เป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
ปฐก. 15:6 อับรามก็เชื่อพระยาห์เวห์ ความเชื่อนั้นพระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน
รม. 4:2 ถ้าอับราฮัมถูกชำระให้ชอบธรรมโดยการประพฤติ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่ไม่ใช่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
รม. 4:3 พระคัมภีร์ว่าอย่างไร? ก็ว่า“อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่าท่านเป็นคนชอบธรรม”
รม. 3:20 เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่มีใครถูกชำระให้ชอบธรรมได้ โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เรารู้จักบาป
ในพระคัมภีร์ทั้งสามข้อนี้จะเห็นได้ว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อพระเจ้านั่นเอง
คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเป็นคนที่ตกต่ำเพราะเชื่อมั่นในตัวเองมาก ดังนั้นจึงไม่มีสักคนเดียวที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมต่อพระเจ้า ไม่ว่าจะด้วยการประพฤติใดๆก็ตามก็ไม่สามารถช่วยได้เลย
กท. 3:9 เพราะฉะนั้น คนที่เชื่อจึงได้รับพรร่วมกับอับราฮัมผู้ซึ่งเชื่อ
กท. 3:14 เพื่อพรของอับราฮัมจะได้มาถึงบรรดาคนต่างชาติ ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้รับพระวิญญาณตามพระสัญญาโดยความเชื่อ
แต่พี่น้องทั้งหลายที่พระเจ้าทรงเรียกนั้นไม่ได้พึ่งและเชื่อมั่นในกำลังความสามารถของตัวเอง แต่เชื่อและพึ่งในพระคุณของพระเจ้า ในอดีตที่ผ่านมามนุษย์ทำตามพระบัญญัติดูได้จากพระคัมภีร์เดิมใช้ความสามารถของตัวเองไมพึ่งในพระเจ้าต้องทำแบบนั้นแบบนี้
เมื่อพระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรองค์เดียวมาบังเกิดวันนี้พระเยซูคริสต์เป็นทางเดียวเท่านั้นที่เป็นพระผู้ช่วยให้รอด
วันนี้พี่น้องต้องพึ่งพึงในพระคุณของพระเจ้าอย่างมาก ด้วยเหตุนี้อับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายจึงเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อ
พี่น้องที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ด้วยความเชื่อจึงได้รับพระวิญญาณนั้น
วิญญาณนั้นก็คือความจริงความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ที่ได้มาจากความเชื่อไม่ใช่ได้มากจากธรรมบัญญัติ
กท. 3:2 ข้าพเจ้าใคร่รู้ข้อเดียวจากท่านว่า ท่านได้รับพระวิญญาณโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ หรือได้รับโดยความเชื่อตามที่ได้ฟัง?
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านก็เหมือนอับราฮามที่ได้เข้าสนิทในพระคริสต์ด้วยความเชื่อ คือเชื่อในพระคุณของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้พี่น้องทั้งหลายจึงนับได้ว่าเป็นผู้ชอบธรรมมีส่วนในพระคริสต์ชั่วนิรันดร์ เอเมน
ในฐานะที่เป็นมนุษ์ตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเลี้ยงดูมาตลอดเวลาช่วงชีวิตต่อแต่นี้ไป 24ชั่วโมงคือการรับใช้พระเจ้าในทุกๆๆด้าน ขอพระเจ้าทรงนำพาหนทางให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดเอเมน
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2558
คริสตจักรคือคนที่พระเจ้าทรงเรียก
คริสตจักรคือคนที่พระเจ้าทรงเรียกในวันนี้
1คร. 1:24 แต่สำหรับพวกที่พระเจ้าทรงเรียกนั้น ทั้งพวกยิวและพวกกรีก ต่างถือว่าพระคริสต์ทรงเป็นฤทธานุภาพและพระปัญญาของพระเจ้า
ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมจะเห็นได้ว่าคนที่พระเจ้าได้ทรงเรียกออกมานั่นคืออับราฮัม
พระเจ้าได้เรียกให้อับราฮัมออกมาจากเมืองบาเบล ออกมาจากแผ่นดินที่เต็มไปด้วยรูปเคารพมากมายแผ่นดินที่มีการกราบไหว้มารซาตานภูติผีปีศาจต่างๆๆ
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้วันนี้พระเจ้าได้เรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากบาเบลด้วย
พี่น้องในประเทศไทยล้วนเต็มไปด้วยเมืองแห่งรูปเคารพทุกตรอกซอกซอย มีการกราบไหว้ทรงเจ้าเข้าผีบูชาสารพัดสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาจากซาตานทั้งสิ้นนี่ก็คือการกบฎของมันนั่นเองที่นำตัวมันมาเทียบกับพระเจ้าพระผู้สร้าง
เมื่อพระเจ้าได้เรียกอับราฮัมออกจากดินแดนแห่งรูปเคารพแล้ว พระเจ้าได้นำอับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่แผ่นดินคะนาอัน
คะนาอันตรงนี้เล็มถึงองค์พระเยซูคริสต์ วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านถูกเรียกให้เข้าสู่ในพระเยซูคริสต์แล้วอย่างแท้จริง
พี่น้องในวันนี้เป็นกลุ่มชนที่ถูกเรียกออกมา ในภาษกรีกเรียกว่า ECCLESIA มีความหมายคือคำว่าคริสตจักร นั่นเอง
เมื่อก่อนที่พี่น้องจะมาเชื่อพระเจ้าล้วนตกอยู่ในบาเบลที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ บูชากราบไหว้ และแม้กระทั้งทุกวันนี้ชนทุกชาติทุกภาษาล้วนตกอยู่ภายใต้สภาพการอันตกต่ำนี้ทั้งหมด
วันนี้พระเจ้าทรงเรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากการล่อลวงของมารซาตานนั้นแล้ว
นำพาพี่น้องเข้าสู่พระคริสต์เป็นแผ่นดินงามที่สูงส่งเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและมีสง่าราศี
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายในวันนี้ล้วนเป็นคนที่พระเจ้าทรงเรียกให้เข้าสู่การสนิทกับพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดนิรันดร์
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
1คร. 1:24 แต่สำหรับพวกที่พระเจ้าทรงเรียกนั้น ทั้งพวกยิวและพวกกรีก ต่างถือว่าพระคริสต์ทรงเป็นฤทธานุภาพและพระปัญญาของพระเจ้า
ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมจะเห็นได้ว่าคนที่พระเจ้าได้ทรงเรียกออกมานั่นคืออับราฮัม
พระเจ้าได้เรียกให้อับราฮัมออกมาจากเมืองบาเบล ออกมาจากแผ่นดินที่เต็มไปด้วยรูปเคารพมากมายแผ่นดินที่มีการกราบไหว้มารซาตานภูติผีปีศาจต่างๆๆ
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้วันนี้พระเจ้าได้เรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากบาเบลด้วย
พี่น้องในประเทศไทยล้วนเต็มไปด้วยเมืองแห่งรูปเคารพทุกตรอกซอกซอย มีการกราบไหว้ทรงเจ้าเข้าผีบูชาสารพัดสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาจากซาตานทั้งสิ้นนี่ก็คือการกบฎของมันนั่นเองที่นำตัวมันมาเทียบกับพระเจ้าพระผู้สร้าง
เมื่อพระเจ้าได้เรียกอับราฮัมออกจากดินแดนแห่งรูปเคารพแล้ว พระเจ้าได้นำอับราฮัมและพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่แผ่นดินคะนาอัน
คะนาอันตรงนี้เล็มถึงองค์พระเยซูคริสต์ วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านถูกเรียกให้เข้าสู่ในพระเยซูคริสต์แล้วอย่างแท้จริง
พี่น้องในวันนี้เป็นกลุ่มชนที่ถูกเรียกออกมา ในภาษกรีกเรียกว่า ECCLESIA มีความหมายคือคำว่าคริสตจักร นั่นเอง
เมื่อก่อนที่พี่น้องจะมาเชื่อพระเจ้าล้วนตกอยู่ในบาเบลที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ บูชากราบไหว้ และแม้กระทั้งทุกวันนี้ชนทุกชาติทุกภาษาล้วนตกอยู่ภายใต้สภาพการอันตกต่ำนี้ทั้งหมด
วันนี้พระเจ้าทรงเรียกพี่น้องทั้งหลายออกมาจากการล่อลวงของมารซาตานนั้นแล้ว
นำพาพี่น้องเข้าสู่พระคริสต์เป็นแผ่นดินงามที่สูงส่งเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและมีสง่าราศี
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายในวันนี้ล้วนเป็นคนที่พระเจ้าทรงเรียกให้เข้าสู่การสนิทกับพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดนิรันดร์
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558
วอท์ชแมน นี 15 ตอนจบ
ประวัติพลีชีพพี่น้องวอท์ชแมน นี ผู้รับใช้พระเจ้าที่ยอมพลีชีพเพื่อพระเยซูคริสต์ในประเทศจีน เอเมน
วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558
ไม่มีผู้เชี่ยวชาญชำนาญการในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์
ไม่มีผู้เชี่ยวชาญชำนาญการในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์
อฟ. 4:12 เพื่อเตรียมธรรมิกชนสำหรับการปรนนิบัติและการเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์
อฟ. 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์
อฟ. 4:14 เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและพัดไปพัดมาด้วยลมคำสั่งสอนทุกอย่าง ด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ ตามอุบายที่ฉลาดในการล่อลวง
อฟ. 4:15 แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์
อฟ. 4:16 เนื่องจากพระองค์นี้เอง ร่างกายทั้งหมดจึงได้รับการเชื่อมและประสานเข้าด้วยกันโดยทุกๆ ข้อต่อที่ประทานมานั้น และเมื่อแต่ละส่วนทำงานตามหน้าที่แล้ว ก็ทำให้ร่างกายเจริญและเสริมสร้างตนเองขึ้นด้วยความรัก
ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจ การงานต่างๆๆหรืออาชีพต่างๆๆล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานด้านนั้นๆๆโดยเฉพาะ
แต่ในคริสตจักรของพระเจ้าไม่เลยทีเดียว ดูได้อย่างอัครสาวกซิครับ
แต่ละคนที่มาต่างกันพระเจ้าเป็นผู้เลือกผู้รับใช้ของพระองค์เอง
การรับใช้ไม่ใช่เราเป็นผู้เลือกจะรับใช้พระเจ้า
แต่ตรงกันข้ามพระเจ้าต่างหากที่จะเป็นผู้เลือกเราให้เป็นผู้รับใช้
วันนี้ความชำนาญการความเชี่ยวชาญของเราในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
ในการดำเนินชีวิตในประสบการณ์พระคริสต์ล้วนมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาทำการงานทั้งสิ้นพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้แหล่ะจะทำให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญตามการงานในอวัยวะของพระคริสต์ในคริสตจักร
การเป็นคริสเตียนแบบเก่าๆๆตามประเพณีในศาสนาคริสต์เราจะมอบเรื่องของพระเจ้าไว้ให้กับผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา นำเพลง อธิษฐาน นมัสการ เทศน์สั่งสอน
วันนี้เาต้องหันกับฟื้นฟู้สู้เส้นทางของหลักความจริงในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาในการประชุมการเคลื่อนไหวในพระกายของพระคริสต์
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของคริสต์จักร มอบหน้าที่ให้แก่พี่น้องที่ปรนนิบัติเต็มเวลา เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานของพระเจ้าไปโดยปริยาย ส่วนพี่น้องที่เหลือร้อยละเก้าสิบเก้าไม่มีเวลามาเอาใจใส่ในการปรนนิบัติในคริสตจักร วุ่นวายอยู่ธุรกิจของตัวเองการงานหน้าทางโลกจนหมดไปวันๆๆ
ส่วนพี่น้องหญิงก็มัวแต่สนใจเรื่องดูแลลูกเต้าครอบครัวจนหมดไปวันๆๆ
ทุกวันนี้คริสตจักรส่วนใหญ่เลยต้องทิ้งหน้าที่ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการพี่น้องส่วนน้อยเท่านั้น ตรงนี้ขอบอกไว้เลยไม่ต่างจากคณะนักบวชนิกายก่อนพระเจ้าฟื้นฟูเสียใหม่เรายังคงวนเวียนในอ่างเท่านั้นเอง
การเป็นคริสเตียนในยุคพระเยซูคริสต์เราไม่ใช่อยู่ในยุคธรรมบัญญัติที่ต้องมีระบบปุโรหิตที่มาจากตละกูลเลวีเท่านั้นไม่ใช่เลย
พี่น้องบางคนพูดว่ามันเป็นการยากเกินไปที่จะเป็นอวัยวะในคริสตจักร
แต่พี่น้องที่รักในพระคริสต์วันนี้ท่านต้องยอมเป็นเชลยของพระคริสต์ในการเจริญเติบโตในหนทางของพระองค์เราต้องไม่หยุดแค่ทารกในพระคริสต์ใช่ใหม
พี่น้องที่รักในพระคริสต์จำต้องละทิ้งทัศนะความเชื่อเก่าๆๆที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องทั้งหลายวันนี้ท่านต้องเติบโตได้แล้วท่านรับการหล่อเลี้ยงมานานแล้วต้องก้าวไปเป็นผู้เติบโตในพระคริสต์วันนี้
ต้องไปประชุมปฎิบัติเพื่อตัวของท่านเองนำประชุมอธิษฐานร้องเพลงได้ประกาศกิตติคุณได้หล่อเลี้ยงพี่น้องได้หนุนใจพี่น้องให้เข็มแข็งในความเชื่อได้
พี่น้องบางคนบอกว่าอย่างนี้อาจมากเกินไป ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆรับๆๆอย่างเดียวขออย่างเดียว แต่ไม่แจกจ่ายพระคริสต์ให้หลั่งไหลออกจากตัวพี่น้องออกไปสู่พี่น้องคนอื่นๆ
คือชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆสบายๆๆ ทำงานห้าวันเมื่อถึงวันอาทิตย์ก็ต้องการพักผ่อน ไปโบถ์คริสตจักรพอเป็นพิธีการเท่านั้นพอแค่สองชั่วโมง นั่งฟังและรับสุขพระคริสต์จากนักเทศน์เท่านั้นพอแล้ว นั่นก็คือฟังผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทำงานของเขากลายเป็นนักเทศน์อาชีพหนึ่งเท่านั้นเอง นี่ก็ไม่แต่ต่างระบบปุโรหิตในยุคพระบัญญัติเลยเชียว
การร่วมปรนนิบัติเป็นหน้าที่ของพี่น้องที่รักในพระคริสต์ทุกคนที่พระเจ้าจะนำพา มันอาจดูเป็นเรื่องยากเย็นจริงๆๆแต่ไม่เลยถ้าเราเปิดตาใจของเราแล้วรับการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่กดทับพระวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ในจิตของเราก็คือใจของเรานั่นเอง
พี่น้องบางคนอาจดูว่านี่เป็นเรื่องยากแต่นี่เป็นการรับสุขที่แท้จริงในพระคริสต์ ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับทัศนะคติรสนิยมของเราทั้งสิ้น ถ้าเรามีรสนิยมต่อรูปแบบคณะนิกายเราก็มานั่งฟังเท่านั้นพอสองชั่วโมงเสร็จแล้วก็กับเสร็จพิธีการ นี่คือรูปแบบความเชื่อยุคกฎบัญญัติในโลกสมัยใหม่นั่นเองพี่น้อง
พี่น้องไม่สามารถมีชีวิตคริสจักรที่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ได้ตามหลักความจริงได้ เราต้องขจัดรสนิยมของเราตัวตนของเราขจัดจิตใจของเรา เพื่อให้การใช้งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาการใช้งานของเราในการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับอวัยวะทั้งหลายในพระคริสต์และคริสตจักรการใช้งานเช่นนี้จึงจะมีชีวิตชีวาตรงตามหลักความจริงในพระคำของพระเจ้า
เมื่ออวัยวะทุกส่วนทำหน้าที่การงานในการดำเนินชีิวตคริสตจักรแล้วก็จะกลายเป็นชีวภาพที่มีชีวิต สามารถสู้รบเพื่อการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ในวันนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นได้แค่กลุ่มพี่น้องชายหญิงในรูปแบบคณะองค์การหนึ่งเท่านั้นเองไม่ต่างจากสมาคมสโมสรทางโลกทั่วๆๆไปเลยที่เดียว
ขอให้พระคริสต์ทรงนำพาพี่น้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาพี่น้อง ขอพระเจ้าได้โปรดเมตตาพี่น้องให้ตาใจเปิดรับต่อหลักความจริงของพระเจ้าในวันนี้ เพื่อพี่น้องทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์เต็มใจในการปรนนิบัติรับใช้พระคริสต์มีใจร้อนรนเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องตามหลักความจริงในคริสตจักร แห่งองค์พระเยซูคริสต์ เอเมน.
อฟ. 4:12 เพื่อเตรียมธรรมิกชนสำหรับการปรนนิบัติและการเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์
อฟ. 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์
อฟ. 4:14 เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและพัดไปพัดมาด้วยลมคำสั่งสอนทุกอย่าง ด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ ตามอุบายที่ฉลาดในการล่อลวง
อฟ. 4:15 แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์
อฟ. 4:16 เนื่องจากพระองค์นี้เอง ร่างกายทั้งหมดจึงได้รับการเชื่อมและประสานเข้าด้วยกันโดยทุกๆ ข้อต่อที่ประทานมานั้น และเมื่อแต่ละส่วนทำงานตามหน้าที่แล้ว ก็ทำให้ร่างกายเจริญและเสริมสร้างตนเองขึ้นด้วยความรัก
ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจ การงานต่างๆๆหรืออาชีพต่างๆๆล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานด้านนั้นๆๆโดยเฉพาะ
แต่ในคริสตจักรของพระเจ้าไม่เลยทีเดียว ดูได้อย่างอัครสาวกซิครับ
แต่ละคนที่มาต่างกันพระเจ้าเป็นผู้เลือกผู้รับใช้ของพระองค์เอง
การรับใช้ไม่ใช่เราเป็นผู้เลือกจะรับใช้พระเจ้า
แต่ตรงกันข้ามพระเจ้าต่างหากที่จะเป็นผู้เลือกเราให้เป็นผู้รับใช้
วันนี้ความชำนาญการความเชี่ยวชาญของเราในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
ในการดำเนินชีวิตในประสบการณ์พระคริสต์ล้วนมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาทำการงานทั้งสิ้นพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้แหล่ะจะทำให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญตามการงานในอวัยวะของพระคริสต์ในคริสตจักร
การเป็นคริสเตียนแบบเก่าๆๆตามประเพณีในศาสนาคริสต์เราจะมอบเรื่องของพระเจ้าไว้ให้กับผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา นำเพลง อธิษฐาน นมัสการ เทศน์สั่งสอน
วันนี้เาต้องหันกับฟื้นฟู้สู้เส้นทางของหลักความจริงในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาในการประชุมการเคลื่อนไหวในพระกายของพระคริสต์
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของคริสต์จักร มอบหน้าที่ให้แก่พี่น้องที่ปรนนิบัติเต็มเวลา เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานของพระเจ้าไปโดยปริยาย ส่วนพี่น้องที่เหลือร้อยละเก้าสิบเก้าไม่มีเวลามาเอาใจใส่ในการปรนนิบัติในคริสตจักร วุ่นวายอยู่ธุรกิจของตัวเองการงานหน้าทางโลกจนหมดไปวันๆๆ
ส่วนพี่น้องหญิงก็มัวแต่สนใจเรื่องดูแลลูกเต้าครอบครัวจนหมดไปวันๆๆ
ทุกวันนี้คริสตจักรส่วนใหญ่เลยต้องทิ้งหน้าที่ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการพี่น้องส่วนน้อยเท่านั้น ตรงนี้ขอบอกไว้เลยไม่ต่างจากคณะนักบวชนิกายก่อนพระเจ้าฟื้นฟูเสียใหม่เรายังคงวนเวียนในอ่างเท่านั้นเอง
การเป็นคริสเตียนในยุคพระเยซูคริสต์เราไม่ใช่อยู่ในยุคธรรมบัญญัติที่ต้องมีระบบปุโรหิตที่มาจากตละกูลเลวีเท่านั้นไม่ใช่เลย
พี่น้องบางคนพูดว่ามันเป็นการยากเกินไปที่จะเป็นอวัยวะในคริสตจักร
แต่พี่น้องที่รักในพระคริสต์วันนี้ท่านต้องยอมเป็นเชลยของพระคริสต์ในการเจริญเติบโตในหนทางของพระองค์เราต้องไม่หยุดแค่ทารกในพระคริสต์ใช่ใหม
พี่น้องที่รักในพระคริสต์จำต้องละทิ้งทัศนะความเชื่อเก่าๆๆที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องทั้งหลายวันนี้ท่านต้องเติบโตได้แล้วท่านรับการหล่อเลี้ยงมานานแล้วต้องก้าวไปเป็นผู้เติบโตในพระคริสต์วันนี้
ต้องไปประชุมปฎิบัติเพื่อตัวของท่านเองนำประชุมอธิษฐานร้องเพลงได้ประกาศกิตติคุณได้หล่อเลี้ยงพี่น้องได้หนุนใจพี่น้องให้เข็มแข็งในความเชื่อได้
พี่น้องบางคนบอกว่าอย่างนี้อาจมากเกินไป ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆรับๆๆอย่างเดียวขออย่างเดียว แต่ไม่แจกจ่ายพระคริสต์ให้หลั่งไหลออกจากตัวพี่น้องออกไปสู่พี่น้องคนอื่นๆ
คือชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆสบายๆๆ ทำงานห้าวันเมื่อถึงวันอาทิตย์ก็ต้องการพักผ่อน ไปโบถ์คริสตจักรพอเป็นพิธีการเท่านั้นพอแค่สองชั่วโมง นั่งฟังและรับสุขพระคริสต์จากนักเทศน์เท่านั้นพอแล้ว นั่นก็คือฟังผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทำงานของเขากลายเป็นนักเทศน์อาชีพหนึ่งเท่านั้นเอง นี่ก็ไม่แต่ต่างระบบปุโรหิตในยุคพระบัญญัติเลยเชียว
การร่วมปรนนิบัติเป็นหน้าที่ของพี่น้องที่รักในพระคริสต์ทุกคนที่พระเจ้าจะนำพา มันอาจดูเป็นเรื่องยากเย็นจริงๆๆแต่ไม่เลยถ้าเราเปิดตาใจของเราแล้วรับการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่กดทับพระวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ในจิตของเราก็คือใจของเรานั่นเอง
พี่น้องบางคนอาจดูว่านี่เป็นเรื่องยากแต่นี่เป็นการรับสุขที่แท้จริงในพระคริสต์ ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับทัศนะคติรสนิยมของเราทั้งสิ้น ถ้าเรามีรสนิยมต่อรูปแบบคณะนิกายเราก็มานั่งฟังเท่านั้นพอสองชั่วโมงเสร็จแล้วก็กับเสร็จพิธีการ นี่คือรูปแบบความเชื่อยุคกฎบัญญัติในโลกสมัยใหม่นั่นเองพี่น้อง
พี่น้องไม่สามารถมีชีวิตคริสจักรที่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ได้ตามหลักความจริงได้ เราต้องขจัดรสนิยมของเราตัวตนของเราขจัดจิตใจของเรา เพื่อให้การใช้งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาการใช้งานของเราในการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับอวัยวะทั้งหลายในพระคริสต์และคริสตจักรการใช้งานเช่นนี้จึงจะมีชีวิตชีวาตรงตามหลักความจริงในพระคำของพระเจ้า
เมื่ออวัยวะทุกส่วนทำหน้าที่การงานในการดำเนินชีิวตคริสตจักรแล้วก็จะกลายเป็นชีวภาพที่มีชีวิต สามารถสู้รบเพื่อการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ในวันนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นได้แค่กลุ่มพี่น้องชายหญิงในรูปแบบคณะองค์การหนึ่งเท่านั้นเองไม่ต่างจากสมาคมสโมสรทางโลกทั่วๆๆไปเลยที่เดียว
ขอให้พระคริสต์ทรงนำพาพี่น้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาพี่น้อง ขอพระเจ้าได้โปรดเมตตาพี่น้องให้ตาใจเปิดรับต่อหลักความจริงของพระเจ้าในวันนี้ เพื่อพี่น้องทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์เต็มใจในการปรนนิบัติรับใช้พระคริสต์มีใจร้อนรนเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องตามหลักความจริงในคริสตจักร แห่งองค์พระเยซูคริสต์ เอเมน.
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
ผู้เล็กน้อยในอาณาจักรของพระเยซูคริสต์ มัทธิว25 ข้อ31-46
มธ. 25:31 “เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาด้วยพระรัศมีพร้อมกับทูตสวรรค์ทั้งหมด แล้วพระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งโรจน์ของพระองค์
มธ. 25:32 ประชาชาติทั้งหมดจะมาประชุมกันเฉพาะพระพักตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกพวกเขาออกจากกัน เหมือนผู้เลี้ยงแกะแยกแกะออกจากแพะ
มธ. 25:33 พระองค์จะทรงจัดให้ฝูงแกะอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ และฝูงแพะอยู่เบื้องซ้าย
มธ. 25:34 ขณะนั้น พระมหากษัตริย์จะตรัสกับพวกผู้ที่อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ‘ท่านทั้งหลายที่ได้รับพรจากพระบิดาของเรา จงมารับเอาราชอาณาจักรซึ่งเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลายตั้งแต่แรกสร้างโลก
มธ. 25:35 เพราะว่าเมื่อเราหิว พวกท่านก็จัดหาให้เรากิน เรากระหายน้ำ ท่านก็ให้เราดื่ม เราเป็นแขกแปลกหน้า พวกท่านก็ต้อนรับเรา
มธ. 25:36 เราเปลือยกายพวกท่านก็ให้เสื้อผ้าเรานุ่งห่ม เมื่อเราเจ็บป่วยท่านก็มาดูแลเรา เมื่อเราอยู่ในคุก พวกท่านก็มาเยี่ยมเรา’
มธ. 25:37 เวลานั้นบรรดาคนชอบธรรมจะกราบทูลว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พวกข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิวและจัดให้เสวยหรือทรงกระหายน้ำ และจัดมาถวายนั้นตั้งแต่เมื่อไร?
มธ. 25:38 ที่พวกข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงเป็นแขกแปลกหน้าและได้ต้อนรับไว้ หรือเปลือยพระกายและสวมฉลองพระองค์ให้นั้นตั้งแต่เมื่อไร?
มธ. 25:39 ที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ประชวรหรือทรงถูกจำคุก และมาเฝ้าพระองค์นั้นตั้งแต่เมื่อไร?’
มธ. 25:40 แล้วพระมหากษัตริย์จะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ซึ่งพวกท่านได้ทำกับคนใดคนหนึ่งที่เล็กน้อยที่สุดในพี่น้องของเรานี้ ก็เหมือนทำกับเราด้วย’
มธ. 25:41 แล้วพระองค์จะตรัสกับพวกผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ‘พวกท่านผู้ถูกแช่งสาปจงถอยไปจากเราและเข้าไปอยู่ในไฟที่ไหม้อยู่เป็นนิตย์ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับมารร้ายและบริวารของมัน
มธ. 25:42 เพราะว่าเมื่อเราหิว ท่านก็ไม่ได้ให้เรากิน เรากระหายน้ำ พวกท่านก็ไม่ได้ให้เราดื่ม
มธ. 25:43 เราเป็นแขกแปลกหน้า พวกท่านก็ไม่ได้ต้อนรับเราไว้ เราเปลือยกาย ท่านก็ไม่ได้ให้เสื้อผ้าเรานุ่งห่ม เราเจ็บป่วยและต้องถูกจำคุก พวกท่านก็ไม่ได้เยี่ยมเรา’
มธ. 25:44 แล้วพวกเขาจะทูลว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พวกข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิว หรือทรงกระหายน้ำ ทรงเป็นแขกแปลกหน้า หรือทรงเปลือยพระกาย ประชวรหรือทรงถูกจำอยู่ในคุก และพวกข้าพระองค์ไม่ได้ปรนนิบัติพระองค์นั้นตั้งแต่เมื่อไร?’
มธ. 25:45 เวลานั้นพระองค์จะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า การที่พวกท่านไม่ได้ทำกับผู้เล็กน้อยที่สุดสักคนหนึ่งในพวกนี้ ก็เหมือนไม่ได้ทำกับเราด้วย’
มธ. 25:46 และคนเหล่านี้จะต้องออกไปรับโทษอยู่เป็นนิตย์ แต่บรรดาคนชอบธรรมจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์”
วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
คจ.เมืองไทยเมืองไทยรุ่งนิรันดร์
มคา. 6:1 จงสดับฟังสิ่งที่พระยาห์เวห์ตรัส จงลุกขึ้น จงแถลงคดีของเจ้า ต่อภูเขาทั้งหลาย จงให้เนินเขาฟังเสียงของเจ้า
มคา. 6:2 ภูเขาทั้งหลาย ทั้งรากฐานที่ทนทานของพิภพเอ๋ย จงฟังคดีของพระยาห์เวห์เถิด เพราะว่าพระยาห์เวห์ทรงมีคดีกับประชากรของพระองค์ และพระองค์จะทรงสู้ความกับอิสราเอล
มคา. 6:3 “โอ ประชากรของเรา เราได้ทำอะไรแก่เจ้า? เราทำให้เจ้าเหนื่อยยากตรงไหน? จงตอบมา
มคา. 6:4 เพราะว่าเราได้นำเจ้าขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ และไถ่เจ้ามาจากเรือนทาส และเราใช้ให้โมเสส อาโรน และมิเรียม นำหน้าเจ้าไป
มคา. 6:5 โอ ประชากรของเราเอ๋ย จงระลึกว่าบาลาค กษัตริย์โมอับคิดอุบายประการใด? และบาลาอัมบุตรเบโอร์ได้ตอบเขาอย่างไร? และเกิดอะไรขึ้น จากชิทธีมถึงกิลกาล? เพื่อเจ้าจะได้ทราบพระราชกิจอันชอบธรรมของพระยาห์เวห์”
มคา. 6:6 “ข้าพเจ้าจะนำอะไรเข้ามาเฝ้าพระยาห์เวห์ และกราบไหว้พระเจ้าเบื้องสูง? ควรข้าพเจ้าจะเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยเครื่องบูชาเผาทั้งตัวหรือ? ด้วยลูกวัวอายุหนึ่งปีหลายตัวหรือ?
มคา. 6:7 พระยาห์เวห์จะพอพระทัยการถวายแกะผู้หลายพันตัว และธารน้ำมันหลายหมื่นสายหรือ? ควรข้าพเจ้าจะถวายบุตรหัวปีไถ่การละเมิดของตนหรือ? คือถวายบุตรไถ่บาปของตน?”
มคา. 6:8 มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี? และพระยาห์เวห์ทรงประสงค์อะไรจากเจ้า? นอกจากให้ทำความยุติธรรมและให้รักความเมตตา และให้ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าของเจ้าด้วยความถ่อมใจ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)