วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การอธิษฐานของพระเยซูคริสต์

 

​​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​แล้ว ทรง​เงย​พระ​พักตร์​ขึ้น​เบื้องบน ตรัส​ว่า ข้า​แต่​พระ​บิดา ถึง​เวลา​แล้ว โปรด​ประ​ทาน​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​กับ​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​เถิด เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​จาก​พระ​บุตร​
ยอห์นบทที่17ข้อ1

วันนี้มาดูการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ พระเยซูเป็นแบบอย่างตัวอย่างที่ดีแก่เราทั้งหลายในการอธิษฐาน
ขอบคุณพระเจ้าวันนี้เราได้เห็นถึงพระเยซูคริสต์เจ้าอีกด้านหนึ่งในฐานะมนุษย์ที่จำต้องมีการอธิษฐานเช่นกัน
เมื่อคืนก่อนนอนได้อ่านคำอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ในยอห์นบทที่17ทั้งบทแล้วทำให้ร่างกายฝ่ายจิตวิญญานเข้มแข็งขึ้นมาทันที เนื่องจากสภาพร่างกลายฝ่ายเนื้อหนังได้ป่วยลงอ่อนกำลัง ด้วยความเชื่อและการนำพาของพระองค์
และด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงนำพาให้มาอ่านยอห์นบทที่17นี้ ทำให้ร่างกายฝ่ายจิตวิญญาณเข้มแข็งและทำให้ร่างกายเนื้อหนังได้รับการชุบตัวบำรุงเลี้ยงมีร่างกายที่เริ่มแข็งแรงขึ้นมาทันที
ด้วยความเชื่อและการพึ่งพิงในพระเจ้า จึงได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อแบ่งปันพระคำของพระเจ้านอกจากหล่อเลี้ยงตัวเองแล้วยังได้หล่อเลี้ยงพี่น้องคริสต์เตียนทั้งหลาย ได้ร่วมรับพระคำจากต้นไม้แห่งชีวิตร่วมกินและดื่มจากต้นไม้แห่งชีวิต และดื่มน้ำแห่งชีวิต โอ้พระเยซู สรรเสริญขอบคุณพระองค์
เราทั้งหลายล้วนเป็นพี่น้องกันมีพระกายเดียวกันเอเมน.
เมื่อเราทั้งหลายอธิษฐานเป็นหนึ่งเดียวกันในพระกายคือกาสำแดงพระคริสต์ เราสามารถพูดได้ว่าเราเป็นดั่งพระคริสต์
ในยอห์นบทที่17ทั้งหมดนี่คือการอธิษของชีวิต การอธิษฐานขอให้พระบุตรได้รับสง่าราศี เพื่อให้พระบิดาได้รับสง่าราศีด้วยเช่นกัน
นี่คือหัวข้อหลักที่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าไอ้อธิษฐานในบทนี้
ตัวอย่างแบบอย่างการอธิษบานเพื่อให้พระบุตรได้สง่าราศี
พระบิดาได้สง่าราศี เราคริสเตียนทั้งหลายต้องอธิษฐานแบบนี้ไม่ใช่อธิษฐานขอสารพัดให้แต่ตัวเองเท่านั้นซึ่งเป็นการอธิษฐานของคริสเตียนในปัจจุบันนี้ การอธิษฐานขอแบบเนื้อหนังล้วนๆๆนี่คือการเป็นโรคติดต่อจากศาสนาดั่งเดิมก่อนเรามาเชื่อพระเจ้า
ก่อนเราเชื่อพระเจ้าเราถูกปลูกฝังมาให้ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
เมื่อมาเชื่อพระเจ้าก็นำวิธีเหล่านี้มาใช้ในชีวิตคริสตจักรซึ่งมันเป็นการดำเนินชีวิตที่ผิดเพี้ยนไป
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าได้มาบังเกิดเป็นรูปกลายเลือดเนื้อ เป็นมนุษย์เหมือนเราๆๆทั้งหลาย แต่เนื้อหนังของพระองค์นั้นก็คือพลับพลาอันเป็นสถานที่ให้พระเจ้าประทับบยแผ่นดินโลก
องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในสภาพมนุษย์ฝ่ายเนื้อหนังถูกกำจัดสิทธิ์ อยู่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์เอง
ดังนั้นสง่าราศีของพระเจ้าจึงถูกปกปิดซ่อนไว้ในพลับพลานั่นเอง
การอธิษฐานบนภูเขาแห่งการเปลี่ยนรูปกายนั้น องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากเนื้อหนังของพระองค์ และพระองค์ได้ปรากฎสภาพพระกายในพระสง่าราศีออกมา มีเหล่าสาวกของพระองค์ได้เห็นประจักษ์ตาเป็นพยานให้กับพระเยซูคริสต์ในเวลาต่อมาที่เหล่าวิสุทธิชนได้ทราบปรากฎในพระกิติคุณต่อมานั่นเอง
ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ถูกปกปิดไว้ในสภาพมนุษย์หลังจากพระเยซูคริสต์อธิษฐานเสร็จแล้วลงมาจากภูเขา ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าพระสง่าราศีของพระองค์นั้นไม่ได้ส่องสว่างแก่บุคคลโดยทั่วไปแต่ส่องสว่างสำหรับผู้ที่เปิดใจยอมรับเชื่อพระองค์เท่านั้น จึงสามารถเห็นสง่าราศีฉายพระสิริออกมาให้เห็นดั่งเช่นผู้เชื่อในปัจจุบันนี้ที่ห่างไกลยุคสมัยของพระเยซูกว่าสองพันปัขึ้นไป
เพราะเหล่าผู้เชื่อพระเยซูคริสต์นั้นเชื่อและวางใจได้เห็นพระสิริพระสง่าราศีส่องเข้าไปในจิตใจของเขาแล้ว จึงทำให้เค้าดำเนินชีวิตในความเชื่อมั่นต่อพระองค์พึ่งพิงในพระคุณความช่วยให้รอด การไถ่ของพระองค์นี่คือการสำแดงพระสง่าราศีที่เหล่าผู้เชื่อวิสุทธิชนดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้

ก่อนจะมีการอธิษฐานในครั้งนี้พระเยซูคริสต์ได้มีการพยากรณ์ถึงตัวพระองค์เองไว้ว่าจะได้รับพระสง่าราศี
รวมถึงพระบิดาก็จะได้รับพระสง่าราศีด้วยเช่นกัน
ดังที่ปรากฎปรากฎในยอห์นบทที่12ข้อ23 และบทที่13ข้อ31ถึง32 ขอให้ย้อนกลับไปอ่านเพื่อทบทวน

​​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า เวลา​ที่​บุตร​แห่ง​มนุษย์​จะ​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​มา​ถึง​แล้ว
ยอห์นบทที่12ข้อ23


เมื่อ​ยูดา​สอ​อก​ไป​แล้ว ​พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ว่า “บัดนี้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์ และ​พระ​เจ้า​ทรง​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ด้วย
​ถ้า​พระ​เจ้า​ทรง​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​บุตร​แห่ง​มนุษย์ ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ให้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​พระ​องค์​ด้วย และ​จะ​ทรง​ให้​บุตร​แห่ง​มนุษย์​ได้​รับ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ใน​ทันที

ยอห์นบทที่13ข้อ31ถึง32
จากสองบทนี้เราจะเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุก
ล่วงหน้าเพราะพระองค์คือพระเจ้านั่นเองเป็นพระเจ้าผู้ครองคลุมสรรพสิ่ง
การตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ พระองค์ต้องผ่านการตายเพิ่อให้เปลือกกายภายนอกแห่งสภาพมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ของพระองค์แตกออกมาและได้ทำให้ได้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกเปิดเผยปลดปล่อยออกมามา
ทำให้อีกสองพันปีต่อมามีผู้รับความรอดเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้าไปทุกชาติทุกภาษาทุกมุมโลก เพราะพระเยซู
คือพระเจ้าพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าและพระองค์เองเป็นพระเจ้า เป็นพระวิญญาณผู้ประสาทชีวิตให้แก่เราร่วมประสานเป็นหนึ่ง ก่อกำเนิดมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ
ภายหลังการตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์
พระองค์ได้เป็นขึ้นมาใหม่หลังจากการถูกตรึงตายบนไม้กางเขนผ่านไปสามวัน
พระองค์ได้เป็นขึ้นเพื่อยกชูสภาพมนุษย์ของพระองค์
เพื่อเข้าสู่องค์ประกอบอันศักสิทธิ์ และให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์นั้นได้สำแดงออกมา จนทั่วทั้งตัวของพระองค์ซึ่งครอบคลุมทังสภาพมนุษย์ และสภาพพระเจ้าเพื่อให้ได้รับพระสง่าราศี ด้วยเหตุนี้เองพระบิดาของพระองค์ก็ได้รับพระสง่าราศีด้วยเช่นกันจากการยกชูและสำแดงออกมาซึ่งพระสิริพระสง่าราศีจากสภาพมนุษย์และสภาพพระเจ้าในตัวของพระเยซูคริสต์
ด้วยการสำแดงพระสง่าราศีเช่นนี้เอง พระเยซูจึงได้อธิษฐานเพื่อสิ่งนี้
เราทั้งหลายก็เช่นกันจำต้องทูลขออธิษฐานเพื่อให้พระสง่าราศีของพระเจ้าสำแดงผ่านตัวเรา
การอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับข้อลับลึกอันศักสิทธิ์นี้ได้สำเร็จในสามช่วงเวลาด้วยกัน
ในช่วงที่หนึ่งของการอธิษฐานนี้ได้สำเร็จในการเป็นขึ้นของพระองค์ ในตอนนั้นองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากสภาพมนุษย์ของพระองค์และได้เข้าไปอยู่ในผู้เชื่อมากมาย
ให้เราอ่านยอห์นบทที่12ข้อ23และ24
​​(พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​มา​ถึง​แล้ว
​เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ถ้า​เมล็ดข้าว​ไม่​ได้​ตกลง​ใน​ดิน และ​ตาย​ไป มัน​ก็​จะ​เป็น​เพียง​เมล็ด​เดียว​เท่านั้น แต่​ถ้า​มัน​ตาย มัน​ก็​จะ​บังเกิด​ผล​มากมาย

ข้อพระคำทั้งสองข้อบอกกับเราว่าเพราะการตายของพระเยซูได้ไถ่พวกเราให้ได้รับความรอดและเป็นเม็ดพันธ์เม็ดเดียวที่เกิดผลก่อกำเนิดผู้เชื่ออีกมากมายทั่วทุกมุมโลก)

และตัวของพระเยซูที่ครอบคลุมสภาพมนุษย์ชองพระองค์ก็ถูกนำเข้าสู่พระสง่าราศี (ลูกา24ข้อ26)
จึงทำให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาได้รับการสำแดงออกในการเป็นขึ้นและในการได้รับสง่าราศีของพระองค์
ในการเป็นขึ้นของพระเยซูคริสต์นั้น พระเจ้าได้ทรงตอบและได้สำเร็จพระประสงค์ในการอธิษฐานของพระองค์เอง
(กิจการบทที่3ข้อ13ถึง15)
ในช่วงที่สองของคำอธิษฐานก็ได้สำเร็จในคริสตจักร คือเมื่อชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ได้รับการสำแดงผ่านอวัยวะมากมายของพระองค์ พระองค์ก็ได้รับสง่าราศีในเขาเหล่านั้น และพระบิดาก็ได้รับสง่าราศีในพระองค์ผ่านทางคริสตจักรด้วย(เอเฟโซบทที่3ข้อ21 1ติโมเธียวบทที่3ข้อ15ถึง16)

ในช่วงที่สามของคำอธิษฐานนี้ จะสำเร็จสุดยอดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เพราะในเวลานั้น พระองค์จะได้รับการสำแดงอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในพระสง่าราศี และพระเจ้าก็จะได้รับพระสง่าราศีในพระองค์ผ่านเมืองบริสุทธิ์ตราบชั่วนิจนิรันดร์ (วิวรณ์บทที่21ข้อ11 บทที่23ข้อ24)
การอธิษฐานเช่นนี้ของพระเยซูคริสต์เป็นการสำแดงเป็นการชี้แจงถึงพระฐานันดรของพระเยซูคริสต์ ถึงสภาพมนุษย์และสภาพพระเจ้าของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์เจ้ากับองค์พระบิดาทรงมีพระสง่าราศีที่ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันนั่นเอง
คริสตจักรในวันนี้คือเราทั้งหลายที่เป็นวิสุทธิชน ที่เป็นกลุ่มชนที่ต้องสำแดงพระสง่าราศีของพระเจ้าให้เป็นพยานแก่มนุษย์ทั้งมวลเพื่อนำคนหลงผิดไปจากทางของพระองค์กลับสู่แผ่นดินอาณาจักรของพระเจ้า

บทความนี้เขียนเพื่อหนุนในพี่น้องทั้งหลายให้ยึดมั่นในความเชื่อพึ่งพึงพระเจ้าจนถึงที่สุด ขอพระเจ้าสถิตกับท่านสำแดงพระองค์ผ่านตัวท่าน.

(ด้วยความเชื่อการเขียนเรื่องนี้มาจากการป่วยทางร่างกายเนื้อหนังของตัวและได้อธิษฐานทูลขอการพึ่งพึงจากพระเจ้าผ่านพระคำของพระเจ้าในยอห์นบทที่17
พระเจ้าทรงพระชนย์อยู่จริงในอดีตปัจจุบันและนิรันดร์กาล)





วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ระบบปุโรหิตในพระคัมภีร์

ระบบปุโรหิตในพระคัมภีร์
ตามพระคัมภีร์
มีการปฎิบัติหลัก3ประการ
ในการแจกจ่ายอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
ได้แก่
1. ระบบปุโรหิต
2. การเป็นกษัตริย์
3. การเป็นผู้พยากรณ์

ระบบปุโรหิตเป็นการปฎิบัตินำหน้าของ3ประการนี้
นำให้การเป็นกษัตริย์และการเป็นผู้พยากรณ์ให้เข้าสู่ในการใช้งานอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

คำนิยามของปุโรหิต
มนุษย์ถูกกำหนดให้ต้อนรับพระเจ้
รับการเติมเต็ม
ซาบซ่าน
ซึมซาบด้วยพระเจ้า
และมีพระเจ้าไหลออกจากเขา
เพื่อเขาจะได้การเป็นการสำแดงอันมีชีวิตของพระเจ้า
นี่คือคำนิยามโดยย่อ

อาดามคือปุโรหิตคนแรก
ปุโรหิตเป็นผู้ถวายเครื่องบูชาแต่เพราะอาดามอยู่ในสวนเอเดนจึงไม่มีความบาป
จึงไม่จำเป็นต้องถวายเครื่องบูชาเพื่อความบาป
ก่อนการตกต่ำของอาดามเขาได้อยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าตลอดเวลา
หลังการทรงสร้างพระเจ้าไม่ได้ให้อาดามทำสิ่งใด
พระเจ้าวางอาดามไว้ต่อหน้าต้นไม้แห่งชีวิต
อาดามได้เติมเต็มด้วยพระเจ้า
ได้ซาบซ่านและซึมซับพระเจ้า
แต่ในที่สุดอาดามก็ตกต่ำไปจากพระเจ้า

ยิศฮาคเป็นมหาปุโรหิต
เพราะเขาดำเนินชีวิตในที่บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง

ชาวอิสราเอลทั้งปวงทุกคนล้วนเป็นปุโรหิต
ในช่วงเทศกาลปัศคาพวกเค้าได้ถวายแกะโดยไม่การช่วยเหลือจากปุโรหิต
เมื่อพวกเค้าไดรับการนำออกจากอายฆุบโตไปยังภูเขาซีนายพระเจ้าได้บอกพวกเขาว่า
พระองค์จะทำให้พวกเขาเป็ยอาณาจักรแห่งปุโรหิต

ระบบปุโรหิตแท้คือ
ทุกคนต้องอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์
เพื่อซาบซ่านพระองค์
เป็นการสำแดงออกแห่งกลุ่มชนของพระองค์

ระบบปุโรหิตสองแบบ(ฮร5:1-6,7:1-3)
แบบแรกเป็นแบอาโรน
แบบที่สองเป็นแบบมัคคีเซเด็ด

ปุโรหิตแบบอาโรนเป็นบางสิ่งของมนุษย์ ซึ่งนำความต้องการของมนุษย์ไปยังพระเจ้า
เนื่องจากปุโรหิตเหล่านี้ได้ถูกเลือกจากท่ามกลางมนุษย์

ปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ดเป็นผู้ที่มาจากพระเจ้ามายังมุนษย์ ซึ่งจะมาแจกจ่ายบางสิ่งของพระเจ้าแก่มนุษย์

หมายถึงมีปุโรหิตสองทิศทาง
หรือเป็นการจราจรสองทาง
ในสองแบบของระบบปุโรหิต

แบบแรกเป็นทิศทางจากมนุษย์ไปสู่พระเจ้า
แบบที่สองคือจากพระเจ้าไปสู่มนุษย์

แต่พระเยซูคริสต์ผูเป็นมหาปุโรหิตของเรามีสองแบบพร้อมด้วยสองทิศทาง(ทูเวร์)

เอ็กโซโด28:12,29 กล่าวถึงปุโรหิตแบบอาโรนที่ได้แบกชื่อพลไพร่ของพระเจ้าไปสู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าเป็นการระลึกอย่างหนึ่ง
เยเนซิศ14:18-20กล่าวถึงปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ดผู้มาจากพระเจ้าพร้อมด้วยขนมปังและเหล้าองุ่น เรื่องนี้เป็นที่น่าสนใจต่อเราอย่างยิ่ง เพราะเขาได้อวยพรอับราฮามด้วยสองสิ่งนี้
ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับเราทั้งหลายที่้ในการรำลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าในวันนี้

ใน1เปโตรบททึ่2เราจะพบกับระบบปุโรหิตสองแบบนี้
ในข้อ5 เป็นปุโรหิตแบบอาโรน
ในข้อ9 เป็นปุโรหิตแบบมัลคีเซเด็ด

ระบบปุโรหิตเป็นทั้งธาตุแท้มนุษย์และธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
ซึ่งหมายถึงธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์ผสมกลมกลืนกันกับธาตุแท้ของมนุษย์
ปุโรหิตผู้หนึ่งจะต้องเป็นคนที่ผสมกลมกลืนกับพระเจ้าอย่างสมบูรณ์
นี่คือกิ่งนี่คือวิสัยของปุโรหิตที่จะต้องมีความบริสุทธิ์ เพื่อการอยู่ในระบบปุโรหิต
เราจำต้องมีการแบ่งแยกบริสุทธิ์และจากสิ่งสามัญทุกอย่าง
มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถเป็นปุโรหิตได้เลย
เช่นคำพูดต้องไม่พูดเหมือนชาวโลก คำสนทนาของเราต้องแบ่งแยกออกจากสิ่งธรรมดาทั่วไป
ความคิด และทัศนะคติความเห็นของเราต้องแบ่งแยก ต้องไม่เป็นแบบทั่วๆๆไป
ถ้าเราไม่แบ่งแยกจากสิ่งธรรมดาทั่วไปจากฝ่ายโลกแล้ว เราก็จะเป็นผู้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในระบบปุโรหิต
แม้แต่วิธีการใช้เงินก็จำต้องแบ่งแยกวิธีการใช้เงินของเราจำต้องใช้อย่างแบ่งแยกบริสุทธิ์
ปุโรหิตจะต้องแบ่งแยกออกมาจากหนทางที่เขาใช้จ่ายเงินทอง ด้วยการแบ่งแยกบริสุทธิ์
บ้านที่อยู่อาศัยและการแต่งตัวก็จำต้องแบ่งแยกบริสุทธิ์
เมื่อเป็นผู้ที่อยู่ในระบบปุโรหิตเราจำต้องเข้าเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสม่ำเสมอพร้อมด้วยนำความต้องการของเรา และความต้องการของผู้อื่น
ไปเฝ้าอธิษฐานทูลต่อพระเจ้าตามเฮ็ยรายบทที่5
การสัมผัสองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์เราต้องแบ่งแยกบริสุทธิ์.
ไม่ให้มีสิ่งสามัญมาขัดขวางการสามัคคีธรรมของเรากับองค์พระผู้เป็นเจ้า

จงทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย

จงทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย

คนที่เป็นผู้ทาสของพระเจ้ามีท่าทีพื้นฐานอย่างหนึ่งคือต้องการทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย
ฆาละเดีย1:10เปาโลกล่าวว่า หรือว่าข้าพเจ้ากำลังพยายามทำให้มนุษย์พอใจ  ถ้าข้าพเจ้าทำใหมนุษย์พอใจ ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ทาสของพระคริสต์แล้ว
พระคัมภีร์บอกกับเราว่าทุกคนที่พระเจ้าก็ล้วนเป็นผู้ทาสของพระเจ้า.  และทุกคนที่เป็นบุตรของพระเจ้าล้วนเป็นผู้ทาสของพระเจ้า

1. สัตยซื่อต่อหลักความจริง
2. มีชีวิตอยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
3. รักสง่าราศีของพระเจ้ามากกว่าราศีของมนุษย์
4. ยอมเสียสละตัวเองแต่ไม่ยอมเสียสละต่อหลักความจริงต้องยอมจ่ายราคาหลักความจริงอนุญาตใหซื้อได้เท่านั้นแต่ไมอนุญาตให้ขายขณะเดียวกันก็ไม่อนุญาตให้แก้ไขด้วย
5. ไม้กางเขนทำให้ตัวเราแตกหักบนตัวของเราทำใหเราไม่กลัวความละอายต่อไป
เราจึงต้องลงมาจากบัลลังค์ของตัวเอง. และถูกช่วยให้ออกมาจากสง่าราศีของมนุษย์

บ่อยครั้งและหลายครั้งเรายึดติดในตัวตนของเราเองมากไม่ได้อยู่ในวิญญาณ
ยิ่งถ้ามีฐานะตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆๆ
มาประชุมผสมผสานกับสมาชิกมักหลงลืมตัวเอามาใช้กับพี่น้องติดในสง่าราศีของตัวเอง
ดังนัันเราไม่ควรยิดติดตำแหน่งของเรามาใช้กับพี่น้องและคนทั่วไปที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า