วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พระคริสตธรรมคัมภีร์คือพระคำแห่งความจริงเอเมน

มนุษย์ล่วงลับไปแต่ความจริงของค์พระผู้เป็นเจ้าคงอยู่นิรันดร์
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสผ่านทางบุคคลมากมายโดยไม่สนใจว่าคนคนนั้นเป็นใคร เรื่องในพระคัมภีร์ใหม่และพระคัมภีร์เดิมเป็นความจริงของพระเจ้าที่ผ่านทั้งศาสดาพยากรณ์อัครสาวกอัครฑูรผ่านมาหลายยุคหลายสมัยแต่ความจริงในพระคำไม่เคยล้าสมัยเป็นความจริงนิรันดร์

บ่อยครั้งอุปสรรคในการอ่านพระคัมภีร์หรือหนังสือศรัทธาต่างๆๆคืออ่านเพื่อแสวงหาความเข้าใจ เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ อ่านเพราะความอยากรู้อยากเห็น การอ่านแบบนี้ไม่มีประโยชน์แต่เราต้องอ่านเพื่อเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าเพื่อทำให้ชีวิตฝ่ายวิญญาณจำเริญขึ้นในชีวิตคริสเตียนของเราจนเรามีพระนิสัยเหมือนพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน

ความจริงแล้วควรอ่านด้วยใจซื่อและบริสุทธิ์
ถ้าอยากได้ประโยชน์จากการอ่าน จงอ่านด้วยใจสุภาพ อ่านด้วยใจซื่อและบริสุทธิ์ ไม่ใช่ปรารถนาจะได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้จากการอ่าน การอ่านพระคำภีร์เป็นพระคำแห่งความจริงใครอ่านด้วยวิญญาณจะช่วยทำให้ตัวเองสุกงอมฝ่ายวิญญาณแต่หากอ่านด้วยความอยากเป็นนักรอบรู้ในพระคัมภีร์จะทำให้ทะนงตนยะโสโอหังไม่ถ่อมสุขภาพต่อพี่น้องในพระคริสต์ด้วยเช่นกัน

ไม่อายที่จะถาม รู้จักฟังคำของผู้ศักดิ์สิทธิ์ในความเงียบ อย่าหงุดหงิดหรือไม่พอใจคำถามจากผู้เฒ่า สิ่งที่เขียนย่อมมีเหตุผลเสมอ สักเกตุุใหมคนที่รู้พระคำของพระคริสต์แห่งความจริงนั้นมักเป็นคนถ่อมตนเงียบสุภาพแต่หลักคิดงานเขียนเปี่ยมล้นไปด้วยพระคำแห่งวิญญาณแห่งความจริงในพระคัมภีร์ของพระเยซูคริสต์เจ้า.

สิ่งที่จำเป็นในชีวิตคริสเตียนที่ขาดไม่ได้นั่นคือพระคำของพระเจ้าที่มาจากพระคัมภีร์ของพระเยซูคริสต์เท่านั้น พระคำของพระเจ้าเป็นอาหารฝ่สยวิญญาณที่หล่อเลี้ยงการเติบโตในพระคริสต์ที่เตรียมเราเป็นพลเมืองแห่งอาณาจักรสรรค์อย่างมีคุณภาพฝ่ายวิญญาณ เอเมน

พี่น้องในพระคริสต์วันนี้

อันที่จริงให้ท่านทุกคนคาดเอวไว้ด้วยความถ่อมใจในการปฏิบัติต่อกันและกัน ด้วยว่าพระเจ้าทรงต่อสู้คนเหล่านั้นที่ถือตัวจองหอง แต่พระองค์ทรงประทานพระคุณแก่คนทั้งหลายที่ถ่อมใจลง เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงถ่อมใจลงภายใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า เพื่อพระองค์จะได้ทรงยกท่านขึ้นเมื่อถึงเวลาอันควร จงละบรรดาความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย»
1 เปโตร 5:5-7
[พระคัมภีร์ TBS 1998]

พระคำของพระเจ้าวันนี้สอนให้พี่น้องทั้งหลายเป็นคนไม่เย่อหยิ่งไม่ดูถูกดูแคลนพี่น้องที่รักในพระคริสต์แต่ให้รักพี่น้องด้วยใจอ่อนสุภาพและด้วยความจริงใจรักพี่น้องเหมือนที่พระเจ้าทรงรักท่านเช่นกันให้เราละทิ้งความกระวนกระวนกระวายฝากเรื่องต่างๆๆไว้กับพระคริสต์เจ้าทรงพระชนม์อยู่ เอาเวลามามุ่งหน้าใส่ใจในพระคำของพระเจ้าและตั้งหน้าตั้งตาอธิษฐานทูลขอเสมอตลอดเวลา เอเมน

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประชากรแห่งนครเยรูซาเล็มใหม่

«แต่ส่วนข้า ข้าทราบว่า พระผู้ไถ่ของข้าทรงพระชนม์อยู่ และในที่สุดพระองค์จะทรงประทับยืนบนแผ่นดินโลก และหลังจากตัวหนอนแห่งผิวหนังทำลายร่างกายนี้แล้ว ในเนื้อหนังของข้า ข้าจะเห็นพระเจ้า»
โยบ 19:25,26
[พระคัมภีร์ TBS 1998]
พระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์อยู่นิรันดร์ไม่มีวันตายอีกแล้ว การถูกตรึงตายของพระเยซูคริสต์สามวันสามคืนเพราะตรึงความบาปของมนุษย์ชาติทั้งมวลที่จะกลับใจยอมรับพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดมีพระเจ้าตรีเอกภาพภายในเขาทั้งหลายชีวิตเราจะได้รับการเปลี่ยนแปลงเหมือนพระเยซูคริต์ในด้านชีวิตและนิสัยไม่มีความรักชอบในเรื่องของเนื้อหนังแต่รักชอบในการแสวงหาฝ่ายวิญญาณ การพักอาศัยร่างกายชั่วคราวในโลกนี้เพื่อให้เราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จเพื่อมีชีวิตแห่งชัยชนะเพรียบพร้อมเป็นคนแห่งนครเยรูซาเล็มใหม่ ขอบคุณพระเจ้าสรรเสริญพระองค์ เอเมน

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วันนี้พี่น้องอ่านพระคัมภีร์กันหรือยัง

อ่านพระคัมภีร์เพื่อความรู้จริงไม่ใช่สำนวนโวหาร เรื่องราวทั้งหมดในพระคัมภีร์ ต้องอ่านด้วยจิตวิญญาณของผู้เขียน พระคำภีร์คือพระคำของพระเจ้าการอ่านพระคัมภีร์ก็เสมือนเราได้ฟังพระเจ้าตรัสกับเราโดยตรง ดังนั้นเราต้องรู้จริงอย่างเข้าใจลึกซึ้งว่าพระเจ้าต้องการบอกอะไรแก่เราไม่ใช่อ่านผ่านๆๆแบบลวกๆๆหรืออ่านไปงั้นๆๆอันนี้ไม่ได้อะไรแน่ เราต้องอ่านด้วยวิญษณของเราคล่อยกลืนกินพระคำของพระเจ้า

การอ่านพระคัมภีร์เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือศรัทธาอื่นๆๆที่เขียนด้วยความศรัทธา และเขียนแบบซื่อๆหนังสือที่เขียนได้อย่างลึกซึ้งและเข้าใจยาก ดังนั้นการอ่านพระคำของพระเจ้าเราต้องถ่อมใจลงอธิษฐานของความเข้าใจจากพระเจ้าให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดตาใจของเราให้เข้าใจพระคำของพระองค์มากยิ่งขึ้นเพื่อเราจะได้เข้าใจน้ำพระทัยของพระองค์มากว่าความลึกซึ้งกินใจแบบไม่ได้ความเข้าใจอะไรเลยในพระคำของพระเจ้า.

อย่าสนใจว่าคนเขียนเป็นใคร เพราะนั่นคืออุปสรรคขัดขวางประโยชน์ที่จะได้รับ ไม่ว่าผู้เขียนจะมีความรู้มากหรือน้อยแค่ไหน จงให้ความรักแห่งองค์ความจริงเป็นผู้นำในการอ่าน อย่าถามว่าใครเป็นคนบอกให้เขียน แต่ควรสนใจเนื้อหาที่บันทึกไว้ บ่อยครั้งหลายครั้งเวลาสนทนาแบ่งปันพูดคุยกับพี่น้องที่รักในพระคริสต์แทนที่จะคุยกันเรื่องเนื้อหาของพระคำว่าพระเจ้าบอกอะไรกลับถามว่าใครเขียนเขียนเมื่อไรปีไหนตรงนี้วัดได้ว่าพี่น้องคนนั้นใส่ใจแค่ประวัติศาตร์พระคัมภีร์แต่ไม่ใส่ใจหรือสร้างความเข้าในในเนื้อหาของพระคำของพระเจ้าว่าพระองค์ประสงค์อะไรมีน้ำพระทัยอะไรทำให้ไม่ได้ความเข้าใจในพระคำของพระเจ้าในพระคัมภีร์

ศาสนาคริสต์ทุกวันนี้เป็นเพียงคำสั่งสอนไปแล้วหรือ แต่พระเยซูคริสต์ไม่ใช่ศาสนาท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่พระเจ้าไม่ได้สอนให้เราห้ามทำอะไรแต่พระเจ้าบอกเราให้เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าหากเราเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าเราก็ไม่ต้องถามว่าอะไรควรทำอะไรม่ควรทำเพราะเราเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้ว

การฟื้นฟูที่แท้จริงวันนี้ของพี่น้องคริสเตียนคือการอ่านพระคัมภีร์อย่างเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่ใช่ไปฟังสนุกสนานต่อการฟื้นฟูแบบปลอมๆๆสนุกสนานเอเมนอาเมนมั่วๆๆไปวันๆๆนั่นไม่ใช่น้ำพระทัยที่แท้จริงมาจากพระคำของพระเจ้า

วันนี้พี่น้องอ่านพระคัมภีร์กันหรือยัง......

ละทิ้งเนื้อหนังเติบโตในพระคริสต์

«ข้าพเจ้าระลึกถึงท่านเมื่อใด ข้าพเจ้าก็ขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าทุกครั้ง (...) ข้าพเจ้าแน่ใจในสิ่งนี้ว่า พระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์»
ฟีลิปปี 1:3,6
[พระคัมภีร์ TBS 1998]

การที่ได้เชื่อเป็นคนแห่งพระเยซูคริสต์แล้วต้องหนีห่างจากเนื้อหนังให้ได้อย่างเด้ดขาดเลิกขอแบบเนื้อหนังเพราะพระเจ้าของเราไม่ใช่เทพเจ้าเหมือนสมันที่ท่านยังไม่เชื่อการขอแบบเนื้อหนังขอโน่นนี่นั่นมันเสมือนท่านยังไม่ทิ้งตัวตนเก่าๆๆขอแบบเนื้อหนังทำให้พี่น้องไม่ไปถึงความสุกงอมแห่งพระอาณาจักรของพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริงได้เลย วันนี้เราต้องขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำพาให้เราเข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับเรา ขอให้เราเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างแท้จริง การขอชีวิตฝ่ายวิญญาณเป็นสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้พี่น้องขอเพื่อจะได้มีชีวิตนิรันดร์เป็นนิจ การขอของเนื้อหนังขอสิ่งที่ไร้สาระแบบที่คนเชื่อพระเจ้าขอแบบนี้เรียกว่ายังทารกในความเชื่อไม่เติบโตในพระคริสต์ไม่มีพัฒนาการในความเชื่อ

ขอพระเจ้านำพาพี่น้องทั้งหลายให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในพระคริสต์เพื่ออาณาจักรของพระเจ้าจะได้รับสง่าราศีในโลกนี้ เอเมน

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พระคริสต์อยู่ภายในเราทั้งหลาย

การไม่ดิ้นรั้นหรือยึดมั่นในความคิดเห็นของตนเอง คือส่วนหนึ่งของปรีชาญาณ และในปรีชาญาณนั้นคือการไม่เชื่อทุกคำที่ได้ยิน ไม่นำเรื่องที่ได้ฟังมาไปเล่าต่อแม้นจะเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องจริงก็ตาม ในสังคมคนของพระเจ้าการล่อลวงมีเยอะคริสเตียนเทีมเท็จแฝงมากอบโกยหาเงินก็เยอะมันใช้กลวิธีการล่อลวงแบบพูดจาหว่านล้อมลีการพูดสนุกสนานเร้าใจจริงๆๆเชื่อจนสนิทหว่านล้อมจนลุ่มหลงต้องเสียเงินทองหมดตัวไปกับพวกนี้เยอะน่ากลัวจริง การพูดความจริงเป็นสิ่งที่คนพูดแล้วตายแต่หากนิ่งไว้คนที่ไม่รู้จะตายเสียก่อนพบพระเจ้าองค์เที่ยงแท้พบพระคำแท้ๆๆคือการอ่านพระคัมภีร์พระพระคำของพระเจ้านั่นเอง

จงปรึกษาผู้รู้หรือผู้มีมโนธรรมดี คำแนะนำของผู้อื่น ย่อมดีกว่าความเห็นของตนเอง ทำตามคำแนะนำของผู้อื่น ดีกว่าทำตามความคิดเห็นของตน การที่เราจะรู้ว่าใครดีมีพระเจ้ามีชีวิตฝ่ายวิญญาณแท้ต้องดูทั้งต่อหน้าและลับหลัง การหาคนชี้แนะดีๆๆมีพระเจ้ามีเยอะแต่คนล่อลวงส่วนน้อยเก่งๆกาจอันตรายก็เยอะต้องระวัง หนทางแห่งพระคริสต์ต้องไม่พึ่งเนื้อหนังตัวเองความรักชอบของตนเอง

การดำเนินชีวิตที่ดี ทำให้มนุษย์ฉลาดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า และทำให้เขามีประสบการณ์ในเรื่องต่างๆมากมาย แบบอย่างเหล่านี้ล้้วนหาได้ในพระคัมภีร์ทั้งสิ้นเพียงแต่เราต้องแสวงหาใส่ใจมีเวลาต่อพระเจ้าเท่านั้น

มนุษย์สุภาพมากเท่าใดก็พร้อมจะทำตามน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่ด้วยตัวเองแต่ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำ

ความสุภาพของมนุษย์ในเรื่องต่างๆๆมากเท่าไร จิตวิญญาณของเขาจะอยู่ในสันติสุขมากเท่านั้น ขอให้เราอธิษฐานเปิดออกต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าขอพระองค์ทรงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาให้การดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราเป็นคนที่ถ่อมใจสุภาพมาจากพระองค์ไม่ใช่การสร้างภาพจากเนื้อหนังของเราเองแต่มาจากพระเจ้าเท่านั้น

ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาข้าพระองค์ให้เติมเต็มไปด้วยใจที่อ่นสุภาพชีวิตที่เรียบง่าย ความเป็นอยู่ที่สงบมีแต่สันติสุข ในพระคริสต์เอเมน

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พลเมืองสวรรค์

 ( ลก 21:5-11 )
ขณะนั้นบางคนให้ข้อสังเกตว่าพระวิหารมีหินและของถวายตกแต่งอย่างงดงาม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “สักวันหนึ่ง ทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย” เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร และมีเครื่องหมายใดบอกว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น”พระองค์ตรัสตอบว่า “จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้ หลายคนจะอ้างนามของเรา พูดว่า ‘ฉันเป็นพระคริสต์’ และ ‘เวลากำหนดมาถึงแล้ว’ อย่าตามเขาไป เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามและการปฏิวัติ จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย” แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “ชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกชาติหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกอาณาจักรหนึ่ง แผ่นดินไหว โรคระบาดและความอดอยากอย่างใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นหลายแห่ง จะมีเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว และเครื่องหมายยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในท้องฟ้า”

มีหลายคนพี่น้องน้องหลายท่านมักถามว่านี่คือยุคสุดทัายใช่หรือไม่ ยังไม่ใช่ยุคสุดท้าย แต่เป็นยุคคริสตจักรยุคพระคุณยุคแห่งการประกาศกิติคุณ ดังนั้นยังมาไม่ถึงยุคสุดท้ายอีกนานแต่ก็อย่าชะล่าใจในการเดินตามพระเจ้าแสวงหาพระเจ้าอย่าลืมว่าชีวิตคนเรามักสั้นนักมัวแต่ชะล่าใจสิ้นใจไปก่อนพอถึงวันพิพากษาก็เป็นได้แค่พลเมืองสวรรค์ธรรมดาเท่านั้นเองไม่ได้เป็นผู้สุกงอมรุ่นแรกไม่ได้มีส่วนเป็นกษัตริย์ปกครองสววรค์และแผ่นดินสวรรค์ วันนี้เราต้องหันกลับดำเนินชีวิตในหนทางแห่งพระคริสค์เอเมน.