พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ไถ่บาปของมนุษย์
การที่พี่น้องจะมุ่งหน้าเดินต่อไปในหนทางของพระคริสต์เจ้านั้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือพี่น้องจะต้องรับและเข้าใจคุณค่าของพระโลหิคของพระคริสต์
พี่น้องจะต้องมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการที่พระเยซูคริสต์ทรงตายบนไม้กางเขน
และพี่น้องต้องเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในฤทธิ์เดชของพระโลหิตของพระเจ้าในการชำระบาปให้กับพี่น้องด้วย
พระโลหิตมีไว้สำหรับเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป และเป็นสิ่งขัดเกลาขั้นแรกที่ทำให้พี่น้องยืนหยัดต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า
มนุษย์ทุกคนต้องการได้รับการพระราชทานอถัยโทษในความผิดบาปที่ได้ทำไว้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะตกอยู่ภายใต้การพิพากษา
การที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษความบาปนั้น พระเจ้าเองไม่ได้มองข้ามความผิดบาปที่มนุษย์ได้กระทำไว้เลย
แต่เป็นเพราะพระเจ้าได้ทรงยึดมั่นในพระโลหิต
เดิมทีเดียวพระโลหิตนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับพี่น้อง แต่มีไว้สำหรับพระเจ้า
พระเจ้าทรงอาศัยพระวิญญาณบริสุทธิ์มาสำแดงให้พี่น้องได้เห็นคุณค่าของพระโลหิตว่ามีต่อพี่น้องมากมายเพียงใด
เดิมทีเดียวพระโลหิตนั้นมีไว้เพื่อพระเจ้าเท่านั้น จากพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมจนถึงพันธสัญญาใหม่ จะพบว่าพระโลหิตเกี่ยวข้องกับการไถ่บาปมาโดยตลอด
พระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่มได้กล่าวถึงพระโลหิตเกินกว่าร้อยครั้งขึ้นไป ในแต่ละครั้งมีเพื่อพระเจ้าเท่านั้น
ในพันธสัญญาเดิมมีวันสำคัญวันหนึ่งคือ วันแห่งการไถ่บาป
ลนต. 16:14 ให้เขาเอาเลือดโคเล็กน้อยประพรมหน้าพระที่นั่งกรุณา โดยประพรมเลือดที่พระที่นั่งกรุณาเจ็ดครั้งด้วยนิ้วมือของเขา
ลนต. 16:15 “แล้วให้อาโรนฆ่าแพะที่เป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปสำหรับประชาชน นำเลือดแพะเข้าไปภายในม่าน เอาเลือดแพะไปทำเช่นเดียวกับที่ทำกับเลือดโค คือประพรมบนพระที่นั่งกรุณาและที่ข้างหน้าพระที่นั่งกรุณา
ลนต. 16:16 โดยวิธีนี้แหละ เขาจะลบมลทินของอภิสุทธิสถาน เพราะเหตุมลทินของคนอิสราเอล เพราะเหตุการล่วงละเมิด เพราะบาปทั้งสิ้นของพวกเขา และอาโรนจะทำต่อเต็นท์นัดพบซึ่งอยู่กับเขาท่ามกลางมลทินของพวกเขา
ในยุคพันธสัญญาเดิมมีปุโรหิตใหญ่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะทำพิธีวันแห่งการไถ่บาป ให้แก่ชาวอิสราเอลได้ เพราะปุโรหิตเปรียบเสมือนพระเยซูคริสต์ที่ทรงทำการงานไถ่บาปชั่วนิรันดร์
ฮบ. 9:11 แต่เมื่อพระคริสต์เสด็จมาในฐานะมหาปุโรหิตแห่งบรรดาสิ่งประเสริฐซึ่งมาถึงแล้ว พระองค์ก็เสด็จเข้าไปสู่พลับพลาที่ใหญ่และสมบูรณ์ยิ่งกว่าแต่ก่อน (ที่ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ คือไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างของโลกนี้)
ฮบ. 9:12 คือเสด็จเข้าไปในสถานศักดิ์สิทธิ์ครั้งเดียวเป็นพอ และพระองค์ไม่ได้ทรงนำเลือดแพะและเลือดลูกวัวเข้าไป แต่ทรงนำพระโลหิตของพระองค์เองเข้าไป จึงได้มาซึ่งการไถ่บาปชั่วนิรันดร์
การมอบถวายพระโลหิตของพระเยซูคริสต์นั้นเป็นที่พระเจ้าพระทัย
การกระทำของพระเยซูคริสต์เป็นการติดต่อระหว่างปุโรหิตกับพระเจ้าโดยตรง ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้ได้รอดพ้นสายตามนุษย์คนบาปที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการมอบถวายพระโลหิตของพระคริสต์ในครั้งนี้และเป็นการมอบถวายพระโลหิตเพื่อพระเจ้าเท่านั้น
อพย. 12:13 แต่เลือดตามบ้านที่เจ้าทั้งหลายอยู่นั้น จะเป็นหมายสำคัญสำหรับพวกเจ้า เมื่อเราเห็นเลือดนั้น เราจะผ่านเว้นพวกเจ้าไป จะไม่มีภัยพิบัติเกิดแก่พวกเจ้า ขณะที่เราโจมตีแผ่นดินอียิปต์
ในพระธรรมอพยพนั้นการไถ่บาปมีไว้สำหรับพี่น้องทั้งหลาย ดังนั้นจึงจึงยืนยันได้ว่าพระโลหิตไม่ได้มีไว้สำหรับมนุษย์แต่มีไว้สำหรับพระเจ้า เพราะเลือดที่ทาไว้ตามบ้านตามขอบประตูนั้น ผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยงไม่มีโอกาสเห็นเลย เอเมน
ในฐานะที่เป็นมนุษ์ตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเลี้ยงดูมาตลอดเวลาช่วงชีวิตต่อแต่นี้ไป 24ชั่วโมงคือการรับใช้พระเจ้าในทุกๆๆด้าน ขอพระเจ้าทรงนำพาหนทางให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดเอเมน
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558
สองนักประกาศกิตติคุณผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
สองนักประกาศกิตติคุณผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
เมื่อ200ปีก่อนนั้น
จอห์น เวสเล่ห์ JOHN WESLEY และจอห์จ วิทฟิลด์ GEORGE WHITFELD
ได้ถูกพระเจ้าฟื้นฟูขึ้นมาให้เป็นนักประกาศกิตติคุณ ที่ส่วนใหญ่ทั้งสองจะไปประกาศกิตติคุณตามท้องถนน
จากตามบทบันทึกชีวประวัติของ จอห์จ วิทฟิลด์ GEORGE WHITFELD
บันทึกไว้ว่าทั้งสองมักจะไปประกาศกิตติคุณบนเนินเขาบนภูเขา
เนื่องจากในขณะนั้นคริสตจักรในประเทศอังกฤษมีระเบียบว่า ห้ามบุคคลใดไปเทศนาสั่งสอนพระคัมภีร์นอกสถานที่ตามท้องถนน ยกเว้นในสถานที่บริสุทธิ์เท่านั้นนั่นก็คือที่โบสถ์คริสตจักรนั่นเอง
ด้วยระเบียบนี้ผู้ใดจะเทศนาหรือสอนพระคัมภีร์ต้องอยู่ในโบสถ์คริสตจักรเท่านั้น
แต่พระเจ้าได้ทรงทำการฟื้นฟูให้จอห์น เวสเล่ห์ และจอห์จ วิทฟิลด์ ให้ออกไปเทศนาสั่งสอนภายนอกโบถ์คริสตจักร
นี่เป็นที่มาของการออกไปประกาศกิตติคุณตามสถานที่ต่างๆๆของพี่น้องในยุคต่อมา
เมื่อ200ปีก่อนนั้น
จอห์น เวสเล่ห์ JOHN WESLEY และจอห์จ วิทฟิลด์ GEORGE WHITFELD
ได้ถูกพระเจ้าฟื้นฟูขึ้นมาให้เป็นนักประกาศกิตติคุณ ที่ส่วนใหญ่ทั้งสองจะไปประกาศกิตติคุณตามท้องถนน
จากตามบทบันทึกชีวประวัติของ จอห์จ วิทฟิลด์ GEORGE WHITFELD
บันทึกไว้ว่าทั้งสองมักจะไปประกาศกิตติคุณบนเนินเขาบนภูเขา
เนื่องจากในขณะนั้นคริสตจักรในประเทศอังกฤษมีระเบียบว่า ห้ามบุคคลใดไปเทศนาสั่งสอนพระคัมภีร์นอกสถานที่ตามท้องถนน ยกเว้นในสถานที่บริสุทธิ์เท่านั้นนั่นก็คือที่โบสถ์คริสตจักรนั่นเอง
ด้วยระเบียบนี้ผู้ใดจะเทศนาหรือสอนพระคัมภีร์ต้องอยู่ในโบสถ์คริสตจักรเท่านั้น
แต่พระเจ้าได้ทรงทำการฟื้นฟูให้จอห์น เวสเล่ห์ และจอห์จ วิทฟิลด์ ให้ออกไปเทศนาสั่งสอนภายนอกโบถ์คริสตจักร
นี่เป็นที่มาของการออกไปประกาศกิตติคุณตามสถานที่ต่างๆๆของพี่น้องในยุคต่อมา
ธาตุแท้ของพระเจ้าคือ
ธาตุแท้ของพระองค์
การเป็นบุตรของพระเจ้าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ฐานะสูงส่งเต็มด้วยสง่าราศีและสำคัญมาก
พระคุณการช่วยให้รอดของพระเจ้าที่มีต่อพี่น้องทั้งหลายที่เชื่อในพระเยซูคริสต์บุตรของพระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่งในจักรวาลนี้โลกนี้ ทรงเป็นพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระเจ้าผู้ทรงพระราชทานชีวิตของพระองค์ให้แก่พี่น้องทั้งหลายที่เชื่อและต้อนรับในพระองค์
สภาพของพระเจ้าและเชื้อของพระเจ้าที่อยู่ภายในพี่น้องนั้นเป็นธาตุแท้ของพระเจ้า
นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าพระราชทานให้แก่พี่น้องทุกท่านในวันนี้ที่เชื่อและต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์พระบุตรหัวปีของพระองค์
ด้วยสภาพและเชื้อของพระเจ้าที่อาศัยอยู่ภายในพี่น้องทั้งหลายเป็นธาตุแท้ที่แบ่งแยกว่าใครเป็นบุตรของพระเจ้า และใครเป็นบุตรของมารซาตาน
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้พี่น้องที่รักในพระคริสต์ท่านเป็นบุตรของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์แล้ว เอเมน
การเป็นบุตรของพระเจ้าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ฐานะสูงส่งเต็มด้วยสง่าราศีและสำคัญมาก
พระคุณการช่วยให้รอดของพระเจ้าที่มีต่อพี่น้องทั้งหลายที่เชื่อในพระเยซูคริสต์บุตรของพระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่งในจักรวาลนี้โลกนี้ ทรงเป็นพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระเจ้าผู้ทรงพระราชทานชีวิตของพระองค์ให้แก่พี่น้องทั้งหลายที่เชื่อและต้อนรับในพระองค์
สภาพของพระเจ้าและเชื้อของพระเจ้าที่อยู่ภายในพี่น้องนั้นเป็นธาตุแท้ของพระเจ้า
นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าพระราชทานให้แก่พี่น้องทุกท่านในวันนี้ที่เชื่อและต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์พระบุตรหัวปีของพระองค์
ด้วยสภาพและเชื้อของพระเจ้าที่อาศัยอยู่ภายในพี่น้องทั้งหลายเป็นธาตุแท้ที่แบ่งแยกว่าใครเป็นบุตรของพระเจ้า และใครเป็นบุตรของมารซาตาน
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้พี่น้องที่รักในพระคริสต์ท่านเป็นบุตรของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์แล้ว เอเมน
เป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อไม่ใช่จากธรรมบัญญัติ
เป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
ปฐก. 15:6 อับรามก็เชื่อพระยาห์เวห์ ความเชื่อนั้นพระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน
รม. 4:2 ถ้าอับราฮัมถูกชำระให้ชอบธรรมโดยการประพฤติ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่ไม่ใช่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
รม. 4:3 พระคัมภีร์ว่าอย่างไร? ก็ว่า“อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่าท่านเป็นคนชอบธรรม”
รม. 3:20 เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่มีใครถูกชำระให้ชอบธรรมได้ โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เรารู้จักบาป
ในพระคัมภีร์ทั้งสามข้อนี้จะเห็นได้ว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อพระเจ้านั่นเอง
คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเป็นคนที่ตกต่ำเพราะเชื่อมั่นในตัวเองมาก ดังนั้นจึงไม่มีสักคนเดียวที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมต่อพระเจ้า ไม่ว่าจะด้วยการประพฤติใดๆก็ตามก็ไม่สามารถช่วยได้เลย
กท. 3:9 เพราะฉะนั้น คนที่เชื่อจึงได้รับพรร่วมกับอับราฮัมผู้ซึ่งเชื่อ
กท. 3:14 เพื่อพรของอับราฮัมจะได้มาถึงบรรดาคนต่างชาติ ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้รับพระวิญญาณตามพระสัญญาโดยความเชื่อ
แต่พี่น้องทั้งหลายที่พระเจ้าทรงเรียกนั้นไม่ได้พึ่งและเชื่อมั่นในกำลังความสามารถของตัวเอง แต่เชื่อและพึ่งในพระคุณของพระเจ้า ในอดีตที่ผ่านมามนุษย์ทำตามพระบัญญัติดูได้จากพระคัมภีร์เดิมใช้ความสามารถของตัวเองไมพึ่งในพระเจ้าต้องทำแบบนั้นแบบนี้
เมื่อพระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรองค์เดียวมาบังเกิดวันนี้พระเยซูคริสต์เป็นทางเดียวเท่านั้นที่เป็นพระผู้ช่วยให้รอด
วันนี้พี่น้องต้องพึ่งพึงในพระคุณของพระเจ้าอย่างมาก ด้วยเหตุนี้อับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายจึงเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
พี่น้องที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ด้วยความเชื่อจึงได้รับพระวิญญาณนั้น
วิญญาณนั้นก็คือความจริงความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ที่ได้มาจากความเชื่อไม่ใช่ได้มากจากธรรมบัญญัติ
กท. 3:2 ข้าพเจ้าใคร่รู้ข้อเดียวจากท่านว่า ท่านได้รับพระวิญญาณโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ หรือได้รับโดยความเชื่อตามที่ได้ฟัง?
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านก็เหมือนอับราฮามที่ได้เข้าสนิทในพระคริสต์ด้วยความเชื่อ คือเชื่อในพระคุณของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้พี่น้องทั้งหลายจึงนับได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมมีส่วนในพระคริสต์ชั่วนิรันดร์ เอเมน
ปฐก. 15:6 อับรามก็เชื่อพระยาห์เวห์ ความเชื่อนั้นพระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน
รม. 4:2 ถ้าอับราฮัมถูกชำระให้ชอบธรรมโดยการประพฤติ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่ไม่ใช่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
รม. 4:3 พระคัมภีร์ว่าอย่างไร? ก็ว่า“อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่าท่านเป็นคนชอบธรรม”
รม. 3:20 เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่มีใครถูกชำระให้ชอบธรรมได้ โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เรารู้จักบาป
ในพระคัมภีร์ทั้งสามข้อนี้จะเห็นได้ว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อพระเจ้านั่นเอง
คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเป็นคนที่ตกต่ำเพราะเชื่อมั่นในตัวเองมาก ดังนั้นจึงไม่มีสักคนเดียวที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมต่อพระเจ้า ไม่ว่าจะด้วยการประพฤติใดๆก็ตามก็ไม่สามารถช่วยได้เลย
กท. 3:9 เพราะฉะนั้น คนที่เชื่อจึงได้รับพรร่วมกับอับราฮัมผู้ซึ่งเชื่อ
กท. 3:14 เพื่อพรของอับราฮัมจะได้มาถึงบรรดาคนต่างชาติ ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้รับพระวิญญาณตามพระสัญญาโดยความเชื่อ
แต่พี่น้องทั้งหลายที่พระเจ้าทรงเรียกนั้นไม่ได้พึ่งและเชื่อมั่นในกำลังความสามารถของตัวเอง แต่เชื่อและพึ่งในพระคุณของพระเจ้า ในอดีตที่ผ่านมามนุษย์ทำตามพระบัญญัติดูได้จากพระคัมภีร์เดิมใช้ความสามารถของตัวเองไมพึ่งในพระเจ้าต้องทำแบบนั้นแบบนี้
เมื่อพระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรองค์เดียวมาบังเกิดวันนี้พระเยซูคริสต์เป็นทางเดียวเท่านั้นที่เป็นพระผู้ช่วยให้รอด
วันนี้พี่น้องต้องพึ่งพึงในพระคุณของพระเจ้าอย่างมาก ด้วยเหตุนี้อับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายจึงเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
พี่น้องที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ด้วยความเชื่อจึงได้รับพระวิญญาณนั้น
วิญญาณนั้นก็คือความจริงความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ที่ได้มาจากความเชื่อไม่ใช่ได้มากจากธรรมบัญญัติ
กท. 3:2 ข้าพเจ้าใคร่รู้ข้อเดียวจากท่านว่า ท่านได้รับพระวิญญาณโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ หรือได้รับโดยความเชื่อตามที่ได้ฟัง?
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านก็เหมือนอับราฮามที่ได้เข้าสนิทในพระคริสต์ด้วยความเชื่อ คือเชื่อในพระคุณของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้พี่น้องทั้งหลายจึงนับได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมมีส่วนในพระคริสต์ชั่วนิรันดร์ เอเมน
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2558
คริสตจักรคือคนที่พระเจ้าทรงเรียก
คริสตจักรคือคนที่พระเจ้าทรงเรียกในวันนี้
1คร. 1:24 แต่สำหรับพวกที่พระเจ้าทรงเรียกนั้น ทั้งพวกยิวและพวกกรีก ต่างถือว่าพระคริสต์ทรงเป็นฤทธานุภาพและพระปัญญาของพระเจ้า
ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมจะเห็นได้ว่าคนที่พระเจ้าได้ทรงเรียกออกมานั่นคืออับราฮัม
พระเจ้าได้เรียกให้อับราฮัมออกมาจากเมืองบาเบล ออกมาจากแผ่นดินที่เต็มไปด้วยรูปเคารพมากมายแผ่นดินที่มีการกราบไหว้มารซาตานภูติผีปีศาจต่างๆๆ
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้วันนี้พระเจ้าได้เรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากบาเบลด้วย
พี่น้องในประเทศไทยล้วนเต็มไปด้วยเมืองแห่งรูปเคารพทุกตรอกซอกซอย มีการกราบไหว้ทรงเจ้าเข้าผีบูชาสารพัดสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาจากซาตานทั้งสิ้นนี่ก็คือการกบฎของมันนั่นเองที่นำตัวมันมาเทียบกับพระเจ้าพระผู้สร้าง
เมื่อพระเจ้าได้เรียกอับราฮัมออกจากดินแดนแห่งรูปเคารพแล้ว พระเจ้าได้นำอับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่แผ่นดินคะนาอัน
คะนาอันตรงนี้เล็มถึงองค์พระเยซูคริสต์ วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านถูกเรียกให้เข้าสู่ในพระเยซูคริสต์แล้วอย่างแท้จริง
พี่น้องในวันนี้เป็นกลุ่มชนที่ถูกเรียกออกมา ในภาษกรีกเรียกว่า ECCLESIA มีความหมายคือคำว่าคริสตจักร นั่นเอง
เมื่อก่อนที่พี่น้องจะมาเชื่อพระเจ้าล้วนตกอยู่ในบาเบลที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ บูชากราบไหว้ และแม้กระทั้งทุกวันนี้ชนทุกชาติทุกภาษาล้วนตกอยู่ภายใต้สภาพการอันตกต่ำนี้ทั้งหมด
วันนี้พระเจ้าทรงเรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากการล่อลวงของมารซาตานนั้นแล้ว
นำพาพี่น้องเข้าสู่พระคริสต์เป็นแผ่นดินงามที่สูงส่งเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและมีสง่าราศี
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายในวันนี้ล้วนเป็นคนที่พระเจ้าทรงเรียกให้เข้าสู่การสนิทกับพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดนิรันดร์
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
1คร. 1:24 แต่สำหรับพวกที่พระเจ้าทรงเรียกนั้น ทั้งพวกยิวและพวกกรีก ต่างถือว่าพระคริสต์ทรงเป็นฤทธานุภาพและพระปัญญาของพระเจ้า
ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมจะเห็นได้ว่าคนที่พระเจ้าได้ทรงเรียกออกมานั่นคืออับราฮัม
พระเจ้าได้เรียกให้อับราฮัมออกมาจากเมืองบาเบล ออกมาจากแผ่นดินที่เต็มไปด้วยรูปเคารพมากมายแผ่นดินที่มีการกราบไหว้มารซาตานภูติผีปีศาจต่างๆๆ
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้วันนี้พระเจ้าได้เรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากบาเบลด้วย
พี่น้องในประเทศไทยล้วนเต็มไปด้วยเมืองแห่งรูปเคารพทุกตรอกซอกซอย มีการกราบไหว้ทรงเจ้าเข้าผีบูชาสารพัดสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาจากซาตานทั้งสิ้นนี่ก็คือการกบฎของมันนั่นเองที่นำตัวมันมาเทียบกับพระเจ้าพระผู้สร้าง
เมื่อพระเจ้าได้เรียกอับราฮัมออกจากดินแดนแห่งรูปเคารพแล้ว พระเจ้าได้นำอับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่แผ่นดินคะนาอัน
คะนาอันตรงนี้เล็มถึงองค์พระเยซูคริสต์ วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านถูกเรียกให้เข้าสู่ในพระเยซูคริสต์แล้วอย่างแท้จริง
พี่น้องในวันนี้เป็นกลุ่มชนที่ถูกเรียกออกมา ในภาษกรีกเรียกว่า ECCLESIA มีความหมายคือคำว่าคริสตจักร นั่นเอง
เมื่อก่อนที่พี่น้องจะมาเชื่อพระเจ้าล้วนตกอยู่ในบาเบลที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ บูชากราบไหว้ และแม้กระทั้งทุกวันนี้ชนทุกชาติทุกภาษาล้วนตกอยู่ภายใต้สภาพการอันตกต่ำนี้ทั้งหมด
วันนี้พระเจ้าทรงเรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากการล่อลวงของมารซาตานนั้นแล้ว
นำพาพี่น้องเข้าสู่พระคริสต์เป็นแผ่นดินงามที่สูงส่งเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและมีสง่าราศี
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายในวันนี้ล้วนเป็นคนที่พระเจ้าทรงเรียกให้เข้าสู่การสนิทกับพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดนิรันดร์
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558
วอท์ชแมน นี 15 ตอนจบ
ประวัติพลีชีพพี่น้องวอท์ชแมน นี ผู้รับใช้พระเจ้าที่ยอมพลีชีพเพื่อพระเยซูคริสต์ในประเทศจีน เอเมน
วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558
ไม่มีผู้เชี่ยวชาญชำนาญการในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์
ไม่มีผู้เชี่ยวชาญชำนาญการในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์
อฟ. 4:12 เพื่อเตรียมธรรมิกชนสำหรับการปรนนิบัติและการเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์
อฟ. 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์
อฟ. 4:14 เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและพัดไปพัดมาด้วยลมคำสั่งสอนทุกอย่าง ด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ ตามอุบายที่ฉลาดในการล่อลวง
อฟ. 4:15 แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์
อฟ. 4:16 เนื่องจากพระองค์นี้เอง ร่างกายทั้งหมดจึงได้รับการเชื่อมและประสานเข้าด้วยกันโดยทุกๆ ข้อต่อที่ประทานมานั้น และเมื่อแต่ละส่วนทำงานตามหน้าที่แล้ว ก็ทำให้ร่างกายเจริญและเสริมสร้างตนเองขึ้นด้วยความรัก
ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจ การงานต่างๆๆหรืออาชีพต่างๆๆล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานด้านนั้นๆๆโดยเฉพาะ
แต่ในคริสตจักรของพระเจ้าไม่เลยทีเดียว ดูได้อย่างอัครสาวกซิครับ
แต่ละคนที่มาต่างกันพระเจ้าเป็นผู้เลือกผู้รับใช้ของพระองค์เอง
การรับใช้ไม่ใช่เราเป็นผู้เลือกจะรับใช้พระเจ้า
แต่ตรงกันข้ามพระเจ้าต่างหากที่จะเป็นผู้เลือกเราให้เป็นผู้รับใช้
วันนี้ความชำนาญการความเชี่ยวชาญของเราในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
ในการดำเนินชีวิตในประสบการณ์พระคริสต์ล้วนมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาทำการงานทั้งสิ้นพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้แหล่ะจะทำให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญตามการงานในอวัยวะของพระคริสต์ในคริสตจักร
การเป็นคริสเตียนแบบเก่าๆๆตามประเพณีในศาสนาคริสต์เราจะมอบเรื่องของพระเจ้าไว้ให้กับผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา นำเพลง อธิษฐาน นมัสการ เทศน์สั่งสอน
วันนี้เาต้องหันกับฟื้นฟู้สู้เส้นทางของหลักความจริงในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาในการประชุมการเคลื่อนไหวในพระกายของพระคริสต์
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของคริสต์จักร มอบหน้าที่ให้แก่พี่น้องที่ปรนนิบัติเต็มเวลา เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานของพระเจ้าไปโดยปริยาย ส่วนพี่น้องที่เหลือร้อยละเก้าสิบเก้าไม่มีเวลามาเอาใจใส่ในการปรนนิบัติในคริสตจักร วุ่นวายอยู่ธุรกิจของตัวเองการงานหน้าทางโลกจนหมดไปวันๆๆ
ส่วนพี่น้องหญิงก็มัวแต่สนใจเรื่องดูแลลูกเต้าครอบครัวจนหมดไปวันๆๆ
ทุกวันนี้คริสตจักรส่วนใหญ่เลยต้องทิ้งหน้าที่ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการพี่น้องส่วนน้อยเท่านั้น ตรงนี้ขอบอกไว้เลยไม่ต่างจากคณะนักบวชนิกายก่อนพระเจ้าฟื้นฟูเสียใหม่เรายังคงวนเวียนในอ่างเท่านั้นเอง
การเป็นคริสเตียนในยุคพระเยซูคริสต์เราไม่ใช่อยู่ในยุคธรรมบัญญัติที่ต้องมีระบบปุโรหิตที่มาจากตละกูลเลวีเท่านั้นไม่ใช่เลย
พี่น้องบางคนพูดว่ามันเป็นการยากเกินไปที่จะเป็นอวัยวะในคริสตจักร
แต่พี่น้องที่รักในพระคริสต์วันนี้ท่านต้องยอมเป็นเชลยของพระคริสต์ในการเจริญเติบโตในหนทางของพระองค์เราต้องไม่หยุดแค่ทารกในพระคริสต์ใช่ใหม
พี่น้องที่รักในพระคริสต์จำต้องละทิ้งทัศนะความเชื่อเก่าๆๆที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องทั้งหลายวันนี้ท่านต้องเติบโตได้แล้วท่านรับการหล่อเลี้ยงมานานแล้วต้องก้าวไปเป็นผู้เติบโตในพระคริสต์วันนี้
ต้องไปประชุมปฎิบัติเพื่อตัวของท่านเองนำประชุมอธิษฐานร้องเพลงได้ประกาศกิตติคุณได้หล่อเลี้ยงพี่น้องได้หนุนใจพี่น้องให้เข็มแข็งในความเชื่อได้
พี่น้องบางคนบอกว่าอย่างนี้อาจมากเกินไป ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆรับๆๆอย่างเดียวขออย่างเดียว แต่ไม่แจกจ่ายพระคริสต์ให้หลั่งไหลออกจากตัวพี่น้องออกไปสู่พี่น้องคนอื่นๆ
คือชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆสบายๆๆ ทำงานห้าวันเมื่อถึงวันอาทิตย์ก็ต้องการพักผ่อน ไปโบถ์คริสตจักรพอเป็นพิธีการเท่านั้นพอแค่สองชั่วโมง นั่งฟังและรับสุขพระคริสต์จากนักเทศน์เท่านั้นพอแล้ว นั่นก็คือฟังผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทำงานของเขากลายเป็นนักเทศน์อาชีพหนึ่งเท่านั้นเอง นี่ก็ไม่แต่ต่างระบบปุโรหิตในยุคพระบัญญัติเลยเชียว
การร่วมปรนนิบัติเป็นหน้าที่ของพี่น้องที่รักในพระคริสต์ทุกคนที่พระเจ้าจะนำพา มันอาจดูเป็นเรื่องยากเย็นจริงๆๆแต่ไม่เลยถ้าเราเปิดตาใจของเราแล้วรับการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่กดทับพระวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ในจิตของเราก็คือใจของเรานั่นเอง
พี่น้องบางคนอาจดูว่านี่เป็นเรื่องยากแต่นี่เป็นการรับสุขที่แท้จริงในพระคริสต์ ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับทัศนะคติรสนิยมของเราทั้งสิ้น ถ้าเรามีรสนิยมต่อรูปแบบคณะนิกายเราก็มานั่งฟังเท่านั้นพอสองชั่วโมงเสร็จแล้วก็กับเสร็จพิธีการ นี่คือรูปแบบความเชื่อยุคกฎบัญญัติในโลกสมัยใหม่นั่นเองพี่น้อง
พี่น้องไม่สามารถมีชีวิตคริสจักรที่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ได้ตามหลักความจริงได้ เราต้องขจัดรสนิยมของเราตัวตนของเราขจัดจิตใจของเรา เพื่อให้การใช้งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาการใช้งานของเราในการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับอวัยวะทั้งหลายในพระคริสต์และคริสตจักรการใช้งานเช่นนี้จึงจะมีชีวิตชีวาตรงตามหลักความจริงในพระคำของพระเจ้า
เมื่ออวัยวะทุกส่วนทำหน้าที่การงานในการดำเนินชีิวตคริสตจักรแล้วก็จะกลายเป็นชีวภาพที่มีชีวิต สามารถสู้รบเพื่อการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ในวันนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นได้แค่กลุ่มพี่น้องชายหญิงในรูปแบบคณะองค์การหนึ่งเท่านั้นเองไม่ต่างจากสมาคมสโมสรทางโลกทั่วๆๆไปเลยที่เดียว
ขอให้พระคริสต์ทรงนำพาพี่น้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาพี่น้อง ขอพระเจ้าได้โปรดเมตตาพี่น้องให้ตาใจเปิดรับต่อหลักความจริงของพระเจ้าในวันนี้ เพื่อพี่น้องทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์เต็มใจในการปรนนิบัติรับใช้พระคริสต์มีใจร้อนรนเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องตามหลักความจริงในคริสตจักร แห่งองค์พระเยซูคริสต์ เอเมน.
อฟ. 4:12 เพื่อเตรียมธรรมิกชนสำหรับการปรนนิบัติและการเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์
อฟ. 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์
อฟ. 4:14 เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและพัดไปพัดมาด้วยลมคำสั่งสอนทุกอย่าง ด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ ตามอุบายที่ฉลาดในการล่อลวง
อฟ. 4:15 แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์
อฟ. 4:16 เนื่องจากพระองค์นี้เอง ร่างกายทั้งหมดจึงได้รับการเชื่อมและประสานเข้าด้วยกันโดยทุกๆ ข้อต่อที่ประทานมานั้น และเมื่อแต่ละส่วนทำงานตามหน้าที่แล้ว ก็ทำให้ร่างกายเจริญและเสริมสร้างตนเองขึ้นด้วยความรัก
ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจ การงานต่างๆๆหรืออาชีพต่างๆๆล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานด้านนั้นๆๆโดยเฉพาะ
แต่ในคริสตจักรของพระเจ้าไม่เลยทีเดียว ดูได้อย่างอัครสาวกซิครับ
แต่ละคนที่มาต่างกันพระเจ้าเป็นผู้เลือกผู้รับใช้ของพระองค์เอง
การรับใช้ไม่ใช่เราเป็นผู้เลือกจะรับใช้พระเจ้า
แต่ตรงกันข้ามพระเจ้าต่างหากที่จะเป็นผู้เลือกเราให้เป็นผู้รับใช้
วันนี้ความชำนาญการความเชี่ยวชาญของเราในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
ในการดำเนินชีวิตในประสบการณ์พระคริสต์ล้วนมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาทำการงานทั้งสิ้นพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้แหล่ะจะทำให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญตามการงานในอวัยวะของพระคริสต์ในคริสตจักร
การเป็นคริสเตียนแบบเก่าๆๆตามประเพณีในศาสนาคริสต์เราจะมอบเรื่องของพระเจ้าไว้ให้กับผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา นำเพลง อธิษฐาน นมัสการ เทศน์สั่งสอน
วันนี้เาต้องหันกับฟื้นฟู้สู้เส้นทางของหลักความจริงในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาในการประชุมการเคลื่อนไหวในพระกายของพระคริสต์
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของคริสต์จักร มอบหน้าที่ให้แก่พี่น้องที่ปรนนิบัติเต็มเวลา เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานของพระเจ้าไปโดยปริยาย ส่วนพี่น้องที่เหลือร้อยละเก้าสิบเก้าไม่มีเวลามาเอาใจใส่ในการปรนนิบัติในคริสตจักร วุ่นวายอยู่ธุรกิจของตัวเองการงานหน้าทางโลกจนหมดไปวันๆๆ
ส่วนพี่น้องหญิงก็มัวแต่สนใจเรื่องดูแลลูกเต้าครอบครัวจนหมดไปวันๆๆ
ทุกวันนี้คริสตจักรส่วนใหญ่เลยต้องทิ้งหน้าที่ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการพี่น้องส่วนน้อยเท่านั้น ตรงนี้ขอบอกไว้เลยไม่ต่างจากคณะนักบวชนิกายก่อนพระเจ้าฟื้นฟูเสียใหม่เรายังคงวนเวียนในอ่างเท่านั้นเอง
การเป็นคริสเตียนในยุคพระเยซูคริสต์เราไม่ใช่อยู่ในยุคธรรมบัญญัติที่ต้องมีระบบปุโรหิตที่มาจากตละกูลเลวีเท่านั้นไม่ใช่เลย
พี่น้องบางคนพูดว่ามันเป็นการยากเกินไปที่จะเป็นอวัยวะในคริสตจักร
แต่พี่น้องที่รักในพระคริสต์วันนี้ท่านต้องยอมเป็นเชลยของพระคริสต์ในการเจริญเติบโตในหนทางของพระองค์เราต้องไม่หยุดแค่ทารกในพระคริสต์ใช่ใหม
พี่น้องที่รักในพระคริสต์จำต้องละทิ้งทัศนะความเชื่อเก่าๆๆที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องทั้งหลายวันนี้ท่านต้องเติบโตได้แล้วท่านรับการหล่อเลี้ยงมานานแล้วต้องก้าวไปเป็นผู้เติบโตในพระคริสต์วันนี้
ต้องไปประชุมปฎิบัติเพื่อตัวของท่านเองนำประชุมอธิษฐานร้องเพลงได้ประกาศกิตติคุณได้หล่อเลี้ยงพี่น้องได้หนุนใจพี่น้องให้เข็มแข็งในความเชื่อได้
พี่น้องบางคนบอกว่าอย่างนี้อาจมากเกินไป ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆรับๆๆอย่างเดียวขออย่างเดียว แต่ไม่แจกจ่ายพระคริสต์ให้หลั่งไหลออกจากตัวพี่น้องออกไปสู่พี่น้องคนอื่นๆ
คือชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆสบายๆๆ ทำงานห้าวันเมื่อถึงวันอาทิตย์ก็ต้องการพักผ่อน ไปโบถ์คริสตจักรพอเป็นพิธีการเท่านั้นพอแค่สองชั่วโมง นั่งฟังและรับสุขพระคริสต์จากนักเทศน์เท่านั้นพอแล้ว นั่นก็คือฟังผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทำงานของเขากลายเป็นนักเทศน์อาชีพหนึ่งเท่านั้นเอง นี่ก็ไม่แต่ต่างระบบปุโรหิตในยุคพระบัญญัติเลยเชียว
การร่วมปรนนิบัติเป็นหน้าที่ของพี่น้องที่รักในพระคริสต์ทุกคนที่พระเจ้าจะนำพา มันอาจดูเป็นเรื่องยากเย็นจริงๆๆแต่ไม่เลยถ้าเราเปิดตาใจของเราแล้วรับการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่กดทับพระวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ในจิตของเราก็คือใจของเรานั่นเอง
พี่น้องบางคนอาจดูว่านี่เป็นเรื่องยากแต่นี่เป็นการรับสุขที่แท้จริงในพระคริสต์ ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับทัศนะคติรสนิยมของเราทั้งสิ้น ถ้าเรามีรสนิยมต่อรูปแบบคณะนิกายเราก็มานั่งฟังเท่านั้นพอสองชั่วโมงเสร็จแล้วก็กับเสร็จพิธีการ นี่คือรูปแบบความเชื่อยุคกฎบัญญัติในโลกสมัยใหม่นั่นเองพี่น้อง
พี่น้องไม่สามารถมีชีวิตคริสจักรที่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ได้ตามหลักความจริงได้ เราต้องขจัดรสนิยมของเราตัวตนของเราขจัดจิตใจของเรา เพื่อให้การใช้งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาการใช้งานของเราในการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับอวัยวะทั้งหลายในพระคริสต์และคริสตจักรการใช้งานเช่นนี้จึงจะมีชีวิตชีวาตรงตามหลักความจริงในพระคำของพระเจ้า
เมื่ออวัยวะทุกส่วนทำหน้าที่การงานในการดำเนินชีิวตคริสตจักรแล้วก็จะกลายเป็นชีวภาพที่มีชีวิต สามารถสู้รบเพื่อการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ในวันนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นได้แค่กลุ่มพี่น้องชายหญิงในรูปแบบคณะองค์การหนึ่งเท่านั้นเองไม่ต่างจากสมาคมสโมสรทางโลกทั่วๆๆไปเลยที่เดียว
ขอให้พระคริสต์ทรงนำพาพี่น้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาพี่น้อง ขอพระเจ้าได้โปรดเมตตาพี่น้องให้ตาใจเปิดรับต่อหลักความจริงของพระเจ้าในวันนี้ เพื่อพี่น้องทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์เต็มใจในการปรนนิบัติรับใช้พระคริสต์มีใจร้อนรนเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องตามหลักความจริงในคริสตจักร แห่งองค์พระเยซูคริสต์ เอเมน.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)