วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

จงนำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไว้ที่การพึ่งพึงต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน

(ฟป. 4:6 [ThCB])
​กระวาอย่า​กระวนยใจ​ถึง​สิ่งใด​เลย จง​ทูล​พระ​เจ้า​ให้​ทรง​ทราบ​ถึง​ความ​ปรารถนา​ทุกอย่าง​ของ​ท่าน​โดย​คำ​อธิษ​ฐาน การ​วอน​ขอ​พร้อมด้วย​การ​ขอบ​พระ​คุณ

 

(ฟป. 4:7 [ThCB])




​แล้ว​สันติสุข​ของ​พระ​เจ้า​ซึ่ง​เกิน​สติปัญญา​จะ​เข้าใจ​ได้​นั้น จะ​คุ้มครอง​ดวงใจ​และ​ความ​คิดของ​ท่าน​ไว้​ใน​พระ​คริสต​เยซู
 
ในพระธรรมฟีลิปปีบทที่4ข้อ6และ7
 
เป็นพระคำที่หนุนใจพี่น้องและตัวข้าพเจ้าเป็นอย่างดี
การใคร่ควรญอ่านพระคำข้อนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
 
การอธิษฐานเป็นสิ่งที่เราจำเป็นอย่างยิ่งต้องอธิษฐานทูลต่อพระเจ้าเปิดปากอธิษฐานเสมอ
ความวิตก กระวนกระวายใดๆๆล้วนฝากไว้กับพระเจ้าด้วยความเชื่อ
พลังแห่งการอธิษฐานต่อเบื้องหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะช่วยเราให้หมดปัญหาทุกประการ
ขอบคุณที่พระคำสองข้อนี้หนุนใจพี่น้องเป็นอย่างดี
 
เราเป็นคริสเตียนเป็นผู่ที่สวมชีวิตพระเจ้าสถิตอยู่ภายในเราก็ต้องมีความเชื่อต่อพระเจ้าอธิษฐานเสมออย่าละเว้นในทุกๆๆเรื่อง เอเมน

 

 





วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สวรรค์ของคนรวยเท่านั้นจริงหรือ


ปัจจุบันเวลาไปไหนมาไหนมักจะพบเสมอว่าคนรวยมีสิทธิ์พิเศษมากเพราะมีเงินมากเลยได้เอกสิทธิ์มากกว่าใครๆๆที่ไม่มีเงิน คนจนๆๆ
จนคิดเสมอว่าหรือคนรวยเท่านั้นได้ไปสวรรค์
คนจนหมดสิทธิ์ เพราะคนรวยทำบุญทำทานได้มากกว่า สร้างโน่นสร้างนี่ได้มากกว่า
ไปตามโบถ์หรือคริสตจักรเวลาประชุมกันก็ได้ที่นั่งแบบวีไอพีแยกไปต่างหาก เวลากินอาหารก็มีโต๊ะวีไอพีจัดอหารไว้ให้กินโดยเฉพาะไม่ต้องเข้าคิวคอยคิวไปตักกินแบบพี่น้องทั่วๆๆไป

ในสมัยยุคของพระเยซูคริสต์หากอ่านดีๆๆไม่มีนะว่าแบ่งชนชั้นใครรวยใครจนใครเป็นวีไอพีทุกคนเป็นสาวกของพระเยซูทั้งหมดเสมอภาคกัน

เรื่องการตายไปแล้วได้ขึ้นสววรค์หรือตกนรกนี่เป็นปัญหาที่น่าคิดว่าถ้าคนรวยมีเงินเท่านั้นเหรอที่จะได้ขึ้นสวรรค์ไม่ต้องตกนรก เพราะคนรวยเวลาไปโบถ์ก็ถวายทรัพย์เยอะมาก สร้างโน่นสร้างนี่ให้โบถ์ เรียกว่าหมดทางตกนรกเสียแล้วไปสวรรค์ชั้นวีไอพีสถานเดียว
ส่วนคนจนๆๆอย่างเราๆๆท่านๆๆที่กระเป๋าแฟ็บงานนี้คงตกนรกกระมั่งไม่ได้ขึ้นสวรรค์แน่
ด้วยเหตุนี้เราจริงเห็นพี่น้องหลายคนกระเสือกกระสนหาเงินมาถวายทรัพย์
เพราะอยากได้สวรรค์ด้วยการติดสินบนพระเจ้าว่างั้นเถอะ
นับว่าเป็นทรรศนะคติที่ผิด
การมอบถวายทรัพย์หรือทำอะไรให้โบถ์คริสตจักรนั้นต้องทำด้วยความเชื่อเท่านั้น
ไม่ได้ทำด้วยความต้องการของเนื้อหนัง
ความต้องการของเราหากทำไปแล้วหวังได้โน่นนี่นั่นก็คิดผิดแล้ว
มอบถวายทรัพย์ในพระคัมภีร์สอนไว้เยอะว่าด้วยความเต็มใจจะมากน้อยก็ไม่สำคัญ
ดังนั้นประเด็นถวายมากถวายน้อยไม่ใช่ประเด็นแต่มันอยู่ที่ถวายด้วยความเชื่อเท่านั้นเอง
จะขึ้นสวรรค์หรือตกนรกนั้นอย่าสับสนนั่นมันความเชื่อเดิมๆๆก่อนเรามาเชื่อพระเยซูคริสต์ก็โดยสอนมาผิดๆๆ
บัดนี้เราเป็นคนในพระเยซูคริสต์เจ้าแล้วเราย่อมได้มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าแน่นอน
โคโลสีบทที่1ข้อ13 ThCB
​​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​เรา​ให้​พ้น​จาก​อำนาจ​ความ​มืดมน​และ​ทรง​นำ​เรา​เข้า​ไป​สู่​พระ​อาณา​จักร​ของ​พระ​บุตร​สุดที่รัก​ของ​พระ​องค์


เอเมนฮาเลลูยา สรรเสริญพระองค์บัดนี้เรามีสว่นในแผ่นดินของพระเจ้าแล้ว เราผู้เชื่อมั่นในพระเยซูคริสต์เจ้าทุกคนได้ไปสวรรค์แน่ไม่ว่าจะยากดีมีจนรวยมากหรือจนแค่ไหน
ทุกคนได้ขึ้นสววรค์หมดดั่งที่ยกโคโลสีบทที่1ข้อ13มา
วันนี้เราเป็นคริสเตียนเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์เป็นพลเมืองชาวแผ่นดินสวรรค์แล้วโดยชอบธรรม เอเมน.

มาถึงตรงนี้สบายใจกันยังโล่งใจเลยใช่ใหมว่าได้ไปสวรรค์แน่
แต่อย่างไรก็ตามก็อย่าละเลยการมอบถวายทรัพย์เพื่อให้คริสตจักรโบถ์ของเราของพี่น้อง
ได้มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟไม่งั้นไม่มีโบถ์ร่วมประชุมกันนะพี่น้อง

เหตุผลการมอบถวายทรัพย์จริงๆๆเพื่อใช้ในกิจการราชกิจของพระเจ้า
เช่นใช้ในการบำรุงรักษาคริสตจักร จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ช่วยเหลือผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา

หากเราไม่มอบถวายกันเลย
เราก็จะไม่มีสถานที่ประชุมไม่มีที่นมัสการพระเจ้า
คงไม่อยากเห็นเราไปนมัสการพระเจ้าตามสวนสาธารณะนะครับ

ยิ่งรวยมากก็ต้องยิ่งรักพระเจ้ามากๆๆเพราะพระเจ้าให้ท่านรวยไงท่านได้รับพระพรจากพระเจ้า

ส่วนคนจนมากๆๆก็ต้องยิ่งรักพระเจ้ามากๆๆไม่มีเงินถวายทรัพย์ก็มาช่วยงานที่โบถ์กวาดเช็ดถูขัดห้องน้ำก็ได้นะพี่น้อง

โคโลสีบทที่. 1:23 ThCB
​ฉะนั้น​ท่าน​จง​ยืนหยัด​มั่นคง​ใน​ความ​เชื่อ ไม่​หวั่นไหว​จาก​ความ​หวัง​ตาม​ข่าว​ดี​ที่​ท่าน​ได้​รับฟัง ข่าว​ดี​นี้​ประกาศ​แก่​มนุษย์​ทุก​คน​ใน​โลก​นี้แล้ว ข้าพ​เจ้า เปาโล ก็​เป็น​ผู้​รับใช้​ใน​การ​ประกาศ​ข่าว​ดี​นี้​ด้วย​


ให้เราดำเนินชีวิตในความเชื่อลบความคิดผิดๆๆออกไปจากสมองด้านลบของเรา
ดำเนินชีวิตในวิญญาณคิดแต่ด้านบวกเสมอ
สวรร์อยู่กับพี่น้องทุกวันแล้ว
ขอพระเจ้าอวยพร เอเมน


วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

นิมิตของพระคริสต์22ประการในหนังสือวิวรณ์

ในหนังสือวิวรณ์ นิมิตของพระคริสต์ ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง ในฐานะศูนย์กลาง แห่งการบริหารของพระเจ้า ถึง22ประการคือ
1. พระองค์ทรงเป็นพระเยซูคริสต์ (1:5), 
2. พระบุตรของพระเจ้า และบุตรมนุษย์ (2:18; 1:13), 
3. พยานบุคคลที่สัตย์ซื่อ (ข้อ 5; 3:14), 
4. ผู้บังเกิดคนแรกของบรรดาคนตาย(1:5), 
5. ประมุขเหนือกษัตริย์ทั้งหลายของโลก (ข้อ 5), 
6. เบื้องต้นและเบื้องปลาย, 
7. คนแรกและคนสุดท้าย, 
8. อาละฟาและโอเมฆา (ข้อ 17; 2:8; 22:13), 
9. ผู้ที่มีชีวิต (1:18), 
10. องค์ผู้บริสุทธิ์ (3:7), 
11. ผู้จริงแท้ (ข้อ 7), 
12. ผู้ทรงเป็นพระอาเมน (ข้อ 14), 13. แหล่งกำเนิดแห่งสิ่งสารพัด ซึ่ง 14. พระเจ้าทรงสร้างไว้ (ข้อ 14), 
15. รากและเชื้อสายของดาวิด (5:5; 22:16), 
16. สิงโตแห่งตระกูลยูดาและพระเมษโปดก (5:5-6; 21:23; 22:1), 17. กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง และเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งปวง (19:16), 
18. พระคำของพระเจ้า (ข้อ 13), 
19. ดาวประจำรุ่ง (22:16), 
20. ดวงประทีป (21:23), 
21. สามี (ข้อ 2), 
22. และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่ง 

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การอธิษฐานของพระเยซูคริสต์

 

​​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​แล้ว ทรง​เงย​พระ​พักตร์​ขึ้น​เบื้องบน ตรัส​ว่า ข้า​แต่​พระ​บิดา ถึง​เวลา​แล้ว โปรด​ประ​ทาน​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​กับ​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​เถิด เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​จาก​พระ​บุตร​
ยอห์นบทที่17ข้อ1

วันนี้มาดูการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ พระเยซูเป็นแบบอย่างตัวอย่างที่ดีแก่เราทั้งหลายในการอธิษฐาน
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้เราได้เห็นถึงพระเยซูคริสต์เจ้าอีกด้านหนึ่งในฐานะมนุษย์ที่จำต้องมีการอธิษฐานเช่นกัน
เมื่อคืนก่อนนอนได้อ่านคำอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ในยอห์นบทที่17ทั้งบทแล้วทำให้ร่างกายฝ่ายจิตวิญญานเข้มแข็งขึ้นมาทันที เนื่องจากสภาพร่างกลายฝ่ายเนื้อหนังได้ป่วยลงอ่อนกำลัง ด้วยความเชื่อและการนำพาของพระองค์
และด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงนำพาให้มาอ่านยอห์นบทที่17นี้ ทำให้ร่างกายฝ่ายจิตวิญญาณเข้มแข็งและทำให้ร่างกายเนื้อหนังได้รับการชุบตัวบำรุงเลี้ยงมีร่างกายที่เริ่มแข็งแรงขึ้นมาทันที
ด้วยความเชื่อและการพึ่งพิงในพระเจ้า จึงได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อแบ่งปันพระคำของพระเจ้านอกจากหล่อเลี้ยงตัวเองแล้วยังได้หล่อเลี้ยงพี่น้องคริสต์เตียนทั้งหลาย ได้ร่วมรับพระคำจากต้นไม้แห่งชีวิตร่วมกินและดื่มจากต้นไม้แห่งชีวิต และดื่มน้ำแห่งชีวิต โอ้พระเยซู สรรเสริญขอบคุณพระองค์
เราทั้งหลายล้วนเป็นพี่น้องกันมีพระกายเดียวกันเอเมน.
เมื่อเราทั้งหลายอธิษฐานเป็นหนึ่งเดียวกันในพระกายคือกาสำแดงพระคริสต์ เราสามารถพูดได้ว่าเราเป็นดั่งพระคริสต์
ในยอห์นบทที่17ทั้งหมดนี่คือการอธิษของชีวิต การอธิษฐานขอให้พระบุตรได้รับสง่าราศี เพื่อให้พระบิดาได้รับสง่าราศีด้วยเช่นกัน
นี่คือหัวข้อหลักที่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าไอ้อธิษฐานในบทนี้
ตัวอย่างแบบอย่างการอธิษบานเพื่อให้พระบุตรได้สง่าราศี
พระบิดาได้สง่าราศี เราคริสเตียนทั้งหลายต้องอธิษฐานแบบนี้ไม่ใช่อธิษฐานขอสารพัดให้แต่ตัวเองเท่านั้นซึ่งเป็นการอธิษฐานของคริสเตียนในปัจจุบันนี้ การอธิษฐานขอแบบเนื้อหนังล้วนๆๆนี่คือการเป็นโรคติดต่อจากศาสนาดั่งเดิมก่อนเรามาเชื่อพระเจ้า
ก่อนเราเชื่อพระเจ้าเราถูกปลูกฝังมาให้ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
เมื่อมาเชื่อพระเจ้าก็นำวิธีเหล่านี้มาใช้ในชีวิตคริสตจักรซึ่งมันเป็นการดำเนินชีวิตที่ผิดเพี้ยนไป
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าได้มาบังเกิดเป็นรูปกลายเลือดเนื้อ เป็นมนุษย์เหมือนเราๆๆทั้งหลาย แต่เนื้อหนังของพระองค์นั้นก็คือพลับพลาอันเป็นสถานที่ให้พระเจ้าประทับบยแผ่นดินโลก
องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในสภาพมนุษย์ฝ่ายเนื้อหนังถูกกำจัดสิทธิ์ อยู่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์เอง
ดังนั้นสง่าราศีของพระเจ้าจึงถูกปกปิดซ่อนไว้ในพลับพลานั่นเอง
การอธิษฐานบนภูเขาแห่งการเปลี่ยนรูปกายนั้น องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากเนื้อหนังของพระองค์ และพระองค์ได้ปรากฎสภาพพระกายในพระสง่าราศีออกมา มีเหล่าสาวกของพระองค์ได้เห็นประจักษ์ตาเป็นพยานให้กับพระเยซูคริสต์ในเวลาต่อมาที่เหล่าวิสุทธิชนได้ทราบปรากฎในพระกิติคุณต่อมานั่นเอง
ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ถูกปกปิดไว้ในสภาพมนุษย์หลังจากพระเยซูคริสต์อธิษฐานเสร็จแล้วลงมาจากภูเขา ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าพระสง่าราศีของพระองค์นั้นไม่ได้ส่องสว่างแก่บุคคลโดยทั่วไปแต่ส่องสว่างสำหรับผู้ที่เปิดใจยอมรับเชื่อพระองค์เท่านั้น จึงสามารถเห็นสง่าราศีฉายพระสิริออกมาให้เห็นดั่งเช่นผู้เชื่อในปัจจุบันนี้ที่ห่างไกลยุคสมัยของพระเยซูกว่าสองพันปัขึ้นไป
เพราะเหล่าผู้เชื่อพระเยซูคริสต์นั้นเชื่อและวางใจได้เห็นพระสิริพระสง่าราศีส่องเข้าไปในจิตใจของเขาแล้ว จึงทำให้เค้าดำเนินชีวิตในความเชื่อมั่นต่อพระองค์พึ่งพิงในพระคุณความช่วยให้รอด การไถ่ของพระองค์นี่คือการสำแดงพระสง่าราศีที่เหล่าผู้เชื่อวิสุทธิชนดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้

ก่อนจะมีการอธิษฐานในครั้งนี้พระเยซูคริสต์ได้มีการพยากรณ์ถึงตัวพระองค์เองไว้ว่าจะได้รับพระสง่าราศี
รวมถึงพระบิดาก็จะได้รับพระสง่าราศีด้วยเช่นกัน
ดังที่ปรากฎปรากฎในยอห์นบทที่12ข้อ23 และบทที่13ข้อ31ถึง32 ขอให้ย้อนกลับไปอ่านเพื่อทบทวน

​​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า เวลา​ที่​บุตร​แห่ง​มนุษย์​จะ​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​มา​ถึง​แล้ว
ยอห์นบทที่12ข้อ23


​เมื่อ​ยูดา​สอ​อก​ไป​แล้ว ​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ว่า “บัดนี้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์ และ​พระ​เจ้า​ทรง​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ด้วย
​ถ้า​พระ​เจ้า​ทรง​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​บุตร​แห่ง​มนุษย์ ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ให้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​พระ​องค์​ด้วย และ​จะ​ทรง​ให้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​ทันที

ยอห์นบทที่13ข้อ31ถึง32
จากสองบทนี้เราจะเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุก
ล่วงหน้าเพราะพระองค์คือพระเจ้านั่นเองเป็นพระเจ้าผู้ครองคลุมสรรพสิ่ง
การตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ พระองค์ต้องผ่านการตายเพิ่อให้เปลือกกายภายนอกแห่งสภาพมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ของพระองค์แตกออกมาและได้ทำให้ได้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกเปิดเผยปลดปล่อยออกมามา
ทำให้อีกสองพันปีต่อมามีผู้รับความรอดเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้าไปทุกชาติทุกภาษาทุกมุมโลก เพราะพระเยซู
คือพระเจ้าพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าและพระองค์เองเป็นพระเจ้า เป็นพระวิญญาณผู้ประสาทชีวิตให้แก่เราร่วมประสานเป็นหนึ่ง ก่อกำเนิดมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ
ภายหลังการตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์
พระองค์ได้เป็นขึ้นมาใหม่หลังจากการถูกตรึงตายบนไม้กางเขนผ่านไปสามวัน
พระองค์ได้เป็นขึ้นเพื่อยกชูสภาพมนุษย์ของพระองค์
เพื่อเข้าสู่องค์ประกอบอันศักสิทธิ์ และให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์นั้นได้สำแดงออกมา จนทั่วทั้งตัวของพระองค์ซึ่งครอบคลุมทังสภาพมนุษย์ และสภาพพระเจ้าเพื่อให้ได้รับพระสง่าราศี ด้วยเหตุนี้เองพระบิดาของพระองค์ก็ได้รับพระสง่าราศีด้วยเช่นกันจากการยกชูและสำแดงออกมาซึ่งพระสิริพระสง่าราศีจากสภาพมนุษย์และสภาพพระเจ้าในตัวของพระเยซูคริสต์
ด้วยการสำแดงพระสง่าราศีเช่นนี้เอง พระเยซูจึงได้อธิษฐานเพื่อสิ่งนี้
เราทั้งหลายก็เช่นกันจำต้องทูลขออธิษฐานเพื่อให้พระสง่าราศีของพระเจ้าสำแดงผ่านตัวเรา
การอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับข้อลับลึกอันศักสิทธิ์นี้ได้สำเร็จในสามช่วงเวลาด้วยกัน
ในช่วงที่หนึ่งของการอธิษฐานนี้ได้สำเร็จในการเป็นขึ้นของพระองค์ ในตอนนั้นองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากสภาพมนุษย์ของพระองค์และได้เข้าไปอยู่ในผู้เชื่อมากมาย
ให้เราอ่านยอห์นบทที่12ข้อ23และ24
​​(พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​มา​ถึง​แล้ว
​เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ถ้า​เมล็ดข้าว​ไม่​ได้​ตกลง​ใน​ดิน และ​ตาย​ไป มัน​ก็​จะ​เป็น​เพียง​เมล็ด​เดียว​เท่านั้น แต่​ถ้า​มัน​ตาย มัน​ก็​จะ​บังเกิด​ผล​มากมาย

ข้อพระคำทั้งสองข้อบอกกับเราว่าเพราะการตายของพระเยซูได้ไถ่พวกเราให้ได้รับความรอดและเป็นเม็ดพันธ์เม็ดเดียวที่เกิดผลก่อกำเนิดผู้เชื่ออีกมากมายทั่วทุกมุมโลก)

และตัวของพระเยซูที่ครอบคลุมสภาพมนุษย์ชองพระองค์ก็ถูกนำเข้าสู่พระสง่าราศี (ลูกา24ข้อ26)
จึงทำให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาได้รับการสำแดงออกในการเป็นขึ้นและในการได้รับสง่าราศีของพระองค์
ในการเป็นขึ้นของพระเยซูคริสต์นั้น พระเจ้าได้ทรงตอบและได้สำเร็จพระประสงค์ในการอธิษฐานของพระองค์เอง
(กิจการบทที่3ข้อ13ถึง15)
ในช่วงที่สองของคำอธิษฐานก็ได้สำเร็จในคริสตจักร คือเมื่อชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ได้รับการสำแดงผ่านอวัยวะมากมายของพระองค์ พระองค์ก็ได้รับสง่าราศีในเขาเหล่านั้น และพระบิดาก็ได้รับสง่าราศีในพระองค์ผ่านทางคริสตจักรด้วย(เอเฟโซบทที่3ข้อ21 1ติโมเธียวบทที่3ข้อ15ถึง16)

ในช่วงที่สามของคำอธิษฐานนี้ จะสำเร็จสุดยอดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เพราะในเวลานั้น พระองค์จะได้รับการสำแดงอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในพระสง่าราศี และพระเจ้าก็จะได้รับพระสง่าราศีในพระองค์ผ่านเมืองบริสุทธิ์ตราบชั่วนิจนิรันดร์ (วิวรณ์บทที่21ข้อ11 บทที่23ข้อ24)
การอธิษฐานเช่นนี้ของพระเยซูคริสต์เป็นการสำแดงเป็นการชี้แจงถึงพระฐานันดรของพระเยซูคริสต์ ถึงสภาพมนุษย์และสภาพพระเจ้าของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์เจ้ากับองค์พระบิดาทรงมีพระสง่าราศีที่ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันนั่นเอง
คริสตจักรในวันนี้คือเราทั้งหลายที่เป็นวิสุทธิชน ที่เป็นกลุ่มชนที่ต้องสำแดงพระสง่าราศีของพระเจ้าให้เป็นพยานแก่มนุษย์ทั้งมวลเพื่อนำคนหลงผิดไปจากทางของพระองค์กลับสู่แผ่นดินอาณาจักรของพระเจ้า

บทความนี้เขียนเพื่อหนุนในพี่น้องทั้งหลายให้ยึดมั่นในความเชื่อพึ่งพึงพระเจ้าจนถึงที่สุด ขอพระเจ้าสถิตกับท่านสำแดงพระองค์ผ่านตัวท่าน.

(ด้วยความเชื่อการเขียนเรื่องนี้มาจากการป่วยทางร่างกายเนื้อหนังของตัวและได้อธิษฐานทูลขอการพึ่งพึงจากพระเจ้าผ่านพระคำของพระเจ้าในยอห์นบทที่17
พระเจ้าทรงพระชนย์อยู่จริงในอดีตปัจจุบันและนิรันดร์กาล)





วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ระบบปุโรหิตในพระคัมภีร์

ระบบปุโรหิตในพระคัมภีร์
ตามพระคัมภีร์
มีการปฎิบัติหลัก3ประการ
ในการแจกจ่ายอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
ได้แก่
1. ระบบปุโรหิต
2. การเป็นกษัตริย์
3. การเป็นผู้พยากรณ์

ระบบปุโรหิตเป็นการปฎิบัตินำหน้าของ3ประการนี้
นำให้การเป็นกษัตริย์และการเป็นผู้พยากรณ์ให้เข้าสู่ในการใช้งานอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

คำนิยามของปุโรหิต
มนุษย์ถูกกำหนดให้ต้อนรับพระเจ้า
รับการเติมเต็ม
ซาบซ่าน
ซึมซาบด้วยพระเจ้า
และมีพระเจ้าไหลออกจากเขา
เพื่อเขาจะได้การเป็นการสำแดงอันมีชีวิตของพระเจ้า
นี่คือคำนิยามโดยย่อ

อาดามคือปุโรหิตคนแรก
ปุโรหิตเป็นผู้ถวายเครื่องบูชาแต่เพราะอาดามอยู่ในสวนเอเดนจึงไม่มีความบาป
จึงไม่จำเป็นต้องถวายเครื่องบูชาเพื่อความบาป
ก่อนการตกต่ำของอาดามเขาได้อยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าตลอดเวลา
หลังการทรงสร้างพระเจ้าไม่ได้ให้อาดามทำสิ่งใด
พระเจ้าวางอาดามไว้ต่อหน้าต้นไม้แห่งชีวิต
อาดามได้เติมเต็มด้วยพระเจ้า
ได้ซาบซ่านและซึมซับพระเจ้า
แต่ในที่สุดอาดามก็ตกต่ำไปจากพระเจ้า

ยิศฮาคเป็นมหาปุโรหิต
เพราะเขาดำเนินชีวิตในที่บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง

ชาวอิสราเอลทั้งปวงทุกคนล้วนเป็นปุโรหิต
ในช่วงเทศกาลปัศคาพวกเค้าได้ถวายแกะโดยไม่การช่วยเหลือจากปุโรหิต
เมื่อพวกเค้าไดรับการนำออกจากอายฆุบโตไปยังภูเขาซีนายพระเจ้าได้บอกพวกเขาว่า
พระองค์จะทำให้พวกเขาเป็ยอาณาจักรแห่งปุโรหิต

ระบบปุโรหิตแท้คือ
ทุกคนต้องอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์
เพื่อซาบซ่านพระองค์
เป็นการสำแดงออกแห่งกลุ่มชนของพระองค์

ระบบปุโรหิตสองแบบ(ฮร5:1-6,7:1-3)
แบบแรกเป็นแบอาโรน
แบบที่สองเป็นแบบมัคคีเซเด็ด

ปุโรหิตแบบอาโรนเป็นบางสิ่งของมนุษย์ ซึ่งนำความต้องการของมนุษย์ไปยังพระเจ้า
เนื่องจากปุโรหิตเหล่านี้ได้ถูกเลือกจากท่ามกลางมนุษย์

ปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ดเป็นผู้ที่มาจากพระเจ้ามายังมุนษย์ ซึ่งจะมาแจกจ่ายบางสิ่งของพระเจ้าแก่มนุษย์

หมายถึงมีปุโรหิตสองทิศทาง
หรือเป็นการจราจรสองทาง
ในสองแบบของระบบปุโรหิต

แบบแรกเป็นทิศทางจากมนุษย์ไปสู่พระเจ้า
แบบที่สองคือจากพระเจ้าไปสู่มนุษย์

แต่พระเยซูคริสต์ผูเป็นมหาปุโรหิตของเรามีสองแบบพร้อมด้วยสองทิศทาง(ทูเวร์)

เอ็กโซโด28:12,29 กล่าวถึงปุโรหิตแบบอาโรนที่ได้แบกชื่อพลไพร่ของพระเจ้าไปสู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าเป็นการระลึกอย่างหนึ่ง
เยเนซิศ14:18-20กล่าวถึงปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ดผู้มาจากพระเจ้าพร้อมด้วยขนมปังและเหล้าองุ่น เรื่องนี้เป็นที่น่าสนใจต่อเราอย่างยิ่ง เพราะเขาได้อวยพรอับราฮามด้วยสองสิ่งนี้
ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับเราทั้งหลายที่้ในการรำลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าในวันนี้

ใน1เปโตรบททึ่2เราจะพบกับระบบปุโรหิตสองแบบนี้
ในข้อ5 เป็นปุโรหิตแบบอาโรน
ในข้อ9 เป็นปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ด

ระบบปุโรหิตเป็นทั้งธาตุแท้มนุษย์และธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
ซึ่งหมายถึงธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์ผสมกลมกลืนกันกับธาตุแท้ของมนุษย์
ปุโรหิตผู้หนึ่งจะต้องเป็นคนที่ผสมกลมกลืนกับพระเจ้าอย่างสมบูรณ์
นี่คือกิ่งนี่คือวิสัยของปุโรหิตที่จะต้องมีความบริสุทธิ์ เพื่อการอยู่ในระบบปุโรหิต
เราจำต้องมีการแบ่งแยกบริสุทธิ์และจากสิ่งสามัญทุกอย่าง
มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถเป็นปุโรหิตได้เลย
เช่นคำพูดต้องไม่พูดเหมือนชาวโลก คำสนทนาของเราต้องแบ่งแยกออกจากสิ่งธรรมดาทั่วไป
ความคิด และทัศนะคติความเห็นของเราต้องแบ่งแยก ต้องไม่เป็นแบบทั่วๆๆไป
ถ้าเราไม่แบ่งแยกจากสิ่งธรรมดาทั่วไปจากฝ่ายโลกแล้ว เราก็จะเป็นผู้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในระบบปุโรหิต
แม้แต่วิธีการใช้เงินก็จำต้องแบ่งแยกวิธีการใช้เงินของเราจำต้องใช้อย่างแบ่งแยกบริสุทธิ์
ปุโรหิตจะต้องแบ่งแยกออกมาจากหนทางที่เขาใช้จ่ายเงินทอง ด้วยการแบ่งแยกบริสุทธิ์
บ้านที่อยู่อาศัยและการแต่งตัวก็จำต้องแบ่งแยกบริสุทธิ์
เมื่อเป็นผู้ที่อยู่ในระบบปุโรหิตเราจำต้องเข้าเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสม่ำเสมอพร้อมด้วยนำความต้องการของเรา และความต้องการของผู้อื่น
ไปเฝ้าอธิษฐานทูลต่อพระเจ้าตามเฮ็ยรายบทที่5
การสัมผัสองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์เราต้องแบ่งแยกบริสุทธิ์.
ไม่ให้มีสิ่งสามัญมาขัดขวางการสามัคคีธรรมของเรากับองค์พระผู้เป็นเจ้า

จงทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย

จงทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย

คนที่เป็นผู้ทาสของพระเจ้ามีท่าทีพื้นฐานอย่างหนึ่งคือต้องการทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย
ฆาละเดีย1:10เปาโลกล่าวว่า หรือว่าข้าพเจ้ากำลังพยายามทำให้มนุษย์พอใจ  ถ้าข้าพเจ้าทำใหมนุษย์พอใจ ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ทาสของพระคริสต์แล้ว
พระคัมภีร์บอกกับเราว่าทุกคนที่พระเจ้าก็ล้วนเป็นผู้ทาสของพระเจ้า.  และทุกคนที่เป็นบุตรของพระเจ้าล้วนเป็นผู้ทาสของพระเจ้า

1. สัตยซื่อต่อหลักความจริง
2. มีชีวิตอยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
3. รักสง่าราศีของพระเจ้ามากกว่าราศีของมนุษย์
4. ยอมเสียสละตัวเองแต่ไม่ยอมเสียสละต่อหลักความจริงต้องยอมจ่ายราคาหลักความจริงอนุญาตใหซื้อได้เท่านั้นแต่ไมอนุญาตให้ขายขณะเดียวกันก็ไม่อนุญาตให้แก้ไขด้วย
5. ไม้กางเขนทำให้ตัวเราแตกหักบนตัวของเราทำใหเราไม่กลัวความละอายต่อไป
เราจึงต้องลงมาจากบัลลังค์ของตัวเอง. และถูกช่วยให้ออกมาจากสง่าราศีของมนุษย์

บ่อยครั้งและหลายครั้งเรายึดติดในตัวตนของเราเองมากไม่ได้อยู่ในวิญญาณ
ยิ่งถ้ามีฐานะตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆๆ
มาประชุมผสมผสานกับสมาชิกมักหลงลืมตัวเอามาใช้กับพี่น้องติดในสง่าราศีของตัวเอง
ดังนัันเราไม่ควรยิดติดตำแหน่งของเรามาใช้กับพี่น้องและคนทั่วไปที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หนทางการดำเนินชีวิตมนุษย์ฝ่ายจิตวิญญาณ 1

(ปฐก. 1:26 [ThaiKJV])
และพระเจ้าตรัสว่า "จงให้พวกเราสร้างมนุษย์ตามแบบฉายาของพวกเรา ตามอย่างพวกเรา และให้พวกเขาครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และสัตว์ใช้งาน ให้ครอบครองทั่วทั้งแผ่นดินโลก และบรรดาสัตว์เลื้อยคลานที่คลานไปมาบนแผ่นดินโลก"

(ปฐก. 1:27 [ThaiKJV])
ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามแบบพระฉายาของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเขาให้เป็นชายและหญิง

(ปฐก. 1:28 [ThaiKJV])
พระเจ้าได้ทรงอวยพรพวกเขา และพระเจ้าตรัสแก่พวกเขาว่า "จงมีลูกดกและทวีมากขึ้น จนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดินนั้น และครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินโลก"

 

ขอบคุณพระเจ้าเมื่อเดิมแรกเริ่มนั้น พระเจ้าได้สร้างเราตามแบบฉับบของพระเจ้าทีเดียว

ในปฐมกาลเยเนซิสบอกเราว่าพระเจ้าสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ เน้นสร้างตามแบบฉับบและสำเนาของพระองค์

ตรงนี้เราเห็นได้ว่าพระเจ้าได้เป็นพิมเขียวต้นฉับบให้กับมนุษย์เลย

วันนี้เมื่อข้าพเจ้าได้คืนกลับสู่อาณาจักรของพระเจ้าแล้ว

ได้รับความรอดแบบสมบูรณ์แบบแล้ว

ข้าพก็จำเป็นต้องชีวิตนิสัยถอดแบบมากจากพระเจ้าจริงๆๆ

เราจะให้คนอื่นเห็นว่าพระเจ้ามีหน้าตารูปร่างแบบไหนลักษณะเช่นไรไม่ต้องไปวาดรูปให้ยุ่งยาก

ก็โดยการที่ตัวเรานั่นเองเป็นรูปแบบของพระเจ้าเลยทีเดียว

ตรงนี้อย่าเข้าใจผิดว่าเราคือพระเจ้าเราไม่ใช่พระเจ้าแต่เราถอดแบบตามพระฉายาของพระเจ้า

โอ้พระเยซู สรรเสริญพระองค์

วันนี้เรามีชีวิตและนิสัยแบบพระเจ้ามีรูปร่างลักษณะที่ถอดแบบมาตามพระฉายของพระเจ้าแล้ว

ก็ก็ต้องมีการฝึกฝนฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณตามแบบพระฉายาของพระเจ้าด้วย

เพื่อที่เราจะมีอำนาจสิทธิอันชอบธรรมในการปกครองอาณาจักรสวรรค์ร่วมกับพระองค์

 

ในการทรงสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้านั้น

พระเจ้าได้ทรงสร้างสิ่งที่สำคัญมากอันเป็นจุดชี้ขาดนั่นคือ

การสร้างมนุษย์ที่มีวิญญาณนั่นเอง

กาย จิต วิญญาณ

นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องมี

ทำไมมนุษย์ต้องมีวิญญาณ

การมีวิญาณของมนุษย์เพื่ออะไร

มนุษย์มีวิญญาณเพื่อทำสิ่งต่างๆๆต่อไปนี้นั่นคือ

1.เพื่อติดต่อกับพระเจ้าพระผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมาตามแบบพระฉายาของพระเจ้า

2.เพื่อต้อนรับพระเจ้าเข้าสู่ในวิญญาณมนุษย์ผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งกับพระเจ้า

3.เพื่อนมัสการพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ที่มีชีวินิรันดร์เป็นพระเจ้าที่ไม่ตายนั่นเอง

4.เพื่อดำเนินชีวิตแบบพระเจ้าในโลกนี้

5.เพื่อสำเร็จพระประสงค์เพื่อพระเจ้า ในการปกครองแผ่นดินโลกอาณาจักรสวรรค์ทั้งหลาย

6.เพื่อเป็นหนึ่งกับพระเจ้า ตรงนี้คือการผสมผสานจนเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้านั่นเอง

ความสำคัญที่สูงสุดของมนุษย์ คือมนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่ในวิญญาณเสมอ ทั้งการถูกปกครองและควบคุมจากพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา

นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการดพเนินชีวิต มนุษย์ฝ่ายวิญญาณนั่นเอง

การเป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่าย

เราต้องมีการบดคั้นบดขยี้เปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับตัวตบแต่ง

ชีวิตเก่าดั่งเดิมที่เรามีเสียใหม่

ฟื้นฟูสู่องค์พระผู้เป็นเจ้า ร่วมดำเนินในหนทางของพระเจ้าสูดรับดื่มกินผลไม้แห่งชีวิต.

หนทางนี้ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากที่เราจะแบกไม้กางเขนติดตามพระองค์ไป

วันนี้เราจำต้องคุกเข่าลงอธิษฐานทูลขอการทรงนำชีวิตมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ จากพระเจ้า

ขอพระคุณของพระเจ้าทรงไถ่เราทั้งหลายให้เป็นมนุษย์ทองคำที่บริสุทธิ์เป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณของพระองค์

ตามลำพังตัวเราเองทำไม่ได้ แต่เราพึงพระคุณการช่วยให้รอดจากการไถ่ของพระเยซูเจ้า

ขอบพระคุณพระเยซูเจ้าที่ทรงสำเร็จการไถ่ของพระองค์บนไม้กางเขน

นำพระคุณความรอดมาให้แก่ข้าพระองค์เพื่อเป็นคนใหม่ในพระองค์

เป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ ตามพระประสงค์แต่แรกสร้างมนุษย์.