วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

เป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อไม่ใช่จากธรรมบัญญัติ

เป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
ปฐก. 15:6 อับรามก็เชื่อพระยาห์เวห์ ความเชื่อนั้นพระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน
รม. 4:2 ถ้าอับราฮัมถูกชำระให้ชอบธรรมโดยการประพฤติ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่ไม่ใช่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
รม. 4:3 พระคัมภีร์ว่าอย่างไร? ก็ว่า“อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่าท่านเป็นคนชอบธรรม”
รม. 3:20 เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่มีใครถูกชำระให้ชอบธรรมได้ โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เรารู้จักบาป
ในพระคัมภีร์ทั้งสามข้อนี้จะเห็นได้ว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อพระเจ้านั่นเอง
คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเป็นคนที่ตกต่ำเพราะเชื่อมั่นในตัวเองมาก ดังนั้นจึงไม่มีสักคนเดียวที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมต่อพระเจ้า ไม่ว่าจะด้วยการประพฤติใดๆก็ตามก็ไม่สามารถช่วยได้เลย
กท. 3:9 เพราะฉะนั้น คนที่เชื่อจึงได้รับพรร่วมกับอับราฮัมผู้ซึ่งเชื่อ
กท. 3:14 เพื่อพรของอับราฮัมจะได้มาถึงบรรดาคนต่างชาติ ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้รับพระวิญญาณตามพระสัญญาโดยความเชื่อ
แต่พี่น้องทั้งหลายที่พระเจ้าทรงเรียกนั้นไม่ได้พึ่งและเชื่อมั่นในกำลังความสามารถของตัวเอง แต่เชื่อและพึ่งในพระคุณของพระเจ้า ในอดีตที่ผ่านมามนุษย์ทำตามพระบัญญัติดูได้จากพระคัมภีร์เดิมใช้ความสามารถของตัวเองไมพึ่งในพระเจ้าต้องทำแบบนั้นแบบนี้
เมื่อพระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรองค์เดียวมาบังเกิดวันนี้พระเยซูคริสต์เป็นทางเดียวเท่านั้นที่เป็นพระผู้ช่วยให้รอด
วันนี้พี่น้องต้องพึ่งพึงในพระคุณของพระเจ้าอย่างมาก ด้วยเหตุนี้อับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายจึงเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
พี่น้องที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ด้วยความเชื่อจึงได้รับพระวิญญาณนั้น
วิญญาณนั้นก็คือความจริงความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ที่ได้มาจากความเชื่อไม่ใช่ได้มากจากธรรมบัญญัติ
กท. 3:2 ข้าพเจ้าใคร่รู้ข้อเดียวจากท่านว่า ท่านได้รับพระวิญญาณโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ หรือได้รับโดยความเชื่อตามที่ได้ฟัง?
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านก็เหมือนอับราฮามที่ได้เข้าสนิทในพระคริสต์ด้วยความเชื่อ คือเชื่อในพระคุณของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้พี่น้องทั้งหลายจึงนับได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมมีส่วนในพระคริสต์ชั่วนิรันดร์ เอเมน

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2558

คริสตจักรคือคนที่พระเจ้าทรงเรียก

คริสตจักรคือคนที่พระเจ้าทรงเรียกในวันนี้
1คร. 1:24 แต่สำหรับพวกที่พระเจ้าทรงเรียกนั้น ทั้งพวกยิวและพวกกรีก ต่างถือว่าพระคริสต์ทรงเป็นฤทธานุภาพและพระปัญญาของพระเจ้า
ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมจะเห็นได้ว่าคนที่พระเจ้าได้ทรงเรียกออกมานั่นคืออับราฮัม
พระเจ้าได้เรียกให้อับราฮัมออกมาจากเมืองบาเบล ออกมาจากแผ่นดินที่เต็มไปด้วยรูปเคารพมากมายแผ่นดินที่มีการกราบไหว้มารซาตานภูติผีปีศาจต่างๆๆ
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้วันนี้พระเจ้าได้เรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากบาเบลด้วย 
พี่น้องในประเทศไทยล้วนเต็มไปด้วยเมืองแห่งรูปเคารพทุกตรอกซอกซอย มีการกราบไหว้ทรงเจ้าเข้าผีบูชาสารพัดสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาจากซาตานทั้งสิ้นนี่ก็คือการกบฎของมันนั่นเองที่นำตัวมันมาเทียบกับพระเจ้าพระผู้สร้าง
เมื่อพระเจ้าได้เรียกอับราฮัมออกจากดินแดนแห่งรูปเคารพแล้ว พระเจ้าได้นำอับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่แผ่นดินคะนาอัน
คะนาอันตรงนี้เล็มถึงองค์พระเยซูคริสต์ วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านถูกเรียกให้เข้าสู่ในพระเยซูคริสต์แล้วอย่างแท้จริง
พี่น้องในวันนี้เป็นกลุ่มชนที่ถูกเรียกออกมา ในภาษกรีกเรียกว่า ECCLESIA มีความหมายคือคำว่าคริสตจักร นั่นเอง
เมื่อก่อนที่พี่น้องจะมาเชื่อพระเจ้าล้วนตกอยู่ในบาเบลที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ บูชากราบไหว้ และแม้กระทั้งทุกวันนี้ชนทุกชาติทุกภาษาล้วนตกอยู่ภายใต้สภาพการอันตกต่ำนี้ทั้งหมด
วันนี้พระเจ้าทรงเรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากการล่อลวงของมารซาตานนั้นแล้ว
นำพาพี่น้องเข้าสู่พระคริสต์เป็นแผ่นดินงามที่สูงส่งเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและมีสง่าราศี
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายในวันนี้ล้วนเป็นคนที่พระเจ้าทรงเรียกให้เข้าสู่การสนิทกับพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดนิรันดร์
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

วอท์ชแมน นี 15 ตอนจบ





ประวัติพลีชีพพี่น้องวอท์ชแมน นี ผู้รับใช้พระเจ้าที่ยอมพลีชีพเพื่อพระเยซูคริสต์ในประเทศจีน เอเมน

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

ไม่มีผู้เชี่ยวชาญชำนาญการในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์

ไม่มีผู้เชี่ยวชาญชำนาญการในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์
อฟ. 4:12 เพื่อเตรียมธรรมิกชนสำหรับการปรนนิบัติและการเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์
อฟ. 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์
อฟ. 4:14 เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและพัดไปพัดมาด้วยลมคำสั่งสอนทุกอย่าง ด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ ตามอุบายที่ฉลาดในการล่อลวง
อฟ. 4:15 แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์
อฟ. 4:16 เนื่องจากพระองค์นี้เอง ร่างกายทั้งหมดจึงได้รับการเชื่อมและประสานเข้าด้วยกันโดยทุกๆ ข้อต่อที่ประทานมานั้น และเมื่อแต่ละส่วนทำงานตามหน้าที่แล้ว ก็ทำให้ร่างกายเจริญและเสริมสร้างตนเองขึ้นด้วยความรัก
ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจ การงานต่างๆๆหรืออาชีพต่างๆๆล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานด้านนั้นๆๆโดยเฉพาะ
แต่ในคริสตจักรของพระเจ้าไม่เลยทีเดียว ดูได้อย่างอัครสาวกซิครับ
แต่ละคนที่มาต่างกันพระเจ้าเป็นผู้เลือกผู้รับใช้ของพระองค์เอง
การรับใช้ไม่ใช่เราเป็นผู้เลือกจะรับใช้พระเจ้า
แต่ตรงกันข้ามพระเจ้าต่างหากที่จะเป็นผู้เลือกเราให้เป็นผู้รับใช้
วันนี้ความชำนาญการความเชี่ยวชาญของเราในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
ในการดำเนินชีวิตในประสบการณ์พระคริสต์ล้วนมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาทำการงานทั้งสิ้นพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้แหล่ะจะทำให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญตามการงานในอวัยวะของพระคริสต์ในคริสตจักร
การเป็นคริสเตียนแบบเก่าๆๆตามประเพณีในศาสนาคริสต์เราจะมอบเรื่องของพระเจ้าไว้ให้กับผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา นำเพลง อธิษฐาน นมัสการ เทศน์สั่งสอน
วันนี้เาต้องหันกับฟื้นฟู้สู้เส้นทางของหลักความจริงในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาในการประชุมการเคลื่อนไหวในพระกายของพระคริสต์
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของคริสต์จักร มอบหน้าที่ให้แก่พี่น้องที่ปรนนิบัติเต็มเวลา เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานของพระเจ้าไปโดยปริยาย ส่วนพี่น้องที่เหลือร้อยละเก้าสิบเก้าไม่มีเวลามาเอาใจใส่ในการปรนนิบัติในคริสตจักร วุ่นวายอยู่ธุรกิจของตัวเองการงานหน้าทางโลกจนหมดไปวันๆๆ
ส่วนพี่น้องหญิงก็มัวแต่สนใจเรื่องดูแลลูกเต้าครอบครัวจนหมดไปวันๆๆ
ทุกวันนี้คริสตจักรส่วนใหญ่เลยต้องทิ้งหน้าที่ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการพี่น้องส่วนน้อยเท่านั้น ตรงนี้ขอบอกไว้เลยไม่ต่างจากคณะนักบวชนิกายก่อนพระเจ้าฟื้นฟูเสียใหม่เรายังคงวนเวียนในอ่างเท่านั้นเอง
การเป็นคริสเตียนในยุคพระเยซูคริสต์เราไม่ใช่อยู่ในยุคธรรมบัญญัติที่ต้องมีระบบปุโรหิตที่มาจากตละกูลเลวีเท่านั้นไม่ใช่เลย
พี่น้องบางคนพูดว่ามันเป็นการยากเกินไปที่จะเป็นอวัยวะในคริสตจักร
แต่พี่น้องที่รักในพระคริสต์วันนี้ท่านต้องยอมเป็นเชลยของพระคริสต์ในการเจริญเติบโตในหนทางของพระองค์เราต้องไม่หยุดแค่ทารกในพระคริสต์ใช่ใหม
พี่น้องที่รักในพระคริสต์จำต้องละทิ้งทัศนะความเชื่อเก่าๆๆที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องทั้งหลายวันนี้ท่านต้องเติบโตได้แล้วท่านรับการหล่อเลี้ยงมานานแล้วต้องก้าวไปเป็นผู้เติบโตในพระคริสต์วันนี้
ต้องไปประชุมปฎิบัติเพื่อตัวของท่านเองนำประชุมอธิษฐานร้องเพลงได้ประกาศกิตติคุณได้หล่อเลี้ยงพี่น้องได้หนุนใจพี่น้องให้เข็มแข็งในความเชื่อได้
พี่น้องบางคนบอกว่าอย่างนี้อาจมากเกินไป ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆรับๆๆอย่างเดียวขออย่างเดียว แต่ไม่แจกจ่ายพระคริสต์ให้หลั่งไหลออกจากตัวพี่น้องออกไปสู่พี่น้องคนอื่นๆ
คือชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆสบายๆๆ ทำงานห้าวันเมื่อถึงวันอาทิตย์ก็ต้องการพักผ่อน ไปโบถ์คริสตจักรพอเป็นพิธีการเท่านั้นพอแค่สองชั่วโมง นั่งฟังและรับสุขพระคริสต์จากนักเทศน์เท่านั้นพอแล้ว นั่นก็คือฟังผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทำงานของเขากลายเป็นนักเทศน์อาชีพหนึ่งเท่านั้นเอง นี่ก็ไม่แต่ต่างระบบปุโรหิตในยุคพระบัญญัติเลยเชียว
การร่วมปรนนิบัติเป็นหน้าที่ของพี่น้องที่รักในพระคริสต์ทุกคนที่พระเจ้าจะนำพา มันอาจดูเป็นเรื่องยากเย็นจริงๆๆแต่ไม่เลยถ้าเราเปิดตาใจของเราแล้วรับการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่กดทับพระวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ในจิตของเราก็คือใจของเรานั่นเอง
พี่น้องบางคนอาจดูว่านี่เป็นเรื่องยากแต่นี่เป็นการรับสุขที่แท้จริงในพระคริสต์ ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับทัศนะคติรสนิยมของเราทั้งสิ้น ถ้าเรามีรสนิยมต่อรูปแบบคณะนิกายเราก็มานั่งฟังเท่านั้นพอสองชั่วโมงเสร็จแล้วก็กับเสร็จพิธีการ นี่คือรูปแบบความเชื่อยุคกฎบัญญัติในโลกสมัยใหม่นั่นเองพี่น้อง
พี่น้องไม่สามารถมีชีวิตคริสจักรที่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ได้ตามหลักความจริงได้ เราต้องขจัดรสนิยมของเราตัวตนของเราขจัดจิตใจของเรา เพื่อให้การใช้งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาการใช้งานของเราในการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับอวัยวะทั้งหลายในพระคริสต์และคริสตจักรการใช้งานเช่นนี้จึงจะมีชีวิตชีวาตรงตามหลักความจริงในพระคำของพระเจ้า
เมื่ออวัยวะทุกส่วนทำหน้าที่การงานในการดำเนินชีิวตคริสตจักรแล้วก็จะกลายเป็นชีวภาพที่มีชีวิต สามารถสู้รบเพื่อการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ในวันนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นได้แค่กลุ่มพี่น้องชายหญิงในรูปแบบคณะองค์การหนึ่งเท่านั้นเองไม่ต่างจากสมาคมสโมสรทางโลกทั่วๆๆไปเลยที่เดียว
ขอให้พระคริสต์ทรงนำพาพี่น้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาพี่น้อง ขอพระเจ้าได้โปรดเมตตาพี่น้องให้ตาใจเปิดรับต่อหลักความจริงของพระเจ้าในวันนี้ เพื่อพี่น้องทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์เต็มใจในการปรนนิบัติรับใช้พระคริสต์มีใจร้อนรนเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องตามหลักความจริงในคริสตจักร แห่งองค์พระเยซูคริสต์ เอเมน.

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วิวรณ์รหัสแห่งข่าวดี 4

ผู้เล็กน้อยในอาณาจักรของพระเยซูคริสต์ มัทธิว25 ข้อ31-46





มธ. 25:31 “เมื่อ​บุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​ด้วย​พระ​รัศมี​พร้อม​กับ​ทูต​สวรรค์​ทั้ง​หมด แล้ว​พระ​องค์​จะ​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง​อัน​รุ่ง​โรจน์​ของ​พระ​องค์

มธ. 25:32 ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หมด​จะ​มา​ประ​ชุม​กัน​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​องค์ และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​แยก​พวก​เขา​ออก​จาก​กัน เหมือน​ผู้​เลี้ยง​แกะ​แยก​แกะ​ออก​จาก​แพะ

มธ. 25:33 พระ​องค์​จะ​ทรง​จัด​ให้​ฝูง​แกะ​อยู่​เบื้อง​ขวา​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ และ​ฝูง​แพะ​อยู่​เบื้อง​ซ้าย

มธ. 25:34 ขณะ​นั้น พระ​มหา​กษัตริย์​จะ​ตรัส​กับ​พวก​ผู้​ที่​อยู่​เบื้อง​ขวา​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​ว่า ‘ท่าน​ทั้ง​หลาย​ที่​ได้​รับ​พร​จาก​พระ​บิดา​ของ​เรา จง​มา​รับ​เอา​ราช​อา​ณา​จักร​ซึ่ง​เตรียม​ไว้​สำ​หรับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ตั้ง​แต่​แรก​สร้าง​โลก

มธ. 25:35 เพราะ​ว่า​เมื่อ​เรา​หิว พวก​ท่าน​ก็​จัด​หา​ให้​เรา​กิน เรา​กระ​หาย​น้ำ ท่าน​ก็​ให้​เรา​ดื่ม เรา​เป็น​แขก​แปลก​หน้า พวก​ท่าน​ก็​ต้อน​รับ​เรา

มธ. 25:36 เรา​เปลือย​กาย​พวก​ท่าน​ก็​ให้​เสื้อ​ผ้า​เรา​นุ่ง​ห่ม เมื่อ​เรา​เจ็บ​ป่วย​ท่าน​ก็​มา​ดูแล​เรา เมื่อ​เรา​อยู่​ใน​คุก พวก​ท่าน​ก็​มา​เยี่ยม​เรา’

มธ. 25:37 เวลา​นั้น​บรร​ดา​คน​ชอบ​ธรรม​จะ​กราบ​ทูล​ว่า ‘องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ที่​พวก​ข้า​พระ​องค์​เห็น​พระ​องค์​ทรง​หิว​และ​จัด​ให้​เสวย​หรือ​ทรง​กระ​หาย​น้ำ และ​จัด​มา​ถวาย​นั้น​ตั้ง​แต่​เมื่อไร?

มธ. 25:38 ที่​พวก​ข้า​พระ​องค์​เห็น​พระ​องค์​ทรง​เป็น​แขก​แปลก​หน้า​และ​ได้​ต้อน​รับ​ไว้ หรือ​เปลือย​พระ​กาย​และ​สวม​ฉลอง​พระ​องค์​ให้​นั้น​ตั้ง​แต่​เมื่อ​ไร?

มธ. 25:39 ที่​ข้า​พระ​องค์​เห็น​พระ​องค์​ประ​ชวร​หรือ​ทรง​ถูก​จำ​คุก และ​มา​เฝ้า​พระ​องค์​นั้น​ตั้ง​แต่​เมื่อไร?’

มธ. 25:40 แล้ว​พระ​มหา​กษัตริย์​จะ​ตรัส​ตอบ​ว่า ‘เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ซึ่ง​พวก​ท่าน​ได้​ทำ​กับ​คน​ใด​คน​หนึ่ง​ที่​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​ใน​พี่​น้อง​ของ​เรา​นี้ ก็​เหมือน​ทำ​กับ​เรา​ด้วย’

มธ. 25:41 แล้ว​พระ​องค์​จะ​ตรัส​กับ​พวก​ผู้​ที่​อยู่​เบื้อง​ซ้าย​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​ว่า ‘พวก​ท่าน​ผู้​ถูก​แช่ง​สาป​จง​ถอย​ไป​จาก​เรา​และ​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ไฟ​ที่​ไหม้​อยู่​เป็น​นิตย์ ซึ่ง​เตรียม​ไว้​สำ​หรับ​มาร​ร้าย​และ​บริวาร​ของ​มัน

มธ. 25:42 เพราะ​ว่า​เมื่อ​เรา​หิว ท่าน​ก็​ไม่​ได้​ให้​เรา​กิน เรา​กระ​หาย​น้ำ พวก​ท่าน​ก็​ไม่​ได้​ให้​เรา​ดื่ม

มธ. 25:43 เรา​เป็น​แขก​แปลก​หน้า พวก​ท่าน​ก็​ไม่​ได้​ต้อน​รับ​เรา​ไว้ เรา​เปลือย​กาย ท่าน​ก็​ไม่​ได้​ให้​เสื้อ​ผ้า​เรา​นุ่ง​ห่ม เรา​เจ็บ​ป่วย​และ​ต้อง​ถูก​จำ​คุก พวก​ท่าน​ก็​ไม่​ได้​เยี่ยม​เรา’

มธ. 25:44 แล้ว​พวก​เขา​จะ​ทูล​ว่า ‘องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ที่​พวก​ข้า​พระ​องค์​เห็น​พระ​องค์​ทรง​หิว หรือ​ทรง​กระ​หาย​น้ำ ทรง​เป็น​แขก​แปลก​หน้า หรือ​ทรง​เปลือย​พระ​กาย ประ​ชวร​หรือ​ทรง​ถูก​จำ​อยู่​ใน​คุก และ​พวก​ข้า​พระ​องค์​ไม่​ได้​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​นั้น​ตั้ง​แต่​เมื่อ​ไร?’

มธ. 25:45 เวลา​นั้น​พระ​องค์​จะ​ตรัส​ตอบ​ว่า ‘เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า การ​ที่​พวก​ท่าน​ไม่​ได้​ทำ​กับ​ผู้​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​สัก​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​นี้ ก็​เหมือน​ไม่​ได้​ทำ​กับ​เรา​ด้วย’

มธ. 25:46 และ​คน​เหล่า​นี้​จะ​ต้อง​ออก​ไป​รับ​โทษ​อยู่​เป็น​นิตย์ แต่​บรร​ดา​คน​ชอบ​ธรรม​จะ​เข้า​สู่​ชีวิต​นิรันดร์”


วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

คจ.เมืองไทยเมืองไทยรุ่งนิรันดร์





มคา. 6:1 จง​สดับ​ฟัง​สิ่ง​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส จง​ลุก​ขึ้น จง​แถลง​คดี​ของ​เจ้า ​ต่อ​ภูเขา​ทั้ง​หลาย จง​ให้​เนิน​เขา​ฟัง​เสียง​ของ​เจ้า

มคา. 6:2 ภูเขา​ทั้ง​หลาย ทั้ง​ราก​ฐาน​ที่​ทน​ทาน​ของ​พิภพ​เอ๋ย จง​ฟัง​คดี​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​เถิด เพราะ​ว่า​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​มี​คดี​กับ​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์ และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​สู้​ความ​กับ​อิส​รา​เอล

มคา. 6:3 “โอ ประ​ชา​กร​ของ​เรา เรา​ได้​ทำ​อะไร​แก่​เจ้า? เรา​ทำ​ให้​เจ้า​เหนื่อย​ยาก​ตรง​ไหน? จง​ตอบ​มา

มคา. 6:4 เพราะ​ว่า​เรา​ได้​นำ​เจ้า​ขึ้น​มา​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์ และ​ไถ่​เจ้า​มา​จาก​เรือน​ทาส และ​เรา​ใช้​ให้​โม​เสส อา​โรน และ​มิเรียม นำ​หน้า​เจ้า​ไป

มคา. 6:5 โอ ประ​ชา​กร​ของ​เรา​เอ๋ย จง​ระลึก​ว่า​บา​ลาค กษัตริย์​โม​อับ​คิด​อุบาย​ประ​การ​ใด? และ​บา​ลา​อัม​บุตร​เบ​โอร์​ได้​ตอบ​เขา​อย่าง​ไร? และ​เกิด​อะไร​ขึ้น ​จาก​ชิท​ธีม​ถึง​กิล​กาล? เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​ทราบ​พระ​ราช​กิจ​อัน​ชอบ​ธรรม​ของ​พระ​ยาห์​เวห์”

มคา. 6:6 “ข้าพ​เจ้า​จะ​นำ​อะไร​เข้า​มา​เฝ้า​พระ​ยาห์​เวห์ และ​กราบ​ไหว้​พระ​เจ้า​เบื้อง​สูง? ควร​ข้าพ​เจ้า​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​องค์​ด้วย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​หรือ? ด้วย​ลูก​วัว​อายุ​หนึ่ง​ปี​หลาย​ตัว​หรือ?

มคา. 6:7 พระ​ยาห์​เวห์​จะ​พอ​พระ​ทัย​การ​ถวาย​แกะ​ผู้​หลาย​พัน​ตัว และ​ธาร​น้ำ​มัน​หลาย​หมื่น​สาย​หรือ? ควร​ข้าพ​เจ้า​จะ​ถวาย​บุตร​หัว​ปี​ไถ่​การ​ละเมิด​ของ​ตน​หรือ? คือ​ถวาย​บุตร​ไถ่​บาป​ของ​ตน?”

มคา. 6:8 มนุษย์​เอ๋ย พระ​องค์​ทรง​สำ​แดง​แก่​เจ้า​แล้ว​ว่า​อะไร​ดี? และ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ประ​สงค์​อะไร​จาก​เจ้า? นอก​จาก​ให้​ทำ​ความ​ยุติ​ธรรม​และ​ให้​รัก​ความ​เมตตา และ​ให้​ดำ​เนิน​ชีวิต​ไป​กับ​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า​ด้วย​ความ​ถ่อม​ใจ