วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

เป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อไม่ใช่จากธรรมบัญญัติ

เป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
ปฐก. 15:6 อับรามก็เชื่อพระยาห์เวห์ ความเชื่อนั้นพระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน
รม. 4:2 ถ้าอับราฮัมถูกชำระให้ชอบธรรมโดยการประพฤติ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่ไม่ใช่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
รม. 4:3 พระคัมภีร์ว่าอย่างไร? ก็ว่า“อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่าท่านเป็นคนชอบธรรม”
รม. 3:20 เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่มีใครถูกชำระให้ชอบธรรมได้ โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เรารู้จักบาป
ในพระคัมภีร์ทั้งสามข้อนี้จะเห็นได้ว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อพระเจ้านั่นเอง
คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเป็นคนที่ตกต่ำเพราะเชื่อมั่นในตัวเองมาก ดังนั้นจึงไม่มีสักคนเดียวที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมต่อพระเจ้า ไม่ว่าจะด้วยการประพฤติใดๆก็ตามก็ไม่สามารถช่วยได้เลย
กท. 3:9 เพราะฉะนั้น คนที่เชื่อจึงได้รับพรร่วมกับอับราฮัมผู้ซึ่งเชื่อ
กท. 3:14 เพื่อพรของอับราฮัมจะได้มาถึงบรรดาคนต่างชาติ ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้รับพระวิญญาณตามพระสัญญาโดยความเชื่อ
แต่พี่น้องทั้งหลายที่พระเจ้าทรงเรียกนั้นไม่ได้พึ่งและเชื่อมั่นในกำลังความสามารถของตัวเอง แต่เชื่อและพึ่งในพระคุณของพระเจ้า ในอดีตที่ผ่านมามนุษย์ทำตามพระบัญญัติดูได้จากพระคัมภีร์เดิมใช้ความสามารถของตัวเองไมพึ่งในพระเจ้าต้องทำแบบนั้นแบบนี้
เมื่อพระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรองค์เดียวมาบังเกิดวันนี้พระเยซูคริสต์เป็นทางเดียวเท่านั้นที่เป็นพระผู้ช่วยให้รอด
วันนี้พี่น้องต้องพึ่งพึงในพระคุณของพระเจ้าอย่างมาก ด้วยเหตุนี้อับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายจึงเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
พี่น้องที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ด้วยความเชื่อจึงได้รับพระวิญญาณนั้น
วิญญาณนั้นก็คือความจริงความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ที่ได้มาจากความเชื่อไม่ใช่ได้มากจากธรรมบัญญัติ
กท. 3:2 ข้าพเจ้าใคร่รู้ข้อเดียวจากท่านว่า ท่านได้รับพระวิญญาณโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ หรือได้รับโดยความเชื่อตามที่ได้ฟัง?
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านก็เหมือนอับราฮามที่ได้เข้าสนิทในพระคริสต์ด้วยความเชื่อ คือเชื่อในพระคุณของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้พี่น้องทั้งหลายจึงนับได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมมีส่วนในพระคริสต์ชั่วนิรันดร์ เอเมน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น