ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 86
ในการดำเนินชีวิตภายในนั้นเป็นความเที่ยงแท้ที่พี่น้องยอมถ่อมใจจำนนต่อการทรงนำจองพระเจ้าด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างแท้จริง พี่น้องได้ปล่อยให้จิตได้เป็นอิสระไม่กดทับกีดดั้นพระวิญญาณของพระเจ้าที่อยู่ภายในวิญญาณของพี่น้องไว้ได้ออกมาทำให้พี่น้องได้รับการเต็มล้นซึ่งพระวิญญาณของพระคริสต์สสสสสำแดงออกมาเป็นประจักษ์พยานแก่พระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่
ในแต่วันพี่น้องที่แสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณนั้นไใม่ได้สนใจใยดีต่อสถานณ์การของโลกนี้ไม่ได้ติดตามเรืองราวไร้สาระต่อสื่อสารทางโลกนี้เลย แต่ติดสนิทใในวิญญาณอยู่กับองค์พระคริสต์ตลอดเวลา มาเรียหญิงพรหมจารีย์กับโบเซฟผู้เป็นบิดาทางฝ่ายเนื้อหนังเองในพระคริสต์นั้นก็ติดสนิทไปกับพระเจ้าด้วยการทรงนำพาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่สนต่อเรื่องธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนังแล้ว ทั้งมาเรียและโยเซฟนี่แหล่ะคือผู้ที่ยิ่งใหญ่ในศรัทธาแห่งความเชื่อในพระคริสต์เป็นหญิงและชายที่เชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกประการ ในสมัยปฐมกาลนั้นอาดัมและเอวาได้ฝืนคำสั่งของพระเจ้าไม่เชื่อฝังจึงทำให้สูญเสียสิทธิอำนาจในการปกครองโลกนี้ แต่มาเรียและโยเซฟนั้นได้เชื่อฟังถ่อมใจและรักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจละทิ้งความรักชอบความต้องการฝ่ายเนื้อหนังด้วยเห็นแก่องค์พระเยซูคริสต์ที่ถือกำเนิดมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ นี่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของความเชื่อที่หนุ่มสาวคู่นี้ได้สร้างและพิสูจน์ความเชื่ออันยิ่งใหญ่ให้ประจักษ์แก่มวลมนุษย์ชาติ เอเมน
การดำเนินชีวิตแห่งความเชื่อแบบมาเรียและโยเซฟนี่แหล่ะคือการดำเนินชีวิตภายในอย่างแท้จริง เขาทั้งคู่ไม่สนใจต่อโลกภายนอกแต่เชื่อฟังพระวิญญาณของพระเจ้าอย่างแท้จริงพระเจ้าสั่งให้ทำสิ่งใดทั้งมาเรียและโยเซฟไม่เคยฝ่าฝืนเลยสักเรื่องเดียว เป็นผู้ที่พระเจ้าได้เลือกสรรไว้แล้วว่าจะเป็นบุรุษและสตรีที่ยิ่งใหญ่ในพันธสัญญาใหม่ พี่น้องที่รักทั้งหลายพระเยซูคริสต์กุมารน้อยในรางหญ้าถือกำเนิมาจากครอบครัวของโยเซฟและนางมาเรียนี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีจริงๆๆ หากในวันนี้พี่น้องได้ต้อนรับการถือกำเนิดพระเยซูคริสต์ทั้งครอบครัวนั้นก็เป็นเรื่องชื่นชมยินดีด้วยเช่นกัน การเสียสละชีวิตความรักชอบความต้องการแห่งธรรมชาติของทั้งมาเรียและโยเซฟนั้นเป็นบิดามารดาแห่งความเชื่อ เป็นบิดาแห่งการทรงนำของพระวิญญาณแห่งความจริง
มธ. 1:18 เรื่องการประสูติของพระเยซูคริสต์เป็นดังนี้ คือมารีย์ผู้เป็นมารดาของพระเยซูนั้น เดิมโยเซฟได้สู่ขอหมั้นกันไว้แล้ว ก่อนที่จะได้อยู่กินด้วยกันก็ปรากฏว่า มารีย์มีครรภ์แล้วด้วยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์
มธ. 1:19 แต่โยเซฟคู่หมั้นของเธอเป็นคนชอบธรรม ไม่ต้องการจะแพร่งพรายความเป็นไปของเธอ ต้องการจะถอนหมั้นเสียลับๆ
มธ. 1:20 เมื่อโยเซฟยังคิดเรื่องนี้อยู่ ก็มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า “โยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์
มธ. 1:21 เธอจะให้พระกำเนิดบุตรชาย แล้วจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านจะทรงช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากบาปของพวกเขา”
มธ. 1:22 ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่า
มธ. 1:23 “นี่แน่ะ หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่าอิมมานูเอล” (แปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา)
มธ. 1:24 เมื่อโยเซฟตื่นขึ้นก็ทำตามคำซึ่งทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งนั้น คือได้รับมารีย์มาเป็นภรรยา
มธ. 1:25 แต่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับเธอจนกว่าให้พระกำเนิดบุตรชายแล้ว และโยเซฟเรียกนามของบุตรนั้นว่าเยซู
พี่น้องที่รักเรื่องการให้กำเนิดพระเยซูคริสต์เจ้าด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นเป็นเรื่องความอัศจรรย์ที่เกินธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนังจะยอมรับได้ถ้าพี่น้องเองไม่มีความเชื่อเรื่องการกำเนิดของพระคริสต์แล้วนั้น จิตของพี่น้องก็จะปิดกั้นต่อเรื่องนี้จะมีข้อสงสัยในเรื่องนี้อย่างมากนี่คือพี่น้องเองมีความสงสัยในความเชื่ออย่างมากเพราะตัวพี่น้องเองไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างแท้จริงเนื่องจากพี่น้องยังมีรากและเชื่อของต้นไม้แห่งความรู้ดีชั่วหลงเหลืออยู่ พี่น้องที่รักท่านทั้งหลายต้องไม่สงสัยในเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์นี่เลยเพราะว่าวันนี้พี่น้องได้ตายต่อตัวเก่าแล้วพี่น้องได้กินแต่ต้นไม้แห่งชีวิตแล้ววันนี้พี่น้องยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างแท้จริง นี่ก็คือการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ต่อพี่น้องทั้งหลายนั่นเอง
การให้กำเนิดพระเยซูคริสต์ผ่านนางมาเรียและโยเซฟผู้ชอบธรรมนั้นเป็นแผนการบริหารของพระเจ้าแล้วที่ได้วางไว้ก่อนวางรากสร้างโลกนี้เสียอีกไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือเป็นเพียงเรื่องมหัศจรรย์เท่านั้นแต่เป็นการจัดเตรียมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่มาจากพระเจ้าไว้ล่วงหน้าแล้วเสียอีก
ด้วยเหตุนี้เองต้นกำเนิดที่แท้จริงขององค์พระเยซูคริสต์นั้นกำเนิดมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยตรงอย่างแท้จริง ดังนั้นองค์ประกอบของพระเยซูคริสต์จึงเป็นองค์ประกอบในการกำเนินชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงพระเยซูคริสต์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น พระเจ้าได้มาอาศัยนางมาเรียผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้แล้วแล้วที่จะมากำเนิดในรูปกายเลือดเนื้อนี้ อาศัยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระเจ้ามาก่อกำเนิดเป็นมนุษย์ที่ผ่านขั้นตอนอันศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้พระเจ้าได้ให้บทเรียนในความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ต่อพี่น้องนั่นคือนางมาเรียและโยเซฟผู้ชอบธรรมที่ได้เชื่อฟังพระเจ้าและดำเนินทุกสิ่งทุกอย่างในวิญญาณไม่ปฎิเสธต่อพระวิญญาณของพระเจ้าและตายต่อชีวิตธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนังอย่างแท้จริง
พี่น้องที่รักพระเยซูคริสต์ผู้นี้คือผู้ที่เป็นพระเจ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ ดังนั้นพระเยซูคริสต์จึงมีทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์นั่นเอง คำว่าพระเยซูมีความหมายว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ด้วยเหตุนี้พระเยซูคริสต์จึงเป็นพระผู้ช่วยให้พี่น้องได้รับความรอดและเป็นผู้ที่จะนำพาพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่ความสงบสุขนิรันดร์นั่นเอง เอเมน
กจ. 13:23 และจากเชื้อสายของดาวิดนี้ พระเจ้าประทานผู้ช่วยให้รอดคือพระเยซูผู้ทรงบังเกิดมาเพื่อชนชาติอิสราเอลตามพระสัญญาของพระองค์
ทต. 2:14 ผู้ได้ทรงพระราชทานพระองค์เองให้เรา เพื่อไถ่เราให้พ้นจากความชั่วช้าทุกอย่าง และทรงชำระเราให้บริสุทธิ์ เพื่อให้เป็นหมู่ชนพิเศษเฉพาะของพระองค์ และเป็นคนที่ขวนขวายกระทำการดี
1ทธ. 1:15 ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำที่น่าเชื่อถือและน่าที่ทุกคนจะยอมรับ คือ “พระคริสตเยซูเสด็จมาในโลกเพื่อช่วยคนบาปให้รอดพ้น” ข้าพเจ้าเป็นคนแรกในบรรดาคนบาปเหล่านี้
ลก. 2:11 เพราะว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของพี่น้องทั้งหลาย คือพระคริสต์เจ้า มาบังเกิดที่เมืองดาวิดแล้ว เอเมน
ในฐานะที่เป็นมนุษ์ตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเลี้ยงดูมาตลอดเวลาช่วงชีวิตต่อแต่นี้ไป 24ชั่วโมงคือการรับใช้พระเจ้าในทุกๆๆด้าน ขอพระเจ้าทรงนำพาหนทางให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดเอเมน
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558
วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 85
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 85
การมีชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระคริสต์เจ้าในแต่ละวันหมดไปกับการติดสนิทในพระคริสต์นั้นเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดแล้วสำหรับพี่น้องที่รักในพระคริสต์เจ้าทั้งหลาย ได้สัมผัสพระคุณ สัมผัสพระเมตตาคุณ สัมผัสความรักขององค์พระเยซูคริสต์จากพระวิญญาณนั้นที่อยู่ภายในพี่น้องนั้นช่างอิ่มเอิบซาบซ่านในวิญญาณจริงๆๆนี่คือการเติมเต็มที่พี่น้องได้จากการอ่านค้นดู อธิษญาณภาวนาอยู่ในพระคริสต์ตลอดวันเวลานั่นเอง สิ่งนี้จะช่วยบรรเทาให้พี่น้องไม่สนใจใยดีต่อความสุขความสบายความลำบากทางกายของโลกนี้อย่างสิ้นเชิงพี่น้องมีแต่รับสุขในพระคริสต์เท่านั้นนี่คือความเที่ยงแท้ที่นิรันดร์ที่ลำ้เลิศที่สุดในการแสวงหาชีวิตฝ่ายวิญญาณนั่นเอง เอเมน
การติดตามพระคริสต์เจ้าละทิ้งโลกนี้ไว้เบื้องหลังเบื้องหน้าคือพระคริสต์ที่ทรงเป็นดาวประจำรุ่งให้พี่น้องได้ติดตามพระองค์ไปเหมือนกับนักปราชญเดินตามดาวแห่งรัศมีราศีเพื่อไปพบพระเยซูคริสต์บุตรน้อยบุตรหัวปีองค์เดียวของพระเจ้าที่มาประสูติแบบเงียบๆๆเพื่อให้พี่น้องที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้นั้นได้แสวงหาจนพบพระกุมารน้อยเยซูคริสต์พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา เปี่ยมด้วยความรัก เปี่ยมด้วยพระคุณที่ทรงไถ่พี่น้องในพระคริสต์ที่พระเจ้าได้เลือกสรรไว้นั้นกลับคืนมาสู้พระอาณาจักรแห่งความสว่างนิจนิรันดร์นั่นเอง
พี่น้องที่รักทั้งหลายเมื่อก่อนท่านเป็นคนบาปคัวเอ้มิใช่หรือบัดนี้พระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ได้พระราชทานพระคุณแก่พี่น้องทั้งหลายด้วยเพราะว่าพระเจ้านั้นทรงรักมนุษย์ทั้งหลายที่พระองค์ทรงสร้างตามแบบฉับบดั่งพระองค์วันนี้พี่น้องเมื่อท่านทั้งหลายได้ออกมาจากอาณาจักรแห่งความมืดแล้วนั้นบัดนนี้พี่น้องเองจึงเป็นดั่งคนใหม่ในพระคริสต์ ด้วยเหตุนี้หนทางของพี่น้องคือการแสวงหาชีวิตภายในที่ติดสนิทผสมผสานไปกับพระวิญญาณของพระคริสต์ร่วมประสานเป็นหนึ่งกับพระเจ้า นี่ช่างมีสง่าราศีจริงๆๆวันนี้พี่น้องทั้งหลายมีอิสระภาพที่แท้จริงดำเนินชีวิตติดตามพระคริสต์ด้วยความรักที่มั่นคงในพระคริสต์เจ้าอย่างแท้จริง สรรเสริญพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายท่านได้สลัดทิ้งโซ่ตรวนของเนื้อหนังแล้วอย่างสิ้นเชิงวันนี้พี่น้องจึงมีอิสระภาพในการสรรเสริญพระเจ้ามีชีวิตที่รับสุขชื่นชมยินดีในพระคริสต์ตลอดเวลา เอเมน
มธ. 2:1 ในรัชสมัยกษัตริย์เฮโรดพระเยซูเจ้าประสูติที่เมืองเบธเลเฮมในแคว้น ยูเดีย โหราจารย์บางท่านจากทิศตะวันออกเดินทางมายังกรุงเยรูซาเล็ม
มธ. 2:2 สืบถามว่า “กษัตริย์ชาวยิวที่เพิ่งประสูติอยู่ที่ใด พวกเราได้เห็นดาวประจำพระองค์ขึ้น จึงพร้อมใจกันมาเพื่อนมัสการพระองค์”
มธ. 2:9 เมื่อบรรดาโหราจารย์ได้ฟังพระดำรัสแล้วก็ออกเดินทาง ดาวที่เขาเห็นทางทิศตะวันออกปรากฏอีกครั้งหนึ่งนำทางให้ และมาหยุดนิ่งอยู่เหนือสถานที่ประทับของพระกุมาร
มธ. 2:10 เมื่อเห็นดาวอีกครั้งหนึ่งบรรดาโหราจารย์มีความยินดียิ่งนัก
มธ. 2:11 เขาเข้าไปในบ้าน พบพระกุมารกับพระนางมารีย์พระมารดา จึงคุกเข่าลงนมัสการพระองค์ แล้วเปิดหีบสมบัตินำทองคำ กำยาน และมดยอบออกมาถวายพระองค์
การมอบถวายของทั้งสามอย่างนี้เพราะโหราจารย์นักปราชญทั้งสามคนนี้ได้รับการดลใจมาจากพระวิญญาณของพระเจ้านั่นเอง ทองคำนั่นเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์นั่นเอง กำยานนั้นเล็งถึงการเป็นขึ้นของพระคริสต์นั่นเอง มดยอบนั้นเล็งถึงการตายของพระคริสต์นั่นเอง บัดนี้ทั้งสามได้มอบของถวายที่ได้รับการดลใจมาจากพระเจ้าแล้วพวกเข้าจึงไม่หวนกลับไปเดินในหนทางเก่าทางเดิมที่เขามาอีกเลยพวกพวกเขาทั้งสามได้เดินในหนทางใหม่แห่งความเที่ยงแท้ในพระคริสต์ แล้ววันนี้พี่น้องทั้งหลายได้พบพระเจ้าผู้ล้ำค่าไปด้วยทองคำ กำยาน มดยอบแล้วใช่ใหม พี่น้องได้เดินในหนทางใหม่ที่นิรันดร์แห่งพระคริสต์แล้วใช่ใหม สรรเสริญพระเจ้านี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีจริงๆ เอเมน
พระเยซูคริสต์นั้นมีทั้งชีวิตอันศักดิ๋สิทธิ์ ทรงผ่านการตายและเป็นขึ้นมาใหม่ สิ่งนี้เพื่อไถ่และช่วยกู้พี่น้องทั้งหลายให้ได้รับความรอดเพราะองค์พระเยซูคริสต์คือพระผู้ช่วยให้รอดเปี่ยมด้วยพระคุณอันศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ พี่น้องที่รักวันนี้ท่านได้พบพระคริสต์แล้วพี่น้องทั้งหลายจึงไม่เดินในหนทางเดิมอีกแต่จะเดินในหนทางใหม่ที่มีองค์พระเยซูคริสต์ทรงเป็นดางประจำรุ่งพาพี่น้องไปสู้หนทางแห่งชัยชนะรับมงกุฎราศรี และมีชีวิตนิรันดร์ เอเมน
การมีชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระคริสต์เจ้าในแต่ละวันหมดไปกับการติดสนิทในพระคริสต์นั้นเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดแล้วสำหรับพี่น้องที่รักในพระคริสต์เจ้าทั้งหลาย ได้สัมผัสพระคุณ สัมผัสพระเมตตาคุณ สัมผัสความรักขององค์พระเยซูคริสต์จากพระวิญญาณนั้นที่อยู่ภายในพี่น้องนั้นช่างอิ่มเอิบซาบซ่านในวิญญาณจริงๆๆนี่คือการเติมเต็มที่พี่น้องได้จากการอ่านค้นดู อธิษญาณภาวนาอยู่ในพระคริสต์ตลอดวันเวลานั่นเอง สิ่งนี้จะช่วยบรรเทาให้พี่น้องไม่สนใจใยดีต่อความสุขความสบายความลำบากทางกายของโลกนี้อย่างสิ้นเชิงพี่น้องมีแต่รับสุขในพระคริสต์เท่านั้นนี่คือความเที่ยงแท้ที่นิรันดร์ที่ลำ้เลิศที่สุดในการแสวงหาชีวิตฝ่ายวิญญาณนั่นเอง เอเมน
การติดตามพระคริสต์เจ้าละทิ้งโลกนี้ไว้เบื้องหลังเบื้องหน้าคือพระคริสต์ที่ทรงเป็นดาวประจำรุ่งให้พี่น้องได้ติดตามพระองค์ไปเหมือนกับนักปราชญเดินตามดาวแห่งรัศมีราศีเพื่อไปพบพระเยซูคริสต์บุตรน้อยบุตรหัวปีองค์เดียวของพระเจ้าที่มาประสูติแบบเงียบๆๆเพื่อให้พี่น้องที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้นั้นได้แสวงหาจนพบพระกุมารน้อยเยซูคริสต์พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา เปี่ยมด้วยความรัก เปี่ยมด้วยพระคุณที่ทรงไถ่พี่น้องในพระคริสต์ที่พระเจ้าได้เลือกสรรไว้นั้นกลับคืนมาสู้พระอาณาจักรแห่งความสว่างนิจนิรันดร์นั่นเอง
พี่น้องที่รักทั้งหลายเมื่อก่อนท่านเป็นคนบาปคัวเอ้มิใช่หรือบัดนี้พระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ได้พระราชทานพระคุณแก่พี่น้องทั้งหลายด้วยเพราะว่าพระเจ้านั้นทรงรักมนุษย์ทั้งหลายที่พระองค์ทรงสร้างตามแบบฉับบดั่งพระองค์วันนี้พี่น้องเมื่อท่านทั้งหลายได้ออกมาจากอาณาจักรแห่งความมืดแล้วนั้นบัดนนี้พี่น้องเองจึงเป็นดั่งคนใหม่ในพระคริสต์ ด้วยเหตุนี้หนทางของพี่น้องคือการแสวงหาชีวิตภายในที่ติดสนิทผสมผสานไปกับพระวิญญาณของพระคริสต์ร่วมประสานเป็นหนึ่งกับพระเจ้า นี่ช่างมีสง่าราศีจริงๆๆวันนี้พี่น้องทั้งหลายมีอิสระภาพที่แท้จริงดำเนินชีวิตติดตามพระคริสต์ด้วยความรักที่มั่นคงในพระคริสต์เจ้าอย่างแท้จริง สรรเสริญพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายท่านได้สลัดทิ้งโซ่ตรวนของเนื้อหนังแล้วอย่างสิ้นเชิงวันนี้พี่น้องจึงมีอิสระภาพในการสรรเสริญพระเจ้ามีชีวิตที่รับสุขชื่นชมยินดีในพระคริสต์ตลอดเวลา เอเมน
มธ. 2:1 ในรัชสมัยกษัตริย์เฮโรดพระเยซูเจ้าประสูติที่เมืองเบธเลเฮมในแคว้น ยูเดีย โหราจารย์บางท่านจากทิศตะวันออกเดินทางมายังกรุงเยรูซาเล็ม
มธ. 2:2 สืบถามว่า “กษัตริย์ชาวยิวที่เพิ่งประสูติอยู่ที่ใด พวกเราได้เห็นดาวประจำพระองค์ขึ้น จึงพร้อมใจกันมาเพื่อนมัสการพระองค์”
มธ. 2:9 เมื่อบรรดาโหราจารย์ได้ฟังพระดำรัสแล้วก็ออกเดินทาง ดาวที่เขาเห็นทางทิศตะวันออกปรากฏอีกครั้งหนึ่งนำทางให้ และมาหยุดนิ่งอยู่เหนือสถานที่ประทับของพระกุมาร
มธ. 2:10 เมื่อเห็นดาวอีกครั้งหนึ่งบรรดาโหราจารย์มีความยินดียิ่งนัก
มธ. 2:11 เขาเข้าไปในบ้าน พบพระกุมารกับพระนางมารีย์พระมารดา จึงคุกเข่าลงนมัสการพระองค์ แล้วเปิดหีบสมบัตินำทองคำ กำยาน และมดยอบออกมาถวายพระองค์
การมอบถวายของทั้งสามอย่างนี้เพราะโหราจารย์นักปราชญทั้งสามคนนี้ได้รับการดลใจมาจากพระวิญญาณของพระเจ้านั่นเอง ทองคำนั่นเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์นั่นเอง กำยานนั้นเล็งถึงการเป็นขึ้นของพระคริสต์นั่นเอง มดยอบนั้นเล็งถึงการตายของพระคริสต์นั่นเอง บัดนี้ทั้งสามได้มอบของถวายที่ได้รับการดลใจมาจากพระเจ้าแล้วพวกเข้าจึงไม่หวนกลับไปเดินในหนทางเก่าทางเดิมที่เขามาอีกเลยพวกพวกเขาทั้งสามได้เดินในหนทางใหม่แห่งความเที่ยงแท้ในพระคริสต์ แล้ววันนี้พี่น้องทั้งหลายได้พบพระเจ้าผู้ล้ำค่าไปด้วยทองคำ กำยาน มดยอบแล้วใช่ใหม พี่น้องได้เดินในหนทางใหม่ที่นิรันดร์แห่งพระคริสต์แล้วใช่ใหม สรรเสริญพระเจ้านี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีจริงๆ เอเมน
พระเยซูคริสต์นั้นมีทั้งชีวิตอันศักดิ๋สิทธิ์ ทรงผ่านการตายและเป็นขึ้นมาใหม่ สิ่งนี้เพื่อไถ่และช่วยกู้พี่น้องทั้งหลายให้ได้รับความรอดเพราะองค์พระเยซูคริสต์คือพระผู้ช่วยให้รอดเปี่ยมด้วยพระคุณอันศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ พี่น้องที่รักวันนี้ท่านได้พบพระคริสต์แล้วพี่น้องทั้งหลายจึงไม่เดินในหนทางเดิมอีกแต่จะเดินในหนทางใหม่ที่มีองค์พระเยซูคริสต์ทรงเป็นดางประจำรุ่งพาพี่น้องไปสู้หนทางแห่งชัยชนะรับมงกุฎราศรี และมีชีวิตนิรันดร์ เอเมน
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 84
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 84
ในช่วงเวลาที่พี่น้องประสบความทุกข์ยากลำบากในชีวิต และกำลังทุกข์ใจเป็นอย่างมากอยู่นั้น เพราะเกิดจากการถูกปฎิเสธจากเพื่อนมิตรและญาคิพี่น้องสังคมรอบข้าง พี่น้องจงระลึกรู้ถึงความทุกข์ยากลำบากของพระเยซูคริสต์ด้วยเช่นกันว่าพระองค์ก็เคยประสบความทุกยากลำบากสารพัดทั้งถูกมนุษย์ และเพื่อนบ้านปฎิเสธพระองค์ที่นำเอาชีวิตที่นิรันดร์ไปบอกกล่าว ในพระคัมภีร์มีหลายบทหลายตอนได้บันทึกถึงความทุกข์ความลำบากขององค์พระเยซูคริสต์ไว้แต่พระองค์ก็ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาคุณเสมอพระองค์ไม่เคยถือโทษโกรธใใครผูใดที่คิดไม่ดีต่อพระองค์เลย พี่น้องสิ่งที่บันทึกไว้ในพระคำแห่งชีวิตนี้ช่วยให้พี่น้องได้รับการหนุนใจจากพระคำแห่งชีวิตนี้ช่วยให้พี่น้องอดทนต่อความทุกข์ยากลำบากได้ และทนต่อการที่เพื่อนมิตรกล่าวว่าได้เมื่อพี่น้องได้นำคำพูดแห่งชีวิตของพระคริสต์นี้ไปบอกกล่าวแก่ญาติมิตรสหายนั้น
ในพระคัมภีร์กล่าวไว้ว่าขณะที่พระเยซูคริสต์ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ พระเยซูคริสต์ได้รับการถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากมนุษย์มากมาย และในช่วงเวลาที่มีภัยวิกฤจิมาถึงตัวพระคริสต์เองนั้นสาวกทั้งหมดที่เคยติดตามพระคริสต์ก็หายตัวไปหมดไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะอยู่เคียงข้างพระคริสต์เลย พระองค์นั้นทรงถูกโบยตีทรมานสาหัสถูกตรึงบนไม้กางเขนถูกประชาชนเอาหินขว้างพระองค์ถูกอาชญากรที่ตรึงไม้กางเขนข้างๆๆพระองค์พูดเยาะเย้ยถากถาง พระเยซูคริสต์ต้องดำเนินชีวิตอย่างโดดเดียวเดียวดายพระองค์ทรงตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะเห็นแก่มนุษย์ทั้งปวงที่พระองค์ทรงรักนั่นเอง พระบิดาผู้ทรงส่งพระองค์มาเท่านั้นที่อยู่กับพระองค์แม้ว่าวินาทีสุดท้ายของพระคริสต์พระองค์ก็ยังรักและขออภัยต่อพระบิดาให้อภัยแก่มนุษย์ทั้งปวง นี่ช่างเป็นแบบอย่างที่พระองค์วางไว้ให้แก่พี่น้องทั้งหลายให้ดำเนินชีวิตามอย่างพระคริสต์ด้วยการไม่บ่นต่อความทุกข์ยากลำบากใดเลยๆๆเลย นีคือบททดสอบความเชื่อแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ในพระคริสต์ เอเมน
พี่น้องมีเป้าหมายที่จะไปถึงเส้นชัยแห่งชีวิตคริสเตียนไม่ใช่หรือพี่น้องต้องการชัยชนะที่จะได้รับมงกุฏราศีไม่ใช่หรือ สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้ถ้าพี่น้องมีความทรหดอดทนเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ในโลกนี้ยอมทุกข์ยากลำบากเพื่อพระคริสต์ ยอมรับการถูกดูหมิ่นจากมนุษย์ทั้งหลายที่พี่น้องไปประกาศพระกิตติคุณแห่งตวามจริงแม้ว่าเขาจะปฎิเสธและขับไล่ก็ตาม เพราะนี่คือบททดสอบความเชื่อความศรัทธาที่มั่นคงต่อพระคริสต์นั่นเอง
การที่พี่น้องจะติดสนิทกับพระเยซูคริสต์นั้นพี่น้องต้องดำเนินชีวิที่เหมือนพระเยซูคริสต์ในขณะที่ยังดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ พระเยซูคริสต์ทรงรัก พระเยซูคริสต์ทรงให้อภัย พระเยซูคริสต์ทรงมีแต่พระเมตตา พี่น้องที่รักในพระเยซูคริสต์ทั้งหลายท่านจงให้ท่านจงรักท่านจงเมตตาเหมือนพระคริสต์เจ้าเถิด เอเมน.
ลก. 4:24 พระองค์ตรัสต่อไปว่า “เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า ไม่มีผู้เผยพระวจนะคนใดได้รับการยอมรับในบ้านเกิดของตัวเอง
ลก. 6:20 พระองค์ทอดพระเนตรดูพวกสาวกของพระองค์แล้วตรัสว่า “ท่านทั้งหลายที่ยากจนก็เป็นสุข เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้าเป็นของท่าน
ลก. 6:21 “ท่านทั้งหลายที่อดอยากเวลานี้ก็เป็นสุข เพราะว่าท่านจะได้อิ่มท้อง “ท่านทั้งหลายที่ร้องไห้เวลานี้ก็เป็นสุข เพราะว่าท่านจะได้หัวเราะ
ลก. 6:22 “ท่านทั้งหลายเป็นสุขแม้มีคนเกลียดชังท่าน ไล่ท่านออกจากพวกเขา ประณามท่าน และเหยียดหยามท่านว่าเป็นคนชั่วช้าเนื่องจากท่านเห็นแก่บุตรมนุษย์
ลก. 6:23 ในวันนั้นท่านทั้งหลายจงชื่นชมยินดีและโลดเต้น เพราะบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ บรรพบุรุษของเขาก็ทำอย่างนั้นกับพวกผู้เผยพระวจนะเหมือนกัน
ขอบพระคุณสรรเสริญพระเจ้านี่คือหลักความจริงในพระคำของพระเจ้าที่ดำรงอยู่กับพี่น้องทุกท่าน วันนี้ไม่ว่าพี่น้องเองจะประสบความทุกข์ยากลำบากใดๆๆ เจ็บป่วยไม่สบายทั้งตัวหรือว่าไม่สบายใจ โดนเพื่อนมิตรทอดทิ้ง หรือถูกปฎิเสธจากคนที่พี่น้องเคยหวังว่าเขาจะช่วยเหลือพี่น้องก็ตาม ขอให้พี่หันมาสู่พระคำของพระเจ้าเท่านั้นดีที่สุด เวลาที่พี่น้องคิดอะไรไม่อออกขอให้พี่น้องจงพึ่งในพระคุณของพระเจ้าเท่านั้นพระองค์เป็นพระเจ้าที่ดำรงพระชนม์อยู่จะทรงช่วยอธิษฐานทูลขอเรื่องต่างๆๆแทนพี่น้อง พี่น้องที่กรักท่านจงอธิษฐานติดสนิทกับพระเจ้าเสมอความทุกข์ยากลำบากนั้นจะเป็นบททดสอบความเชื่อของพี่น้องที่ยิ่งใหญ่ ขอให้พระคริสต์ที่ดำรงอยู่ภายในพี่น้องทั้งหลายเปิดตาใจให้พี่น้องเห็นหลักความจริงที่มีชีวิตนี้ด้วย เอเมน
ในช่วงเวลาที่พี่น้องประสบความทุกข์ยากลำบากในชีวิต และกำลังทุกข์ใจเป็นอย่างมากอยู่นั้น เพราะเกิดจากการถูกปฎิเสธจากเพื่อนมิตรและญาคิพี่น้องสังคมรอบข้าง พี่น้องจงระลึกรู้ถึงความทุกข์ยากลำบากของพระเยซูคริสต์ด้วยเช่นกันว่าพระองค์ก็เคยประสบความทุกยากลำบากสารพัดทั้งถูกมนุษย์ และเพื่อนบ้านปฎิเสธพระองค์ที่นำเอาชีวิตที่นิรันดร์ไปบอกกล่าว ในพระคัมภีร์มีหลายบทหลายตอนได้บันทึกถึงความทุกข์ความลำบากขององค์พระเยซูคริสต์ไว้แต่พระองค์ก็ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาคุณเสมอพระองค์ไม่เคยถือโทษโกรธใใครผูใดที่คิดไม่ดีต่อพระองค์เลย พี่น้องสิ่งที่บันทึกไว้ในพระคำแห่งชีวิตนี้ช่วยให้พี่น้องได้รับการหนุนใจจากพระคำแห่งชีวิตนี้ช่วยให้พี่น้องอดทนต่อความทุกข์ยากลำบากได้ และทนต่อการที่เพื่อนมิตรกล่าวว่าได้เมื่อพี่น้องได้นำคำพูดแห่งชีวิตของพระคริสต์นี้ไปบอกกล่าวแก่ญาติมิตรสหายนั้น
ในพระคัมภีร์กล่าวไว้ว่าขณะที่พระเยซูคริสต์ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ พระเยซูคริสต์ได้รับการถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากมนุษย์มากมาย และในช่วงเวลาที่มีภัยวิกฤจิมาถึงตัวพระคริสต์เองนั้นสาวกทั้งหมดที่เคยติดตามพระคริสต์ก็หายตัวไปหมดไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะอยู่เคียงข้างพระคริสต์เลย พระองค์นั้นทรงถูกโบยตีทรมานสาหัสถูกตรึงบนไม้กางเขนถูกประชาชนเอาหินขว้างพระองค์ถูกอาชญากรที่ตรึงไม้กางเขนข้างๆๆพระองค์พูดเยาะเย้ยถากถาง พระเยซูคริสต์ต้องดำเนินชีวิตอย่างโดดเดียวเดียวดายพระองค์ทรงตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะเห็นแก่มนุษย์ทั้งปวงที่พระองค์ทรงรักนั่นเอง พระบิดาผู้ทรงส่งพระองค์มาเท่านั้นที่อยู่กับพระองค์แม้ว่าวินาทีสุดท้ายของพระคริสต์พระองค์ก็ยังรักและขออภัยต่อพระบิดาให้อภัยแก่มนุษย์ทั้งปวง นี่ช่างเป็นแบบอย่างที่พระองค์วางไว้ให้แก่พี่น้องทั้งหลายให้ดำเนินชีวิตามอย่างพระคริสต์ด้วยการไม่บ่นต่อความทุกข์ยากลำบากใดเลยๆๆเลย นีคือบททดสอบความเชื่อแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ในพระคริสต์ เอเมน
พี่น้องมีเป้าหมายที่จะไปถึงเส้นชัยแห่งชีวิตคริสเตียนไม่ใช่หรือพี่น้องต้องการชัยชนะที่จะได้รับมงกุฏราศีไม่ใช่หรือ สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้ถ้าพี่น้องมีความทรหดอดทนเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ในโลกนี้ยอมทุกข์ยากลำบากเพื่อพระคริสต์ ยอมรับการถูกดูหมิ่นจากมนุษย์ทั้งหลายที่พี่น้องไปประกาศพระกิตติคุณแห่งตวามจริงแม้ว่าเขาจะปฎิเสธและขับไล่ก็ตาม เพราะนี่คือบททดสอบความเชื่อความศรัทธาที่มั่นคงต่อพระคริสต์นั่นเอง
การที่พี่น้องจะติดสนิทกับพระเยซูคริสต์นั้นพี่น้องต้องดำเนินชีวิที่เหมือนพระเยซูคริสต์ในขณะที่ยังดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ พระเยซูคริสต์ทรงรัก พระเยซูคริสต์ทรงให้อภัย พระเยซูคริสต์ทรงมีแต่พระเมตตา พี่น้องที่รักในพระเยซูคริสต์ทั้งหลายท่านจงให้ท่านจงรักท่านจงเมตตาเหมือนพระคริสต์เจ้าเถิด เอเมน.
ลก. 4:24 พระองค์ตรัสต่อไปว่า “เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า ไม่มีผู้เผยพระวจนะคนใดได้รับการยอมรับในบ้านเกิดของตัวเอง
ลก. 6:20 พระองค์ทอดพระเนตรดูพวกสาวกของพระองค์แล้วตรัสว่า “ท่านทั้งหลายที่ยากจนก็เป็นสุข เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้าเป็นของท่าน
ลก. 6:21 “ท่านทั้งหลายที่อดอยากเวลานี้ก็เป็นสุข เพราะว่าท่านจะได้อิ่มท้อง “ท่านทั้งหลายที่ร้องไห้เวลานี้ก็เป็นสุข เพราะว่าท่านจะได้หัวเราะ
ลก. 6:22 “ท่านทั้งหลายเป็นสุขแม้มีคนเกลียดชังท่าน ไล่ท่านออกจากพวกเขา ประณามท่าน และเหยียดหยามท่านว่าเป็นคนชั่วช้าเนื่องจากท่านเห็นแก่บุตรมนุษย์
ลก. 6:23 ในวันนั้นท่านทั้งหลายจงชื่นชมยินดีและโลดเต้น เพราะบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ บรรพบุรุษของเขาก็ทำอย่างนั้นกับพวกผู้เผยพระวจนะเหมือนกัน
ขอบพระคุณสรรเสริญพระเจ้านี่คือหลักความจริงในพระคำของพระเจ้าที่ดำรงอยู่กับพี่น้องทุกท่าน วันนี้ไม่ว่าพี่น้องเองจะประสบความทุกข์ยากลำบากใดๆๆ เจ็บป่วยไม่สบายทั้งตัวหรือว่าไม่สบายใจ โดนเพื่อนมิตรทอดทิ้ง หรือถูกปฎิเสธจากคนที่พี่น้องเคยหวังว่าเขาจะช่วยเหลือพี่น้องก็ตาม ขอให้พี่หันมาสู่พระคำของพระเจ้าเท่านั้นดีที่สุด เวลาที่พี่น้องคิดอะไรไม่อออกขอให้พี่น้องจงพึ่งในพระคุณของพระเจ้าเท่านั้นพระองค์เป็นพระเจ้าที่ดำรงพระชนม์อยู่จะทรงช่วยอธิษฐานทูลขอเรื่องต่างๆๆแทนพี่น้อง พี่น้องที่กรักท่านจงอธิษฐานติดสนิทกับพระเจ้าเสมอความทุกข์ยากลำบากนั้นจะเป็นบททดสอบความเชื่อของพี่น้องที่ยิ่งใหญ่ ขอให้พระคริสต์ที่ดำรงอยู่ภายในพี่น้องทั้งหลายเปิดตาใจให้พี่น้องเห็นหลักความจริงที่มีชีวิตนี้ด้วย เอเมน
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 83
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 83
พี่น้องที่รักทั้งหลายจงกินและดื่มพระคำของพระเจ้าดุจดังเป็นมานาและน้ำแห่งชีวิตที่พระเจ้าพระราชทานให้แก่พี่น้องทั้งหลายฟรีๆๆโดยไม่คิดมูลค่า กินและดื่มย่อยพระคำของพระเจ้าเพื่อที่พี่น้องจะได้เติบโตในพระคริสต์มีพลานามัยที่เข้มแข็งในพระองค์ ทุกเช้าจะตื่นขึ้นมาพร้อมที่จะกินพระคำของพระเจ้าร้องออกพระนามของพระองค์โอ้พระเยซูคริสต์ สรรเสริญและภาวนาอธิษฐาน?ุลขอให้ตัวพี่น้องดำเนินชีวิตในวันใหม่นี้ให้ติดสนิทไปกับพระคริสต์
ในแต่ละวันพี่น้องจงดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณด้วยการให้พระวิญญาณนั้นนำทางพี่น้องทุกย่างก้าว เพราะนี้คือพระคุณความรอดที่พี่น้องเท่านั้นที่เชื่อในพระคริสต์จะได้รับจากพระเจ้าอย่างแท้จริง
ชาวอิสราเอลเมื่อครั้งเดินทางออกมาจากอียิปต์นั้นในป่ากันดารพระเจ้าได้เลี้ยงดูพวกเขาเหล่านั้นด้วยมานาไม่ใช่หรือ บางคนก็เก็บมานาจนล้นเอ่อไม่ได้กินหมดเพราะกลัวว่าพรุ้งนี้จะไม่มีมานาจากพระเจ้าอีกจนมานาเน่าเสียสูญสลายไปเพราะมานานั้นพระเจ้าได้พระราชทานให้กินวันต่อวัน ตรงนี้ในชีวิตพี่น้องคริสเตียนทั้งหลายการอ่านพระคำของพระเจ้านั้นก็คือมานาแห่งชีวิตนั่นเอง มานานี้ก็ยังมีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่มีพี่น้องคริสเตียนหลายคนไม่ได้เก็บมานามากินและไม่ได้ดื่มน้ำแห่งชีวิตนี้เลย ทำให้เป็นโรคขาดอาหารแห่งชีวิตร่างกายฝ่ายวิญญาณสูบผอมลงขาดสารอาหารแห่งชีีวิตสุดท้ายก็ตายจากการดำเนินชีวิตในพระคริสต์ไปอย่างสิ้นเชิง ตกและกลับไปเป็นทาสในบาบิโลนหรือของโลกนี้ต่อไป
พี่น้องที่รักทุกเช้าพี่น้องมีความจำเป็นที่จะต้องหล่อเลี้ยงเพิ่มพูนร่างกานให้ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพื่อการจำเริญเติบโตของชีวิตในพระคริสต์อย่างแท้จริงนั้น มานาและน้ำแห่งชีวิตนนี้นั้นก็ได้อยู่ในคำตรัสของพระเจ้าแล้วนั้นคือพระคริสตธรรมคัมภีร์ ในพระคำนั้นมีชีวิตผู้ที่กินและดื่มจะไม่หิวกระหายอีกและในพระคำของพระเจ้านี้คือต้นไม้แห่งชีวิตและในพระคำของพระเจ้านั้นมีน้ำแห่งชีวิตที่จะมาหล่อเลี้ยงพี่น้องทั้งหลายวันนี้พี่น้องต้องกินและดื่มเพื่อให้พระคำของพระเจ้าเติมเต็มจนเต็มล้นจากตัวของพี่น้องออกไปหล่อเลี้ยงพี่น้องทั้งหลายให้เข้มแข็งเหมือนพี่น้องทั้งหลายในพระกายของพระเจ้า เอเมน
การดำเนินชีวิตในพระคริสต์นั้นไม่ได้ยากไม่ได้มีพิธีการหรือว่าพึ่งกำลังความสามารถของเนื้อหนังใดๆๆเลยแต่ต้องเชื่อและพึ่งในพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น พี่น้องที่รักการที่จะเป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณนั้นพี่น้องต้องติดสนิทกับพระคำของพระเจ้าติดสนิทในการอธิษฐานและสามัคคีธรรมกับตนเองตลอดเวลา ดังนั้นพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ไม่ว่าฉับไหนสำนวนไหนพี่น้องต้องมีพกติดตัวไว้ตลอดเวลา จะเล่มเล็กเล่มใหญ่หรือจะโหลดมาไว้ในโทรศัพท์ก็ได้เมื่อพี่น้องมีเวลาก็เปิดอ่านได้ตลอดเวลานี่คือพระคุณของพระเจ้าจริงๆๆที่พระราชทานให้ยุคนนี้สมัยนี้พี่น้องทุกคนสามารถอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้อย่างเปิดเผยไม่ต้องหลบๆๆซ่อนๆๆเหมือนที่บรรพบุรุษแห่งความเชื่อทั้งหลายเหล่าวีรชนคริสเตียนได้ประสบมา
อพย. 16:4 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “นี่แน่ะ เราจะให้อาหารตกลงมาเหมือนฝนจากท้องฟ้าสำหรับพวกเจ้า และทุกๆ วันก็ให้ประชาชนออกไปเก็บแต่พอกินเฉพาะวันหนึ่งๆ เพื่อเราจะได้ลองใจว่า พวกเขาจะดำเนินตามบัญญัติของเราหรือไม่?
อพย. 16:5 ในวันที่หก เมื่อพวกเขาเตรียมมานาที่นำมา ก็ให้เก็บเพิ่มเป็นสองเท่าของที่พวกเขาเก็บในวันอื่นๆ”
ขอบคุณสรรเสริญพระเจ้าวันนี้พี่น้องที่รักท่านทั้งหลายได้รับได้กินมานาของพระคริสต์ที่พระราชทานให้แก่พี่นอ้งด้วยพระคุณกันหรือยัง เอเมน นี่ช่างเป็นสิ่งที่มีสง่าราศีจริงที่พระเจ้าได้พระราชทานให้แก่พี่น้องทั้งหลายโดยไม่คิดมูลค่าเพือพระเจ้าจะเลี้ยงดูคนของพระองค์ให้เติบโตในวิญญาณมากยิ่งขึ้น กินมานาแต่พอดีไม่มากไปไม่น้อยไปเพื่อสุขภาพแห่งวิญญาณที่มีพลานามันนั่นเอง เอเมน.
พี่น้องที่รักทั้งหลายจงกินและดื่มพระคำของพระเจ้าดุจดังเป็นมานาและน้ำแห่งชีวิตที่พระเจ้าพระราชทานให้แก่พี่น้องทั้งหลายฟรีๆๆโดยไม่คิดมูลค่า กินและดื่มย่อยพระคำของพระเจ้าเพื่อที่พี่น้องจะได้เติบโตในพระคริสต์มีพลานามัยที่เข้มแข็งในพระองค์ ทุกเช้าจะตื่นขึ้นมาพร้อมที่จะกินพระคำของพระเจ้าร้องออกพระนามของพระองค์โอ้พระเยซูคริสต์ สรรเสริญและภาวนาอธิษฐาน?ุลขอให้ตัวพี่น้องดำเนินชีวิตในวันใหม่นี้ให้ติดสนิทไปกับพระคริสต์
ในแต่ละวันพี่น้องจงดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณด้วยการให้พระวิญญาณนั้นนำทางพี่น้องทุกย่างก้าว เพราะนี้คือพระคุณความรอดที่พี่น้องเท่านั้นที่เชื่อในพระคริสต์จะได้รับจากพระเจ้าอย่างแท้จริง
ชาวอิสราเอลเมื่อครั้งเดินทางออกมาจากอียิปต์นั้นในป่ากันดารพระเจ้าได้เลี้ยงดูพวกเขาเหล่านั้นด้วยมานาไม่ใช่หรือ บางคนก็เก็บมานาจนล้นเอ่อไม่ได้กินหมดเพราะกลัวว่าพรุ้งนี้จะไม่มีมานาจากพระเจ้าอีกจนมานาเน่าเสียสูญสลายไปเพราะมานานั้นพระเจ้าได้พระราชทานให้กินวันต่อวัน ตรงนี้ในชีวิตพี่น้องคริสเตียนทั้งหลายการอ่านพระคำของพระเจ้านั้นก็คือมานาแห่งชีวิตนั่นเอง มานานี้ก็ยังมีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่มีพี่น้องคริสเตียนหลายคนไม่ได้เก็บมานามากินและไม่ได้ดื่มน้ำแห่งชีวิตนี้เลย ทำให้เป็นโรคขาดอาหารแห่งชีวิตร่างกายฝ่ายวิญญาณสูบผอมลงขาดสารอาหารแห่งชีีวิตสุดท้ายก็ตายจากการดำเนินชีวิตในพระคริสต์ไปอย่างสิ้นเชิง ตกและกลับไปเป็นทาสในบาบิโลนหรือของโลกนี้ต่อไป
พี่น้องที่รักทุกเช้าพี่น้องมีความจำเป็นที่จะต้องหล่อเลี้ยงเพิ่มพูนร่างกานให้ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพื่อการจำเริญเติบโตของชีวิตในพระคริสต์อย่างแท้จริงนั้น มานาและน้ำแห่งชีวิตนนี้นั้นก็ได้อยู่ในคำตรัสของพระเจ้าแล้วนั้นคือพระคริสตธรรมคัมภีร์ ในพระคำนั้นมีชีวิตผู้ที่กินและดื่มจะไม่หิวกระหายอีกและในพระคำของพระเจ้านี้คือต้นไม้แห่งชีวิตและในพระคำของพระเจ้านั้นมีน้ำแห่งชีวิตที่จะมาหล่อเลี้ยงพี่น้องทั้งหลายวันนี้พี่น้องต้องกินและดื่มเพื่อให้พระคำของพระเจ้าเติมเต็มจนเต็มล้นจากตัวของพี่น้องออกไปหล่อเลี้ยงพี่น้องทั้งหลายให้เข้มแข็งเหมือนพี่น้องทั้งหลายในพระกายของพระเจ้า เอเมน
การดำเนินชีวิตในพระคริสต์นั้นไม่ได้ยากไม่ได้มีพิธีการหรือว่าพึ่งกำลังความสามารถของเนื้อหนังใดๆๆเลยแต่ต้องเชื่อและพึ่งในพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น พี่น้องที่รักการที่จะเป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณนั้นพี่น้องต้องติดสนิทกับพระคำของพระเจ้าติดสนิทในการอธิษฐานและสามัคคีธรรมกับตนเองตลอดเวลา ดังนั้นพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ไม่ว่าฉับไหนสำนวนไหนพี่น้องต้องมีพกติดตัวไว้ตลอดเวลา จะเล่มเล็กเล่มใหญ่หรือจะโหลดมาไว้ในโทรศัพท์ก็ได้เมื่อพี่น้องมีเวลาก็เปิดอ่านได้ตลอดเวลานี่คือพระคุณของพระเจ้าจริงๆๆที่พระราชทานให้ยุคนนี้สมัยนี้พี่น้องทุกคนสามารถอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้อย่างเปิดเผยไม่ต้องหลบๆๆซ่อนๆๆเหมือนที่บรรพบุรุษแห่งความเชื่อทั้งหลายเหล่าวีรชนคริสเตียนได้ประสบมา
อพย. 16:4 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “นี่แน่ะ เราจะให้อาหารตกลงมาเหมือนฝนจากท้องฟ้าสำหรับพวกเจ้า และทุกๆ วันก็ให้ประชาชนออกไปเก็บแต่พอกินเฉพาะวันหนึ่งๆ เพื่อเราจะได้ลองใจว่า พวกเขาจะดำเนินตามบัญญัติของเราหรือไม่?
อพย. 16:5 ในวันที่หก เมื่อพวกเขาเตรียมมานาที่นำมา ก็ให้เก็บเพิ่มเป็นสองเท่าของที่พวกเขาเก็บในวันอื่นๆ”
ขอบคุณสรรเสริญพระเจ้าวันนี้พี่น้องที่รักท่านทั้งหลายได้รับได้กินมานาของพระคริสต์ที่พระราชทานให้แก่พี่นอ้งด้วยพระคุณกันหรือยัง เอเมน นี่ช่างเป็นสิ่งที่มีสง่าราศีจริงที่พระเจ้าได้พระราชทานให้แก่พี่น้องทั้งหลายโดยไม่คิดมูลค่าเพือพระเจ้าจะเลี้ยงดูคนของพระองค์ให้เติบโตในวิญญาณมากยิ่งขึ้น กินมานาแต่พอดีไม่มากไปไม่น้อยไปเพื่อสุขภาพแห่งวิญญาณที่มีพลานามันนั่นเอง เอเมน.
วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 82
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 82
การดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ปกตินั้นพี่น้องต้องไม่ใช้ชีวิตที่ผูกพันธ์ตัวต่อหลุมพรางและการล่อลวงของโลกนี้ที่ซาตานได้วางกับดักให้พี่น้องได้ติดในบ่วงแร้วแห้งราคะเนื้อหนังของชีวิตแห่งความไม่เที่ยงแท้ พี่น้องที่รักนี่คือหลักความจริงและเป็นความเที่ยงแท้นั่นก็คือชีวิตนิรันดร์และอาณาจักรของพระเจ้าไม่ใช่หรือ
โลกนี้เป็นโลกที่พี่น้องได้ถูกพระเจ้าเลือกสรรไว้แต่ก่อนวางรากสร้างโลกแล้วให้มาเป็นพยานแก่องค์พระคริสต์เพื่อสำแดงพระคริสต์เพื่อปกครองแผ่นดินโลกนี้เป็นตัวแทนของพระจ้าโลกนนี้นั้นที่จริงต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของพี่น้องไม่ว่าสิ่งใดๆๆก็ตามนั้นต้องเป็นสิ่งที่มีไว้เพื่อรับใช้พี่น้อง แต่ในความเป็นจริงนั้นซาตานมันเก่งมันฉลาดมันล่อลวงมนุษย์ได้เพราะว่ามันได้รับอนุญาติจากพระเจ้าให้มาทดสอบมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าผู้ชอบธรรมเหมือนอย่างที่โยบโดนกระทำการทดสอบจากซาตานมา
พี่น้องที่รักทั้งท่านจงระมัดระวังอย่าได้ตกเป็นทาสรับใช้ต่อสิ่งของที่ไม่เที่ยงแท้ไม่นิรันดร์ในโลกนี้ที่มีวันเสื่อมสลายไปได้ พวกวาตานมันล่อลวงมนุษย์ให้อยากได้โน่นได้นี่ได้บ้านเล็กก็ไม่พอใจอยากได้บ้านใหญ่ ได้รถยนตร์รุ่นนี้แล้วก็ไม่พอใจอยากได้ใหม่กว่านี้รุ่นใหม่ๆๆอยู่เรื่อยๆๆไป มีเงินทองทรัพย์สินมากพอแล้วก็ยังไม่พอใจเลยยังดิ้นรนเสาะแสวงหาต่อไปไม่หยุดหย่อน นี่คือชีวิตที่น่าสงสารที่เติมเต็มไปด้วยก่รล่อลวงตัวเองแท้ๆๆว่าไม่เคยพอใใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ต้องหาอยู่เรื่อยๆๆ จะไปโทษซาตานทีเดียวก็ไม่ได้ถ้าพี่น้องเองไม่ให้ความร่วมมือต่อการที่มันเอาสิ่งของทั้งโลกมาล่อลวงพี่น้อง
แบบอย่างการล่อลวงต่อสิ่งของทั้งโลกนี้แม้แต่องค์พระเยซูคริสต์นี้ก็โดนมารซาตานมาล่อลวงสารพัดว่าจะยอกโลกนี้ทั้งโลกให้พระคริสต์ปปกครอง นี่ขนาดพระเยซูคริสต์เปนพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้ายังเจอการทดสอบการล่อลวงของซาตานแต่ด้วยความที่พระเยซูคริสต์นั่นท่านเป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้เป็นพระบุตรของพระเจ้า สิ่งที่ซาตานล่อลวงนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จสุดท้ายซาตานก็พ่ายแพ้ต่อพระเยซูคริสต์ในที่สุด แล้วตัวพี่น้องล่ะพ่วยแพ้ต่อซาตานหรือว่าซาตานนั้นพ่ายแพ้ต่อพี่น้อง
สิ่งที่จะช่วยให้พี่น้องพ้นจากการล่อลวงการทอดลองการทดสอบของซาตานได้นั้่นคือพี่น้องต้องติดสนิทกับพระคริสต์เจ้าตลอดเวลา ยึดพระคำของพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง อธิษฐานภาวนาดำเนินชีวิตในวิญญาณทุกเวลาทุกวินาทีสิ่งนี้เองจะช่วยให้พี่น้องพ้นจากการล่อลวงของมารซาตานไปได้ด้วยดีเพราะเชื่อและพึ่งในพระคุณของพระคริสต์เจ้า เอเมน
มธ. 4:1 ครั้งนั้น พระวิญญาณทรงนำพระเยซูเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อมารจะได้มาทดลอง
มธ. 4:2 และพระองค์ทรงอดอาหารสี่สิบวันสี่สิบคืน ภายหลังพระองค์ก็ทรงหิว
มธ. 4:3 ส่วนผู้ทดลองมาหาพระองค์ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง”
มธ. 4:4 พระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ ”
มธ. 4:5 แล้วมารก็นำพระองค์ไปยังนครบริสุทธิ์ และให้พระองค์ประทับที่ยอดหลังคาพระวิหาร
มธ. 4:6 แล้วทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงกระโดดลงไป เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ‘พระเจ้าจะรับสั่งเรื่องท่านต่อบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์ และทูตสวรรค์จะเอามือประคองชูท่านไว้ ไม่ให้เท้าของท่านกระทบหิน’ ”
มธ. 4:7 พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “พระคัมภีร์มีเขียนไว้อีกว่า ‘อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน’ ”
มธ. 4:8 อีกครั้งหนึ่งมารได้นำพระองค์ขึ้นไปบนภูเขาที่สูงมาก และได้แสดงบรรดาราชอาณาจักรในโลก ทั้งความรุ่งโรจน์ของราชอาณาจักรเหล่านั้นให้พระองค์ทอดพระเนตร
มธ. 4:9 แล้วได้ทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านจะก้มลงนมัสการเรา เราจะให้สิ่งทั้งปวงเหล่านี้แก่ท่าน”
มธ. 4:10 พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “จงไปให้พ้น เจ้าซาตาน เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ‘จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน และปรนนิบัติพระองค์ แต่ผู้เดียว’ ”
มธ. 4:11 แล้วมารจึงไปจากพระองค์ และมีพวกทูตสวรรค์มาปรนนิบัติพระองค์
ขอบคุณพระเจ้านี่คือหลักความจริงที่ว่ากำลังความสามารถเนื้อหนังของมนุษย์เก่าคนบาปที่ตกต่ำมาจากการกระทำของบรรพบุรุษอาดัมที่สร้างไว้เป็นมรดกแห่งความบาปนั้น บัดนี้พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้พี่น้องทั้งหลายรอดพ้นความบาป รอดพ้นจากบึงไฟนรกนิรันดร์ เพราะพระเมตตาพระคุณของพระคริสต์เจ้า ที่พี่น้องได้รับการเลือกสรรจากพระคริสต์ให้ได้รับความรอดนิรันดร์มีชีวิตเป็นอยู่เพื่อรับสุขในพระคริสต์ผู้เที่ยงแท้นี้เอง
ด้วยเหตุนี้เองพี่น้องทั้งหลายไม่ต้องกระทำการใดๆๆเลยที่ให้เหนื่อยให้ลำบาก นั่งฟั่งพระคำของพระเจ้าตรัสอย่างๆๆสบายๆๆพึ่งในพระคุณของพระคริสต์พระองค์จะเปลี่ยนแปลงพี่น้องเองในที่สุดให้เป็นคนใหม่เหมือนดั่งพระคริสต์ในด้านชีวิตและนิสัย นี่คือวัตถุประสงค์แรกดั่งเดิมที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมา สรรเสริญขอบคุณพระเจ้าพระคุณของพระเยซูคริสต์ล้นเหลือและเป็นพระคุณซ้อนพระคุณแก่พี่น้องทั้งหลายจริงๆๆ เพราะพี่น้องรอดได้นั้นก็รอด้วยพระคุณไม่ใช่รอด้วยการกระทำอะไรมากมายเลย ฮาเลลูยา เอเมน.
อฟ. 2:8 เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของพระราชทานจากพระเจ้า
อฟ. 2:9 ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้
อฟ. 2:10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม
การดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ปกตินั้นพี่น้องต้องไม่ใช้ชีวิตที่ผูกพันธ์ตัวต่อหลุมพรางและการล่อลวงของโลกนี้ที่ซาตานได้วางกับดักให้พี่น้องได้ติดในบ่วงแร้วแห้งราคะเนื้อหนังของชีวิตแห่งความไม่เที่ยงแท้ พี่น้องที่รักนี่คือหลักความจริงและเป็นความเที่ยงแท้นั่นก็คือชีวิตนิรันดร์และอาณาจักรของพระเจ้าไม่ใช่หรือ
โลกนี้เป็นโลกที่พี่น้องได้ถูกพระเจ้าเลือกสรรไว้แต่ก่อนวางรากสร้างโลกแล้วให้มาเป็นพยานแก่องค์พระคริสต์เพื่อสำแดงพระคริสต์เพื่อปกครองแผ่นดินโลกนี้เป็นตัวแทนของพระจ้าโลกนนี้นั้นที่จริงต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของพี่น้องไม่ว่าสิ่งใดๆๆก็ตามนั้นต้องเป็นสิ่งที่มีไว้เพื่อรับใช้พี่น้อง แต่ในความเป็นจริงนั้นซาตานมันเก่งมันฉลาดมันล่อลวงมนุษย์ได้เพราะว่ามันได้รับอนุญาติจากพระเจ้าให้มาทดสอบมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าผู้ชอบธรรมเหมือนอย่างที่โยบโดนกระทำการทดสอบจากซาตานมา
พี่น้องที่รักทั้งท่านจงระมัดระวังอย่าได้ตกเป็นทาสรับใช้ต่อสิ่งของที่ไม่เที่ยงแท้ไม่นิรันดร์ในโลกนี้ที่มีวันเสื่อมสลายไปได้ พวกวาตานมันล่อลวงมนุษย์ให้อยากได้โน่นได้นี่ได้บ้านเล็กก็ไม่พอใจอยากได้บ้านใหญ่ ได้รถยนตร์รุ่นนี้แล้วก็ไม่พอใจอยากได้ใหม่กว่านี้รุ่นใหม่ๆๆอยู่เรื่อยๆๆไป มีเงินทองทรัพย์สินมากพอแล้วก็ยังไม่พอใจเลยยังดิ้นรนเสาะแสวงหาต่อไปไม่หยุดหย่อน นี่คือชีวิตที่น่าสงสารที่เติมเต็มไปด้วยก่รล่อลวงตัวเองแท้ๆๆว่าไม่เคยพอใใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ต้องหาอยู่เรื่อยๆๆ จะไปโทษซาตานทีเดียวก็ไม่ได้ถ้าพี่น้องเองไม่ให้ความร่วมมือต่อการที่มันเอาสิ่งของทั้งโลกมาล่อลวงพี่น้อง
แบบอย่างการล่อลวงต่อสิ่งของทั้งโลกนี้แม้แต่องค์พระเยซูคริสต์นี้ก็โดนมารซาตานมาล่อลวงสารพัดว่าจะยอกโลกนี้ทั้งโลกให้พระคริสต์ปปกครอง นี่ขนาดพระเยซูคริสต์เปนพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้ายังเจอการทดสอบการล่อลวงของซาตานแต่ด้วยความที่พระเยซูคริสต์นั่นท่านเป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้เป็นพระบุตรของพระเจ้า สิ่งที่ซาตานล่อลวงนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จสุดท้ายซาตานก็พ่ายแพ้ต่อพระเยซูคริสต์ในที่สุด แล้วตัวพี่น้องล่ะพ่วยแพ้ต่อซาตานหรือว่าซาตานนั้นพ่ายแพ้ต่อพี่น้อง
สิ่งที่จะช่วยให้พี่น้องพ้นจากการล่อลวงการทอดลองการทดสอบของซาตานได้นั้่นคือพี่น้องต้องติดสนิทกับพระคริสต์เจ้าตลอดเวลา ยึดพระคำของพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง อธิษฐานภาวนาดำเนินชีวิตในวิญญาณทุกเวลาทุกวินาทีสิ่งนี้เองจะช่วยให้พี่น้องพ้นจากการล่อลวงของมารซาตานไปได้ด้วยดีเพราะเชื่อและพึ่งในพระคุณของพระคริสต์เจ้า เอเมน
มธ. 4:1 ครั้งนั้น พระวิญญาณทรงนำพระเยซูเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อมารจะได้มาทดลอง
มธ. 4:2 และพระองค์ทรงอดอาหารสี่สิบวันสี่สิบคืน ภายหลังพระองค์ก็ทรงหิว
มธ. 4:3 ส่วนผู้ทดลองมาหาพระองค์ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง”
มธ. 4:4 พระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ ”
มธ. 4:5 แล้วมารก็นำพระองค์ไปยังนครบริสุทธิ์ และให้พระองค์ประทับที่ยอดหลังคาพระวิหาร
มธ. 4:6 แล้วทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงกระโดดลงไป เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ‘พระเจ้าจะรับสั่งเรื่องท่านต่อบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์ และทูตสวรรค์จะเอามือประคองชูท่านไว้ ไม่ให้เท้าของท่านกระทบหิน’ ”
มธ. 4:7 พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “พระคัมภีร์มีเขียนไว้อีกว่า ‘อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน’ ”
มธ. 4:8 อีกครั้งหนึ่งมารได้นำพระองค์ขึ้นไปบนภูเขาที่สูงมาก และได้แสดงบรรดาราชอาณาจักรในโลก ทั้งความรุ่งโรจน์ของราชอาณาจักรเหล่านั้นให้พระองค์ทอดพระเนตร
มธ. 4:9 แล้วได้ทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านจะก้มลงนมัสการเรา เราจะให้สิ่งทั้งปวงเหล่านี้แก่ท่าน”
มธ. 4:10 พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “จงไปให้พ้น เจ้าซาตาน เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ‘จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน และปรนนิบัติพระองค์ แต่ผู้เดียว’ ”
มธ. 4:11 แล้วมารจึงไปจากพระองค์ และมีพวกทูตสวรรค์มาปรนนิบัติพระองค์
ขอบคุณพระเจ้านี่คือหลักความจริงที่ว่ากำลังความสามารถเนื้อหนังของมนุษย์เก่าคนบาปที่ตกต่ำมาจากการกระทำของบรรพบุรุษอาดัมที่สร้างไว้เป็นมรดกแห่งความบาปนั้น บัดนี้พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้พี่น้องทั้งหลายรอดพ้นความบาป รอดพ้นจากบึงไฟนรกนิรันดร์ เพราะพระเมตตาพระคุณของพระคริสต์เจ้า ที่พี่น้องได้รับการเลือกสรรจากพระคริสต์ให้ได้รับความรอดนิรันดร์มีชีวิตเป็นอยู่เพื่อรับสุขในพระคริสต์ผู้เที่ยงแท้นี้เอง
ด้วยเหตุนี้เองพี่น้องทั้งหลายไม่ต้องกระทำการใดๆๆเลยที่ให้เหนื่อยให้ลำบาก นั่งฟั่งพระคำของพระเจ้าตรัสอย่างๆๆสบายๆๆพึ่งในพระคุณของพระคริสต์พระองค์จะเปลี่ยนแปลงพี่น้องเองในที่สุดให้เป็นคนใหม่เหมือนดั่งพระคริสต์ในด้านชีวิตและนิสัย นี่คือวัตถุประสงค์แรกดั่งเดิมที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมา สรรเสริญขอบคุณพระเจ้าพระคุณของพระเยซูคริสต์ล้นเหลือและเป็นพระคุณซ้อนพระคุณแก่พี่น้องทั้งหลายจริงๆๆ เพราะพี่น้องรอดได้นั้นก็รอด้วยพระคุณไม่ใช่รอด้วยการกระทำอะไรมากมายเลย ฮาเลลูยา เอเมน.
อฟ. 2:8 เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของพระราชทานจากพระเจ้า
อฟ. 2:9 ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้
อฟ. 2:10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 81
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 81
พี่น้องที่รักทั้งหลายจงวางใจแต่องค์พระเยซูคริสต์เท่านั้นอย่าได้ไว้วางใจในตัวบุคคลมากกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย หลายครั้งมักมีผู้เห็นผิดว่าผู้้นั้นผู้นี้มีอำนาจสิทธิพิเศาที่ได้รับมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่ในที่สุดเมื่อความลับแห่งกลล่อลวงที่อำพรางไว้นั้นแตกออกมาทำให้เฉลยออกมาว่าสิ่งที่ทำมานั้นเพื่อสนองต่อความรักชอบของกิเลสตัณหาราคะเนื้อหนังของตัวผู้นำจอมเทีมเท็จนั้นเอง
พี่น้องที่รักจงอย่าได้เสียใจเลยที่ทุ่มเทเพื่อคนนั้นที่รับใช้พระเจ้า เพราะคำว่ามนุษย์นั้นยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปมาตาเหมือนกระแสลมได้อยู่ทุกวันเวลา
พี่น้องที่รักท่านเป็นเพียงแขกแปลกหน้าที่มาเยือนถิ่นในโลกนี้เพียงชั่วคราว การพักสงบและสันติสุขในโลกนี้หาได้ยากเพราะมักสวมหน้ากากเข้าหากัน ด้วยเหตุนี้เองมักจะมีผู้รับใช้พระคริสต์เทียมมากมายในโลกนี้เพราะเห็นแก่เงินทองที่จะได้จากพี่น้องที่หลงเชื่อ แต่สุดท้ายก็หลีกไม่พ้นจากหลักความจริงไปได้เลย พระเจ้าก็เปิดหน้ากากของเขาในที่สุด สุดท้ายของปลอมเทียมเท็จก็พ่ายแพ้ต่อองค์พระคริสต์ในที่สุด
ในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้าพี่น้องต้องพักสงบเหมือนนางมาเรียผู้ดำเนินตามน้ำพระทัยของพระคริสต์ พี่น้องนั้นเชื่อพระคริสต์ในวันนี้ก็ด้วยพระคุณของพระคริสต์ไม่ใช่หรือไม่ใช่ด้วยการกระทำตามกฎบัญญัติ ตามการกระทำที่มนุษย์ไม่สามารถกระทำได้เลย มีแต่จะฝ่าฝืนและแหกกฎเกณฑ์ตลอดเวลา สิ่งนี้เองเป็นเหตุให้พระเจ้าต้องมาดำเนินชีวิตในรูปกายเลือดเนื้อมาเป็นมนุษย์พระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า เป็นบุตรหัวปีที่จะนำพาพี่น้องหลงหายกับคืนมาสูอาณาจักรของพระเจ้า เพราะพระเจ้านั้นได้เลือกสรรพี่น้องไว้แล้วก่อนวางรากสร้างโลกนี้เสียอีก
นี่คือพระคุณของพระเจ้าที่เลือกสรรประชากรของพระคริสต์ไว้แล้วทำให้พี่น้องทั้งหลายเป็นอิสราเอลใหม่ เพื่อมาเดินตามหนทางของพระคริสต์ในการดำเนินชีวิตภายในที่พี่น้องทั้งหลายต้องก่อรูปขึ้น เพื่อมาสำแดงพระคริสต์ออกมาตามแบบพระองค์ในมนุษย์ทั้งหลายที่เชื่อในพระคริสต์
การเชื่อในพระคริสต์วันนี้พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้พี่น้องมาเน้นในการปรนนิบัติมากกว่าที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระองค์มากกว่ามิใช่หรือ พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้พี่น้องสำแดงฤทธิ์เดชและการมหัศจรรย์มายากลมากมายมากว่าที่จะดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้มิใช่หรือ
ใครมีหูฟังได้จงฟังใครมีตาอ่านได้จงอ่านและแสวงหาแต่หลักความจริงจากพระเจ้าเท่านั้นพระคำของพระเจ้านั้นเป็นชีวิตที่พี่น้องต้องหลั่งไหลแม่น้ำดุจน้ำพุแห่งชีวิตออกมาจากตัวของพี่น้องเองนั้นออกไปหล่อเลี้ยงเพื่อใให้การจำเริญชีวิตฝ่ายวิญญาณได้เติบโตเป็นดุจผู้ใหญ่ในพระคริสต์ เอเมน
ลก. 10:38 ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์เสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สตรีผู้หนึ่งชื่อมารธารับเสด็จพระองค์ที่บ้าน
ลก. 10:39 นางมีน้องสาวชื่อมารีย์ซึ่งนั่งอยู่แทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้าคอยฟังพระวาจาของพระองค์
ลก. 10:40 มารธากำลังยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้จึงเข้ามาทูลว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง”
ลก. 10:41 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก
ลก. 10:42 สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียวมารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มีใครเอาไปจากเขาได้”
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องที่รักทั้งหลายวันนี้พี่น้องจงดำเนินชีวิตในวิญญาณแบบมารีย์ที่เป็นผู้ดำเนินชีวิตไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้ามากที่สุด พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้คนมาทำนี่โน่นนั่นทำพิธีมากมาย แต่ให้มานั่งฟังสบายๆๆใจฟังพระวาจาของพระเจ้าด้วยพระคุณของพระองค์อย่างแท้จริง บทเรียนเรื่องมารย์นี่แหล่ะเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ถกต้องและเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้ามากที่สุด เอเมน
พี่น้องที่รักทั้งหลายจงวางใจแต่องค์พระเยซูคริสต์เท่านั้นอย่าได้ไว้วางใจในตัวบุคคลมากกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย หลายครั้งมักมีผู้เห็นผิดว่าผู้้นั้นผู้นี้มีอำนาจสิทธิพิเศาที่ได้รับมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่ในที่สุดเมื่อความลับแห่งกลล่อลวงที่อำพรางไว้นั้นแตกออกมาทำให้เฉลยออกมาว่าสิ่งที่ทำมานั้นเพื่อสนองต่อความรักชอบของกิเลสตัณหาราคะเนื้อหนังของตัวผู้นำจอมเทีมเท็จนั้นเอง
พี่น้องที่รักจงอย่าได้เสียใจเลยที่ทุ่มเทเพื่อคนนั้นที่รับใช้พระเจ้า เพราะคำว่ามนุษย์นั้นยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปมาตาเหมือนกระแสลมได้อยู่ทุกวันเวลา
พี่น้องที่รักท่านเป็นเพียงแขกแปลกหน้าที่มาเยือนถิ่นในโลกนี้เพียงชั่วคราว การพักสงบและสันติสุขในโลกนี้หาได้ยากเพราะมักสวมหน้ากากเข้าหากัน ด้วยเหตุนี้เองมักจะมีผู้รับใช้พระคริสต์เทียมมากมายในโลกนี้เพราะเห็นแก่เงินทองที่จะได้จากพี่น้องที่หลงเชื่อ แต่สุดท้ายก็หลีกไม่พ้นจากหลักความจริงไปได้เลย พระเจ้าก็เปิดหน้ากากของเขาในที่สุด สุดท้ายของปลอมเทียมเท็จก็พ่ายแพ้ต่อองค์พระคริสต์ในที่สุด
ในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้าพี่น้องต้องพักสงบเหมือนนางมาเรียผู้ดำเนินตามน้ำพระทัยของพระคริสต์ พี่น้องนั้นเชื่อพระคริสต์ในวันนี้ก็ด้วยพระคุณของพระคริสต์ไม่ใช่หรือไม่ใช่ด้วยการกระทำตามกฎบัญญัติ ตามการกระทำที่มนุษย์ไม่สามารถกระทำได้เลย มีแต่จะฝ่าฝืนและแหกกฎเกณฑ์ตลอดเวลา สิ่งนี้เองเป็นเหตุให้พระเจ้าต้องมาดำเนินชีวิตในรูปกายเลือดเนื้อมาเป็นมนุษย์พระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า เป็นบุตรหัวปีที่จะนำพาพี่น้องหลงหายกับคืนมาสูอาณาจักรของพระเจ้า เพราะพระเจ้านั้นได้เลือกสรรพี่น้องไว้แล้วก่อนวางรากสร้างโลกนี้เสียอีก
นี่คือพระคุณของพระเจ้าที่เลือกสรรประชากรของพระคริสต์ไว้แล้วทำให้พี่น้องทั้งหลายเป็นอิสราเอลใหม่ เพื่อมาเดินตามหนทางของพระคริสต์ในการดำเนินชีวิตภายในที่พี่น้องทั้งหลายต้องก่อรูปขึ้น เพื่อมาสำแดงพระคริสต์ออกมาตามแบบพระองค์ในมนุษย์ทั้งหลายที่เชื่อในพระคริสต์
การเชื่อในพระคริสต์วันนี้พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้พี่น้องมาเน้นในการปรนนิบัติมากกว่าที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระองค์มากกว่ามิใช่หรือ พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้พี่น้องสำแดงฤทธิ์เดชและการมหัศจรรย์มายากลมากมายมากว่าที่จะดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้มิใช่หรือ
ใครมีหูฟังได้จงฟังใครมีตาอ่านได้จงอ่านและแสวงหาแต่หลักความจริงจากพระเจ้าเท่านั้นพระคำของพระเจ้านั้นเป็นชีวิตที่พี่น้องต้องหลั่งไหลแม่น้ำดุจน้ำพุแห่งชีวิตออกมาจากตัวของพี่น้องเองนั้นออกไปหล่อเลี้ยงเพื่อใให้การจำเริญชีวิตฝ่ายวิญญาณได้เติบโตเป็นดุจผู้ใหญ่ในพระคริสต์ เอเมน
ลก. 10:38 ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์เสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สตรีผู้หนึ่งชื่อมารธารับเสด็จพระองค์ที่บ้าน
ลก. 10:39 นางมีน้องสาวชื่อมารีย์ซึ่งนั่งอยู่แทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้าคอยฟังพระวาจาของพระองค์
ลก. 10:40 มารธากำลังยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้จึงเข้ามาทูลว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง”
ลก. 10:41 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก
ลก. 10:42 สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียวมารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มีใครเอาไปจากเขาได้”
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องที่รักทั้งหลายวันนี้พี่น้องจงดำเนินชีวิตในวิญญาณแบบมารีย์ที่เป็นผู้ดำเนินชีวิตไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้ามากที่สุด พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้คนมาทำนี่โน่นนั่นทำพิธีมากมาย แต่ให้มานั่งฟังสบายๆๆใจฟังพระวาจาของพระเจ้าด้วยพระคุณของพระองค์อย่างแท้จริง บทเรียนเรื่องมารย์นี่แหล่ะเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ถกต้องและเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้ามากที่สุด เอเมน
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 80
ดำเนินชีวิตแบบพระคริสต์ 80
สี่สิบปีในป่ากันดาร พี่น้องจะเห็นภาพความเชื่อสามรูปแบบ เชื่อพระเจ้าแบบอาโรน เชื่อพระเจ้าแบบโมเซ เชื่อพระเจ้าแบบโยโชวา แต่สุดท้ายคนที่นำพาไปถึงฝั่งนั้นคือความเชื่อแบบโยโชวาพามวลมหาประชากรเข้าในแผ่นดินงามไร่นม น้ำผึ้ง ได้สำเร็จ แล้วพี่น้องล่ะจะเป็นคริสเตียนที่มีความเชื่อแบบไหน.
บทเรียนทางความเชื่อนั้นพระเจ้าได้สอนว่าให้พี่น้องจงอย่าไว้ใจในตัวมนุษย์ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า แต่จงวางใจในคนที่พระเจ้าเลือกมาเป็นผู้รับใช้อย่างอาโรนมาบาครั้งก็ไขว์เขวไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้าแต่ฟังมนุษย์ไปทำรูปปั้นวัวทองคำ ก็เหมือนในปัจจุบันนี้ที่เป็นคริสเตียนเชื่อพระเจ้าแบบครึ่งๆๆกลางๆๆบางครั้งก็ฟังพระเจ้าบางครั้งก็ฟังซาตานไปกราบไหว้รูปเคารพในที่นี้เช่นเงินทองทรัพย์สินของสะสม คนเช่นนี้แหล่ะไม่เป็นพยานที่ดีแก่พระคริสต์สุดท้ายพระเจ้าก็รับไปก่อนกำหนดในวัยอันควรเหมือนอาโรนที่โมเซพาไปเฝ้าพระเจ้าแล้วก็เสียชีวิตทันทีที่บนภูเขาเนื่องจากทำผิดต่อการไม่เชื่อฟังพระเจ้านั่นเอง.
ส่วนความเชื่อแบบโมเซโมเสสนั้นดูเหมือนจะมีความเชื่อที่เข้มแข็งเชื่อมั่นเชื่อฟังในพระเจ้าอย่างที่สุดแต่จริงๆๆแล้วบางครั้งตัวโมเซเองก็อ่อ่นแอในความเชื่อมีความโมโหฉุนเฉียวในการรับใช้พระเจาเมื่อชาวอิสราเอลประชากรของพระเจ้ามาพูดให้โมเซพร่ำบ่นกับพระเจ้าถึงขนาดเอาไม้เท้ารูปหัวงูไปตีหินจนน้ำทะลักไหลออกมา เรื่องนี้เห็นได้ว่าคริสเตียนที่มีความเข้มแข็งนั้นบางครั้งก็อ่อนแอได้เพราะไม่ได้ติดสนิทกับพระเจ้าตลอดเวลาทำให้การดำเนินชีวิตไปตามกำลังความสามารถของตนเอง โมเซเองก็สิ้นชีวิตในที่สุดไม่ได้รับความสำเร็จในการพามวลชาวอิสราเอลพาเข้าไปในแผ่นดินพระสัญญาของพระเจาได้สำเร็จ นี่เพราะชีวิตไม่ดำเนินตามพระวิญญาณและการนำพาของพระเจ้าตลอดเวลาของโมเซเอง คริสเตียนทุกวันนี้ก็มีมากมายภายนอกดูเข้มแข็งรักพระเจ้า แต่ชีวิตภายในนั้นอ่อนแอมาก พี่น้องจะเลือกมีความเชื่อแบบโฆเซหรือไม่ ถามพระเจ้าดู เอเมน.
และความเชื่อที่เข้มแข็งมั่นคงในความเชื่ออย่างโยโชวาเท่านั้นที่จะนำพาพลไพร่ของพระคริสต์เข้ากรุงเยรูซาเล็มใหม่ได้เหมือนทีโยโชวาพาชาวอิสราเอลเข้าไปสู่แผ่นดินงามคะนาอันอันอุดมสมบูรณ์ของพระยาเวย์ เอเมน วันนี้พี่น้องจะต้องเดินตามผู้เลี้ยงแกะที่ถ่อมใจและปรนนิบัติรักพระคริสต์เช่นโยโชวาเท่านั้น แต่ผู้รับใช้ของพระคริสต์ในแบบโยโชวาหายากดุจเข็มในมหาสมุทร เป็นเพชรน้ำงามที่พระเจ้าจะเจียรนัยให้เป็นดุจพระคำที่มีชีวิตมาหล่อเลี้ยงพี่น้องดั่งน้ำแห่งชีวิต ขอให้พี่น้องได้พบผู้เลี้ยงแบบโยโชวาเพื่อพี่น้องจะเป็นผู้มัยชนะในพระคริสต์เจ้า เอเมน
ยชว. 1:6 ‘จงเข้มแข็งและหนักแน่น เนื่องจากท่านคือบุคคลที่จะให้ประชากรนี้ได้รับมอบกรรมสิทธิ์ในดินแดนซึ่งเราได้สัญญากับบรรพบุรุษว่าจะมอบแก่พวกเขา
ยชว. 1:7 เพียงแต่ท่านต้องเข้มแข็งและหนักแน่น และเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติทุกข้อที่โมเสส ข้ารับใช้ของเราได้กำหนดไว้สำหรับท่าน จงอย่าบ่ายเบี่ยงไปทางขวาหรือทางซ้าย แล้วท่านจะประสบความสำเร็จในทุกแห่งที่ท่านไป
ยชว. 1:8 จงมีหนังสือธรรมบัญญัตินี้ติดอยู่กับริมฝีปากของท่านเสมอ และจงไตร่ตรองถึงทุกเช้าค่ำ เมื่อท่านปฏิบัติตามที่มีบันทึกไว้ในธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วน การกระทำของท่านจะเจริญรุ่งเรือง ท่านจะประสบความสำเร็จ
ยชว. 1:9 เราไม่ได้บอกท่านหรือว่า จงเข้มแข็งและหนักแน่น? ดังนั้น จงกล้าหาญและอย่ากลัวสิ่งใด เพราะไม่ว่าท่านจะไปไหน พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านจะสถิตอยู่กับท่าน’
สี่สิบปีในป่ากันดาร พี่น้องจะเห็นภาพความเชื่อสามรูปแบบ เชื่อพระเจ้าแบบอาโรน เชื่อพระเจ้าแบบโมเซ เชื่อพระเจ้าแบบโยโชวา แต่สุดท้ายคนที่นำพาไปถึงฝั่งนั้นคือความเชื่อแบบโยโชวาพามวลมหาประชากรเข้าในแผ่นดินงามไร่นม น้ำผึ้ง ได้สำเร็จ แล้วพี่น้องล่ะจะเป็นคริสเตียนที่มีความเชื่อแบบไหน.
บทเรียนทางความเชื่อนั้นพระเจ้าได้สอนว่าให้พี่น้องจงอย่าไว้ใจในตัวมนุษย์ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า แต่จงวางใจในคนที่พระเจ้าเลือกมาเป็นผู้รับใช้อย่างอาโรนมาบาครั้งก็ไขว์เขวไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้าแต่ฟังมนุษย์ไปทำรูปปั้นวัวทองคำ ก็เหมือนในปัจจุบันนี้ที่เป็นคริสเตียนเชื่อพระเจ้าแบบครึ่งๆๆกลางๆๆบางครั้งก็ฟังพระเจ้าบางครั้งก็ฟังซาตานไปกราบไหว้รูปเคารพในที่นี้เช่นเงินทองทรัพย์สินของสะสม คนเช่นนี้แหล่ะไม่เป็นพยานที่ดีแก่พระคริสต์สุดท้ายพระเจ้าก็รับไปก่อนกำหนดในวัยอันควรเหมือนอาโรนที่โมเซพาไปเฝ้าพระเจ้าแล้วก็เสียชีวิตทันทีที่บนภูเขาเนื่องจากทำผิดต่อการไม่เชื่อฟังพระเจ้านั่นเอง.
ส่วนความเชื่อแบบโมเซโมเสสนั้นดูเหมือนจะมีความเชื่อที่เข้มแข็งเชื่อมั่นเชื่อฟังในพระเจ้าอย่างที่สุดแต่จริงๆๆแล้วบางครั้งตัวโมเซเองก็อ่อ่นแอในความเชื่อมีความโมโหฉุนเฉียวในการรับใช้พระเจาเมื่อชาวอิสราเอลประชากรของพระเจ้ามาพูดให้โมเซพร่ำบ่นกับพระเจ้าถึงขนาดเอาไม้เท้ารูปหัวงูไปตีหินจนน้ำทะลักไหลออกมา เรื่องนี้เห็นได้ว่าคริสเตียนที่มีความเข้มแข็งนั้นบางครั้งก็อ่อนแอได้เพราะไม่ได้ติดสนิทกับพระเจ้าตลอดเวลาทำให้การดำเนินชีวิตไปตามกำลังความสามารถของตนเอง โมเซเองก็สิ้นชีวิตในที่สุดไม่ได้รับความสำเร็จในการพามวลชาวอิสราเอลพาเข้าไปในแผ่นดินพระสัญญาของพระเจาได้สำเร็จ นี่เพราะชีวิตไม่ดำเนินตามพระวิญญาณและการนำพาของพระเจ้าตลอดเวลาของโมเซเอง คริสเตียนทุกวันนี้ก็มีมากมายภายนอกดูเข้มแข็งรักพระเจ้า แต่ชีวิตภายในนั้นอ่อนแอมาก พี่น้องจะเลือกมีความเชื่อแบบโฆเซหรือไม่ ถามพระเจ้าดู เอเมน.
และความเชื่อที่เข้มแข็งมั่นคงในความเชื่ออย่างโยโชวาเท่านั้นที่จะนำพาพลไพร่ของพระคริสต์เข้ากรุงเยรูซาเล็มใหม่ได้เหมือนทีโยโชวาพาชาวอิสราเอลเข้าไปสู่แผ่นดินงามคะนาอันอันอุดมสมบูรณ์ของพระยาเวย์ เอเมน วันนี้พี่น้องจะต้องเดินตามผู้เลี้ยงแกะที่ถ่อมใจและปรนนิบัติรักพระคริสต์เช่นโยโชวาเท่านั้น แต่ผู้รับใช้ของพระคริสต์ในแบบโยโชวาหายากดุจเข็มในมหาสมุทร เป็นเพชรน้ำงามที่พระเจ้าจะเจียรนัยให้เป็นดุจพระคำที่มีชีวิตมาหล่อเลี้ยงพี่น้องดั่งน้ำแห่งชีวิต ขอให้พี่น้องได้พบผู้เลี้ยงแบบโยโชวาเพื่อพี่น้องจะเป็นผู้มัยชนะในพระคริสต์เจ้า เอเมน
ยชว. 1:6 ‘จงเข้มแข็งและหนักแน่น เนื่องจากท่านคือบุคคลที่จะให้ประชากรนี้ได้รับมอบกรรมสิทธิ์ในดินแดนซึ่งเราได้สัญญากับบรรพบุรุษว่าจะมอบแก่พวกเขา
ยชว. 1:7 เพียงแต่ท่านต้องเข้มแข็งและหนักแน่น และเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติทุกข้อที่โมเสส ข้ารับใช้ของเราได้กำหนดไว้สำหรับท่าน จงอย่าบ่ายเบี่ยงไปทางขวาหรือทางซ้าย แล้วท่านจะประสบความสำเร็จในทุกแห่งที่ท่านไป
ยชว. 1:8 จงมีหนังสือธรรมบัญญัตินี้ติดอยู่กับริมฝีปากของท่านเสมอ และจงไตร่ตรองถึงทุกเช้าค่ำ เมื่อท่านปฏิบัติตามที่มีบันทึกไว้ในธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วน การกระทำของท่านจะเจริญรุ่งเรือง ท่านจะประสบความสำเร็จ
ยชว. 1:9 เราไม่ได้บอกท่านหรือว่า จงเข้มแข็งและหนักแน่น? ดังนั้น จงกล้าหาญและอย่ากลัวสิ่งใด เพราะไม่ว่าท่านจะไปไหน พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านจะสถิตอยู่กับท่าน’
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)