อย่าถามว่าใครเป็นคนบอกให้เขียน แต่ควรสนใจเนื้อหาที่บันทึกไว้ บ่อยครั้งหลายครั้งเวลาสนทนาแบ่งปันพูดคุยกับพี่น้องที่รักในพระคริสต์แทนที่จะคุยกันเรื่องเนื้อหาของพระคำว่าพระเจ้าบอกอะไรกลับถามว่าใครเขียนเขียนเมื่อไรปีไหนตรงนี้วัดได้ว่าพี่น้องคนนั้นใส่ใจแค่ประวัติศาตร์พระคัมภีร์แต่ไม่ใส่ใจหรือสร้างความเข้าในในเนื้อหาของพระคำของพระเจ้าว่าพระองค์ประสงค์อะไรมีน้ำพระทัยอะไรทำให้ไม่ได้ความเข้าใจในพระคำของพระเจ้าในพระคัมภีร์
ศาสนาคริสต์ทุกวันนี้เป็นเพียงคำสั่งสอนไปแล้วหรือ แต่พระเยซูคริสต์ไม่ใช่ศาสนาท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่พระเจ้าไม่ได้สอนให้เราห้ามทำอะไรแต่พระเจ้าบอกเราให้เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าหากเราเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าเราก็ไม่ต้องถามว่าอะไรควรทำอะไรม่ควรทำเพราะเราเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้ว
การฟื้นฟูที่แท้จริงวันนี้ของพี่น้องคริสเตียนคือการอ่านพระคัมภีร์อย่างเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่ใช่ไปฟังสนุกสนานต่อการฟื้นฟูแบบปลอมๆๆสนุกสนานเอเมนอาเมนมั่วๆๆไปวันๆๆนั่นไม่ใช่น้ำพระทัยที่แท้จริงมาจากพระคำของพระเจ้า
วันนี้พี่น้องอ่านพระคัมภีร์กันหรือยัง......
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น