วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หนทางการดำเนินชีวิตมนุษย์ฝ่ายจิตวิญญาณ 1

(ปฐก. 1:26 [ThaiKJV])
และพระเจ้าตรัสว่า "จงให้พวกเราสร้างมนุษย์ตามแบบฉายาของพวกเรา ตามอย่างพวกเรา และให้พวกเขาครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และสัตว์ใช้งาน ให้ครอบครองทั่วทั้งแผ่นดินโลก และบรรดาสัตว์เลื้อยคลานที่คลานไปมาบนแผ่นดินโลก"

(ปฐก. 1:27 [ThaiKJV])
ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามแบบพระฉายาของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเขาให้เป็นชายและหญิง

(ปฐก. 1:28 [ThaiKJV])
พระเจ้าได้ทรงอวยพรพวกเขา และพระเจ้าตรัสแก่พวกเขาว่า "จงมีลูกดกและทวีมากขึ้น จนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดินนั้น และครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ และบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินโลก"

 

ขอบคุณพระเจ้าเมื่อเดิมแรกเริ่มนั้น พระเจ้าได้สร้างเราตามแบบฉับบของพระเจ้าทีเดียว

ในปฐมกาลเยเนซิสบอกเราว่าพระเจ้าสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ เน้นสร้างตามแบบฉับบและสำเนาของพระองค์

ตรงนี้เราเห็นได้ว่าพระเจ้าได้เป็นพิมเขียวต้นฉับบให้กับมนุษย์เลย

วันนี้เมื่อข้าพเจ้าได้คืนกลับสู่อาณาจักรของพระเจ้าแล้ว

ได้รับความรอดแบบสมบูรณ์แบบแล้ว

ข้าพก็จำเป็นต้องชีวิตนิสัยถอดแบบมากจากพระเจ้าจริงๆๆ

เราจะให้คนอื่นเห็นว่าพระเจ้ามีหน้าตารูปร่างแบบไหนลักษณะเช่นไรไม่ต้องไปวาดรูปให้ยุ่งยาก

ก็โดยการที่ตัวเรานั่นเองเป็นรูปแบบของพระเจ้าเลยทีเดียว

ตรงนี้อย่าเข้าใจผิดว่าเราคือพระเจ้าเราไม่ใช่พระเจ้าแต่เราถอดแบบตามพระฉายาของพระเจ้า

โอ้พระเยซู สรรเสริญพระองค์

วันนี้เรามีชีวิตและนิสัยแบบพระเจ้ามีรูปร่างลักษณะที่ถอดแบบมาตามพระฉายของพระเจ้าแล้ว

ก็ก็ต้องมีการฝึกฝนฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณตามแบบพระฉายาของพระเจ้าด้วย

เพื่อที่เราจะมีอำนาจสิทธิอันชอบธรรมในการปกครองอาณาจักรสวรรค์ร่วมกับพระองค์

 

ในการทรงสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้านั้น

พระเจ้าได้ทรงสร้างสิ่งที่สำคัญมากอันเป็นจุดชี้ขาดนั่นคือ

การสร้างมนุษย์ที่มีวิญญาณนั่นเอง

กาย จิต วิญญาณ

นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องมี

ทำไมมนุษย์ต้องมีวิญญาณ

การมีวิญาณของมนุษย์เพื่ออะไร

มนุษย์มีวิญญาณเพื่อทำสิ่งต่างๆๆต่อไปนี้นั่นคือ

1.เพื่อติดต่อกับพระเจ้าพระผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมาตามแบบพระฉายาของพระเจ้า

2.เพื่อต้อนรับพระเจ้าเข้าสู่ในวิญญาณมนุษย์ผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งกับพระเจ้า

3.เพื่อนมัสการพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ที่มีชีวินิรันดร์เป็นพระเจ้าที่ไม่ตายนั่นเอง

4.เพื่อดำเนินชีวิตแบบพระเจ้าในโลกนี้

5.เพื่อสำเร็จพระประสงค์เพื่อพระเจ้า ในการปกครองแผ่นดินโลกอาณาจักรสวรรค์ทั้งหลาย

6.เพื่อเป็นหนึ่งกับพระเจ้า ตรงนี้คือการผสมผสานจนเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้านั่นเอง

ความสำคัญที่สูงสุดของมนุษย์ คือมนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่ในวิญญาณเสมอ ทั้งการถูกปกครองและควบคุมจากพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา

นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการดพเนินชีวิต มนุษย์ฝ่ายวิญญาณนั่นเอง

การเป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่าย

เราต้องมีการบดคั้นบดขยี้เปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับตัวตบแต่ง

ชีวิตเก่าดั่งเดิมที่เรามีเสียใหม่

ฟื้นฟูสู่องค์พระผู้เป็นเจ้า ร่วมดำเนินในหนทางของพระเจ้าสูดรับดื่มกินผลไม้แห่งชีวิต.

หนทางนี้ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากที่เราจะแบกไม้กางเขนติดตามพระองค์ไป

วันนี้เราจำต้องคุกเข่าลงอธิษฐานทูลขอการทรงนำชีวิตมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ จากพระเจ้า

ขอพระคุณของพระเจ้าทรงไถ่เราทั้งหลายให้เป็นมนุษย์ทองคำที่บริสุทธิ์เป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณของพระองค์

ตามลำพังตัวเราเองทำไม่ได้ แต่เราพึงพระคุณการช่วยให้รอดจากการไถ่ของพระเยซูเจ้า

ขอบพระคุณพระเยซูเจ้าที่ทรงสำเร็จการไถ่ของพระองค์บนไม้กางเขน

นำพระคุณความรอดมาให้แก่ข้าพระองค์เพื่อเป็นคนใหม่ในพระองค์

เป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ ตามพระประสงค์แต่แรกสร้างมนุษย์.

 

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในพระเยซูอย่างสุดจิตสุดใจว่าพระองค์เป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้

 

เฮ็บราย. 13:8
พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​เป็นเหมือน​เดิม​ทั้งเมื่อ​วาน​นี้ วัน​นี้ และ​สืบๆ​ไป​เป็น​นิจกาล

(พระคัมภีร์ พันธสัญญาใหม่ ฉับบฟื้นฟู 2002)

เช้าวันนี้ข้าพเจ้าขอสรรเสริญพระองค์
พระองค์เป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้
บัดนี้ข้าพเจ้ามีชีวิตเป็นอยู่โดยพระองค์
เพราะว่าข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างสุดจิตสุดใจ
ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าองค์ถาวรเที่ยงแท้และนิรันดร์ ขอบคุณพระองค์เอเมน.

วันนี้เป็นวันครบรอบ1ปีที่ข้าพเจ้าลาออกจากงานประจำ งานราชการที่ดูแล้วมีอนาคตที่มั่นคงถาวร
แต่ด้วยนิมิตที่ข้าพเจ้าเห็นและได้รับการดลใจจากพระองค์ว่าข้าพเจ้าควรแสวงหาพระองค์เต็มเวลา
ข้าพเจ้าหมดเวลาทำงานให้โลกนี้แล้ว
เวลาที่เหลือต่อแต่นี้ไปเพื่อองค์พระเยซูคริสต์เท่านั้น

หนึ่งปีที่ผ่านมาพัฒนาการความเชื่อของข้าพเจ้ายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร
ยังต้องผ่านการบดคั้นบดขยี้ฟื้นฟูอีกมากมาย
จนกลายเป็นภาชนะที่ใช้การได้ในการก่อสร้างอาณาจักรของพระเจ้า

ข้าพเจ้าเป็นภาชนะดินที่ไร้ค่าแต่โดยพระเมตราคุณขององค์พระเยซูคริสเจ้า
บัดนี้พระองค์ได้ทรงทำการฟื้นฟูข้าพเจ้าให้หวนกลับสู่หนทางของพระองค์
ให้ข้าพเจ้ามีส่วนอันน้อยนิดเป็นภาชนะดินที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นทองคำที่บริสุทธิ์บดขยี้ให้หล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิสุทธิชนทั้งหลายเพื่อมีส่วนในการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าก่อสน้างอาณาจักรของพระเจ้าก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่

จากดินที่ไร้ค่าสูภาชะทองกลายเป็นเพชรพลอยที่ล้ำค่าเพื่อประดับตกแต่งพระวิหารของพระเจ้า ร่วมมีสง่าราศรีกับพระองค์
ก้าวอย่างสู่ปีที่สองของข้าพเจ้า ขอพระองค์ทรงเจิมข้าพระองค์ด้วยพระวิญาณบริสุทธิ์
หลั่งไหลจากตัวข้าพระให้ข้าพระองค์มีสติปัญญาความทรงจำเพื่อใช้ในการเปิดเผยนิมิตรของพระองค์ เพื่อใช้ในการหนุนใจ เพื่อใช้ในการชูใจ และเพื่อใช้ในการประกาศพระอาณาจักร์ของพระองค์แก่คนทั้งมวลที่หลงหายให้กลับคืนสู่อาณาจักรของพระองค์มาร่วก่อสร้างพระวิหารของพระองค์ เอเมน
ในพระธรรมเฮ็บรายบทที่13ข้อ8 ได้ย้ำให้เราว่าเราจำต้องดำเนินชีวิตคริสตที่แท้จริงและอย่างมั่นคง
เราต้องยึดมั่นในพระคริสต์ผู้ทรงเป็นเหมือนเดิม ทั้งเมื่อวานนี้ วันนี้ และสืบๆๆไปเป็นนิจกาล
เราจำต้องมีการดำเนินชีวิตคริสตจักรภายใต้พันธสัญญาใหม่ ไม่ฟังคำสอนแปลกๆที่แตกแยกออกไปจากพระคำของพระองค์ที่อยู่ในพระคัมภีร์

ปีที่สองของข้าพเจ้าที่ยังมีลมปราณที่ได้รับพระราชทานมาจากพระเจ้าเพื่อให้ข้าพดำรงชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระคริสและการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า
ข้าพเจ้าขอร่วมประสานกับพระวิญาณบริสุทธิ์ภายในข้าพเจ้าร่วมเป็นหนึ่งในพระกายป็นนิตนี้เพื่อแผ่นดินอันบริสุทธิ์จะสำเร็จก่อรูปจนเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่.
ขอพระเจ้าสถิตอยู่กับท่าน อวยพระพรท่านให้มีความมั่นคงเข้มแข็งในหนทางของพระเจ้าเหมือนที่ข้าพเจ้าดำเนินอยู่นี้
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน.


วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฮักกัยคู่ร่วมประสานซะคาระยาในการก่อสร้างพระวิหารบริสุทธิ์อันศักสิทธิ์ของพระเจ้า

ในระหว่างเวลาที่ชาวอิสราเอลได้หยุดก่อสร้างพระวิหารขึ้นใหม่นั้น

 

ในเวลานั้นเค้าเหล่านั้นเค้าเหล่านั้นก็ได้สร้างบ้านเรือนของตนเองอย่างงดงามสวยหรู จนลืมเรื่องการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าเสียสิ้น

 

ประกอบกับเวลานั้นการต่อต้านและการขัดขวางศัตรูมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา และยิ่งกว่านั้นเกิดความอ้างว้างและเกิดความกันดารมีขึ้นอย่างมากมาย 

 

ชาวอิสราเอลจึงนึกคิดว่าเวลาแห่งการก่อสร้างพระวิหารให้กับพระเจ้ายังคงมาไม่ถึงละทิ้งไว้ก่อน.

“พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า ประชาชนเหล่านี้กล่าวว่า เวลานั้นยังไม่มาถึง คือเวลาที่จะสร้างพระนิเวศของพระเยโฮวาห์”                        ฮักกัยบทที่1ข้อ2   “โอ้ เจ้าทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วหรือที่ตัวเจ้าเองอาศัยอยู่ในบ้านที่มีไม้บุ แต่ส่วนพระนิเวศนี้ทิ้งให้พังทลาย                          ฮักกัยบทที่1ข้อ4
เจ้าหว่านมาก แต่เกี่ยวน้อย เจ้ารับประทาน แต่ไม่เคยอิ่ม เจ้าดื่ม แต่ก็ไม่เคยหายอยาก เจ้านุ่งห่ม แต่ก็ไม่มีใครอุ่น ผู้ที่ได้ค่าจ้าง ก็ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรู
                         ฮักกัยบทที่1ข้อ6

เพราะฉะนั้น ท้องฟ้าที่อยู่เหนือเจ้าจึงยั้งน้ำค้างไว้เสีย และโลกก็ยึดพืชผลของมันไว้เสีย
                          ฮักกัยบทที่1ข้อ10
จากสภาพการณ์เช่นนี้เองพระเจ้าจึงได้ทรงใช้ ศาสดาพยากรณ์ฮาฆีจึงได้ลุกขึ้นป่าวประกาศพระคำของพระเจ้าเพื่อหนุนใจชาวอิสราเอลที่ได้กลับคืนมาให้ดำเนินการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าขึ้นมาใหม่ต่อไปจนกว่าพระวิหารของพระเจ้าจะก่อสร้างสำเร็จ
พระคำของพระเจ้าจึงได้มาถึงศาสดาพยากรณ์ฮาฆีว่า 

พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

พระเยโฮวาห์ตรัสว่า จงขึ้นไปที่เนินเขาและนำไม้มาสร้างพระนิเวศ เราจะมีความพอใจในพระนิเวศนั้น และเราจะได้รับเกียรติ
                          ฮักกัยบทที่1ข้อ7-8
พระเจ้าได้ทรงใช้ศาสดาพยากรณ์ฮักกัยมาติเตียนเตือนสติพลไพร่ของพระองค์ว่า การที่พวกเขาเหล่านั้นได้รับภัยพิบัติต่างๆๆมากมาย และต้องรับการทนทุกข์ทรมารยากลำบาก เพื่อที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้รู้จักสำรวจตรวจสอบการประพฤติของตนเอง

พวกเขาไม่ควรที่จะปล่อยให้พระวิหารของพระเจ้าเป็นที่รกร้างว่างเสีย แต่พวกเขาควรขึ้นไปยังภูเขาเพื่อไปหาไม้และวัสดุมาก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า

ด้วยคำเตือนของพระเจ้าผ่านมายังศาสดาพยากรณ์ฮักกัยนี้ ยะโอซูอ่ะปุโรหิตใหญ่บุตรของยะโฮชาดักและพลไพร่ที่เหลืออยู่นั้น
ได้เชื่อฟังพระคำของพระยะโฮวาผู้เป็นพระเจ้าของเขา

“แล้วเศรุบบาเบล บุตรชายเชอัลทิเอลและโยชูวา บุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต พร้อมกับประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขาทั้งหลาย และถ้อยคำของฮักกัยผู้พยากรณ์ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาทั้งหลายได้ทรงใช้ท่านมา และประชาชนก็เกรงกลัวต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์”                              ฮักกัยบทที่1ข้อ12 และพระเจ้ายังได้ทรงใช้ศาสดาพยากรณ์ฮาฆี หนุนใจชาวอิสราเอลให้เขาเหลานั้นทำงานก่อสร้างพระวิหารด้วยความเข้มแข็ง เพื่อที่การก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าจะสำเร็จขึ้นมาใหม่   พระเยโฮวาห์ตรัสว่า โอ เศรุบบาเบลเอ๋ย แม้กระนั้นก็ดี จงกล้าหาญเถิด โอ โยชูวาบุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิตเอ๋ย จงกล้าหาญเถิด ประชาชนทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินเอ๋ย จงกล้าหาญเถิด พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้แหละ พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่า จงทำงานเถิด เพราะเราอยู่กับเจ้า                           ฮักกัยบทที่2ข้อ4 การก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าในวันนี้ต้องมีคนอย่างฮักกัยมาช่วยหนุนใจเตือนใจเราให้เข้มแข็ง เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้ก่อสร้างพระวิหารอาณาจักรสรรค์ที่นิรันดร์แก่พระเจ้า สรรเสริญพระเจ้า เอเมน.











วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฮักกัยศาสดาพยากรณ์ผู้เผยพระวจนะที่สัตซื่อในก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า


ฮักกัยเป็นศาสดพยากรณ์พระคำของพระเจ้าที่เกิดอยู่ในสมัยเดียวกับศาสดาพยากรณ์ซะคาระยา

(ผู้เล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์อาณาจักรของพระเจ้าที่กินผลไม้แห่งชีวิตนิรันดร์ในสวนเอเดน แต่ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินโลกคืออาณาจักรของซาตานที่กินแต่ผลไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว)


ฮักกัยได้ประกาศพระคำของพระเจ้าเพื่อเตือนสติพลไพร่ของพระองค์ในปีที่2แห่งรัชกาลของกษัตริย์ดาระยาศ

ฮักกัยมีความหมายว่าเทศกาลของเรา
หรือเทศกาลของพระยะโฮวา
กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าฮักกัยมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะรีบกลับมายังประเทศของตน
เพื่อที่ฮักกัยจะฟื้นฟูประเทศของเขา และทำการฟื้นฟูเทศกาลของพระเจ้าขึ้นมาใหม่
ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าฮักกัยเป็นคนที่มีใจร้อนรนในการกลับมาฟื้นฟูการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าอย่างไม่รีรอ

ฮักกัยมีภาระใจที่จะกระทำการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้า ฮักกัยได้ทำการฟื้นฟูพระวิหารของพระเจ้าเทศกาลต่างๆๆเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระยะโฮวา
ถามว่าเราผู้เป็นพี่น้องคริสเตียนผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์มีใจร้อนรนแบบฮักกัยในฟื้นฟูการก่อสร้างพระวิหารของพระเจ้าบ้างหรือเปล่า
มีใจร้อนรนในการฟื้นฟูเทศกาลถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าบ้างหรือเปล่า
พี่น้องอาจจะบอกว่าผมมีส่วนอย่างมากด้วยการถวายทรัพย์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมคริสตจักรนี่ก็คือการก่อสร้างพระวิหาร และมาประชุมทุกวันอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอมิได้ขาดมิได้หยุด ครับเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมขอบคุณพระเจ้า แต่นี่เป็นความเข้าใจที่ตื้นเขินอย่างมาก

การก่อสร้างพระวิหารแบบฮักกัย การฟื้นฟูเทศกาลของพระเจ้าแบบฮักกัยตรงนี้ ต้องเริ่มที่เราก่อนเพราะร่างกายของเราคือพระวิหารของพระเจ้า เราต้องไม่ลืมตรงนี้เราต้องฟื้นฟูพระวิหารของพระเจ้าที่ตัวเราก่อน

ฟื้นฟูอย่างไร เริ่มด้วยฟื้นฟูการอ่านกลืนกินย่อยพระคำของพระเจ้าเสียก่อน

ปัจจุบันมีพี่น้องหลายท่านและจำนวนมากเสียด้วยไม่ได้อ่านพระคำของพระเจ้าในชีวิตประจำวันจะอ่านก็ต่อเมื่อมาประชุมเท่านั้น

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าห่วงต่อพระวิหารของพระเจ้าจริงๆๆ
ถ้าพระวิหารของพระเจ้าขาดการดูแลหล่อเลียงจากพระคำของพระเจ้าเสียแล้วพระวิหารของพระเจ้าจะเจริญเติบโตถวายเกียรติเป็นสง่าราศรีให้แก่พระเจ้าได้อย่างไร

ไม่อ่านพระคำของพระเจ้าก็มีแต่ทำให้พระวิหารของพระเจ้าเสื่อมโทรมลงแล้วสุดท้ายพระวิหารของพระเจ้าก็พังทลายลง

พระเจ้าที่อาศัยอยู่ในพระวิหารก็ต้องไปหาพระวิหารแห่งใหม่อยู่

ส่วนพระวิหารที่พังทลายลงกลายเป็นวิหารเสื่อมโทรมที่มีแต่อำนาจวิญาณชั่วของมารซาตานมาสิงสถิตแทน
วิหารของพระเจ้าก็เลยกลายเป็นวิหารของซาตาน
อาณาจักรของพระเจ้าวิหารของพระเจ้าได้กลายเป็นอาณาจักรของซาตานวิหารของซานตานไปเสียแล้ว

เราจะเห็นว่าปัจจุบันในวิหารของซาตานอาณาจักรของซาตานจะเต็มไปด้วยรูปเคารพมากมากมาย เช่นรูปเคารพในเงินทอง สิ่งของที่เป็นยากเยื่อทั้งนั้น ชื่อเสียงลาภยศสรรเสริญก็ด้วยเช่นกันที่มีในวิหารซาตานนี้.
ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเมื่อเราทำงาน เราก็มัวแต่บูชารูปเคารพในการงานเพื่อหวังตำแหน่งหน้าที่บ้านงาน
ทำแต่งานทุ่มเทให้กับงาน ไม่มาประชุมแล้ว ไม่เอาพระเจ้าแล้ว ไม่อ่านพระคำไม่มีใจแสวงหาพระเจ้าอีกเลย

เราจะทุ่มเทกายใจให้รูปเคารพการงานอย่างสุด
หัวใจทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงาน เพียงแค่ต้องการตำแหน่งลมๆๆแล้งๆๆ เงินทองบ้านที่ใหญ่โตขึ้นสิ่งเหล่านี้เป็นหยากเยื้อแท้ๆๆ
เมื่อตายไปเราก็เอาไปไม่ได้อยู่ดีใช่ใหม

วันนี้เราต้องกลับใจเสียใหม่หันกลับร้อนรนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าในการฟื้นฟูวิหารของพระเจ้าที่ตัวเราเสียก่อน.

การร้อนรนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ใช่สิ่งผิด
เพียงเรามีใจหันกลับดั่งชาวอิสราเอลที่ได้รับการตักเตือนของพระเจ้าผ่านมายังฮักกัยนั่นเอง

ฮกก. 1:2
"พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า ประชาชนเหล่านี้กล่าวว่า เวลานั้นยังไม่มาถึง คือเวลาที่จะสร้างพระนิเวศของพระเยโฮวาห์"


ฮกก. 1:3
แล้วพระวจนะของพระเยโฮวาห์จึงมาถึงโดยทางฮักกัยผู้พยากรณ์ว่า

ฮกก. 1:4
"โอ เจ้าทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วหรือที่ตัวเจ้าเองอาศัยอยู่ในบ้านที่มีไม้บุ แต่ส่วนพระนิเวศนี้ทิ้งให้พังทลาย

(ฮกก. 1:5 [ThaiKJV])
เพราะฉะนั้น บัดนี้พระเยโฮวาห์จอมโยธาจึงตรัสว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

(ฮกก. 1:6 [ThaiKJV])
เจ้าหว่านมาก แต่เกี่ยวน้อย เจ้ารับประทาน แต่ไม่เคยอิ่ม เจ้าดื่ม แต่ก็ไม่เคยหายอยาก เจ้านุ่งห่ม แต่ก็ไม่มีใครอุ่น ผู้ที่ได้ค่าจ้าง ก็ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรู

(ฮกก. 1:7 [ThaiKJV])
พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงพิจารณาดูว่า เจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

(ฮกก. 1:8 [ThaiKJV])
พระเยโฮวาห์ตรัสว่า จงขึ้นไปที่เนินเขาและนำไม้มาสร้างพระนิเวศ เราจะมีความพอใจในพระนิเวศนั้น และเราจะได้รับเกียรติ

(ฮกก. 1:9 [ThaiKJV])
เจ้าทั้งหลายหวังได้มาก แต่ดูเถิด ก็ได้น้อย และเมื่อเจ้านำผลมาบ้านของเจ้า เราก็เป่ามันไปเสีย พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่า ทำไมเป็นอย่างนั้นเล่า ก็เพราะนิเวศของเราพังทลายอยู่ ฝ่ายเจ้าต่างก็สาละวนอยู่กับเรื่องบ้านของตน

(ฮกก. 1:10 [ThaiKJV])
เพราะฉะนั้น ท้องฟ้าที่อยู่เหนือเจ้าจึงยั้งน้ำค้างไว้เสีย และโลกก็ยึดพืชผลของมันไว้เสีย

(ฮกก. 1:11 [ThaiKJV])
และเราก็เรียกความแห้งแล้งมาสู่แผ่นดินและเนินเขา มาสู่ข้าว น้ำองุ่นใหม่ และน้ำมัน มาสู่สิ่งต่างๆซึ่งดินอำนวยผล สู่มนุษย์และสัตว์ และมาสู่ผลงานทั้งสิ้นซึ่งมือกระทำไว้"

(ฮกก. 1:12 [ThaiKJV])
แล้วเศรุบบาเบล บุตรชายเชอัลทิเอลและโยชูวา บุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต พร้อมกับประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขาทั้งหลาย และถ้อยคำของฮักกัยผู้พยากรณ์ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาทั้งหลายได้ทรงใช้ท่านมา และประชาชนก็เกรงกลัวต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์

(ฮกก. 1:13 [ThaiKJV])
แล้วฮักกัย ทูตของพระเยโฮวาห์ จึงกล่าวแก่ประชาชนตามกระแสรับสั่งของพระเยโฮวาห์ว่า "พระเยโฮวาห์ตรัสว่า เราอยู่กับเจ้าทั้งหลาย"

(ฮกก. 1:14 [ThaiKJV])
และพระเยโฮวาห์ทรงเร้าใจเศรุบบาเบลบุตรชายเชอัลทิเอล ผู้ว่าราชการเมืองยูดาห์ และทรงเร้าใจของโยชูวาบุตรชายเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต และเร้าใจประชาชนทั้งปวงที่เหลืออยู่นั้น เขาทั้งหลายก็มาทำงานในพระนิเวศของพระเยโฮวาห์จอมโยธา พระเจ้าของเขาทั้งหลาย

(ฮกก. 1:15 [ThaiKJV])
ณ วันที่ยี่สิบสี่ของเดือนที่หก ในปีที่สองแห่งรัชกาลกษัตริย์ดาริอัส

ในฮักกัย บทที่1ข้อ2ถึง15 เราจะเห็นพระเจ้าได้ตรัสผ่านฮาฆีผู้เผยพระคำของพระเจ้าในการฟื้นฟูพระวิหารผ่านผู้เผยพระคำฮาฆี(ฉับบแปลใหม่ใช้ว่าฮักกัย)
เราใช้ของดีๆๆได้สิ่งดีๆๆมาใช้ในชีวิตแต่กลับ
คริสตจักรของพระเจ้าแท้ๆๆไม่เลย ขาดการเหลียวแลดูแลเอาใจใส่โอ้นี่หรือคนที่บอกว่าพระเจ้าข้ารักพระองค์

แต่ในทางปฎิบัติตามความเป็นจริงไม่เลย คริสตจักรขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างมากอย่างสูงสุด
บ่อยครั้งเอาของเหลือๆๆเสียๆๆมาทิ้งคริสตจักรเสียส่วนมาก

โอ้นี่หรือที่บอกข้ารักพระองค์ข้ารักคริสจักร พวกคนน่าซื่อใจคตจริงๆๆ.

วันนี้ตรงนี้เราต้องคุกเข่าลงอธิษฐานทูลขอต่อพระเจ้าว่า ข้าแต่พระเจ้าขอพระองค์ทรงให้ข้าพเจ้าได้กลับใจเสียใหม่เป็นคนใหม่ในหนทางแห่งการฟื้นฟูพระวิหารของพระองค์
ขอพระองค์ทรงโปรดใช้ข้าพเจ้าให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูพระวิหารของพระองค์. เอเมน

วันนี้พระเจ้าได้ตรัสผ่านฮาฆีมาถึงเราผู้ได้ชื่อว่าเป็นสาวกวิสุทธิชนคนของพระเจ้าในการฟื้นฟูก่อสร้างพระวิหารขึ้นมาใหม่ เราเหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะก่อสร้างวิหารของพระเจ้า เราจำต้องทุ่มเทกายจิตวิญญาณของเราทั้งหมดให้แก่พระเจ้าพระบิดาพระเยซูคริสค์ผู้ทรงพระชนย์อยู่เบื้องขวาพระหัตของพระเจ้า

กราบขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับบทเรียนในพระคำฮักกัยบทที่1ในวันนนี้ที่ทรงนำพาให้ข้าพระองค์ถวายพระคำเพื่อเปิดตาใจส่องแสงสว่างให้แก่ตัวข้าพระองค์และพี่น้องทุกท่านที่มีการนำพาในการเข้ามาอ่านพระคำของพระเจ้าด้วยความถ่อมใจยอมจำนนต่อพระคำของพระเจ้า สรรเสริญพระองค์ เอเมน.
ขอบทความนี้เป็นบทความเล็กๆๆที่เปิดตาใจแก่ข้าพระองค์ ส่องสว่างให้เห็นหนทางอันนิรันดร์ของพระเจ้าเอเมน.










วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

คำสั่งสอนสุดท้ายของพระเยซูคริสค์ 2

 

มาระโกบทที่16

 

16:15 ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน
16:16 ผู้ที่เชื่อและรับบัพติศมาก็จะรอด แต่ผู้ที่ไม่เชื่อจะต้องถูกลงพระอาชญา
16:17 มีคนเชื่อที่ไหน หมายสำคัญเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่นั้น คือเขาจะขับผีออกโดยนามของเรา เขาจะพูดภาษาใหม่หลายภาษา
16:18 เขาจะจับงูได้ ถ้าเขาดื่มยาพิษอย่างใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา และเขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค”
การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซู (
ลก 24:50-53; กจ 1:6-11)
16:19 ครั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสสั่งเขาแล้ว พระองค์ทรงถูกรับขึ้นไปในสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า
16:20 พวกสาวกเหล่านั้นจึงออกไปเทศนาสั่งสอนทุกแห่งทุกตำบล และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงร่วมงานกับเขา และทรงสนับสนุนคำสอนของเขาโดยหมายสำคัญที่ประกอบนั้น เอเมน

 

เมื่อพระเยซูสั่งสอนให้เราออกไปประกาศกิตติคุณ เราก็ต้องออกไปเพราะเราเป็นสาวกของพระองค์เป็นผู้เชื่อในพระคำของพระองค์

เชื่อมั่นต่อพระเยซูคริสค์เจ้าอย่างสุดจิตสุดหัวใจ

 

เมื่อเราเชื่อพระเจ้าแล้วเราก็ต้องสำแดงความเชื่อของเราออกไปด้วยการแสดงออกอย่างแท้จริง

 

การแสดงออกของเราด้วยการออกไปประกาศเรื่องของพระเยซูให้คนมากมายที่

ไม่เคยได้ยินได้ฟังได้รู้เรื่องพระเยซูคริสค์

ที่สำคัญเราต้องออกไป เราต้องทำตามคำสั่งสอนของพระองค์ในมาระโก

 

พระเจ้าใช้เราพระเจ้าสอนสั่งเราก่อนไปสวรรค์ เราก็ต้องทำเพราะพระคำเป็นพระเจ้า

เราต้องนำพระคำของพระเจ้าไปบอกม

เริ่มที่บ้านเราก่อน เริ่มที่ครอบครัวเราก่อน

เริ่มที่ชุมชนที่เราอาศัยอยู่ก่อน

แล้วก็แผ่ขยายออกไปตามตำบล เขต อำเภอ

แขวง จังหวัด สูงสุดคือต่างประเทศขยายขอบเขตแห่งกิตติคุณ ยิ่งปัจจุบันมีสื่อมากมายไม่ว่าจะเป็นสื่ออินเตอร์เนต สื่อวิทยุ

สื่อสิ่งพิมพ์

ขอบคุณพระเจ้า เราจำต้องออกมาใช้ความเชื่อของเรา เป็นพยานเรื่องราวของพระเจ้า

เมื่อมีผู้เชื่อเราต้องรีบให้เค้ารับบัพติสมาทันทีอย่ารอช้า เพราะนี่คือการที่เค้าได้กลับใจใหม่รับเชื่อพระเจ้าโดยสมบูรณ์แบบ.

 

การบัพติสมาเป็นคนใหม่ในพระคริสค์เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างสูงสุด และเป็นความรอดที่สมบูรณ์ในการรับเชื่อพระเจ้าอย่างแท้จริง

การรับความ การรับความรอดเข้าสู่ชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสค์ ไม่เพียงเป็นการต้อนรับพระผู้ช่วยให้รอดคือพระเยซูคริสค์ และไม่เพียงเป็นการได้รับพระราชทานอภัยความบาปแต่ได้รับการบังเกิดมีสภาพชีวิตใหม่ใหม่ในพระเจ้า ได้กลายสภาพชีวิตเป็นบุตรของพระเจ้า และกลายเป็นอวัยวะของพระของพระคริสต์

 

การรับบัพติสมาในความรอดเข้าสู่ชีวิตใหม่เป็นบุตรของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ เป็นการยืนยันว่าเราได้ฝังชีวิตเก่าที่ตกต่ำของเรา

โดยอาศัยพระคุณขององค์พระคริสต์ทรงตรึงความบาปของเราไว้บนกางเขนแล้ว บัดนี้เราจึงได้รับพระเมตตาคุณความรอดจากพระบุตรของพระองค์

 

การรับเชื่อ และได้รับความรอด นั้นเป็นสองส่วน คือเราต้องเชื่อก่อนจากนั้นเมื่อเราได้รับบัตติสมาแล้วเราถึงได้รับความรอด

 

ดังนั้นการให้รับบัพติสมาทั้งที่ยังไม่ได้เชื่ออย่างสุดจิตสุดใจ ก็หมายถึงความไม่สมบูรณ์ในความรอดนั่นเอง

 

ฉะนั้นเราต้องให้ผู้รับความรอดได้รับความเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจก่อน ความรอดของเค้าถึงจะสมบูรณ์

 

อย่าให้การเชื่อ และการรับความรอดมาเป็นเพียงม่นประเพณีที่สืบๆๆต่อกันมาทำตามกันมาอย่างที่ชาวโลกกระทำกันอยู่ในปัจจุบันนี้เลย

 

โอ้ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงโปรดพระราชทานความเชื่อมั่นให้แก่ข้าพระองค์ในการออกไป แสวงหาบอกข่าวประเสรฺฐแก่บรรดาประชากรที่พระองค์ได้ทรงเลือกสรรไว้แล้วก่อนวางรากสร้างโลก

 

นี่เป็นขอสังเกตุเรื่องการพูดภาษาใหม่ๆๆในข้อ17ของมาระโกบทที่16 ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีของประทานความสามารถที่พิเศษนี้ไม่เลย

แต่ผู้ได้รับความรอดจะมีหมายสำคัญในบางประการ แต่ไม่ใช่ต้องมีหมายสำคัญในภาษาใหม่ๆๆ (ในที่นี้ไม่ใช่ภาษาฑูตสวรรค์ตามที่บางคนเข้าใจผิด แต่หมายถึงภาษาต่างๆๆของแต่ละประเทศ เช่น การพูดภาษาอังกฤษได้ทั้งที่ไม่เคยเรียนมาก่อนไม่เคยฟังมาก่อน

แต่พระเจ้าพระราชอำนาจให้เรามีหมายสำคัญในการพูดภาษาอังกฤษ์เป็นต้น)

 

หมายสำคัญทุกคนที่ได้รับความรอดสามารถมีได้ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ว่าได้มีหมายสำคัญของประได้การอัศจรรย์ในทุกเรื่องไม่ใช่เช่นนั้น

 

การมีหมายสำคัญต้องมีชีวิตความเชื่อที่บริสุทธิ์ขั้นสูงสุด มีความเชื่อที่สะอาดปราศจากมลทิน เอเมน

 

แต่ขอย้ำว่าเรื่องหมายสำคัญไม่ใช่เรื่องสำคัญในคำสั่งสอนสุดท้ายของพระเยซูเสียทั้งหมด

โปรดอย่าใช้เรื่องหมายสำคัญไปตอกย้ำ

เพราะถ้าผู้เชื่อที่ได้รับความรอดยังเป็นเด็กทารก ยังอ่อนในความเชื่อแห่งองค์พระเยซูเจ้า เค้าเหล่านี้อาจเข้าใจผิด และสุดท้ายให้ความสำคัญเรื่องหมายสำคัญการอัศจรรย์มากกว่าพระคำและพระเยซูคริสเจ้าเสียอีก

จนทำให้สอนเทียมเท็จผิดเพี้ยนไปจากพระคำของพระเจ้าในพระคำภีร์ทั้งเล่ม

เราจำต้องเชื่อมั่นพระคำของพระเจ้าทั้งเล่ม

ทุกคำทุกข้อความทุกตัวอักษรไม่ใช่ย้ำตอกย้ำในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ

 

โปรดอย่าเอาเรื่องหมายสำคัญการอัศจรรย์ของพระเจ้าไปเน้นในการประกาศกิตติคุณไม่เช่นนั้นเราก็ไม่แตกต่างอะไรกับคนที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสค์เจ้า ที่เค้าใช้เรื่องการอัศจรรย์ในการสอนสั่งสาวกของเขาด้วยเช่นกัน

 

การเสด็จกลับสู่สวรรค์ของพระเยซูคริสค์พระบุตรของพระเจ้า เป็นการตอกย้ำเราว่าพระเจ้าเป็นพระเจ้าที่มีชีวิตอยู่เป็นพระเจ้าที่ไม่ตาย พระบุตรของพระเจ้าได้ทรงถูกยกชูให้นั่งในบัลลังค์สวรรค์เบื้องขวาพระหัตของพระเจ้านี่เป็นพระสง่าราศรีที่สูงส่งยิ่งหนักขององค์พระเจ้าองค์พระผู้ทาสผู้ช่วยให้รอดของเราทั้งหลาย เป็นเครื่องหมายให้เราเห็นถึงทุกสิ่งที่พระองค์ได้กระทำทุกสิ่งที่พระบิดาในสวรรค์ได้โปรดปราณ เพื่อให้สำเร็จแผนการบริหารที่นิรันดร์แห่งอาณาจักรสวรรค์

นี่ช่างเป็นความสุขสง่าราศรีที่ล้ำลึกยิ่งหนัก

ในการยกชูพระบุตรของพระองค์ พระบิดาเจ้าได้สวมมงกุฎแห่งพระสง่าราศรีและพระราชทานเกรียติยศที่สูงส่งให้แก่พระบุตรของพระองค์คือองค์พระเยซูคริสค์

 

ในเบื้องขวาบัลลังค์แห่งพระหัตถ์ของพระเจ้า

พระบิดาได้พระราชทานพระนามอันยิ่งใหญ่

เหนือนามทั้งปวงให้แก่พระบุตรของพระองค์ทั้งในสวรรค์และแผ่นดินโลก

 

องค์พระบิดาได้พระราชทานให้พระบุตรของพระองค์เป็นเจ้าของทุกสิ่งสารพัดในโลกนี้และแผ่นดินสวรรค์ มีอำนาจสิทธิปกครองโลกฟ้าแผ่นดินสวรรค์

 

เราผู้เป็นวิสุทธิชนในวันนี้ต้องร่วมมือกับพระเจ้าในการเผยแพร่กิตติคุณอันประเสริฐกิตติแห่งชีวิตที่นิรันดร์นี้ให้แก่ชนทุกชาติทุกภาษาทุกเผ่าพันธ์ไปจนสุดปลายแผ่นดินนี้

 

การประกาศกิติคุณแก่บรรดาสิ่งทรงสร้างเก่าที่ตกต่ำลงไปตั้งแต่สมัยอาดามเอวา ให้หันกลับมาสู้หนทางของพระองค์กลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ในพระองค์เป็นภารหน้าที่ของเราที่ต้องสู้รบอย่างหนักหน่วง เราต้องนำพาพลไพร่ที่หลงหายของพระองค์กลับมาสู่แผ่นดินคะนาอันของพระองค์

 

ภาระของเราในวันนี้คือการเคลื่อนพลไพร่ที่หลงหายของพระเจ้าจากแผ่นดินอาณาจักรของซาตาน กลับคืนมาสู้อาณาจักรของพระเจ้าคือแผ่นดินสวรรค์ คือสวนเอเดนที่เต็มไปด้วยผลไม้แห่งชีวิตที่นิรันดร์

 

สรรเสริญขอบคุณพระเจ้าพระบิดา พระบุตร

พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ได้มอบหมายให้ข้าพระองค์ วิสุทธิ์ชนทั้งหลายเป็นนักรบแห่งกิตติคุณในพระคริสค์ เอมน.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำสั่งสอนสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ ตอนที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

คำสั่งสอนสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ ตอนที่1

 มัดธายบทที่28
ข้อ18 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้ แล้วตรัสกับเขาว่า "ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว
 
19 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์

20 สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ ดูเถิด เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลก เอเมน"

ขอบคุณพระเจ้าวันนี้เมื่อเราทั้งหลายพี่น้องที่รักในพระเยซูคริสค์เจ้า
ได้รับมอบอำนาจจากพระเจ้าอย่างชอบธรรม
ในการออกไปประกาศข่าวดีข่าวประเสริฐ นำคนที่หลงหายกลับมาพบกับพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ เป็นพระเจ้าที่มีแต่พระเมตตา
วันนี้เรามีพระเจ้าร่วมทำงานกับเราในการออกไปประกาศกิตติคุณเรายิ่งมั่นใจว่าพระเจ้าอยู่กับเราเสมอ.

พระเยซูทรงเป็นบุตรองค์เดียวของพระเจ้าจึงมีอำนาจที่ชอบธรรมที่จะปกครองสรรพสิ่งทั้งมวลในโลกนี้.
และการที่พระเยซูมาบังเกิดในสภาพมนุษย์
พระเยซูจึงเป็นทั้งบุตรมนุษย์ และเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรสวรรค์ด้วยเช่นกัน

พระเยซูได้ทรงใช้เหล่าอัครสาวก รวมถึงถึงสาวกอย่าเราทั้งหลายผู้เป็นพี่น้องในพระเยซูคริสค์เจ้า ออกไปสั่งสอนสร้างสาวกแก่ชนทุกชาติทุกภาษา ด้วยการทรงนำด้วยพระวิญญาณ
และสิทธิอำนาจที่พระเยซูมอบให้แก่อัครสาวกและสาวกในองค์พระเยซูคริสค์ วันนี้เราจึงมีภาระหน้าที่ ที่จะต้องออกไปประกาศกิตติคุณทุกหนทุกแห่งทั่วโลกให้ชนทุกชาติภาษาได้หันกลับมาหาองค์พระเจ้าผู้ทรงพระชนย์อยู่.

การออกไปประกาศกิตติคุณแก่ชนทุกชาติทำให้เราได้พลไพร่ของพระองค์ทุกชาติทุกภาษา
นับว่าเป็นภาระหน้าที่ ที่ยิ่งใหญ่มากแก่เหล่าอัครสาวกและสาวกของพระคริสค์

การได้สาวกทุกชาติทุกภาษา ทำให้เกิดการก่อตั้งอาณาจักรของพระเยซูคริสค์ นั่นก็คือคริสตจักรบนแผ่นดินโลกในวันนี้นั่นเอง.

การนำผู้เชื่อใหม่ให้ได้รับความรอดด้วยการรับบัพติสมา เป็นการนำผู้ที่เชื่อใหม่ที่กลับใจใหม่
ให้หลุดพ้นจากสภาพการณ์ที่ตกต่ำของชีวิตของเค้าในความมืดเข้าสู่หนทางแห่งความสว่าง
หลุดพ้นจากอาณาจักรของซาตานเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า.

การให้รับบัตติสมาด้วยการจุ่มตัวลงไปในน้ำแล้วขึ้นมาจึงหมายถึงการตายและสิ้นสุดชีวิตเก่าของเขาทำให้ได้รับชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสค์ และบังเกิดเป็นคนใหม่ในพระเยซูคริสค์กลายเป็นพลไพร่แห่งอาณาจักรของพระเจ้าโดยสมบูรณ์แบบ.

การให้บัพติสมาด้วยน้ำให้แก่ผู้เชื่อที่กลับใจใหม่นั้นยังเล็งถึงการได้เป็นสาวกของพระองค์และกลายเป็นผู้เข้าสู่ในพระเจ้าตรีเอกภาพนั่นเอง.

หลังจากที่พระเยซูได้รับบัพติสมาด้วยน้ำแล้ว
ต่อมาในวันเพ็นเทคอส พระองค์ได้ให้เหล่าสาวกของพระองค์ทั้งคริสตจักรได้รับบัพติสมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่บ้านของโกระเนเลียว
(กจ.11:15-17)

วันนี้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนประกาศกิตติคุณที่ไหน ร่วมประชุมกันตามบ้านในนามของพระเยซูคริสค์พระเจ้าก็สถิตอยู่ท่ามกลางพี่น้องทุกท่านนั่นเอง.

ข่าวประเสริฐตรงนี้หากเราสังเกตุและพิจารณาดีๆๆอย่างละเอียดรอบครอบ หมายถึงผู้เชื่อแล้วด้วย
ผู้เชื่อมากมายเป็นลูกแก่ะที่หลงหายต้องได้รับการฟื้นฟูกลับมาสู่การดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ปกติ
ขอบพระเมตตาจากพระเจ้านำทางในการฟื้นฟูเพื่อมีส่วนร่วมในอาณาจักรของพระเจ้า.

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้เราจะเห็นว่าพระเจ้าได้ให้เราทำการประกาศกิตติคุณด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยการทรงนำของพระเจ้าและพระเจ้าสถิตอยู่ท่ามกลางเหล่าวิสุทธิชนที่ออกไปประกาศกิตติคุณนั่นเอง เอเมน.