วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 102

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 102
ในการดำเนินชีวิตไปตามน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น พระเจ้าไม่ต้องการให้เรายึดติดในตัวผู้นำตัวบุคคลมากไปกว่าที่เราจะติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ในสภาพการณ์ของการตกต่ำของคริสตจักรในทุกวันนี้คริสเตียนจำนวนมากได้ยึดติดในตัวบุคคลแทนพระเจ้าเียแล้ว ติดตามคนที่มารับใช้พระเจ้าแทนพระเจ้าจนบางครั้งก็เกิดความเห็นผิดนึกว่าคนนั้นเป็นคนที่พระเจ้าให้ตะลันจนมีของพระราชทานและฤทธิ์เดชมากมายแต่ในที่สุดเมื่อการหลงในตัวเองจนขาดการเชื่อฟังพระเจ้า พระเจ้าก็ทดสอบผู้นั้นที่พี่น้องทั้งหลายหลงติดตามไม่ว่าจะทดสอบผ่านชื่อเสียงตำแหน่งลาภยศสรรเสริญ เงินทองและผู้หญิงเหมือนดั่งสมัยของกษัตริย์ดาวิดผู้หญิงใหญ่ เหมือนกับแซมซั่นที่ได้ของพระราชทานในเรื่องพลังมากมายมีฤทธิ์เดชมากมายนี่คือการเต็มล้นของฤทธิ์เดชภายนอก เหตุการณ์หลงลืมตัวและเชื่อมั่นในความคิดอารมณืความตั้งใจของผู้นำเหล่านี้ที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้านั้นพี่น้องก็ไม่ต้องผิดหวังเลยแต่ให้พี่น้องมีความหวังใจต่อองค์พระเยซูคริสต์เจ้าแต่เพียงผู้เดียว
บางครั้งพี่น้องก็ร้อนรนบางครั้งพี่น้องก็เย็นชาต่อการทรงเรียกร้องของพระเจ้าให้ดำเนินชีวิตไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ ในพระคัมภีร์พี่น้องจะเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงอนุญาติให้ซาตานได้ทดสอบผู้ที่เรียกว่าชอบธรรมและรักพระเจ้ามากว่าเมื่อถึงการทดสอบโดยการตีสอนในบางครั้งพี่น้องจะเชื่อฟังพระเจ้าอยู่ใหมจะดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอยู่ใหม
เพราะเหตุนี้เองพี่น้องจะหวังสิ่งใดได้นอกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงมีพระคุณพระเมตตาที่ยิ่งใหญ่แก่พี่น้องทั้งหลาย บ่อยครั้งพี่น้องจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ชอบบธรรม จากพี่น้องทั้งหลาย จากบทเพลงไพเราะ สิ่งเหล่านี้จะช่วยพี่น้องให้บรรเทาใจเพียงชั่วคราวแต่สิ่งที่เที่ยงแท้ถาวรนั้นคือการดำเนินชีวิตไปด้วยความเชื่อ ฟังพระเจ้าตามน้ำพระทัยของพระองค์ ด้วยความถ่อมใจอดทนอดกั้นต่อสิ่งรบเร้ายั่วเย้าในการดำเนินชีวิตภายในนั่นคือการดำเนินชีวิตไปตามการทรงนำพาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า ให้พระองค์นำพาพี่น้องไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ในแต่ละวัน
จากการที่มนุษย์โลกทั้งหลายในวันนี้ได้ตกต่ำอยู่ในความบาปอย่างมากมายนั้น ทำให้มนุษย์นั้นได้ถูกตัดขาดไปจากการสามัคคีธรรมกับองค์พระผู้เป็นเจ้าได้โดยตรงเหมือนในสมัยของอาดัมในสวนเอเดนนั้นเสียแล้ว
ด้วยเหตุนี้เองมนุษย์ทุกวันนี้ได้ดำเนินชีวิตโดยไม่มีพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ใช้ชีวิตแบบโง่เขลาไปตามความคิด อารมณื ความตั้งใจของตัวเองที่ได้รับมรดกบาปมาจากอาดัมที่กินผลไม้แห่งความรู้ดีชั่วไปนั้นสืบทอดตกมาจนถึงมนุษย์ทั้งหลายในทุกวันนี้
ในทุกวันนี้มนุษย์ที่ตกต่ำดำเนินชีวิตอยู่ในความบาปเพราะไม่มีความรู้และไม่รู้จักพระเจ้าองค์เที่ยงแท้อีกเลย แต่มนุษย์นั้นได้หันแหไปกราบไหว้บูชาสิ่งที่มนุษย์จินตนาการปั้นแต่งขึ้นมากราบไหว้รูปเคารพเหล่านี้เป็นที่สิ่งสถิตของวิญญาณชั่วมากมาย ที่ให้โทษแก่มนุษย์ทำให้มนุษย์ยิ่งตกต่ำและเสื่อมถอยห่างไปจากพระเจ้าลงไปเรื่อยๆๆ
การที่มนุษย์ไม่ร้จักองค์พระเจ้าองค์เที่ยงแท้นี้เองทำให้มนุษย์ได้ตกต่ำอยูในการดำเนินชีวิตภายใต้อาณาจักรของความมืดอาณาจักรของมารซาตานนั่นเอง สุดท้ายมนุษย์ก็ตกต่ำและตายไปด้วยความบาปที่ได้สะสมมาจากบรรพบุรุษย์ที่มั่นสุดท้ายของมนุษย์ทุกคนในการตายครั้งที่สองคือบึงไฟนรกนิรันดร์นั่นคือการบัพติสมาด้วยไฟนั่นเองที่พระเยซูคริสต์เจ้าจะให้แก่มนุษย์ทั้งหลายในที่สุด
นับเป็นข่าวดีของมนุษย์ที่ได้รับการเลือกสรรของพระเจ้าไว้แล้วก่อนวางรากสร้างโลก พระเจ้าได้ทรงส่งองค์พระผู้ช่วยผู้หนึ่งผู้ทาสแห่งความรอดนิรันดร์ของมนุษย์มาบังเกิดเป็นมนุษย์โลก พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระผู้ทาสผู้ช่วยแห่งความรอด ทรงเป็นพระผู้ช่วยแห่งความสว่างของมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ เอเมน
ยน. 8:12 พระเยซูตรัสกับพวกเขาอีกครั้งหนึ่งว่า “เราเป็นความสว่างของโลก คนที่ตามเรามาจะไม่ต้องเดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต”
สดด. 18:28 เพราะพระองค์ทรงจุดตะเกียงของข้าพระองค์ พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงทำความมืดของข้าพระองค์ให้สว่าง
1ปต. 2:9 แต่พวกท่านเป็นพงศ์พันธุ์ที่ทรงเลือกสรร เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นประชากรอันเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า เพื่อให้พวกท่านประกาศพระเกียรติคุณของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกพวกท่านให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์
ยน. 9:5 ตราบใดที่เรายังอยู่ในโลก เราก็เป็นความสว่างของโลก”
อฟ. 5:14 เพราะว่าทุกๆ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นความสว่าง ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่า คนที่หลับอยู่ จงตื่นขึ้น และจงเป็นขึ้นจากตาย แล้วพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน
พระเจ้าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นความสว่างของโลกทรงเสด็จมาบังเกิดในโลกนี้จากพระเจ้าองค์เที่ยงแท้มาเป็นองค์พระผู้ช่วยพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อส่องสว่างแก่ประชนมากมายที่ได้รับการเลือกสรรไว้แล้วจากพระเจ้าก่อนการวางรากสร้างโลกนั้น พระเจ้าได้ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายในวันนี้ที่กำลังตกต่ำลงไปเรื่อยในความผิดบาปอย่างมากขึ้นเรื่อยๆภายใต้เงาแห่งความตาย
มธ. 4:12 เมื่อพระเยซูทรงทราบข่าวว่ายอห์นถูกจองจำแล้วพระองค์ก็เสด็จไปยังแคว้นกาลิลี
มธ. 4:13 แล้วทรงย้ายที่ประทับจากเมืองนาซาเร็ธไปที่เมืองคาเปอรนาอุม ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบในเขตของเผ่าเศบูลุนและนัฟทาลี
มธ. 4:14 เพื่อที่จะให้สำเร็จตามพระวจนะ ซึ่งตรัสผ่านทางอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะว่า
มธ. 4:15 “แคว้นเศบูลุนและแคว้นนัฟทาลี ที่อยู่บนทางไปยังทะเล และฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น กาลิลีของพวกต่างชาติ
มธ. 4:16 ประชาชนผู้นั่งอยู่ในความมืด ได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ และผู้ที่นั่งอยู่ในแดนและเงาแห่งความตาย ก็มีความสว่างส่องถึงพวกเขาแล้ว”
คำสอนขององค์พระเยซูคริสต์ได้ทรงส่องสว่างถ้อยคำแห่งหลักความจริง เพื่อส่องสว่างให้แก่มนุษย์ทั้งหลายที่อยู่ในอาณาจักรแห่งความมืด ให้พ้นจากความตายเนื่องจากบาปนิรันดร์ด้วยพระคุณของพระองค์
ยน. 1:4 พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์
1คร. 15:45 ดังที่เขียนไว้ว่า “มนุษย์ คนแรกคืออาดัม จึงเป็นผู้มีชีวิต” แต่อาดัมสุดท้ายนั้นเป็นวิญญาณผู้ประทานชีวิต
พระเยซูคริสต์คืออาดัมผู้ที่จะพระาชทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่ท่านทั้งหลายด้วยพระคุณของพระองค์ที่จะส่องสว่างไสวแก่มนุษย์ทั้งหลายที่เชื่อและวางใจในพระองค์ให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เอเมน
ขอบคุณสรรเสริญพระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงนำพี่น้องและข้าพเจ้าออกจากอาณาจักรแห่งความมืดของซาตานตัดโซ่ตรวนที่พี่น้องทั้งหลายตกเป็นทาสแห่งบาปนั้นมาเป็นไทในพระคริสต์ผู้อยู่ในอาณาจักรแห่งความสว่างนิรันดร์ของพระเจ้า
กจ. 26:18 ไปเปิดตาของพวกเขาเพื่อให้พวกเขาหันจากความมืดมาหาความสว่าง จากอำนาจของซาตานมาหาพระเจ้า เพื่อให้พวกเขาได้รับการอภัยบาป และมีส่วนอยู่ท่ามกลางคนที่ได้รับการชำระให้เป็นธรรมิกชนโดยความเชื่อในตัวเรา’
พระเยซูคริสต์ได้เปิดตาพพี่น้องทั้งหลายแล้วเปิดตาข้าพเจ้าด้วยให้พ้นมาจากอาณาจักแห่งความมืด เดินตามพระองค์ไปสู้อาณาจักรแห่งความสว่างไสวชั่วนิรันดร์ เอเมน
อสย. 43:8 จงนำประชาชนที่ตาบอดแต่ยังมีตา และที่หูหนวกแต่ยังมีหู ออกมา
2คร. 4:4 คือในกรณีของพวกเขา พระของยุคนี้ได้ทำให้ความคิดของคนที่ไม่เชื่อมืดมนไป เพื่อไม่ให้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ คือเรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้า
2คร. 4:5 เพราะว่าเราไม่ได้ประกาศตัวเอง แต่ประกาศว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และประกาศว่าตัวเราเองเป็นทาสของท่านทั้งหลายเพราะเห็นแก่พระเยซู
2คร. 4:6 เพราะว่าพระเจ้าผู้ตรัสว่าให้ความสว่างส่องออกมาจากความมืด ทรงส่องสว่างเข้ามาในใจของเรา เพื่อให้เรามีความสว่างแห่งความรู้ถึงพระสิริของพระเจ้า ที่ปรากฏบนพระพักตร์ของพระคริสต์

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 101

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 101
การที่มนุษย์ทั้งหลายมีความเชื่อมั่นใจในตัวตนของตัวเองมากนั้นทำให้หันเหไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ดำเนินชีวิตที่ไม่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยสุดท้ายมนุษย์ก็ไปกราบไหว้บูชาเซ่นไหว้สิ่งที่มนุษย์เองปั้นมากับมือ บางครั้งแทนที่ได้ได้คุณกับได้โทษเหมือนที่ได้เห็นกันเกิดระเบิดที่ศาลจนตายกันมากมายนี่เพราะวิญญาณที่ชั่วร้ายได้ไปสิงสู่ในรูปเคารพนั้น ไม่ใช่สถานที่พระเจ้าสถิตอยู่จึงมีแต่การชั่วร้ายเกิดแก่มนุษย์มากมาย
พระเจ้าสถิตอยู่ที่ไหนที่นั่นก็มีแต่การจำเริญขึ้นบริบูรณ์ไปด้วยพระคุณที่มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ร่างกายของพี่น้องที่เชื่อในพระคริสต์นั้นคือพระวิหารของพระเจ้า พี่น้องที่รักท่านทั้งหลายเป็นวิหารของพระคริสต์เป็นที่สถิตอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พี่น้องที่รักท่านก็คือคริสตจักรของพระคริสต์อย่างแท้จริง ด้วยเหตุที่พี่น้องเป็นคริสตจักรของพระเจ้าเมื่อพี่น้องมาร่วมนมัสการด้วยกันจะสองคนสามคนก็มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยนี่คือคริสตจักรแท้ของพระเจ้า
ในยุคนี้เชื่อได้ว่าเป็นยุคพระคุณที่ครบถ้วนบริบูรณื เป็นยุคคริสตจักรที่ได้รับพระคณจากพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่ติดตามพระเจ้าด้วยความรักในพระคริสต์การทนทุกข์ยากลำบากฝ่ายเนื้อหนังในวันนี้เป็นบททดสอบความเชื่อที่พี่น้องมีต่องค์พระเยซูคริสต์ พี่น้องละทิ้งความสุขฝ่ายเนื้อหนัง ละทิ้งความปราถนาของอารมณื ความตั้งใจ ความรักชอบ มุ่งหน้าเข้าสู่การฝึกฝนทรหดอดทนต่อการติดตามพระคริสต์ ฝึกฝนการจำเริญชีวิตภายในอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้การรับสุขในพระคริสต์เป็นสิ่งที่พี่น้องทั้งหลายได้จากการติดตามองค์พระเยซูคริสต์เป็นการรับรู้เฉพาะตัวเท่านั้น สิ่งเหล่านี้คนที่ดำเนินชีวิตภยนอกนั้นไม่อาจสัมผัสได้เหมือนดังคนที่ดำเนินชีวิตภายในการสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์ สิ่งนี้เป็นของขวัญที่พระเจ้ามอบให้แก่พี่น้องที่สละชีวิตมาติดตามองค์พระเจ้า
สำหรับพี่น้องที่กำลังอยู่ในความยากลำบากนั้นนี่คือการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่พี่น้องได้รับเพื่อทดสอบดูว่าพี่น้องนั้นเชื่อในพระเจ้าแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ในอดีตผู้ที่รักพรเจ้าล้วนได้พบมาแล้วทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นโยบก็ดี โยเซฟก็ดี เปโตรก็ดี เปาโลก็ดี ล้วนเป็นผู้มีชัยชนะต่อความทุกข์ยากลำบากด้วยเห็นแก่พระเจ้าทั้งสิน มีผู้พ่ายแพ้เพราะการทดสอบก็มากมายไม่ว่าจะเป็นยูดาอัครสาวกผู้ทรยศต่อพระเจ้านี่ก็พ่ายแพ้ต่อหลักความเชื่ออย่างแท้จริง
ทั้งพระคัมภีร์เก่าและใหม่ล้วนสอนให้พี่น้องได้เห็นเป็นตัวอย่างในหลักความเชื่อที่แท้จริง พี่น้องเมื่อได้อ่านได้ไตร่ตรองแล้วก็จะสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นผู้มีชัยชนะหรือเลือกจะเป็นผู้พ่ายแพ้ต่อหลักความเชื่อ
ในหนังสือพระธรรมโรมนั้นเปาโลได้กล่าวไว้ถึงหลักการแห่งผู้มีชัยชนะเป็นหลักการแห่งความรอดที่ครบถ้วนสมบูรณือย่างแท้จริง
รม. 8:24 เพราะว่าเรารอดโดยความหวัง แต่ความหวังในสิ่งที่เราเห็นได้นั้นไม่ได้เป็นความหวังเลย ด้วยว่าใครเล่าจะยังหวังในสิ่งที่เขาเห็น
รม. 8:25 แต่ถ้าเราหวังว่าจะได้สิ่งที่ยังไม่เห็น เราจึงมีความอดทนคอยสิ่งนั้น
ในพระธรรมโรมเปาโลได้บอกว่าด้วยความเชื่อในสิ่งที่เรามองไม่เห็นแต่เราก็มีความหวังใจด้วยความเชื่อที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างแท้จริง พี่น้องที่รักนี่คือความมั่นใจแน่แท้ในสิ่งที่พี่น้องหวังไว้ ถึงแม้ว่าวันนี้พี่น้องจะไม่สามารถเห็นได้ด้วยตราของตัวเอง แต่พี่น้องและข้าพเจ้าก็มีความั่ใจด้วยการยืนยันที่หนักแน่นได้รับการรับรองจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนดังที่เปาโลเองก็ได้รับการพิสูจน์แล้วจากฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ เอเมน
ยรม. 17:7 “คนที่วางใจในพระยาห์เวห์ย่อมได้รับพระพร คือผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระยาห์เวห์
การวางใจในที่นี่คือพี่น้องได้เปิดตาใจยอมรับความจริงจากพระเจ้ายอมให้พระเจ้านำพาตัวพี่น้องในการดำเนินชีวิต ยอมเปิดจิตของพี่น้องต่อพระเจ้าองค์เที่ยงแท้พระองค์เดียว การเปิดใจคือการเปิดตา คือการเปิดจิตยอมรับว่ามีพระเจ้าองค์เที่ยงแท้เพียงหนึ่งเดียวที่พี่น้องไว้วางใจได้ไม่มีพระเจ้าอื่นใดเลย
อสย. 30:18 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ทรงรอคอยที่จะเมตตาท่าน เพราะฉะนั้น พระองค์จะทรงลุกขึ้นเพื่อกรุณาพวกท่าน เพราะพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าที่ยุติธรรม ทุกคนที่รอคอยพระองค์ก็เป็นสุข
พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและพระเมตตาพระองค์จะไม่ปล่อยให้พี่น้องที่รอคอยท่าพระองค์นั้นได้เก้ออย่างแน่นอน สำหรับพี่น้องที่รอคอยพระองค์จะได้รับสุขในพระองค์อย่างแน่นอน
มคา. 7:7 แต่สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะมองดูพระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าจะเฝ้าคอยพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงฟังข้าพเจ้า
มคา. 7:8 ศัตรูของข้าเอ๋ย อย่าเปรมปรีดิ์เย้ยข้าเลย เมื่อข้าล้มลง ข้าจะลุกขึ้นอีก เมื่อข้านั่งอยู่ในความมืด พระยาห์เวห์จะทรงเป็นความสว่างแก่ข้า
มคา. 7:9 ข้าพเจ้าจะทนต่อพระพิโรธของพระยาห์เวห์ เพราะว่าข้าพเจ้าทำบาปต่อพระองค์ ข้าพเจ้าจะทนจนกว่าพระองค์จะทรงแก้คดีของข้าพเจ้า และจะทรงตัดสินความเพื่อข้าพเจ้า พระองค์จะทรงนำข้าพเจ้าออกไปยังความสว่าง และข้าพเจ้าจะเห็นการช่วยกู้ของพระองค์
ทุกวันนี้พี่น้องได้รับความรอดที่นิรันดร์แล้วแต่สิ่งที่พี่น้องรอคอยนั้นคือการร่วมเป็นผู้มีชัยชนะที่จะรับสุขกับองค์พระเยซูคริสต์ พี่น้องต้องเตรียมตัวให้พร้องสรรพเหมือนดังเจ้าสาวที่รอคอยเจ้าบ่าวพี่น้องที่รักทั้งหลายท่านเป็นดุจเจ้าสาวของพระคริสต์ เอเมน
ลก. 2:25 มีชายคนหนึ่งในกรุงเยรูซาเล็มชื่อสิเมโอน เป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า ท่านคอยเวลาที่พวกอิสราเอลจะได้รับการปลอบโยนใจ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็สถิตกับท่าน
ลก. 2:26 พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสำแดงแก่ท่านว่าท่านจะไม่ตายจนกว่าจะได้เห็นพระคริสต์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ลก. 2:27 เมื่อสิเมโอนเข้าไปในบริเวณพระวิหารโดยการทรงนำของพระวิญญาณ และขณะที่บิดามารดานำพระกุมารเยซูเข้าไปเพื่อจะทำต่อพระกุมารตามธรรมเนียมของธรรมบัญญัตินั้น
ลก. 2:28 สิเมโอนเข้าไปอุ้มพระกุมาร และสรรเสริญพระเจ้าว่า
ลก. 2:29 “ข้าแต่องค์เจ้านาย บัดนี้ขอทรงให้ทาสของพระองค์ไปเป็นสุข ตามพระดำรัสของพระองค์
ลก. 2:30 เพราะว่าตาของข้าพระองค์ได้เห็นความรอดของพระองค์แล้ว
ลก. 2:31 ซึ่งพระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ต่อหน้าชนชาติทั้งหลาย
ลก. 2:32 เป็นความสว่างที่ส่องแก่คนต่างชาติ และเป็นศักดิ์ศรีของพวกอิสราเอลชนชาติของพระองค์”
พี่น้องที่รักวันนี้พี่น้องเป็นอิสราเอลใหม่เป็นชาวต่างชาติที่ได้รับพระคุณนี่คือข่าวดีคือข่าวประเสริฐที่พระเมตตาของพระเจ้าองค์เที่ยงแท้แผ่มาถึงพี่น้องและข้าพเจ้าแล้ว สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
1คร. 1:31 เพื่อให้เป็นไปตามคำเขียนไว้ว่า “ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า”
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้ข้าพเจ้าไม่สามารถอวดตัวข้าพเจ้าได้เลยเพราะข้าพเจ้าได้ตายแล้วบัดนี้ข้าพเจ้าจึงเป็นทาสในพระคริสต์อย่างแท้จริง ข้าพเจ้าจึงอวดได้ว่าข้าพเจ้าเป็นทาสของพระคริสต์พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ เอเมน
กท. 6:14 ข้าพเจ้าไม่ขออวดอะไรนอกจากเรื่องกางเขนของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ซึ่งโดยกางเขนนั้นโลกได้ตายจากข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ได้ตายจากโลก
พี่น้องที่รักท่านทั้งหลายและข้าพเจ้าได้ตายจากชีวิตเก่าชีวิตเนื้อหนังที่เต็มไปด้วยความบาปแท้บัดนี้พี่น้องและข้าพเจ้ามีชีวิตที่บังเกิดใหม่ด้วยพระคุณที่บริบูรณืด้วยพระเมตตา วันนี้พี่น้องทั้งหลายให้ท่านอวดไม้กางเขนของพระคริสต์ผู้ตรึงความบาปของพี่น้องไว้แล้วเมื่อสองพันปีก่อน บัดนี้พี่น้องที่รักทั้งหลายชีวิตใหม่ของพี่น้องจึงได้ได้ตายต่อตัวเก่าอย่างสิ้นเชิงมีชีวิตอยู่เพื่อพระคริสต์เท่านั้น เอเมน
1ยน. 5:5 ใครล่ะที่มีชัยเหนือโลก? ไม่ใช่ใครอื่น คือคนที่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 100

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 100
พี่น้องที่รักในพระคริสต์จงระมัดระวังตัวอย่าได้ผูกพันธ์ในเป็นการส่วนตัวกับใครจนเกินกว่าที่พี่น้องจะเหินห่างไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้า พี่น้องต้องติดสนิทผูกพันธ์ตัวของพี่น้องกับพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น มนุษย์นั้นอาจพาพี่น้องให้หลงและออกจากหนทางแห่งหลักความจริงของพระเจ้าไปได้
จิตของพี่น้องต้องเปิดต้อนรับแต่องค์พระเยซูคริสต์เพียงผู้เดียวคนสิ่งของสิ่งอื่นใดจะมาผูกสัมพันธ์กับตัวของพี่น้องไม่ได้เลย
พี่น้องอย่าได้ร่วมเทียมแอกเป็นเพื่อนกับคนที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ที่พาพี่น้องให้หลงทางผิดไปจากหนทางขององค์พระเยซูคริสต์ได้เลย พี่น้องต้องติดสนิทกับพระคริสต์และร่วมสามัคคีธรรมเกื้อกูลหนุนในพี่น้องที่รักในพระคริสต์ด้วยกันเพื่อให้อวัยทุกส่วนในพระกายของพระคริสต์นั้นได้ทำงานเชชื่อมโยงกันเป็นพระพรของพระคริสต์ในโลกนี้
ในภาวะที่พี่น้องเองก็อยู่ในหนทางที่ยากลำบากนี้พี่น้องต้องอธิษฐานขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเท่านั้น จิตของพี่น้องต้องเปิดออกต่อพระวิญญาณที่อยู่ในส่วนลึกของวิญญาณพี่น้องเองเพื่อให้พระวิญญาณนั้นได้นำพาพี่น้องอย่างเต็มที่และเป็นท่อพระพรที่จะหนุนใจต่อพี่น้องทั้งหลาย เอเมน
ความทุกข์ความยากลำบากการเจ็บป่วยไข้นั้นเป็นการตีสอนเป็นการทดสอบความเชื่อของพระเจ้าเป็นการเตือนจากพระเจ้าไม่ให้พี่น้องหหลงทางไปจากหลักความจริง พี่น้องที่รักทุกวันนี้พี่น้องอยู่ได้ด้วยพระคุณของพระเจ้า พี่น้องต้องสารภาพบาปกลับใจใหม่ต่อพระเจ้าสม่ำเสมอ อย่าได้เชื่อพึ่งในกำลังความมั่นใจของตัวพี่น้องเอง พี่น้องอย่าได้ฝากความหวังใจไว้กับใครผู้ใดเลยนอกจากพระเยซูคริสต์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่พี่น้องจะไว้วางใจทูลเรื่องราวทุกสิ่งต่อพระองค์เท่านั้น
สภษ. 1:22 “คนรู้น้อยเอ๋ย พวกเจ้าจะรักความรู้น้อยไปนานเท่าไร? คนที่ชอบเยาะเย้ยจะพอใจในการเยาะเย้ยไปนานเท่าไร? และคนโง่จะเกลียดความรู้นานเท่าไร?
สภษ. 1:23 จงหันมาสนใจคำตักเตือนของข้า นี่แน่ะ ข้าจะเทความคิดของข้าให้เจ้าทั้งหลาย ข้าจะให้ถ้อยคำของข้าแจ้งแก่พวกเจ้า
พระคำของพระเจ้าเป็นคำเตือนที่ศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ที่สุด มนุษย์ที่ตกต่ำในแผ่นดินโลกนี้ได้หันไปแสวงหาแต่คำล่อลวงนั้นจนขาดหลักความจริง ไม่มีวันใดที่พี่น้องหยุดหายใจเข้าออกใช่ใหมถ้าหยุดในวันใดนั่นคือหมดสิ้นลมหมดชีวิตจากโลกนี้เช่นเดียวกับพระคำของพระเจ้าคือชีวิตคริสเตียนที่พี่น้องต้องหายใจเข้าออกคิดถึงแต่องค์พระเยซูคริสเียงผู้เดียวเท่านั้น เอเมน
ฮชย. 14:1 โอ อิสราเอลเอ๋ย จงกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เจ้าสะดุดก็เพราะบาปผิดของเจ้า
อย่าปล่อยให้ความบาปที่พี่น้องกระทำได้สะสมเกาะในจิตของพี่น้องเลยจงสารบาปต่อพระเจ้าตลอดเวลา พี่น้องบังเกิดใหม่แล้วก็ตามแต่ธรรมชาติเชื้อฝ่ายเนื้อหนังยังต้องพึ่งในพระคุณของพระคริสต์ให้ขยับเข้ามาเปลี่ยนแปลงพี่น้องเองอย่างธรรมชาติไม่ใช่ด้วยกฎระเบียบมากมายกฎเกณ์ที่มนุษย์ได้ตั้งไว้นั่นเอง เอเมน
ยรม. 2:19 ความชั่วร้ายของเจ้าจะตีสอนเจ้าเอง และความไม่ซื่อสัตย์ของเจ้าจะตำหนิเจ้า เจ้าจงรู้และเห็นเถิดว่ามันเป็นความชั่วและความขมขื่น ที่ทอดทิ้งพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า และความยำเกรงเราไม่ได้อยู่ในเจ้าเลย” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายผู้ทรงเป็นจอมทัพตรัสดังนี้แหละ
มโนธรรมจะฟ้องร้องพี่น้องเองด้วยอำนาจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าที่อยู่กับพี่น้องตลอดเวลองค์อิมานูเอล พระเจ้าจะตีสอนพี่น้องที่ไม่สัตย์ซ่อต่อหลักความจริงไม่ดำเนินชีวิตที่สมกับเป็นผู้ชอบธรรมของพระคริสต์
รม. 3:9 ถ้าเช่นนั้นจะว่าอย่างไร? พวกยิวเราจะได้เปรียบกว่าหรือ? เปล่าเลยเพราะเราได้ชี้แจงให้เห็นแล้วว่า มนุษย์ทุกคนทั้งพวกยิวและพวกกรีกต่างก็อยู่ใต้อำนาจบาป
รม. 3:10 ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า “ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียวไม่มีเลย
รม. 3:11 ไม่มีคนที่เข้าใจ ไม่มีคนที่แสวงหาพระเจ้า
รม. 3:12 เขาทุกคนหลงผิดไปหมด พวกเขาเลวทรามเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย
รม. 3:13 ลำคอของพวกเขาคือหลุมฝังศพที่เปิดอยู่ เขาใช้ลิ้นของเขาในการล่อลวง พิษงูร้ายอยู่ใต้ริมฝีปากของเขา
รม. 3:14 ปากของพวกเขาเต็มด้วยคำแช่งด่าอันขมขื่น
รม. 3:15 เท้าของเขาว่องไวในการทำให้นองเลือด
รม. 3:16 ในทางเดินของเขามีความพินาศและความทุกข์
รม. 3:17 และเขาไม่รู้จักทางแห่งสันติสุข
รม. 3:18 เขาไม่เคยคิดจะยำเกรงพระเจ้า”
รม. 3:19 เรารู้แล้วว่า ธรรมบัญญัติทุกข้อที่ได้กล่าวนั้น ก็กล่าวแก่พวกที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ เพื่อปิดปากทุกคน และให้โลกทั้งหมดอยู่ใต้การพิพากษาของพระเจ้า
พี่น้องที่รักวันนี้พี่น้องรอดพี่น้องเป็นผู้ชอบธรรมพี่น้องได้รับความรอดพี่น้องได้รับการอภัยบาปจนหมดสิ้นก็ด้วยพระคุณของพระเยซูคริสต์พระบุตรหัวปีองค์เดียวของพระเจ้า พี่น้องไม่ได้รอดด้วยบทบัญญัติ กฎบัญญัติ พิธีบวงสรวงพิธีกรรมใดๆๆเลย วันนี้มีแต่พระคุณการช่วยให้รอดของพระคริสต์เท่านั้นเองที่พระองค์จะเปลี่ยนแปลงพี่น้องให้เป็นคนใหม่ในพระคริสต์ทั้งด้านชีวิตและนิสัยขอเพียงแต่พี่น้องสารภาพบาปต่อพระเจ้าตลอดเวลา เชื่อในพระคุณของพระเยซูคริสต์เท่านั้นก็พอเพียงแล้ว เอเมน
ทต. 3:5 พระองค์ก็ทรงช่วยเราให้รอด ไม่ใช่เพราะความชอบธรรมที่เราทำเอง แต่ด้วยพระเมตตาของพระองค์โดยผ่านการชำระให้บังเกิดใหม่และสร้างใหม่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์
ทต. 3:6 พระวิญญาณองค์นี้แหละที่พระเจ้าประทานให้แก่เราอย่างบริบูรณ์ผ่านทางพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา
ทต. 3:7 เพื่อว่าเมื่อเราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยพระคุณของพระองค์แล้ว ก็จะได้เป็นผู้รับมรดกตามที่หวังไว้คือชีวิตนิรันดร์

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 99

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 99
ผู้รับใช้ของพระคริสต์หลายคนได้ติดตามพระเยซูคริสต์มานั้นเพื่อเป็นคนจับคนแทนการจับปลา แทนการจับลาภยศการสรรเสริญ แทนการจับเกียรติยศชื่อเสียงตำแหน่งในโลกนี้ หลายคนดำเนินตามชีวิตแบบพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริง เอเมน
มก. 1:16 ขณะที่พระองค์เสด็จไปตามชายทะเลสาบกาลิลี ก็ทอดพระเนตรเห็นชาวประมงสองคน คือซีโมนและอันดรูว์น้องของซีโมน กำลังทอดแหอยู่ในทะเลสาบ
มก. 1:17 พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “จงตามเรามา เราจะตั้งพวกท่านให้เป็นผู้หาคนเหมือนหาปลา”
มก. 1:18 พวกเขาก็ละแหตามพระองค์ไปทันที
มก. 1:19 เมื่อพระองค์เสด็จต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง ก็ทอดพระเนตรเห็นยากอบบุตรเศเบดี กับยอห์นน้องชายของเขากำลังชุนอวนอยู่ในเรือ
มก. 1:20 พระองค์ทรงเรียกพวกเขาทันที พวกเขาจึงละเศเบดีผู้เป็นบิดาไว้ที่เรือกับพวกลูกจ้างแล้วตามพระองค์ไป
การเป็นผู้รับใช้พระเจ้านั้นมนุษย์เก่าที่ตกต่ำจากความบาปนั้นไม่ใช่เป็นผู้เลือกว่าจะเลือกรับใช้พระเจ้าเต็มเวลาหรือบางเวลา แต่เป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ก่อนวางรากสร้างโลกนี้เสียอีกว่าใครคนไหนที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้ให้เป็นผู้มารับใช้พระเจ้า จะรับใช้พระเจ้าเต็มเวลาหรือบางเวลา จะรับใช้พระเจ้าด้านไหนอย่างไร บางคนก็เป็นเพียงแค่คนงานของพระเจ้าเท่านั้นไม่ถึงกับเป็นผู้รับใช้พระเจ้าเลยเสียทีเดียว อย่างในอดีตพระเจ้าได้เลือกโมเซ และเลือกพี่ชายของโมเซคืออาโรนมาเป็นปากแทนโมเซให้นำพาชาวอิสราเอลไปสู่แผ่นดินงามคะนาอัน แต่สุดท้ายเพราะความไม่ฟังทั้งตัวโมเซและอาโรนต้องตายตกไปในป่ากันดารไม่สามารถข้ามเข้าไปสู่แผ่นดินคะนาอันได้สำเร็จ พระเจ้าจึงได้ทรงเลือกผู้รับใช้เสียใหม่คือโยโชวาให้นำพาชาวอิสราเอลเข้าสู่แผ่นดินงามคะนาอันได้สำเร็จในที่สุด
ผู้รับใช้พระเจ้าในยุคสมัยนี้เป็นแบบอาโรนและโมเซก็มากมาย พวกนี้เลือกรับใช้พระเจ้าด้วยการทรงเรียกจากพระเจ้าก็จริงแต่สุดท้ายเพราะความเชื่อมั่นในความคิด อารมณ์ และความตั้งใจตามชีวิตธรรมชาติของตัวเองนั้น ไม่ได้เชื่อฟังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ตลอดเวลาสุดท้ายก็ถูกพระเจ้าเรียกคืนไปก่อนเวลาอันสมควร ส่วนโยโชวานั้นตลอดเวลาแห่งการรับใช้พระเจ้านั้นเชื่อฟังพระวิญญาณนั้นตลอดเวลาให้พระวิญญาณนำพาตลอดไม่ยอมให้ความคิดอารมณ์และความตั้งใจของตัวเองมาตัดสินแทนพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ให้เนื้อหนังมานำหน้าชีวิตฝ่ายวิญญาณเลยสักครั้งเดียว
พี่น้องที่รักวันนี้หากกระแสเรียกร้องพี่น้องให้ออกมาเป็นคนที่พระเจ้าให้รับใช้ในการประกาศในการเลี้ยงดูพี่น้องพี่น้องจงเลียนแบบผู้รับใช้พระเจ้าที่ละอวนทันทีวางงานที่ล้นมือลงละทิ้งการจับปลาที่เปื่อยเน่าได้ไม่มีความเที่ยงแท้ไม่มีชีวิตที่นิรันดร์ การจับคนแทนจับปลานั้นพระเจ้าได้ทรงเรียกพี่น้องให้มาดูแลพลไพร่ของพระเจ้ามาตามติดฝูงแกะของพระเจ้า ที่ได้หลงหายไปให้กับคืนมาสู่พระอาณาจักรนิรันดร์ของพระองค์ บำเหน็จที่พี่น้องจะได้ทันทีนั้นคือการสรรเสริญมาจากเหล่าบรรดาฑูตสวรรค์และเหล่าบรรดาแกะที่พี่น้องเลี้ยงดูให้อุดมสมบูร์นั่นเอง
พี่น้องที่รักวันนี้ท่านได้อยู่ในฐานะผู้เลี้ยงดูฝูงแกะของพระเจ้า พี่น้องได้ถูกเลือกสรรจากพระเจ้าให้มารับใช้ปรนนิบัติคนของพระเจ้า ขอให้พี่น้องได้สร้างเสริมพี่น้องทั้งหลายให้เข้าสู่หลักความจริงและดำเนินชีวิตที่รับสุขในคริสตจักรบ้านและอาณาจักรสววรค์ในโลกนี้ด้วยความรักด้วยความจริงใจและด้วยความเมตตา
พี่น้องผู้รับใช้พระเจ้าทั้งหลายอย่าได้เป็นดั่งคนหน้าซื่อใจคตหรือเป็นคนสองมาตราฐาน เพราะในอาณาจักรของพระคริสต์นี้ทุกคนล้วนเป็นพี่น้องทั้งหลายที่คลานตามองค์พระเยซูคริสต์มาได้รับความรอดเพราะพระคริสต์ทรงเป็นบุตรหัวปีของพระเจ้านั่นเอง
อย่าทำงานรับใช้ด้วยความคิดอารมณืความตั้งใจด้วยท่าทีของเนื้อหนังของพี่น้องเลย แต่จงรับใช้พระเจ้าอ้วยท่าทีที่ถ่อมใจลงนอบน้อมดังผู้ทาสของพระเจ้าพร้อมที่จะปรนนิบัติพี่น้องดั่งปรนนิบัติพระคริสต์ในวันนี้
กจ. 2:38 เปโตรจึงกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า “จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูคริสต์ให้หมดทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านทั้งหลาย แล้วพวกท่านจะได้รับของพระราชทานคือพระวิญญาณบริสุทธิ์
กจ. 2:39 เพราะว่าพระสัญญานั้นตกแก่ท่านทั้งหลายกับลูกหลานของพวกท่านด้วย และแก่ทุกคนที่อยู่ไกล คือทุกคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทรงเรียกให้มาเฝ้า”
กจ. 2:40 เปโตรจึงกล่าวอีกหลายเรื่องเป็นพยานและเตือนสติพวกเขาว่า “จงเอาตัวรอดจากชาติพันธุ์ที่คดโกงนี้เถิด”
กจ. 2:41 คนทั้งหลายที่รับถ้อยคำของเปโตรก็รับบัพติศมา ในวันนั้นมีคนเข้าเป็นสาวกประมาณสามพันคน
กจ. 2:42 เขาทั้งหลายอุทิศตัวเพื่อฟังคำสอนของบรรดาอัครทูตและร่วมสามัคคีธรรม รวมทั้งหักขนมปังและอธิษฐาน
พี่น้องที่รักทั้งจงเชื่อฟังและนอบน้อมต่อผู้รับใช้ที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรเถิด จงฟังคำสอนที่ตรงกับหลักความจริงในพระคำของพระเจ้า จงฟังคำพยานและการเตือนสติไม่ให้พี่น้องได้ล่มหลงไปจากหนทางแห่งความเที่ยงแท้นี้
และสุดท้ายขอให้พี่น้องจงอุทิศเวลาฟังคำสอนของพี่น้องผู้ปรนนิบัติที่จะมาหล่อเลี้ยงพี่น้องให้เติบโตในชีวิตคริสเตียนที่แบ่งแยกบริสุทธิ์เพื่องค์พระเยซูคริสต์อย่างแท้จริง
1คร. 11:20 เมื่อท่านทั้งหลายมาชุมนุมพร้อมกันนั้น จึงไม่ใช่การกินในงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้า
1คร. 11:21 เพราะว่าในการกินอาหารนั้น แต่ละคนต่างกินอาหารของตนก่อน บ้างก็ยังหิวอยู่ และบ้างก็เมา
1คร. 11:22 อะไรกันนี่ พวกท่านไม่มีบ้านที่จะกินและดื่มหรือ? หรือว่าท่านดูหมิ่นคริสตจักรของพระเจ้า และสร้างความอับอายให้กับคนที่ขัดสน จะให้ข้าพเจ้าพูดอย่างไร? จะให้ชมพวกท่านหรือ? ข้าพเจ้าไม่ขอชมท่านในเรื่องนี้เลย
พี่น้องที่รักจงเกื้อกูลซึ่งกันและกันจงมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสริมสร้างซึ่งกันและกันในหลักความจริง อย่าให้แต่ละคนอวดตัวเองมากกว่าอวดองค์พระผู้เป็นเจ้าจงจำไว้ว่าเราเป็นอวัยวะเดียวมีพระคริสต์เจ้าทรงเป็นศรีบะของเราทั้งหลาย อย่าให้ต่างคนต่างกินและดื่มอย่างรีบเร่งจนลืมพี่น้องอีกหลายคนที่ยากจนเลย ขอให้พี่น้องจงทำทุกสิ่งเหมือนที่พระเยซูคริสต์ทรงทำไว้ในโลกนี้นั่นคือชีวิตที่เสริมสร้างซืึงกันและกันร่วมรับใช้พระเจ้ารับใช้พี่น้องด้วยความรักไม่ใช่ด้วยบทบาทหน้าที่หรือเพราะเป็นอาชีพ ในพระคริสต์แล้วไม่มีอาชีพมีแต่ผู้ทาสของพระคริสต์เท่านั้น เอเมน
2ทธ. 4:2 จงประกาศพระวจนะ จงทำอย่างขะมักเขม้นทั้งในขณะที่คนสนใจและไม่สนใจ จงชักชวน ตักเตือน และหนุนใจ ด้วยความอดทนและด้วยการสั่งสอนอย่างเต็มที่

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 98

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 98
พี่น้องที่รักพระเยซูคริสต์ทรงสอนท่านให้รักเพื่อบ้านเหมือนรักตนเอง
ในฐานะที่พี่น้องได้สวมทับชีวิตและพระวิญญาณของพระเจ้าที่ผ่านการตรีเอกภาพจากการรับบัพติสมานั้น ด้วยพระคุณการช่วยให้รอดพี่น้องต้องสำแดงความรักต่อเพื่อนบ้าน ศตรูและมิตรสหายของท่าน พี่น้องต้องกระทำการดีต่อเขาทุกเรื่องราว ต้องอธิษฐานภาวนาต่อเขาทุกครั้งนี่คือสิ่งที่พี่น้องจะสำแดงพระคริสต์ออกมาจากตัวของพี่น้องเอง เพื่อเป็นพยานที่ดีและมีชีวิตอยู่
ลก. 10:27 เขาทูลตอบว่า “พวกท่านจงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่านด้วยสุดใจของท่าน ด้วยสุดจิตของท่าน ด้วยสุดกำลังของท่าน และด้วยสุดความคิดของท่าน และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ”
กท. 6:10 เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อทุกคน และเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อคนที่เป็นสมาชิกของครอบครัวแห่งความเชื่อ
การที่พี่น้องบอกว่ารักพระเจ้าเชื่อในพระคุณความรอดของพระคริสต์ พี่น้องก็ต้องรักเพื่อนบ้าน รักศัตรู รักคนที่พระองค์ทรงสร้างนั้นก็เพื่อแสดงให้เ็นว่าทุกคนในโลกนี้ล้วนเป็นคนที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรให้มาผู้กพันธ์กับพี่น้องดั่งลูกแกะหลงหายที่พี่น้องต้องนำกลับมาสู่พระอาณาจักรของพระคริสต์ หลายคนมาวาระที่พระเจ้าได้วางไว้แล้วในขั้นตอนของชั่วชีวิตที่เขาเหล่านั้นจะกลับมาสู่ดินแดนของพระสัญญาคะนาอันใหม่ของพระเยซูคริสต์
พี่น้องปฎิบัติอย่างสุดจิตสุดใจต่อพระเจ้าพระเยซูคริสต์อย่างไรก็ต้องปฎิบัติต่อเพื่อนบ้าน ต่อมิตร ต่อศัตรูของพี่น้องเช่นเดียวกับที่กระทำต่อพระเจ้าด้วยเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ให้พี่น้องต้องกระทำดีต่อทุกๆคนอย่าละเว้นอย่าเลือกปฎิบัติ และต่อพี่น้องที่หลงหายตกต่ำลงไปพี่น้องต้องเยียวยาฟื้นฟูพี่น้องเหล่านี้กลับคืนมาสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า
ลก. 15:1 ในเวลานั้นบรรดาคนเก็บภาษีและพวกคนบาปเข้ามาใกล้เพื่อจะฟังพระองค์
ลก. 15:2 พวกฟาริสีและพวกธรรมาจารย์ก็บ่นว่า “คนนี้ต้อนรับคนบาปและกินด้วยกันกับเขา”
ลก. 15:3 พระเยซูจึงตรัสอุปมาต่อไปนี้ให้พวกเขาฟังว่า
ลก. 15:4 “ใครในพวกท่านที่มีแกะร้อยตัวและตัวหนึ่งหลงหายไป จะไม่ทิ้งเก้าสิบเก้าตัวนั้นไว้ที่กลางทุ่งหญ้าแล้วออกไปตามหาตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะพบหรือ?
ลก. 15:5 และเมื่อพบแล้ว เขาจะยกขึ้นใส่บ่าแบกมาด้วยความชื่นชมยินดี
ลก. 15:6 เมื่อมาถึงบ้าน เขาก็เชิญมิตรสหายและเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน แล้วพูดกับพวกเขาว่า ‘มาร่วมยินดีกับข้า เพราะข้าพบแกะของข้าที่หายไปนั้นแล้ว’
ลก. 15:7 เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในทำนองเดียวกัน จะมีความชื่นชมยินดีในสวรรค์เรื่องคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเรื่องคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ยอมกลับใจ
แม้แต่พระเยซูยังต้อนรับคนบาปทั้งหลายให้กลับใจเสียใหม่ พี่น้องที่รักท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกันเป็นคนบาปที่ได้กลับใจใหม่แล้วเพราะพระเยซูคริสต์ใช่ใหม แล้ววันนี้พี่น้องจะไม่ระลึกถึงพระคุณที่พี่น้องได้รับจากพระคริสต์เลยหืออย่างไร พี่น้องที่รักคนเก็บภาษีคนที่ไม่ชอบธรรมหลายคนที่มาเชื่อสารภาพบาปกลับใจใหม่ต่อพระคริสต์ ก็ยังดีกว่าพวกที่อ้างว่าตัวเองชอบธรรมมือถือสากปากถือศีลอีกหลายคนที่ไม่ถ่อมใจกลับใจใหม่จำนนต่อพระคุณการช่วยให้รอดต่อความบาปของพระคริสต์ เอเมน
ลก. 15:8 “หญิงคนใดที่มีเหรียญเงินสิบเหรียญและเหรียญหนึ่งหายไป จะไม่จุดตะเกียงกวาดบ้านค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนกว่าจะพบหรือ?
ลก. 15:9 เมื่อพบแล้วนางจะเชิญมิตรสหายและเพื่อนบ้านมาพร้อมกัน แล้วพูดกับพวกเขาว่า ‘มาร่วมยินดีกับฉัน เพราะฉันพบเหรียญเงินที่หายไปนั้นแล้ว’
ลก. 15:10 ในทำนองเดียวกัน เราบอกท่านทั้งหลายว่า จะมีความชื่นชมยินดีท่ามกลางพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้าเรื่องคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่”
คนส่วนใหญ่เมื่อทำเหรียญหายไปหนึ่งเหรียญก็ไม่สนใจ แต่สำหรับคนที่รู้คุณค่าของของเหรียญที่หายไปแม้แต่เหรียญเดียวก็จะตามหามาเติมเต็มให้ครบถ้วนบริบูรณ์ คนในโลกนี้หลายคนเป็นผู้ที่พระเจ้าได้เลือกสรรไว้ก่อนวางรากสร้างโลกนี้แล้ว พี่น้องที่รักคนบาปคนไม่ชอบธรรมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่หลงหายไปเมื่อกลับคืนมาสู่พระอาณาจักรของพระคริสต์ก็ได้รับการต้อนรับด้วยความชื่นชมยินดีเหมือนคนที่เจอเหรียญจนครบถ้วนบริบูรณ์สามารถนำเงินเหรียญนี้ไปซื้อของที่ต้องจ่ายให้ครบตามจำนวนเหรียญที่ครบไม่ขาดหายสักเหรียญเดียวเลย พี่น้องที่รักท่านมีเหรียญที่หายไปหรือไม่จงหาเหรียญที่หายไปนั้นให้พบเพื่อที่ท่านจะได้มีครบถ้วนบริบูรณ์และได้ร่วมชื่นใจชื่นชมยินดีต่อเหรียญที่หายไปนี้เมื่อได้หาพบแล้วนำกลับมา เอเมน
อฟ. 2:17 พระองค์ทรงมาประกาศสันติภาพแก่พวกท่านที่อยู่ไกล และแก่บรรดาคนที่อยู่ใกล้
พระเยซูคริสต์มาในโลกนี้เพื่อมาตามหาแกะที่หลงหาย เพื่อมาตามหาเหรียญที่หายไป เพื่อมาตามหาคนบาป คนที่ไม่ชอบธรรม เพราะพระเจ้านั้นได้เลือกสรรไว้แล้วก่อนวางรากสร้างโลกนี้ ไม่ว่าไกลหรือใกล้แค่ไหนพระองค์ก็จะต้องตามหาให้พบนี่ไม่ใช่ภาระกิจ นี่ไม่ไม่ใช่หน้าที่แต่เป็นพระคุณของพระเจ้า เอเมน
อสย. 57:19 ทั้งสร้างผลของริมฝีปาก สันติภาพ สันติภาพแก่คนไกลและแก่คนใกล้ และเราจะรักษาเขาให้หาย” พระยาห์เวห์ตรัส
พี่น้องที่รักพระเจ้าได้บรรจุพระคำแห่งชีวิตไว้ในปากของพี่น้องพระเจ้าได้เติมเต็มพระคำที่มีชีวิตที่ครบถ้วนบริบูรณ์นี้ เพื่อให้พระคำแห่งชีวิตนี้ได้เต็มล้นหลั่งไหลออกมาดุจน้ำพุแห่งชีวิตนำพาคนไกลคนใกล้ที่พระเจ้าเลือกสรรไว้แล้วกับคืนมาเพื่อพบสันติสุขในชีวิตตลอดไปชั่วนิจนิรันดร์กาล เอเมน
2คร. 5:21 พระเจ้าทรงทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์
พระเจ้ายอมลดตัวลงมาเป็นมนุษย์คนบาปเพื่อช่วยมนุษย์ทั้งหลายข้าพเจ้าและพี่น้องทั้งหลายก็ล้วนเป็นคนบาปทั้งสิ้นที่ได้รับพระคุณจากพระเจ้าพระเยซูคริสต์ยอมแบกรับความบาปไปตรึงตายยอมเสียเลือดอันชอบธรรมของพระคริสต์เพื่อไถ่ข้าพและพี่น้องออกมาจากความบาปที่นิรันดร์ให้พี่น้องทั้งหลายได้กลายเป็นคนชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าเพื่อที่พี่น้องทั้งหลายจะพบและมีชีวิตนิรัดร์ เอเมน

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 97

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 97
การมอบถวายที่ยิ่งใหญ่นั้นคือการถวายเครื่องบูชาที่มีชีวิตอยู่ ในยุคก่อนพระบัญญัตินั้นอับราฮามได้ถวายยิศฮาคแก่พระเจ้าด้วยความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ของตัวท่านจึงมอบถวายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความเชื่อความรักที่ยิ่งใหญ่ต่อพระเจ้า
ปฐก. 22:1 ต่อมาพระเจ้าทรงทดลองอับราฮัม และตรัสกับท่านว่า “อับราฮัม” ท่านทูลว่า “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่”
ปฐก. 22:2 พระองค์ตรัสว่า “จงพาบุตรของเจ้าคืออิสอัค บุตรคนเดียวของเจ้าผู้ที่เจ้ารัก ไปยังดินแดนโมริยาห์ และถวายเขาที่นั่นเป็นเครื่องบูชา บนภูเขาลูกหนึ่งซึ่งเราจะบอกแก่เจ้า”
ปฐก. 22:3 อับราฮัมจึงลุกขึ้นแต่เช้ามืด ผูกอานลาของท่านพาคนใช้หนุ่มไปกับท่านด้วยสองคนกับอิสอัคบุตรของท่าน ท่านตัดฟืนสำหรับเครื่องบูชา แล้วเดินทางไปยังที่ซึ่งพระเจ้าทรงบอกแก่ท่าน
ปฐก. 22:6 อับราฮัมเอาฟืนสำหรับเครื่องบูชาใส่บ่าอิสอัคบุตรชาย มือถือไฟและมีด แล้วพ่อลูกไปด้วยกัน
ปฐก. 22:7 อิสอัคพูดกับอับราฮัมบิดาว่า “พ่อ” และท่านตอบว่า “ลูกเอ๋ย พ่ออยู่นี่” ลูกจึงว่า “นี่ไฟและฟืน แต่ลูกแกะสำหรับเครื่องบูชาอยู่ที่ไหน?”
ปฐก. 22:8 อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย พระเจ้าจะทรงจัดหาลูกแกะสำหรับพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา” ทั้งสองก็เดินต่อไปด้วยกัน
ปฐก. 22:9 เมื่อเขาทั้งสองมาถึงที่ซึ่งพระเจ้าตรัสบอกเขาไว้ อับราฮัมก็สร้างแท่นบูชาที่นั่น เรียงฟืนเป็นระเบียบ แล้วมัดอิสอัคบุตรชายวางไว้บนแท่นบูชาบนฟืน
ปฐก. 22:10 แล้วอับราฮัมก็ยื่นมือจับมีดจะฆ่าบุตรชาย
ปฐก. 22:11 แต่ทูตของพระยาห์เวห์เรียกเขาจากฟ้าสวรรค์ว่า “อับราฮัม อับราฮัม” และท่านตอบว่า “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่”
ปฐก. 22:12 ทูตสวรรค์ว่า “อย่าแตะต้องเด็กนั้น อย่าทำอะไรเขาเลย เพราะบัดนี้เรารู้แล้วว่าเจ้ายำเกรงพระเจ้า และเจ้าไม่ได้หวงบุตรชายคือบุตรชายคนเดียวของเจ้าไว้จากเรา”
ปฐก. 22:13 อับราฮัมเงยหน้าขึ้นมองดู เห็นข้างหลังท่านมีแกะผู้ตัวหนึ่ง เขาของมันติดอยู่ในพุ่มไม้ทึบ อับราฮัมก็ไปจับแกะตัวนั้นมาถวายเป็นเครื่องบูชาแทนบุตรชาย
ปฐก. 22:14 อับราฮัมจึงเรียกสถานที่นั้นว่า ยาห์เวห์ยิเรห์ อย่างที่เขาพูดกันทุกวันนี้ว่า “ทรงจัดไว้ให้บนภูเขาของพระยาห์เวห์”
มาในสมัยเอโนสก็มอบถวายช่วงเวลาสามร้อยปีสุดท้ายของชีวิตนั้นให้แก่พระเจ้าทั้งวันทั้งคืนร่วมดำเนินชีวิตไปกับองค์พระผู้เป็นเจ้า
ปฐก. 5:21 เอโนคอยู่มาได้ 65 ปี จึงมีบุตรชื่อเมธูเสลาห์
ปฐก. 5:22 หลังจากเอโนคมีบุตรคือเมธูเสลาห์แล้ว ก็ดำเนินกับพระเจ้า 300 ปี และมีบุตรชายหญิงอีกหลายคน
ปฐก. 5:23 รวมอายุของเอโนคได้ 365 ปี
ปฐก. 5:24 เอโนคดำเนินกับพระเจ้าแล้วก็หายไปเพราะพระเจ้าทรงรับเขาไป
ในสมัยพันธสัญญาใหม่การถวายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นคือการมอบถวายตัวของพระเยซูคริสต์เองเป็นเครื่องบูชาที่ยิ่งใหญ่ ด้วยเหตุนี้เองพี่น้องที่รักทั้งหลายท่านจึงได้รับพระคุณจากพระโลหิตอันประเสริฐและการตรึงร่างกายของความบาปของท่านไว้ร่วมกับพระเยซูคริสต์แล้ว
มธ. 27:33 เมื่อมาถึงที่หนึ่งซึ่งเรียกว่ากลโกธา แปลว่าที่กะโหลกศีรษะ
มธ. 27:34 เขาทั้งหลายเอาเหล้าองุ่นผสมกับของขมมาถวายพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงชิมแล้วก็ไม่เสวย
มธ. 27:35 เมื่อตรึงพระองค์ที่กางเขนแล้ว พวกเขาก็เอาฉลองพระองค์มาจับฉลากแบ่งกัน
มธ. 27:36 แล้วก็นั่งเฝ้าพระองค์อยู่ที่นั่น
มธ. 27:37 และพวกเขาเอาข้อความที่เป็นข้อหาลงโทษพระองค์ไปติดไว้เหนือพระเศียร ซึ่งอ่านว่า “คนนี้คือเยซู กษัตริย์ของชนชาติยิว”
มธ. 27:38 เวลานั้น เขาเอาโจรสองคนตรึงไว้พร้อมกับพระองค์ ข้างขวาคนหนึ่งข้างซ้ายคนหนึ่ง
พี่น้องที่รักวันนี้ในฐานะที่ท่านเป็นปูโรหิตหลวงอันบริสุทธิ์ท่านได้มอบถวายอะไรที่ยิ่งใหญ่ให้กับองค์พระผู้เป็นเจ้าหรือยัง
1ปต. 2:5 และพวกท่านเองเป็นดังศิลาที่มีชีวิต จงรับการสร้างขึ้นเป็นพระนิเวศฝ่ายวิญญาณ เพื่อเป็นปุโรหิตบริสุทธิ์ เพื่อถวายเครื่องบูชาฝ่ายวิญญาณ อันเป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์
พี่น้องที่รักในพระคริสต์การแบ่งแยกบริสุทธิ์สำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นคือการถวายที่ยิ่งใหญ่แล้วตลอดสัปดาห์พี่น้องได้สวมใส่เสือคำว่าคริสเตียนเป็นพยานที่มีชีวิตอยู่ตลอดเวลานี่ก็คือการแบ่งแยกที่บริสุทธิ์ถวายที่ยิ่งใหญ่แก่พระคริสต์ ไม่ปข้องแวะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวไร้สารและไม่เที่ยงแท้ทางโลกเลย
และที่สุดการถวายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตคริสเตียนฝ่ายวิญญาณนั้นก็คือการมอบถวายตัวออกมารับใช้ติดตามองค์พระเยซูคริสต์เพื่อนำลูกแกะหลงทางของพระเจ้ากลับคืนมาสู่พระอาณาจักรนิรันดร์ของพระคริสต์นั่นเอง
มธ. 20:25 พระเยซูทรงเรียกพวกเขามาตรัสว่า “พวกท่านรู้อยู่ว่าบรรดาผู้ครอบครองของคนต่างชาติ ย่อมเป็นเจ้านายอยู่เหนือพวกเขา และพวกที่เป็นใหญ่ก็ใช้อำนาจบังคับเขา
มธ. 20:26 ในพวกท่านจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่ถ้ามีใครต้องการเป็นใหญ่ในพวกท่าน คนนั้นจะต้องเป็นผู้ปรนนิบัติของท่าน
มธ. 20:27 และถ้าใครต้องการจะเป็นนาย คนนั้นจะต้องเป็นทาสของพวกท่าน
มธ. 20:28 เหมือนบุตรมนุษย์ที่ไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อปรนนิบัติคนอื่น และให้ชีวิตของท่านเป็นค่าไถ่คนจำนวนมาก”
ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้พระองค์ทรงเลือกสรรข้าพเจ้าไว้แต่ก่อนวางรากสร้างโลกแล้วให้มาเป็นผู้รับใช้ที่มอบถวายร่างกายเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอยู่เป็นการมอบถวายที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดๆๆในโลกนี้ ชีวิตข้าพระองค์นี้จึงเป็นทาสและเป็นเครื่องบูชาที่มอบถวายแด่พระคริสต์ตลอดไปตราบเท่านิจนิรันดร์กาล
2ทธ. 4:17 อย่างไรก็ดีองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยืนอยู่ใกล้และพระราชทานกำลังแก่ข้าพเจ้า เพื่อว่าข่าวประเสริฐจะได้รับการประกาศออกไปอย่างเต็มที่ผ่านทางข้าพเจ้า และคนต่างชาติทั้งหมดจะได้ยิน แล้วข้าพเจ้าจะได้รับการช่วยให้รอดจากปากสิงโต
2ทธ. 4:18 และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะโปรดช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากการร้ายทุกอย่าง และจะทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ของพระองค์ ขอพระสิริมีแด่พระองค์สืบๆ ไปชั่วนิตย์นิรันดร์ อาเม

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 96

ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 96
เมื่อพี่น้องได้มีชีวิตของพระคริสต์เจ้ามาเติมเต็มอยู่ภายในวิญญาณของพี่น้องนั้นชีวิตของพี่น้องจึงเติมเต็มไปด้วยสันติในพระคริสต์ทุกวันเวลาทุกนาที การดำเนินชีวิตในแต่ละวันล้วนได้รับสุขจากการดำเนินชีวิตในวิญญาณที่ได้รับพระคุณจากพระคริสต์โดยตรง เอเมน
เมื่อก่อนนั้นมนุษย์ทั้งหลายภายในวิญญาณของเขาเหล่านั้นล้วนว่างเปล่าแต่ละวันเวลาล้วนดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความต้องการแห่งราคะตัณหาของเนื้อหนังเพื่อให้ความรักชอบของจิตนั้นมาตอบสนองความสุขเทียมเท็จที่ไม่เที่ยงแท้ชีวิตของมนุษย์นั้นในแต่ละวันเวลาจึงรับสุขเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเพราะเข้าเหล่านั้นล้วนตกเป็นทาสของต้นไม้แห่งความรู้ดีและชั่วทำให้มนุษย์จึงมีแต่สันติสุขที่ปรุงแต่งจากจิตเพียงชั่วคราวเท่านั้นไม่เที่ยงในการรับสุขอย่างแท้จริงเลย
ในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ใหม่นั้นเมื่อมาธามาบอกมารีย์ว่าพระเยซูคริสต์เสด็จมานั้นมารีย์มีใจยินดีที่จะได้พบพระคริสต์ได้ฟังพระดำรัสของพระคริสต์ได้ดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายทำตัวอย่างสบายๆไปตามวิญญาณที่มีพระคริสต์ทรงอยู่ด้วยเพื่อรับสุขในพระคำของพระคริสต์อย่างแท้จริงเพื่อให้ชีวิตนั้นได้ดำเนินตามพระคำของพระคริสต์ให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างแท้จริง เอเมน
วันนี้ชีวิภายในของพี่น้องมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยชีวิตของพี่น้องจึงได้รับการหล่อเลี้ยงจากน้ำพุแห่งชีวิตให้หลั่งไหลหล่อเลี้ยงเติมเต็มภายในรับสุขในพระคริสต์อย่างเที่ยงแท้ พี่น้องที่รักแต่ละวันเวลาให้พี่น้องจงแสวงหาการดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ไปกับพระคริสต์ที่อาศัยอยู่ภายในวิญญาณของพี่น้องทั้งหลาย เอเมน
ยน. 1:14 พระวาทะทรงเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา เราเห็นพระสิริของพระองค์ คือ พระสิริที่สมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง
ภายในวิญญาณของพี่น้องบัดนี้ได้บรรจุวิญญาณของพระคริสต์แล้ว ผสมผสานกับพระคำที่มีชีวิตที่พี่น้องได้ร่วมสวงหาทำให้พี่น้องได้รับสุขจากพระคุณของพระคริสต์อย่างแท้จริงได้รับความเที่ยงแท้จากการรับความสุขที่นิรันดร์นี้ พี่น้องที่รักในพระคริสต์พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้นำพาพี่น้องเขาสูหนทางแห่งหลักความจริงในพรระคริสต์นี้ขอบคุณพระเจ้า เอเมน
1ทธ. 3:16 เราต้องยอมรับว่าความล้ำลึกแห่งความเชื่อของเรานั้นยิ่งใหญ่มาก คือว่า พระองค์ทรงปรากฏเป็นมนุษย์ ทรงได้รับการพิสูจน์ว่าชอบธรรมโดยพระวิญญาณ ทรงปรากฏต่อเหล่าทูตสวรรค์ ทรงได้รับการประกาศออกไปยังบรรดาประชาชาติ ทรงได้รับการเชื่อวางใจจากคนมากมายในโลก และทรงถูกรับขึ้นไปด้วยพระสิริ
พี่น้องที่รักความล้ำลึกที่ยิ่งใหญ่ในความเชื่อที่แท้จริงของพี่น้องนั้นคือพระเจ้าเกิดเป็นมนุษย์และถูกรับขึ้นไปทั้งเป็นบัดนี้พระเจ้าก็ได้อยู่ภายในพี่น้องทั้งหลายแล้วในวิญญาณด้วยเช่นกันเป็นอิมานูเอลที่อยู่กับพี่น้องตลอดเวลา และพระคุณแห่งความล้ำลึกนี้ที่พี่น้องจะสัมผัสพระเจ้าได้ด้วยตานั้นก็คือพระคำที่มีชีวินอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าอยู่ในพระคริสต์ธรรมที่พี่น้องจะเปิดอ่านค้นท่องพูด อธิษฐานภาวนาต่อพระคำแห่งหลักความจริงนี้ เอเมน
สภษ. 8:20 ข้าพเจ้าดำเนินในทางแห่งความชอบธรรม ในท่ามกลางวิถีแห่งความยุติธรรม
การดำเนินชีวิตในความชอบธรรมนั้นพี่น้องต้องร่วมดำเนินชีวิตที่แบ่งแยกบริสุทธิ์ให่สมกับที่พระเจาได้ทรงเลือกสรรพี่น้องไว้แล้วก่อนวางรากสร้างโลกนี้เพื่อให้พี่น้องมาเป็นพยานที่มีชีวิตที่ส่องสว่างและหลั่งไหลน้ำพุแห่งชีวิตออกมา พี่น้องที่รักพระเจานั้นอยู่กับพี่น้องชีวิตของพี่น้องจึงต้องเป็นดาวรุ่งในท่ามกลางวิถึแห่งความยุติธรรมของพระคริสต์
มธ. 6:22 “ตาเป็นประทีปของร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าตาของท่านปกติ ทั้งตัวของท่านก็พลอยสว่างไปด้วย
พี่น้องที่รักวันนี้ตาของพี่น้องปกติใใหม ให้พี่น้องทั้งหลายจงเปิดตาใจของพี่น้องเองสำแดงความรักความเมตตา ความเอื้ออาทรออกมา ให้สมกับเป็นบุตรแห่งความสว่างไสวของพระเยซูคริสต์ เจ้า เอเมน
1ปต. 3:2 คือเมื่อพวกเขาได้เห็นความประพฤติที่นอบน้อมและบริสุทธิ์ของพวกท่าน
1ปต. 3:3 อย่าประดับตัวแต่ภายนอก ด้วยการถักผม การสวมใส่เครื่องทอง หรือการนุ่งห่มเสื้อผ้า
1ปต. 3:4 แต่จงประดับด้วยบุคลิกที่ซ่อนอยู่ในใจ ด้วยเครื่องประดับซึ่งไม่รู้เสื่อมสลาย คือด้วยจิตใจที่สุภาพอ่อนโยนและจิตใจที่สงบ ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่งนักในสายพระเนตรพระเจ้า
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับคำเตือนสติจากพระคำที่มีชีวิตนี้ให้ข้าพระองค์มีชีวิตที่สวมใสพระคริสต์ไว้ภายในให้ข้าพระองค์เป็นผู้ชอบธรรมที่สำแดงพระคริสต์ออกมา และมีชีวิตเป็นอยู่เพื่อเป็นพยานแห่งอาณาจักรที่นิรันดร์ของพระคริสต์ เอเมน