ในฐานะที่เป็นมนุษ์ตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเลี้ยงดูมาตลอดเวลาช่วงชีวิตต่อแต่นี้ไป 24ชั่วโมงคือการรับใช้พระเจ้าในทุกๆๆด้าน ขอพระเจ้าทรงนำพาหนทางให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดเอเมน
วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556
นิมิตของพระคริสต์22ประการในหนังสือวิวรณ์
วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556
การอธิษฐานของพระเยซูคริสต์
พระเยซูเจ้าตรัสดังนี้แล้ว ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นเบื้องบน ตรัสว่า ข้าแต่พระบิดา ถึงเวลาแล้ว โปรดประทานพระสิริรุ่งโรจน์กับพระบุตรของพระองค์เถิด เพื่อพระองค์จะทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์จากพระบุตร
ยอห์นบทที่17ข้อ1
วันนี้มาดูการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ พระเยซูเป็นแบบอย่างตัวอย่างที่ดีแก่เราทั้งหลายในการอธิษฐาน
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้เราได้เห็นถึงพระเยซูคริสต์เจ้าอีกด้านหนึ่งในฐานะมนุษย์ที่จำต้องมีการอธิษฐานเช่นกัน
เมื่อคืนก่อนนอนได้อ่านคำอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ในยอห์นบทที่17ทั้งบทแล้วทำให้ร่างกายฝ่ายจิตวิญญานเข้มแข็งขึ้นมาทันที เนื่องจากสภาพร่างกลายฝ่ายเนื้อหนังได้ป่วยลงอ่อนกำลัง ด้วยความเชื่อและการนำพาของพระองค์
และด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงนำพาให้มาอ่านยอห์นบทที่17นี้ ทำให้ร่างกายฝ่ายจิตวิญญาณเข้มแข็งและทำให้ร่างกายเนื้อหนังได้รับการชุบตัวบำรุงเลี้ยงมีร่างกายที่เริ่มแข็งแรงขึ้นมาทันที
ด้วยความเชื่อและการพึ่งพิงในพระเจ้า จึงได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อแบ่งปันพระคำของพระเจ้านอกจากหล่อเลี้ยงตัวเองแล้วยังได้หล่อเลี้ยงพี่น้องคริสต์เตียนทั้งหลาย ได้ร่วมรับพระคำจากต้นไม้แห่งชีวิตร่วมกินและดื่มจากต้นไม้แห่งชีวิต และดื่มน้ำแห่งชีวิต โอ้พระเยซู สรรเสริญขอบคุณพระองค์
เราทั้งหลายล้วนเป็นพี่น้องกันมีพระกายเดียวกันเอเมน.
เมื่อเราทั้งหลายอธิษฐานเป็นหนึ่งเดียวกันในพระกายคือกาสำแดงพระคริสต์ เราสามารถพูดได้ว่าเราเป็นดั่งพระคริสต์
ในยอห์นบทที่17ทั้งหมดนี่คือการอธิษของชีวิต การอธิษฐานขอให้พระบุตรได้รับสง่าราศี เพื่อให้พระบิดาได้รับสง่าราศีด้วยเช่นกัน
นี่คือหัวข้อหลักที่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าไอ้อธิษฐานในบทนี้
ตัวอย่างแบบอย่างการอธิษบานเพื่อให้พระบุตรได้สง่าราศี
พระบิดาได้สง่าราศี เราคริสเตียนทั้งหลายต้องอธิษฐานแบบนี้ไม่ใช่อธิษฐานขอสารพัดให้แต่ตัวเองเท่านั้นซึ่งเป็นการอธิษฐานของคริสเตียนในปัจจุบันนี้ การอธิษฐานขอแบบเนื้อหนังล้วนๆๆนี่คือการเป็นโรคติดต่อจากศาสนาดั่งเดิมก่อนเรามาเชื่อพระเจ้า
ก่อนเราเชื่อพระเจ้าเราถูกปลูกฝังมาให้ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
เมื่อมาเชื่อพระเจ้าก็นำวิธีเหล่านี้มาใช้ในชีวิตคริสตจักรซึ่งมันเป็นการดำเนินชีวิตที่ผิดเพี้ยนไป
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าได้มาบังเกิดเป็นรูปกลายเลือดเนื้อ เป็นมนุษย์เหมือนเราๆๆทั้งหลาย แต่เนื้อหนังของพระองค์นั้นก็คือพลับพลาอันเป็นสถานที่ให้พระเจ้าประทับบยแผ่นดินโลก
องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในสภาพมนุษย์ฝ่ายเนื้อหนังถูกกำจัดสิทธิ์ อยู่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์เอง
ดังนั้นสง่าราศีของพระเจ้าจึงถูกปกปิดซ่อนไว้ในพลับพลานั่นเอง
การอธิษฐานบนภูเขาแห่งการเปลี่ยนรูปกายนั้น องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากเนื้อหนังของพระองค์ และพระองค์ได้ปรากฎสภาพพระกายในพระสง่าราศีออกมา มีเหล่าสาวกของพระองค์ได้เห็นประจักษ์ตาเป็นพยานให้กับพระเยซูคริสต์ในเวลาต่อมาที่เหล่าวิสุทธิชนได้ทราบปรากฎในพระกิติคุณต่อมานั่นเอง
ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ถูกปกปิดไว้ในสภาพมนุษย์หลังจากพระเยซูคริสต์อธิษฐานเสร็จแล้วลงมาจากภูเขา ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าพระสง่าราศีของพระองค์นั้นไม่ได้ส่องสว่างแก่บุคคลโดยทั่วไปแต่ส่องสว่างสำหรับผู้ที่เปิดใจยอมรับเชื่อพระองค์เท่านั้น จึงสามารถเห็นสง่าราศีฉายพระสิริออกมาให้เห็นดั่งเช่นผู้เชื่อในปัจจุบันนี้ที่ห่างไกลยุคสมัยของพระเยซูกว่าสองพันปัขึ้นไป
เพราะเหล่าผู้เชื่อพระเยซูคริสต์นั้นเชื่อและวางใจได้เห็นพระสิริพระสง่าราศีส่องเข้าไปในจิตใจของเขาแล้ว จึงทำให้เค้าดำเนินชีวิตในความเชื่อมั่นต่อพระองค์พึ่งพิงในพระคุณความช่วยให้รอด การไถ่ของพระองค์นี่คือการสำแดงพระสง่าราศีที่เหล่าผู้เชื่อวิสุทธิชนดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้
ก่อนจะมีการอธิษฐานในครั้งนี้พระเยซูคริสต์ได้มีการพยากรณ์ถึงตัวพระองค์เองไว้ว่าจะได้รับพระสง่าราศี
รวมถึงพระบิดาก็จะได้รับพระสง่าราศีด้วยเช่นกัน
ดังที่ปรากฎปรากฎในยอห์นบทที่12ข้อ23 และบทที่13ข้อ31ถึง32 ขอให้ย้อนกลับไปอ่านเพื่อทบทวน
พระเยซูเจ้าตรัสตอบเขาว่า เวลาที่บุตรแห่งมนุษย์จะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์มาถึงแล้ว
ยอห์นบทที่12ข้อ23
เมื่อยูดาสออกไปแล้ว พระเยซูเจ้าตรัสว่า “บัดนี้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ และพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ด้วย
ถ้าพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ พระเจ้าจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในพระองค์ด้วย และจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในทันที
ยอห์นบทที่13ข้อ31ถึง32
จากสองบทนี้เราจะเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุก
ล่วงหน้าเพราะพระองค์คือพระเจ้านั่นเองเป็นพระเจ้าผู้ครองคลุมสรรพสิ่ง
การตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ พระองค์ต้องผ่านการตายเพิ่อให้เปลือกกายภายนอกแห่งสภาพมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ของพระองค์แตกออกมาและได้ทำให้ได้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกเปิดเผยปลดปล่อยออกมามา
ทำให้อีกสองพันปีต่อมามีผู้รับความรอดเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้าไปทุกชาติทุกภาษาทุกมุมโลก เพราะพระเยซู
คือพระเจ้าพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าและพระองค์เองเป็นพระเจ้า เป็นพระวิญญาณผู้ประสาทชีวิตให้แก่เราร่วมประสานเป็นหนึ่ง ก่อกำเนิดมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ
ภายหลังการตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์
พระองค์ได้เป็นขึ้นมาใหม่หลังจากการถูกตรึงตายบนไม้กางเขนผ่านไปสามวัน
พระองค์ได้เป็นขึ้นเพื่อยกชูสภาพมนุษย์ของพระองค์
เพื่อเข้าสู่องค์ประกอบอันศักสิทธิ์ และให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์นั้นได้สำแดงออกมา จนทั่วทั้งตัวของพระองค์ซึ่งครอบคลุมทังสภาพมนุษย์ และสภาพพระเจ้าเพื่อให้ได้รับพระสง่าราศี ด้วยเหตุนี้เองพระบิดาของพระองค์ก็ได้รับพระสง่าราศีด้วยเช่นกันจากการยกชูและสำแดงออกมาซึ่งพระสิริพระสง่าราศีจากสภาพมนุษย์และสภาพพระเจ้าในตัวของพระเยซูคริสต์
ด้วยการสำแดงพระสง่าราศีเช่นนี้เอง พระเยซูจึงได้อธิษฐานเพื่อสิ่งนี้
เราทั้งหลายก็เช่นกันจำต้องทูลขออธิษฐานเพื่อให้พระสง่าราศีของพระเจ้าสำแดงผ่านตัวเรา
การอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับข้อลับลึกอันศักสิทธิ์นี้ได้สำเร็จในสามช่วงเวลาด้วยกัน
ในช่วงที่หนึ่งของการอธิษฐานนี้ได้สำเร็จในการเป็นขึ้นของพระองค์ ในตอนนั้นองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากสภาพมนุษย์ของพระองค์และได้เข้าไปอยู่ในผู้เชื่อมากมาย
ให้เราอ่านยอห์นบทที่12ข้อ23และ24
(พระสิริรุ่งโรจน์มาถึงแล้ว
เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงในดิน และตายไป มันก็จะเป็นเพียงเมล็ดเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามันตาย มันก็จะบังเกิดผลมากมาย
ข้อพระคำทั้งสองข้อบอกกับเราว่าเพราะการตายของพระเยซูได้ไถ่พวกเราให้ได้รับความรอดและเป็นเม็ดพันธ์เม็ดเดียวที่เกิดผลก่อกำเนิดผู้เชื่ออีกมากมายทั่วทุกมุมโลก)
และตัวของพระเยซูที่ครอบคลุมสภาพมนุษย์ชองพระองค์ก็ถูกนำเข้าสู่พระสง่าราศี (ลูกา24ข้อ26)
จึงทำให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาได้รับการสำแดงออกในการเป็นขึ้นและในการได้รับสง่าราศีของพระองค์
ในการเป็นขึ้นของพระเยซูคริสต์นั้น พระเจ้าได้ทรงตอบและได้สำเร็จพระประสงค์ในการอธิษฐานของพระองค์เอง
(กิจการบทที่3ข้อ13ถึง15)
ในช่วงที่สองของคำอธิษฐานก็ได้สำเร็จในคริสตจักร คือเมื่อชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ได้รับการสำแดงผ่านอวัยวะมากมายของพระองค์ พระองค์ก็ได้รับสง่าราศีในเขาเหล่านั้น และพระบิดาก็ได้รับสง่าราศีในพระองค์ผ่านทางคริสตจักรด้วย(เอเฟโซบทที่3ข้อ21 1ติโมเธียวบทที่3ข้อ15ถึง16)
ในช่วงที่สามของคำอธิษฐานนี้ จะสำเร็จสุดยอดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เพราะในเวลานั้น พระองค์จะได้รับการสำแดงอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในพระสง่าราศี และพระเจ้าก็จะได้รับพระสง่าราศีในพระองค์ผ่านเมืองบริสุทธิ์ตราบชั่วนิจนิรันดร์ (วิวรณ์บทที่21ข้อ11 บทที่23ข้อ24)
การอธิษฐานเช่นนี้ของพระเยซูคริสต์เป็นการสำแดงเป็นการชี้แจงถึงพระฐานันดรของพระเยซูคริสต์ ถึงสภาพมนุษย์และสภาพพระเจ้าของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์เจ้ากับองค์พระบิดาทรงมีพระสง่าราศีที่ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันนั่นเอง
คริสตจักรในวันนี้คือเราทั้งหลายที่เป็นวิสุทธิชน ที่เป็นกลุ่มชนที่ต้องสำแดงพระสง่าราศีของพระเจ้าให้เป็นพยานแก่มนุษย์ทั้งมวลเพื่อนำคนหลงผิดไปจากทางของพระองค์กลับสู่แผ่นดินอาณาจักรของพระเจ้า
บทความนี้เขียนเพื่อหนุนในพี่น้องทั้งหลายให้ยึดมั่นในความเชื่อพึ่งพึงพระเจ้าจนถึงที่สุด ขอพระเจ้าสถิตกับท่านสำแดงพระองค์ผ่านตัวท่าน.
(ด้วยความเชื่อการเขียนเรื่องนี้มาจากการป่วยทางร่างกายเนื้อหนังของตัวและได้อธิษฐานทูลขอการพึ่งพึงจากพระเจ้าผ่านพระคำของพระเจ้าในยอห์นบทที่17
พระเจ้าทรงพระชนย์อยู่จริงในอดีตปัจจุบันและนิรันดร์กาล)
วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ระบบปุโรหิตในพระคัมภีร์
ตามพระคัมภีร์
มีการปฎิบัติหลัก3ประการ
ในการแจกจ่ายอันศักดิ์สิทธิ์
ได้แก่
1. ระบบปุโรหิต
2. การเป็นกษัตริย์
3. การเป็นผู้พยากรณ์
ระบบปุโรหิตเป็นการปฎิบัตินำหน้
นำให้การเป็นกษัตริย์และการเป็
คำนิยามของปุโรหิต
มนุษย์ถูกกำหนดให้ต้อนรับพระเจ้
รับการเติมเต็ม
ซาบซ่าน
ซึมซาบด้วยพระเจ้า
และมีพระเจ้าไหลออกจากเขา
เพื่อเขาจะได้การเป็นการสำแดงอั
นี่คือคำนิยามโดยย่อ
อาดามคือปุโรหิตคนแรก
ปุโรหิตเป็นผู้ถวายเครื่องบู
จึงไม่จำเป็นต้องถวายเครื่องบู
ก่อนการตกต่ำของอาดามเขาได้อยู่
หลังการทรงสร้างพระเจ้าไม่ได้
พระเจ้าวางอาดามไว้ต่อหน้าต้
อาดามได้เติมเต็มด้วยพระเจ้า
ได้ซาบซ่านและซึมซับพระเจ้า
แต่ในที่สุดอาดามก็ตกต่
ยิศฮาคเป็นมหาปุโรหิต
เพราะเขาดำเนินชีวิตในที่บริสุ
ชาวอิสราเอลทั้งปวงทุกคนล้วนเป็
ในช่วงเทศกาลปัศคาพวกเค้าได้
เมื่อพวกเค้าไดรั
พระองค์จะทำให้พวกเขาเป็ยอาณาจั
ระบบปุโรหิตแท้คือ
ทุกคนต้องอยู่ต่อเบื้องพระพั
เพื่อซาบซ่านพระองค์
เป็นการสำแดงออกแห่งกลุ่
ระบบปุโรหิตสองแบบ(ฮร5:1-6,7:1-
แบบแรกเป็นแบอาโรน
แบบที่สองเป็นแบบมัคคีเซเด็ด
ปุโรหิตแบบอาโรนเป็นบางสิ่
เนื่องจากปุโรหิตเหล่านี้ได้ถู
ปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ดเป็นผู้ที
หมายถึงมีปุโรหิตสองทิศทาง
หรือเป็นการจราจรสองทาง
ในสองแบบของระบบปุโรหิต
แบบแรกเป็นทิศทางจากมนุษย์ไปสู่
แบบที่สองคือจากพระเจ้าไปสู่มนุ
แต่พระเยซูคริสต์ผูเป็นมหาปุ
เอ็กโซโด28:12,29 กล่าวถึงปุโรหิตแบบอาโรนที่ได้
เยเนซิศ14:18-20กล่าวถึงปุโรหิ
ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับเราทั้
ใน1เปโตรบททึ่2เราจะพบกับระบบปุ
ในข้อ5 เป็นปุโรหิตแบบอาโรน
ในข้อ9 เป็นปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ด
ระบบปุโรหิตเป็นทั้งธาตุแท้มนุ
ซึ่งหมายถึงธาตุแท้อันศักดิ์สิ
ปุโรหิตผู้หนึ่งจะต้องเป็นคนที่
นี่คือกิ่งนี่คือวิสัยของปุโรหิ
เราจำต้องมีการแบ่งแยกบริสุทธิ์
มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถเป็นปุ
เช่นคำพูดต้องไม่พูดเหมื
ความคิด และทัศนะคติความเห็นของเราต้
ถ้าเราไม่แบ่งแยกจากสิ่
แม้แต่วิธีการใช้เงินก็จำต้
ปุโรหิตจะต้องแบ่
บ้านที่อยู่อาศัยและการแต่งตั
เมื่อเป็นผู้ที่อยู่ในระบบปุ
ไปเฝ้าอธิษฐานทูลต่อพระเจ้
การสัมผัสองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู
ไม่ให้มีสิ่งสามัญมาขั
จงทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย
คนที่เป็นผู้ทาสของพระเจ้ามีท่
ฆาละเดีย1:10เปาโลกล่าวว่า หรือว่าข้าพเจ้ากำลั
พระคัมภีร์บอกกับเราว่าทุกคนที่
1. สัตยซื่อต่อหลักความจริง
2. มีชีวิตอยู่เพื่อองค์พระผู้เป็
3. รักสง่าราศีของพระเจ้ามากกว่
4. ยอมเสียสละตัวเองแต่ไม่ยอมเสี
5. ไม้กางเขนทำให้ตัวเราแตกหักบนตั
เราจึงต้องลงมาจากบัลลังค์ของตั
บ่อยครั้งและหลายครั้งเรายึดติ
ยิ่งถ้ามีฐานะตำแหน่งหน้าที่
มาประชุมผสมผสานกับสมาชิกมั
ดังนัันเราไม่ควรยิดติดตำแหน่
วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
หนทางการดำเนินชีวิตมนุษย์ฝ่ายจิตวิญญาณ 1
(ปฐก. 1:26 [ThaiKJV])
และพระเจ้าตรัสว่า "จงให้พวกเราสร้างมนุษย์ตามแบบฉายาของพวกเรา ตามอย่างพวกเรา และให้พวกเขาครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และสัตว์ใช้งาน ให้ครอบครองทั่วทั้งแผ่นดินโลก และบรรดาสัตว์เลื้อยคลานที่คลานไปมาบนแผ่นดินโลก"
(ปฐก. 1:27 [ThaiKJV])
ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามแบบพระฉายาของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเขาให้เป็นชายและหญิง
(ปฐก. 1:28 [ThaiKJV])
พระเจ้าได้ทรงอวยพรพวกเขา และพระเจ้าตรัสแก่พวกเขาว่า "จงมีลูกดกและทวีมากขึ้น จนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดินนั้น และครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินโลก"
ขอบคุณพระเจ้าเมื่อเดิมแรกเริ่มนั้น พระเจ้าได้สร้างเราตามแบบฉับบของพระเจ้าทีเดียว
ในปฐมกาลเยเนซิสบอกเราว่าพระเจ้าสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ เน้นสร้างตามแบบฉับบและสำเนาของพระองค์
ตรงนี้เราเห็นได้ว่าพระเจ้าได้เป็นพิมเขียวต้นฉับบให้กับมนุษย์เลย
วันนี้เมื่อข้าพเจ้าได้คืนกลับสู่อาณาจักรของพระเจ้าแล้ว
ได้รับความรอดแบบสมบูรณ์แบบแล้ว
ข้าพก็จำเป็นต้องชีวิตนิสัยถอดแบบมากจากพระเจ้าจริงๆๆ
เราจะให้คนอื่นเห็นว่าพระเจ้ามีหน้าตารูปร่างแบบไหนลักษณะเช่นไรไม่ต้องไปวาดรูปให้ยุ่งยาก
ก็โดยการที่ตัวเรานั่นเองเป็นรูปแบบของพระเจ้าเลยทีเดียว
ตรงนี้อย่าเข้าใจผิดว่าเราคือพระเจ้าเราไม่ใช่พระเจ้าแต่เราถอดแบบตามพระฉายาของพระเจ้า
โอ้พระเยซู สรรเสริญพระองค์
วันนี้เรามีชีวิตและนิสัยแบบพระเจ้ามีรูปร่างลักษณะที่ถอดแบบมาตามพระฉายของพระเจ้าแล้ว
ก็ก็ต้องมีการฝึกฝนฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณตามแบบพระฉายาของพระเจ้าด้วย
เพื่อที่เราจะมีอำนาจสิทธิอันชอบธรรมในการปกครองอาณาจักรสวรรค์ร่วมกับพระองค์
ในการทรงสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้านั้น
พระเจ้าได้ทรงสร้างสิ่งที่สำคัญมากอันเป็นจุดชี้ขาดนั่นคือ
การสร้างมนุษย์ที่มีวิญญาณนั่นเอง
กาย จิต วิญญาณ
นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องมี
ทำไมมนุษย์ต้องมีวิญญาณ
การมีวิญาณของมนุษย์เพื่ออะไร
มนุษย์มีวิญญาณเพื่อทำสิ่งต่างๆๆต่อไปนี้นั่นคือ
1.เพื่อติดต่อกับพระเจ้าพระผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมาตามแบบพระฉายาของพระเจ้า
2.เพื่อต้อนรับพระเจ้าเข้าสู่ในวิญญาณมนุษย์ผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งกับพระเจ้า
3.เพื่อนมัสการพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ที่มีชีวินิรันดร์เป็นพระเจ้าที่ไม่ตายนั่นเอง
4.เพื่อดำเนินชีวิตแบบพระเจ้าในโลกนี้
5.เพื่อสำเร็จพระประสงค์เพื่อพระเจ้า ในการปกครองแผ่นดินโลกอาณาจักรสวรรค์ทั้งหลาย
6.เพื่อเป็นหนึ่งกับพระเจ้า ตรงนี้คือการผสมผสานจนเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้านั่นเอง
ความสำคัญที่สูงสุดของมนุษย์ คือมนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่ในวิญญาณเสมอ ทั้งการถูกปกครองและควบคุมจากพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา
นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการดพเนินชีวิต มนุษย์ฝ่ายวิญญาณนั่นเอง
การเป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่าย
เราต้องมีการบดคั้นบดขยี้เปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับตัวตบแต่ง
ชีวิตเก่าดั่งเดิมที่เรามีเสียใหม่
ฟื้นฟูสู่องค์พระผู้เป็นเจ้า ร่วมดำเนินในหนทางของพระเจ้าสูดรับดื่มกินผลไม้แห่งชีวิต.
หนทางนี้ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากที่เราจะแบกไม้กางเขนติดตามพระองค์ไป
วันนี้เราจำต้องคุกเข่าลงอธิษฐานทูลขอการทรงนำชีวิตมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ จากพระเจ้า
ขอพระคุณของพระเจ้าทรงไถ่เราทั้งหลายให้เป็นมนุษย์ทองคำที่บริสุทธิ์เป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณของพระองค์
ตามลำพังตัวเราเองทำไม่ได้ แต่เราพึงพระคุณการช่วยให้รอดจากการไถ่ของพระเยซูเจ้า
ขอบพระคุณพระเยซูเจ้าที่ทรงสำเร็จการไถ่ของพระองค์บนไม้กางเขน
นำพระคุณความรอดมาให้แก่ข้าพระองค์เพื่อเป็นคนใหม่ในพระองค์
เป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ ตามพระประสงค์แต่แรกสร้างมนุษย์.
วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในพระเยซูอย่างสุดจิตสุดใจว่าพระองค์เป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้
เฮ็บราย. 13:8
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นเหมือนเดิมทั้งเมื่อวานนี้ วันนี้ และสืบๆไปเป็นนิจกาล
(พระคัมภีร์ พันธสัญญาใหม่ ฉับบฟื้นฟู 2002)
เช้าวันนี้ข้าพเจ้าขอสรรเสริญพระองค์
พระองค์เป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้
บัดนี้ข้าพเจ้ามีชีวิตเป็นอยู่โดยพระองค์
เพราะว่าข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างสุดจิตสุดใจ
ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าองค์ถาวรเที่ยงแท้และนิรันดร์ ขอบคุณพระองค์เอเมน.
วันนี้เป็นวันครบรอบ1ปีที่ข้าพเจ้าลาออกจากงานประจำ งานราชการที่ดูแล้วมีอนาคตที่มั่นคงถาวร
แต่ด้วยนิมิตที่ข้าพเจ้าเห็นและได้รับการดลใจจากพระองค์ว่าข้าพเจ้าควรแสวงหาพระองค์เต็มเวลา
ข้าพเจ้าหมดเวลาทำงานให้โลกนี้แล้ว
เวลาที่เหลือต่อแต่นี้ไปเพื่อองค์พระเยซูคริสต์เท่านั้น
หนึ่งปีที่ผ่านมาพัฒนาการความเชื่อของข้าพเจ้ายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร
ยังต้องผ่านการบดคั้นบดขยี้ฟื้นฟูอีกมากมาย
จนกลายเป็นภาชนะที่ใช้การได้ในการก่อสร้างอาณาจักรของพระเจ้า
ข้าพเจ้าเป็นภาชนะดินที่ไร้ค่าแต่โดยพระเมตราคุณขององค์พระเยซูคริสเจ้า
บัดนี้พระองค์ได้ทรงทำการฟื้นฟูข้าพเจ้าให้หวนกลับสู่หนทางของพระองค์
ให้ข้าพเจ้ามีส่วนอันน้อยนิดเป็นภาชนะดินที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นทองคำที่บริสุทธิ์บดขยี้ให้หล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิสุทธิชนทั้งหลายเพื่อมีส่วนในการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าก่อสน้างอาณาจักรของพระเจ้าก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่
จากดินที่ไร้ค่าสูภาชะทองกลายเป็นเพชรพลอยที่ล้ำค่าเพื่อประดับตกแต่งพระวิหารของพระเจ้า ร่วมมีสง่าราศรีกับพระองค์
ก้าวอย่างสู่ปีที่สองของข้าพเจ้า ขอพระองค์ทรงเจิมข้าพระองค์ด้วยพระวิญาณบริสุทธิ์
หลั่งไหลจากตัวข้าพระให้ข้าพระองค์มีสติปัญญาความทรงจำเพื่อใช้ในการเปิดเผยนิมิตรของพระองค์ เพื่อใช้ในการหนุนใจ เพื่อใช้ในการชูใจ และเพื่อใช้ในการประกาศพระอาณาจักร์ของพระองค์แก่คนทั้งมวลที่หลงหายให้กลับคืนสู่อาณาจักรของพระองค์มาร่วก่อสร้างพระวิหารของพระองค์ เอเมน
ในพระธรรมเฮ็บรายบทที่13ข้อ8 ได้ย้ำให้เราว่าเราจำต้องดำเนินชีวิตคริสตที่แท้จริงและอย่างมั่นคง
เราต้องยึดมั่นในพระคริสต์ผู้ทรงเป็นเหมือนเดิม ทั้งเมื่อวานนี้ วันนี้ และสืบๆๆไปเป็นนิจกาล
เราจำต้องมีการดำเนินชีวิตคริสตจักรภายใต้พันธสัญญาใหม่ ไม่ฟังคำสอนแปลกๆที่แตกแยกออกไปจากพระคำของพระองค์ที่อยู่ในพระคัมภีร์
ปีที่สองของข้าพเจ้าที่ยังมีลมปราณที่ได้รับพระราชทานมาจากพระเจ้าเพื่อให้ข้าพดำรงชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระคริสและการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า
ข้าพเจ้าขอร่วมประสานกับพระวิญาณบริสุทธิ์ภายในข้าพเจ้าร่วมเป็นหนึ่งในพระกายป็นนิตนี้เพื่อแผ่นดินอันบริสุทธิ์จะสำเร็จก่อรูปจนเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่.
ขอพระเจ้าสถิตอยู่กับท่าน อวยพระพรท่านให้มีความมั่นคงเข้มแข็งในหนทางของพระเจ้าเหมือนที่ข้าพเจ้าดำเนินอยู่นี้
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน.
วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ฮักกัยคู่ร่วมประสานซะคาระยาในการก่อสร้างพระวิหารบริสุทธิ์อันศักสิทธิ์ของพระเจ้า
ในระหว่างเวลาที่ชาวอิสราเอลได้หยุดก่อสร้างพระวิหารขึ้นใหม่นั้น
ในเวลานั้นเค้าเหล่านั้นเค้าเหล่านั้นก็ได้สร้างบ้านเรือนของตนเองอย่างงดงามสวยหรู จนลืมเรื่องการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าเสียสิ้น
ประกอบกับเวลานั้นการต่อต้านและการขัดขวางศัตรูมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา และยิ่งกว่านั้นเกิดความอ้างว้างและเกิดความกันดารมีขึ้นอย่างมากมาย
ชาวอิสราเอลจึงนึกคิดว่าเวลาแห่งการก่อสร้างพระวิหารให้กับพระเจ้ายังคงมาไม่ถึงละทิ้งไว้ก่อน.
“พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า ประชาชนเหล่านี้กล่าวว่า เวลานั้นยังไม่มาถึง คือเวลาที่จะสร้างพระนิเวศของพระเยโฮวาห์” ฮักกัยบทที่1ข้อ2 “โอ้ เจ้าทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วหรือที่ตัวเจ้าเองอาศัยอยู่ในบ้านที่มีไม้บุ แต่ส่วนพระนิเวศนี้ทิ้งให้พังทลาย ฮักกัยบทที่1ข้อ4เจ้าหว่านมาก แต่เกี่ยวน้อย เจ้ารับประทาน แต่ไม่เคยอิ่ม เจ้าดื่ม แต่ก็ไม่เคยหายอยาก เจ้านุ่งห่ม แต่ก็ไม่มีใครอุ่น ผู้ที่ได้ค่าจ้าง ก็ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรู
ฮักกัยบทที่1ข้อ6
เพราะฉะนั้น ท้องฟ้าที่อยู่เหนือเจ้าจึงยั้งน้ำค้างไว้เสีย และโลกก็ยึดพืชผลของมันไว้เสีย
ฮักกัยบทที่1ข้อ10
จากสภาพการณ์เช่นนี้เองพระเจ้าจึงได้ทรงใช้ ศาสดาพยากรณ์ฮาฆีจึงได้ลุกขึ้นป่าวประกาศพระคำของพระเจ้าเพื่อหนุนใจชาวอิสราเอลที่ได้กลับคืนมาให้ดำเนินการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าขึ้นมาใหม่ต่อไปจนกว่าพระวิหารของพระเจ้าจะก่อสร้างสำเร็จ
พระคำของพระเจ้าจึงได้มาถึงศาสดาพยากรณ์ฮาฆีว่า
พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร
พระเยโฮวาห์ตรัสว่า จงขึ้นไปที่เนินเขาและนำไม้มาสร้างพระนิเวศ เราจะมีความพอใจในพระนิเวศนั้น และเราจะได้รับเกียรติ
ฮักกัยบทที่1ข้อ7-8
พระเจ้าได้ทรงใช้ศาสดาพยากรณ์ฮักกัยมาติเตียนเตือนสติพลไพร่ของพระองค์ว่า การที่พวกเขาเหล่านั้นได้รับภัยพิบัติต่างๆๆมากมาย และต้องรับการทนทุกข์ทรมารยากลำบาก เพื่อที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้รู้จักสำรวจตรวจสอบการประพฤติของตนเอง
พวกเขาไม่ควรที่จะปล่อยให้พระวิหารของพระเจ้าเป็นที่รกร้างว่างเสีย แต่พวกเขาควรขึ้นไปยังภูเขาเพื่อไปหาไม้และวัสดุมาก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า
ด้วยคำเตือนของพระเจ้าผ่านมายังศาสดาพยากรณ์ฮักกัยนี้ ยะโอซูอ่ะปุโรหิตใหญ่บุตรของยะโฮชาดักและพลไพร่ที่เหลืออยู่นั้น
ได้เชื่อฟังพระคำของพระยะโฮวาผู้เป็นพระเจ้าของเขา
“แล้วเศรุบบาเบล บุตรชายเชอัลทิเอลและโยชูวา บุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต พร้อมกับประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขาทั้งหลาย และถ้อยคำของฮักกัยผู้พยากรณ์ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาทั้งหลายได้ทรงใช้ท่านมา และประชาชนก็เกรงกลัวต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์” ฮักกัยบทที่1ข้อ12 และพระเจ้ายังได้ทรงใช้ศาสดาพยากรณ์ฮาฆี หนุนใจชาวอิสราเอลให้เขาเหลานั้นทำงานก่อสร้างพระวิหารด้วยความเข้มแข็ง เพื่อที่การก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าจะสำเร็จขึ้นมาใหม่ พระเยโฮวาห์ตรัสว่า โอ เศรุบบาเบลเอ๋ย แม้กระนั้นก็ดี จงกล้าหาญเถิด โอ โยชูวาบุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิตเอ๋ย จงกล้าหาญเถิด ประชาชนทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินเอ๋ย จงกล้าหาญเถิด พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้แหละ พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่า จงทำงานเถิด เพราะเราอยู่กับเจ้า ฮักกัยบทที่2ข้อ4 การก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าในวันนี้ต้องมีคนอย่างฮักกัยมาช่วยหนุนใจเตือนใจเราให้เข้มแข็ง เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้ก่อสร้างพระวิหารอาณาจักรสรรค์ที่นิรันดร์แก่พระเจ้า สรรเสริญพระเจ้า เอเมน.