วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

จงแสวงหาสวนเอเดนใหม่อาณาจักรนิรันดร์ของพระเจ้า

จงปล่อยวางความปรารถนาที่อยากมีความรู้เกินความจำเป็นเพราะความรู้เหล่านั้น มากไปด้วยความสับสนและการหลอกลวง ความรู้มากมายเป็นทั้งของดีและของไม่ดีมีทั้งความรู้จริงความรู้ไม่จริงพี่น้องคริสเตียนต้องระมัดระวังด้วยการ?ูลขอพระเมตตาจากพระเจ้าให้ทรงนำพาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้นำความรู้ทีดีมาให้แก่พี่น้องโดดยเฉพาะความรอบรู้ในพระคำของพระเจ้า

คนมีความรู้ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเขารู้และยกย่องว่าเขาฉลาด แต่คนของพระเจ้าเมื่อมีความรู้ย่อมถ่อมตนและอวดตัวไม่ถือตัวแต่พร้อมช่วยเหลือพี่น้องที่ขาดความเข้าใจในพระคำของพระเจ้าเสมอ.

เรื่องราวมากมายที่รู้ มีประโยชน์น้อยนิด หรือไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับวิญญาณ เรื่องราวทางโลกก็เป็นเพียงเรื่องราวเท่านั้นเป็นเรื่องแต่งเติมสร้างภาพทั้งนั้นพวกซาตานมันเก่งยกตัวอย่างสมัยนี้ทำไมเราต้องเปลี่ยนโทรศัพย์ทั้งที่ยังใช้ได้ดี เพราะซาตานมันแต่งเรื่องราวว่าใช้รุ่นนี้ดีกว่ารุ่นเก่า แต่เราอย่าลืมว่าเราเป็นพี่น้องที่รักในพระคริสต์เราต้องใส่ใจชีวิตฝ่ายวิญญาณแสวงหาพระคำความรู้ในพระพระคำของพระเจ้าไม่เคยล้าสมัยแต่ทันสมัยใหม่สดเสมอทุกวัน.

ความรู้มากไม่ได้ทำให้วิญญาณพบความสุข แต่การดำเนินชีวิตที่ดีจะทำให้จิตใจเบิกบาน การเรียนรู้เรื่องทางโลกมากมายจะทำให้เราสูญเสียชีวิตฝ่ายวิญญาณห่างเหินจากพระเจ้าไม่มีเวลาให้พระเจ้าละเลยต่อพระคำความรู้ที่เที่ยงท้นิรันดร์ของพระเจ้านั่นเอง

มโนธรรมบริสุทธิ์ จะเชื่อมั่นอย่างแท้จริงในองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อจิตหรือใจของเราเปิดต่อพระเจ้าต้อนรับพระเจ้าเข้ามามีส่วนในชีวิตของเราแล้วใจของเราก็เปิดต่อพระองค์วิญญาณของเราที่ปิดตายมานาได้ผสมผสานกลมกลืนกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า นำพาวิญญาณของเราให้มุ่งหน้าแสวงหาหนทางแห่งความบริสุทธิ์ของพระเจ้า นำพาดวงวิญญาณมนุษย์ที่เคยตกต่ำให้เติบโตกลายเป็นวิญญาณใหม่เป็นคนใหม่ของพระเจ้ามุ่งหน้าสู่สวนเอเดนใหม่นั่นคืออาณาจักรนิรันดร์ของพระเจ้า

ขอพระบิดา พระบุตร พระวิญาณบริสุทธิ์ เปิดตาใจข้าพระองค์ทั้งหลายในวันนี้ให้มีชีวิตที่เต็มล้นไปด้วยชีวิตฝ่ายวิญญาณในพระองค์เยซูคริสต์เจ้า เอเมน

ผู้มีความเชื่อคือผู้ชอบธรรมที่เดินในทางของพระเญซุคริสต์เจ้า

บุคคลผู้มีความเชื่อ คือผู้ชอบธรรมที่เดินในทางของพระเจ้า เพราะว่าความเชื่อ คือการเดินไปพร้อมกับพระคริสต์เจ้าซึ่งธรรมบัญญัติทั้งหมดสำเร็จสมบูรณ์ในพระองค์ ความเชื่อรวมเราเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับความชอบธรรมของพระคริสตเจ้านั่นเอง

ยรม. 17:5 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “คนที่วางใจในมนุษย์ และให้เนื้อหนังเป็นกำลังของเขา และใจของเขาหันออกจากพระยาห์เวห์ คนนั้นก็เป็นที่แช่งสาป
ยรม. 17:6 เขาเป็นเหมือนพุ่มไม้ที่อยู่ในทะเลทราย และจะไม่เห็นสิ่งดีที่มาถึง เขาจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่แตกระแหงในถิ่นทุรกันดาร ในแผ่นดินเค็มที่ไม่มีคนอาศัย
ยรม. 17:7 “คนที่วางใจในพระยาห์เวห์ย่อมได้รับพระพร คือผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระยาห์เวห์
ยรม. 17:8 เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ ซึ่งหยั่งรากของมันออกไปข้างลำน้ำ เมื่อแดดส่องมาถึงก็ไม่กลัว เพราะใบของมันคงเขียวอยู่เสมอ และไม่กระวนกระวายในปีที่แห้งแล้ง เพราะมันไม่หยุดที่จะเกิดผล”

สดด. 1:1 บุคคลผู้เป็นสุขคือ ผู้ไม่เดินตามคำแนะนำของคนอธรรม ไม่ยืนอยู่ในทางของคนบาป ไม่นั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย
สดด. 1:2 แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์ เขาใคร่ครวญธรรมบัญญัติของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน
สดด. 1:3 เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง ทุกอย่างที่เขาทำก็จำเริญขึ้น
สดด. 1:4 คนอธรรมไม่เป็นเช่นนั้น แต่เป็นเหมือนแกลบซึ่งลมพัดกระจายไป
สดด. 1:5 ฉะนั้นคนอธรรมจะไม่ได้ยืนขึ้นในการพิพากษา และคนบาปก็เช่นกันในที่ชุมนุมคนชอบธรรม
สดด. 1:6 เพราะพระยาห์เวห์ทรงเฝ้ารักษาทางของคนชอบธรรม แต่ทางของคนอธรรมจะพินาศไป

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กลับสู่ความรักดั่งเดิมขององค์พระเยซูคริสต์

ความอยากรู้เป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์ทุกคน
แต่ความรู้ที่ปราศจากความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า
จะมีประโยชน์อะไร
ต่อให้รู้พระคัมภีร์มากพูดเก่งก็ไม่ต่างอะไรแค่ครูสอนรับจ้างที่ไม่มีพระเจ้าเรื่องนี้เห็นมาเยอะคนไม่เชื่อพระเจ้ามาสอนพระคำของพระเจ้าในสถาบันพระคริสตธรรมหรือมาทำงานในองค์การคริสเตียนแต่ไม่เชื่อพระเจ้าแต่พอถามเรื่องพระเจ้าตอบได้หมดแต่ไร้ซึ่งความเชื่อยำเกรงพระเจ้าแต่ไปกราบไหว้เชื่อในรูปเคารพ พวกนี้มาทำมาหากินกับคนของพระเจ้า.

คนธรรมดาไม่มีความรู้ที่รับใช้องค์พระเจ้าเป็นเจ้า 
ย่อมดีกว่านักปราซญ์ที่ภูมิในในตนเองศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับดวงดาว แต่กับละเลยความรู้เกี่ยวกับตนเอง
คนรับใช้พระเจ้าในอดีตกาลที่ผ่านมาไม่ได้มีความรู้อะไรเป็นคนจับปลาหรือเป็นช่างไม้แบบพระเยซูคริสต์ก็ทำงานรับใช้พระเจ้าประกาศพระคำของพระเจ้านำข่าวดีออกไปทั่วทุกมุมโลก
ต่างกับคนที่ศึกษาเรื่องดาวเรื่องดวงคนพวกนี้เสียเวลาไปกับสิ่งไร้สาระแม่แต่ตัวตนของตัวเองก็ยังไม่รู้เลย หลักปรัชญญาทั้งหลายเป็นความคิดของมนุษย์เราจะไปเสียเวลาไปทำไมมาแสวงหลักความจริงดีกว่านั่นคือพระคำของพระเจ้าคือพระวาจาจากพระเจ้านั่นเอง.

ผู้รู้จักตนเองดี ย่อมรู้ถึงความต่ำต้อยของตัวเอง ไม่ใส่ใจคำสรรเสริญของมนุษย์ 
คนที่ไม่รู้จักตัวเองจะยึดติดแต่คำชมชอบว่าเก่งสารพัดแต่จริงๆๆแล้วคนที่ชมเรานั้นแค่เพียงเขาต้องการประจบเราเพื่อหวังผลประโยชน์จากเราหรือหลอกลวงเราแต่ไร้ความจริงใจ หากเรารู้จักตัวเองดีเราย่อมรู้ว่าเราเป็นคนที่ต่ำต้อยไร้ความสามรถไร้ความรู้และสติปัญญาแต่ด้วยพระกรุณาคุณและพระคุณแห่งองค์พระเยซูเจ้าทรงประทานสติปัญญาความรู้ความสามารถให้เราเพื่อถวายงานรับใช้พระองค์เหมือนในอดีตที่ผ่านมาสาวกทั้งหลายที่ไม่มีความรู้แต่พระเจ้าประทานให้ทำให้งานรับใช้ของพระเจ้าเติมเต็มไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพานั่นเอง.

ถ้าข้าพเจ้ารู้ทุกอย่างในโลก
แต่ไม่มีความรัก ความรู้เหล่านั้นจะช่วยอะไรข้าพเจ้าได้
เมื่ออยู่เฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์จะตัดสินข้าพเจ้าตามการกระทำของข้าพเจ้าไม่ใช่หรือ
เรื่องความรู้ในพระคำภีร์มีคนเก่งมากมายแต่ไร้ซึ่งความรักพี่น้องมีเยอะ เรื่องแบบนี้ทำให้คนเช่นนี้อวดตัวเย่อหยิ่งถือตัวและสำคัญตนผิด แถมไม่มีความรักต่อพี่น้องที่รู้น้อยกว่าหรือจำไม่แม่นกว่า
บ่อยครั้งเรามักพบนักการศาสนาดังๆๆถือเนื้อถือตัวเข้าพบยากเย็นมากมายมีด่านหลายด่านในการเข้าถึง เลือกเฉพาะคนมีฐานะเท่านั้นที่จะพบได้ง่ายเพราะนำเงินมอบถวายให้เยอะตีเช็คสดเงินเยอะๆๆ
การกระทำเช่นนี้ไม่เป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้าแน่นอนและไม่ใช่ความต้องการมาจากพระเจ้าแต่เป็นความต้องการของเนื้อหนังตัวตนชัดเจน ขอให้เราหันกลับสู่ความรักดั่งเดิมที่มีต่อองค์พระเยซูคริสต์เจ้าเถิด พระเซูคริสเป็นแบบอย่างที่ดีให้เราเห็นท่านเป็นช่างไม้ที่ก่อสร้างอาณาจักรของพระเจ้าในโลกนี้เพียงแค่สามปีครึ่งโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนเลยสักนิด แต่หวังนำพาบุตรน้อยแก่ะหลงหายกลับคืนสู้อาณาจักรนิรันดร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นเอง เอเมน

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ถวายตาหูของท่านเพื่อน้ำพระทัยของพระเจ้า

จงพิจารณาคำพูดต่อไปนี้บ่อยๆ
ตาไม่เคยพอใจสิ่งที่เห็น
หูไม่เคยอิ่มในสิ่งที่ได้ยิน

เพราะเหตุนี้ จงพยายามฝึกใจของท่าน ปล่อยวางความรักในสิ่งที่มองเห็น และเฝ้าดูสิ่งที่มองไม่เห็นเถิด

ผู้ดำเนินชีวิตตามราคะตัณหาฝ่ายเนื้อหนัง ย่อมทำให้มโนธรรมของตนมัวหมอง และทำลายพระหรรษาทานขององค์พระผู้เป็นเจ้า

การเสพติดที่คนไม่เชื่อพระเจ้าหรือแม้แต่คนที่เรียกว่าเชื่อพระเจ้า(แบบนี้หมายถึงเชื่อตามสำมโนครัวทะเบียนบ้าน) ชอบเสพติดทางตาเช่นชอบดูภาพยนตร์ ทีวี หรือสิ่งของสวยงามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ซาตานชอบนักมันเลยหลอกลวงมนุษย์ผู้หลงทางจากไปจากทางของพระเจ้าให้ไปตามทางของซาตานเราจะเห็นภาพยนตร์สร้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายรอบทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกันสร้างอยู่นั่นซ้ำไปวนมาจากบทประพันธ์เดิมๆๆนี่ไงคือความเสพติดทางตาเพียงแต่เปลี่ยนคนเล่นไม่เท่านั้น
หูก็เหมือนกันจะชอบฟังแต่คำเยินยอคำชมแต่ไม่ฟังคำติเตียนจากความจริงใจหรือชอบฟังพระวจนะของพระเจ้าแต่ชอบฟังเพลงทางโลกมากกว่าจนคนร้องที่ไม่เชื่อพระเจ้าร่ำรวยกันไปมากมายโกยเงินทองจากคนไม่เชื่อพระเจ้าและคนที่เป็นคริสเตียนก็เอาไปซื้อผลงานของเขาด้วยเช่นกัน

การดำเนินชีวิตตามเนื้อหนังของเราจะทำให้ชีวิตของเราตกต่ำลงไปเรื่อยๆๆในหนทางของพระเจ้าแต่ไปเจริญขึ้นในหนทางแห่งความต่ำต้อยของอาณาจักรแห่งซาตานนั่นเอง
เราทั้งหลายที่เป็นพี่น้องที่รักในพระคริสต์ต้องหันกลับละทิ้งตัวตนไม่ดำเนินชีวิตตามเนื้อหนังความรักชอบของตัวเองไม่ยึดติดในเรื่องราวต่างๆๆของโลกนี้
การดำเนินตามน้ำพระทัยของพระเจ้าตาของเราต้องมอบถวายให้พระเจ้าอ่านพระคำของพระเจ้า หูของเราต้องฟังแต่คำที่พระเจ้าตรัสให้ดำเนินตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

ชีวิตในโลกนี้สั้นนักจงแสวงหาอาณาจักรของพระเจ้าก่อนสิ้นลมหายใจ อย่าชะล่าใจวันนี้ท่านยังมีชิวิตอยู่แต่พรุ้งนี้หรือวันนี้ท่านจะแน่ใจหรือว่าท่านจะยังมีชีวิตอยู่ ขอพระเมตตาคุณของพระเจ้านำพาท่านทั้งหลายหันกลับมาแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าอาณาจักรของพระเยซูคริสต์พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ขอบคุณพระเจ้า สรรเสริญพระองค์เอเมน.

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เราทั้งหลายเป็นคนของพระคริสต์

มีประโยชน์อะไรที่จะโต้เถียงกันเรื่องเรื่องพระเจ้าตรีเอกภาพ แต่ขาดความสุภาพ เพราะการกระทำเช่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่พระตรีเอกภาพต้องจะพอพระทัย เราต้องระมัดระวังและพิจารณาการพูดออกจากปากของเราด้วยการขอให้เรามีปากที่พูดมาจากการทรงนำจากพระเจ้าที่สถิตในเราผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์

คำพูดลึกซึ้งไม่ทำให้มนุษย์เป็นคนศักดิ์สิทธิ์หรือชอบธรรม บ่อยครั้งเราชอบฟังคำพูดของนักพูดทางศาสนามากมายว่าลึกซึ้งแต๋ก็เป็นเพียงคำของมนุษย์ที่ยังอยู่ในความบาปและตัวตนไม่ได้เอาคำของพระเจ้ามาพูดเลยสักตอนในการพูดเช่นนี้ไม่นับว่าเป็นพระคำศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากพระเจ้า

ชีวิตที่ประกอบด้วยคุณธรรม ทำให้มนุษย์เป็นที่โปรดปราณขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือการดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณที่มาจากการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ตลอดเวลา.

ข้าพเจ้าปราถนาจะรู้สึกเป็นทุกข์ถึงบาป มากกว่ายากรู้ความหมายของคำว่า เป็นทุกข์ถึงบาป การมัวแต่มุ่งหาความหมายของบาปแต่ไม่ไม่คำนึกงถึงความบาปในตัวตนของเราเอง นับว่าเป็นการไม่ใส่ใจต่อความบาปของตัวเราเอง

รู้พระคัมภีร์ทั้งเล่ม จดจำคำของผู้รับใช้พระเจ้าได้ทั้งหมด จะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่มีความรักและพระหรรษาของพระเจ้า บ่อยครั้งเราจะเห็นว่าคนที่แม่นในพระคำของพระเจ้าจะถือเนื้อถือตัวหยิ่งทะนงอวดตัวว่าเก่งแถมมองพี่น้องว่าต่ำต้อยทางพระคำมากกว่าตนคนเช่นนี้เป็นได้ค่นักสอนรับจ้างที่เต็มไปด้วยเนื้อหนังไม่ได้มาจากพระวิญญาณและไม่ได้รักพี่น้องที่รักในพระคริสต์

ความว่างเปล่าของสิ่งไร้สาระ ทุกสิ่งล้วนว่างเปล่า นอกจากรักองค์พระผู้เป็นเจ้า และรับใช้พระองค์เท่านั้น การที่เรามุ่งสะสมความร่ำรวยความมั่งของของสิ่งต่างในโลกนี้ตายไปก็เอาไปไม่ได้และไม่ทำให้เรามีชีวิตนิรันดร์ เหมือนกับสิ่งที่มีสาระคือรับใช้พระเจ้ามุ่งสู้อาณาเขตแห่งอาณาจักรนิรันดร์นั่นเอง

ปล่อยโลกทั้งโลกไว้เบื้องหลัง แสวงหาอาณาจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือปรีชาญาณสูงสุด วันนี้เราต้องละทิ้งโลกไว้เบื้อหลังแบกกางเขนสู่หนทางอาณาจักรของพระเจ้านับว่าเป็นความชาญฉลาดที่พระเจ้าพอพระทัยยิ่งนัก
วันนี้เราต้องขอพระเมตตาจากพระเจ้าให้เรากลับใจเสียใหม่เพื่อเราจะเป็นคนของพระคริสต์อย่างแท้จริง
สรรเสริญพระเจ้า เอเมน

จงใส่ใจเรื่องที่มีสาระแห่งอาณาจักรของพระคริสต์เจ้า

เป็นเรื่องไร้สาระ ที่แสวงหาและวางใจในทรัพย์สมบัติซึ่งวันหนึ่งก็มลายหายไป การสะสมทรัพย์สินเงินทองอยากมากมายแบบบ้าคลั่งพอวันหนึ่งท่านตายจากโลกนี้ไปก็เอาไปไม่ได้สักสลึงเดียวสตางค์เดียว เงินทองทรัพย์สมบัติที่หามาทั้งหมดต้องตกไปอยู่กับคนอื่นแล้วท่านจะสะสมไว้ทำไม่อย่างมากมาย

เป็นเรื่องไร้สาระ ที่ปรารถนาการยกย่องสรรเสริญ และยกตนขึ้นเหนือคนอื่น บ่อยครั้งชีวิตฝ่ายเนื้อหนังเราชอบได้รับคำสรรเสริญลวงๆๆจอมปลอมที่ไม่ได้มาจากความจริงใจแล้วพอเวลาผ่านไปไม่นานใครๆๆเขาก็ลืม

เป็นเรื่องไร้สาระ ที่จะทำความปรารถนาของราคะตัณหาฝ่ายเนื้อหนัง เราจะต้องกำจัดความต้องการของชีวิตฝ่ายเนื้อหนังของเราอย่างสิ้นเพื่อชีวิตแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้า ขอพระเมตตาพระคุณของพระเจ้าช่วยเราทั้งหลายให้ชีวิตฝ่ายเนื้อหนังของเราถูกขจัดออกไปทีละเล็กทีละน้อยจากการทรงนำของพระองค์ด้วยเถิด

เป็นเรื่องไร้สาระ ที่ยอมให้ความปรารถนาเหล่านั้นนำไปสู่การกระทำต่างๆ ที่ในที่สุดมาซึ่งความทุกข์ เรื่องนี้ในชีวิตฝ่ายโลกเราจะเห็นได้ชัดเจนของคนที่ไม่อยู่ในชีวิตฝ่ายวิญญาณให้พระเจ้านำพา ผลที่ได้รับของชีวิตฝ่ายเนื้อหนังต้องแลกมาด้วยความทุกข์อยากหนักหนาสาหัสทีเดียว

เป็นเรื่องไร้สาระ ที่ปรารถนาจะมีชีวิตอย่างยืนยาว แต่เอาใจใส่เพียงเล็กน้อยเพื่อการเจริญชีวิตอย่างมีคุณค่า หากเราต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพต้องหมั่นดูแลตัวเองทั้งด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต ใช้ชีิวจากการทรงนำพาจากพระเจ้าเสมออธิษฐานต่อพระองค์ตลอดเวลาในการจะทำสิ่งต่างๆ 

เป็นเรื่องไร้สาระ ที่คิดถึงแต่ชีวิตนี้ แต่ไม่เคยมองไปข้างหน้าถึงสิ่งที่จะตามมาหลังความตาย ทุกวันนี้คนที่ไม่เชื่อพระเจ้ามักง่ายใช้ชีวิตที่เอาแต่ตัวรอดไปวันๆๆเช่นเดียวกับคนที่บอกว่ารักพระเจ้าแต่ไม่อธิษฐาน ไม่อ่านพระวจนะของพระเจ้า ไม่ดำเนินชีวิตคริสตจักรแต่เอาเวลาไปมัวเสพติดชีวิตแห่งอาณาจักรของซาตานเสียมากกว่าอาณาจักรของพระเจ้า

เป็นเรื่องไร้สาระ ที่ผูกใจกับสิ่งที่เสื่อมสลายไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่รีบเร่งมุ่งไปสู่สันติสุขที่ถาวร ทุกวันนี้เรามักจะผูกติดกับหน้าที่การงาน งานอดิเรกสิ่งไร้สาระต่างๆๆแห่งอาณาจักรฝ่ายโลก จนไม่เอาใจใส่ที่จะแสวงหาชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ไม่มีวันเสื่อมสลายเรามัวแต่ผูกพันต่อเรื่องราวไร้สาระ จนขาดชีวิตแห่งการสัมผัสองค์พระเยซูคริสต์เจ้าพระเจ้าผู้ทรงพระชนย์อยู่

ขอพระเมตตาพระคุณแห่งพระเจ้าพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ นำพาเราทั้งหลายให้หันกับละทิ้งสิ่งไร้สาระอันหาแก่นสารและชีวิตนิรันดร์ไม่ได้ นำพาเราทั้งหลายเข้าสู่พระอาณาจักร์นิรันดร์แห่งองค์พระเยูคริสต์เจ้าด้วยเถิด เอเมน.

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

หนังสือพระเยซูเจ้าแห่งนาซาเร็ธ

หนังสือพระเยซูเจ้าแห่งนาซาเร็ธ
ผู้เขียนสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่16(โยเซฟ รัตซิงเกอร์ )
หนังสือในโครงการทศวรรษสิ่งพิมพ์สร้างสรรค์
สำนักพิมพ์ สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
กระดาษถนอมสายตา 640หน้า

หนังสือนี้เปิดโอกาสให้เรามีวัตถุดิบมหาศาล
และข้อมูลที่พบได้จำนวนมากที่ช่วยให้รูปลักษณ์พระเยซูเจ้า
ปรากฎชัดเจนแก่เราอย่างมีชีวิตชีวาและลึกซึ้ง
อย่างที่เราไม่อาจจินตนาการได้เลยเมื่อไม่กี่ทศวรรษมานี้
พยายามไปให้ไกลกว่าการอธิบายพระคัมภีร์ด้วยวิธีวิพากษ์
ประวัติศาตร์ล้วนๆๆเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อใช้ความรู้ใหม่ๆ ทางด้านวิธีการซึ่งช่วยทำให้นำเสนอการแปลความหมายในพระคัมภีร์ได้อย่างถูกต้องตามหลักเทววิทยา

หนังสือเล่มนี้ได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์อันยาวนานของสมเด็จพระสันตะปาปา เริ่มงานเขียนเมื่อตอนช่วงพักผ่อนฤดูร้อนปี ค.ศ.2003
ซึ่งจะมีทั้งหมด10บทแรกก่อน เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาตอนพระเยซูเจ้าทรงืำพิธีล้างในแม่น้ำจอร์เดน จนถึงเปโตรประกาศความเชื่อ และตอนพระเยซูเจ้าพระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์อย่างรุ่งโรจ