เอเมน หรือ อาเมน หมายถึงอะไร
อาเมนหรือเอเมน เป็นคำศัพท์ที่มาจากภาษาฮีบรู มีความหมายคือ
ความแน่นอน ความหนักแหน่นมั่นคง ความน่าไว้วางใจ ความจริง ความซื่อสัตย์
คนอิสราเอลพูดคำนี้เมื่อต้องการยืนยันหรือสนับสนุนคำพูดของคนอื่น
เช่น คำสาบาน คำอวยพร คำเผยพระวจนะ
ชาวยิวในสมัยพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ จะใช้คำนี้เพื่อเป็นการตอบสนองและยืนยันทั้งคำอธิษฐาน การสามัคคีธรรม การอ่านพระคำของพระเจ้า
พระเยซูคริสต์มักใช้คำนี้เมื่อเริ่มต้นสั่งสอน คือคำกรีกที่เรียกว่า อาเมน อาเมน เลโก ลูนิน แปลว่า เราบอกควาามจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า
คำว่าอาเมนยังใช้กล่าวถึงพระลักษณะของพระเยซูคริสต์ว่า ทรงเป็นพระอาเมน มีความหมายว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ซื่อสัตย์ น่าไว้วางใจ และเป็นพระเจ้าแห่งความสัตย์จริง
วว. 3:14 “จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเลาดีเซียว่า ‘พระองค์ผู้เป็นพระอาเมน ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์และสัตย์จริง และทรงเป็นต้นกำเนิดของสิ่งสารพัดที่พระเจ้าทรงสร้างนั้น ตรัสดังนี้ว่า
ในฐานะที่เป็นมนุษ์ตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเลี้ยงดูมาตลอดเวลาช่วงชีวิตต่อแต่นี้ไป 24ชั่วโมงคือการรับใช้พระเจ้าในทุกๆๆด้าน ขอพระเจ้าทรงนำพาหนทางให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดเอเมน
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
มนุษย์คนแรกของโลกคืออาดัม
มนุษย์คนแรกของโลกคืออาดัม
คำว่ามนุษย์ แปลตรงตัวว่า อาดัม เป็นมนุษย์คนแรกของโลก ผู้คนทั่วโลกสืบเชื้อสายมาจากอาดัม
ปฐก. 1:26 แล้วพระเจ้าตรัสว่า “ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาของเรา ตามอย่างของเรา ให้ครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในท้องฟ้าและฝูงสัตว์ใช้งาน ให้ปกครองแผ่นดินโลกทั้งหมด และสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดินทั้งหมด”
ปฐก. 1:27 พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง
ปฐก. 1:28 พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขา ตรัสกับพวกเขาว่า “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองฝูงปลาในทะเล และฝูงนกในท้องฟ้า กับสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินทั้งหมด”
คำว่ามนุษย์ แปลตรงตัวว่า อาดัม เป็นมนุษย์คนแรกของโลก ผู้คนทั่วโลกสืบเชื้อสายมาจากอาดัม
ปฐก. 1:26 แล้วพระเจ้าตรัสว่า “ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาของเรา ตามอย่างของเรา ให้ครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในท้องฟ้าและฝูงสัตว์ใช้งาน ให้ปกครองแผ่นดินโลกทั้งหมด และสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดินทั้งหมด”
ปฐก. 1:27 พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง
ปฐก. 1:28 พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขา ตรัสกับพวกเขาว่า “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองฝูงปลาในทะเล และฝูงนกในท้องฟ้า กับสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินทั้งหมด”
พระคุณพระโลหิตของพระเจ้าประเสริฐที่สุด
พระคุณของพระโลหิตของพระเจ้านั้นประเสริฐที่สุด
1ปต. 1:18 พวกท่านรู้ว่าพวกท่านได้รับการไถ่ออกจากการดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษของพวกท่าน ไม่ใช่ไถ่ด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายได้เช่นเงินหรือทอง
1ปต. 1:19 แต่ด้วยพระโลหิตล้ำค่าของพระคริสต์ ดังเลือดลูกแกะที่ไร้ตำหนิและไร้จุดด่างพร้อย
สำหรับพี่น้องที่รับเชื่อใหม่ มักจะเกิดความยากลำบากใจเป็นอย่างมาก
เพราะก่อนการที่พี่น้องรับเชื่อพระเจ้านั้นจะไม่เคยมีความลำบากใจจากจิตที่วินินจฉัยผิดชอบชั่วดี
จนมาถึงวันที่รู้หลักความจริงจากพระคำของพระเจ้าที่ได้เริ่มปลุกจิตของพี่น้องให้ตื่นขึ้นมาใหม่
เพราะเมื่อก่อนนั้นจิตวินิจฉัยผิดชอบชั่วดีของพี่น้องทั้งหลายได้ตายเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้เองจิตวินิจฉัยผิดและชอบที่มีต่อพระเจ้านั้นจะไม่เกิดขึ้นเลยสำหรับคนที่ยังไม่ได้กลับใจใหม่รับเชื่อในพระเยซูคริสต์
จวบจนเมื่อเวลาผ่านมาถึงวันนี้หนึ่งพี่น้องทั้งหลายได้รับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้ว เมื่อนั้นจิตวินิจฉัยผิดชอบก็ได้รับการถูกปลุกให้ขึ้นมาใหม่นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้จึงอาจเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้องที่มีความรู้สึกต่อจิตวินิจฉัยผิดและชอบจนทำให้เกิดความกลัวต่อการกระทำบางสิ่งบางอย่างจนเกิดความหวาดกลัว และอาจเป็นสาเหตุให้พี่น้องไม่มีพละกำลังที่จะก้าวเดินต่อไปและมองไม่เห็นพระคุณที่แท้จริงของพระโลหิตนั้นก็เป็นไปได้
จนทำให้พี่น้องตกอยู่ในสภาพการณ์อย่างหนึ่งที่เห็นว่าความบาปทั้งหมดของพี่น้องมีความบาปอย่างมากมายหนาแน่น กว่าพระคุณของพระโลหิตพระเยซูคริสต์เสียอีก
เพราะความผิดบาปที่ติดตัวมาจากมนุษย์เก่าคนบาปที่ตกต่ำมานั้น อาจก่อความลำบากใจแก่พี่น้องทั้งหลายอยู่บ่อยครั้งทีเดียว
ความลำบากต่อใจที่มีต่อจิตที่วินินจฉัยผิดชอบมาจากความพยายามของพี่น้องที่จะทดสอบต่อความรู้สึกถึงพระคุณของพระโลหิตนั่นเอง และมีการทัศนะต่อพระคุณพระโลหิตตามความคิดเห็นของตัวพี่น้องเองทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องจะกระทำด้วยความรู้สึกธรรมชาติตัวตนความสามารถรักชอบของตัวเองไม่ได้เลย
พี่น้องต้องจำไว้ว่าพระคุณของพระโลหิตมีไว้สำหรับพระเจ้า ไม่ได้มีไว้สำหรับความรู้สึกของพี่น้องทั้งหลาย
ด้วยเหตุนี้พี่น้องต้องนอบน้อมต่อพระคุณของพระโลหิตที่มาจากพระเจ้าด้วยความเชื่ออย่างแท้จริง
หากพี่น้องใช้ความพยายามของตัวเอง ก็เท่ากับว่ายังคงตกค้างอยู่ในความมืดความรู้สึกของตัวเองที่จะมองเห็นพระคุณของพระโลหิตของพระเจ้าได้ เรื่องเช่นนี้ขึ้นอยู่กับตัวพี่น้องเองที่จะมีความเชื่อในพระคำของพระเจ้านั่นเอง
ด้วยเหตุนี้พี่น้องจำต้องเชื่อว่าสำหรับพระเจ้าแล้ว พระคุณของพระโลหิตนั้นประเสริฐที่สุด เอเมน
1ปต. 1:18 พวกท่านรู้ว่าพวกท่านได้รับการไถ่ออกจากการดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษของพวกท่าน ไม่ใช่ไถ่ด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายได้เช่นเงินหรือทอง
1ปต. 1:19 แต่ด้วยพระโลหิตล้ำค่าของพระคริสต์ ดังเลือดลูกแกะที่ไร้ตำหนิและไร้จุดด่างพร้อย
สำหรับพี่น้องที่รับเชื่อใหม่ มักจะเกิดความยากลำบากใจเป็นอย่างมาก
เพราะก่อนการที่พี่น้องรับเชื่อพระเจ้านั้นจะไม่เคยมีความลำบากใจจากจิตที่วินินจฉัยผิดชอบชั่วดี
จนมาถึงวันที่รู้หลักความจริงจากพระคำของพระเจ้าที่ได้เริ่มปลุกจิตของพี่น้องให้ตื่นขึ้นมาใหม่
เพราะเมื่อก่อนนั้นจิตวินิจฉัยผิดชอบชั่วดีของพี่น้องทั้งหลายได้ตายเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้เองจิตวินิจฉัยผิดและชอบที่มีต่อพระเจ้านั้นจะไม่เกิดขึ้นเลยสำหรับคนที่ยังไม่ได้กลับใจใหม่รับเชื่อในพระเยซูคริสต์
จวบจนเมื่อเวลาผ่านมาถึงวันนี้หนึ่งพี่น้องทั้งหลายได้รับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้ว เมื่อนั้นจิตวินิจฉัยผิดชอบก็ได้รับการถูกปลุกให้ขึ้นมาใหม่นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้จึงอาจเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้องที่มีความรู้สึกต่อจิตวินิจฉัยผิดและชอบจนทำให้เกิดความกลัวต่อการกระทำบางสิ่งบางอย่างจนเกิดความหวาดกลัว และอาจเป็นสาเหตุให้พี่น้องไม่มีพละกำลังที่จะก้าวเดินต่อไปและมองไม่เห็นพระคุณที่แท้จริงของพระโลหิตนั้นก็เป็นไปได้
จนทำให้พี่น้องตกอยู่ในสภาพการณ์อย่างหนึ่งที่เห็นว่าความบาปทั้งหมดของพี่น้องมีความบาปอย่างมากมายหนาแน่น กว่าพระคุณของพระโลหิตพระเยซูคริสต์เสียอีก
เพราะความผิดบาปที่ติดตัวมาจากมนุษย์เก่าคนบาปที่ตกต่ำมานั้น อาจก่อความลำบากใจแก่พี่น้องทั้งหลายอยู่บ่อยครั้งทีเดียว
ความลำบากต่อใจที่มีต่อจิตที่วินินจฉัยผิดชอบมาจากความพยายามของพี่น้องที่จะทดสอบต่อความรู้สึกถึงพระคุณของพระโลหิตนั่นเอง และมีการทัศนะต่อพระคุณพระโลหิตตามความคิดเห็นของตัวพี่น้องเองทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องจะกระทำด้วยความรู้สึกธรรมชาติตัวตนความสามารถรักชอบของตัวเองไม่ได้เลย
พี่น้องต้องจำไว้ว่าพระคุณของพระโลหิตมีไว้สำหรับพระเจ้า ไม่ได้มีไว้สำหรับความรู้สึกของพี่น้องทั้งหลาย
ด้วยเหตุนี้พี่น้องต้องนอบน้อมต่อพระคุณของพระโลหิตที่มาจากพระเจ้าด้วยความเชื่ออย่างแท้จริง
หากพี่น้องใช้ความพยายามของตัวเอง ก็เท่ากับว่ายังคงตกค้างอยู่ในความมืดความรู้สึกของตัวเองที่จะมองเห็นพระคุณของพระโลหิตของพระเจ้าได้ เรื่องเช่นนี้ขึ้นอยู่กับตัวพี่น้องเองที่จะมีความเชื่อในพระคำของพระเจ้านั่นเอง
ด้วยเหตุนี้พี่น้องจำต้องเชื่อว่าสำหรับพระเจ้าแล้ว พระคุณของพระโลหิตนั้นประเสริฐที่สุด เอเมน
วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ความเชื่อทำให้เป็นอยู่ในพระคริสต์อย่างแท้จริง
ความเชื่อทำให้เป็นอยู่ในพระคริสต์อย่างแท้จริง
กท. 3:27 เพราะว่าพวกท่านทุกคนที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระคริสต์แล้ว ก็ได้สวมชีวิตของพระคริสต์ด้วย
กท. 3:28 จะไม่เป็นยิวหรือกรีก จะไม่เป็นทาสหรือไท จะไม่เป็นชายหรือหญิง เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระเยซูคริสต์
กท. 3:29 และถ้าท่านทั้งหลายเป็นของพระคริสต์แล้ว ท่านก็เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม คือเป็นทายาทตามพระสัญญา
การเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเรียกทำให้พี่น้องมีส่วนในการเป็นคนของพระเยซูคริสต์
สิ่งนี้เรียกร้องให้พี่น้องอย่าพึ่งในความสามารถความตั้งใจของตัวพี่น้องเองในการที่จะทำสิ่งต่างๆๆเพื่อถวายพระเจ้า
ไม่ว่าจะเป็นความขยันหรือความสามารถของตัวพี่น้องสิ่งเหล่านี้จะทำให้พี่น้องสูญเสียการเป็นคนของพระเยซูคริสต์
พี่น้องทั้งหลายจำต้องปฎิเสธสิ่งที่พี่น้องมีอยู่และการเป็นอยู่ทั้งความสามารถความตั้งใจของตัวพี่น้องเอง
พี่น้องต้องหันมาพึ่งในความเชื่อของพระเจ้าอย่างแท้จริงเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า
พี่น้องจำเป็นต้องละทิ้งชีวิตธรรมชาติของตัวพี่น้องเอง หากไม่ทำเช่นนี้แล้วพี่น้องจะไม่มีวันได้รับสุขจากพระเยซูคริสต์ได้เลย
เมื่อกำลังความสามารถธรรมชาติของพี่น้องใช้จนหมดสิ้นแล้ว เมื่อนั้นคำสัญญาของพระเจ้าก็จะมาถึงพี่น้องทุกคน
การที่พี่น้องได้สิ้นสุดความพยายามความสามารถ และความตั้งใจในด้านต่างๆๆของตัวพี่น้องเอง
พี่น้องก็จะได้พระพรจากพระเจ้าตามพระสัญญาของพระองค์
พระพรในที่นี้ก็คือองค์พระเยซูคริสต์ที่พระเจ้าได้ทรงพระราชทานมาให้แก่พี่น้องทั้งหลาย
เมื่อพี่น้องทั้งหลายได้รับบัพติสมาก็ได้เข้าสนิทในพระเยซูคริสต์แล้วอย่างเที่ยงแท้
วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านเป็นคนขององค์พระเยซูคริสต์แล้ว ได้รับพระองค์เป็นมรดกนิรันดร์ของพี่น้องอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้พี่น้องทั้งหลายก็ได้ร่วมอยู่ในวงศ์ตละกูลของอับราฮัมแล้ว
อับราฮัมเป็นตละกูลที่พระเจ้าทรงเรียกออกมาด้วยความเชื่อ
ดังนั้นตละกู,วงศ์วานของอับราฮัมจึงเป็นผู้ที่ได้รับมรดกนิรันดร์ตามพระสัญญาของพระเจ้าแล้ว
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายเชื่อพระเจ้าก็ได้ร่วมอยู่ในตละกูลแห่งความเชื่อตละกูลแห่งพระสัญญาตละกูลแห่งพระพรนิรันดร์ ตละกูลนี้ทำให้ได้รอดอย่างเที่ยงมีชีวิตนิรันดร์ชั่วนิจนิรันดร์ เอเมน.
กท. 3:27 เพราะว่าพวกท่านทุกคนที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระคริสต์แล้ว ก็ได้สวมชีวิตของพระคริสต์ด้วย
กท. 3:28 จะไม่เป็นยิวหรือกรีก จะไม่เป็นทาสหรือไท จะไม่เป็นชายหรือหญิง เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระเยซูคริสต์
กท. 3:29 และถ้าท่านทั้งหลายเป็นของพระคริสต์แล้ว ท่านก็เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม คือเป็นทายาทตามพระสัญญา
การเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเรียกทำให้พี่น้องมีส่วนในการเป็นคนของพระเยซูคริสต์
สิ่งนี้เรียกร้องให้พี่น้องอย่าพึ่งในความสามารถความตั้งใจของตัวพี่น้องเองในการที่จะทำสิ่งต่างๆๆเพื่อถวายพระเจ้า
ไม่ว่าจะเป็นความขยันหรือความสามารถของตัวพี่น้องสิ่งเหล่านี้จะทำให้พี่น้องสูญเสียการเป็นคนของพระเยซูคริสต์
พี่น้องทั้งหลายจำต้องปฎิเสธสิ่งที่พี่น้องมีอยู่และการเป็นอยู่ทั้งความสามารถความตั้งใจของตัวพี่น้องเอง
พี่น้องต้องหันมาพึ่งในความเชื่อของพระเจ้าอย่างแท้จริงเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า
พี่น้องจำเป็นต้องละทิ้งชีวิตธรรมชาติของตัวพี่น้องเอง หากไม่ทำเช่นนี้แล้วพี่น้องจะไม่มีวันได้รับสุขจากพระเยซูคริสต์ได้เลย
เมื่อกำลังความสามารถธรรมชาติของพี่น้องใช้จนหมดสิ้นแล้ว เมื่อนั้นคำสัญญาของพระเจ้าก็จะมาถึงพี่น้องทุกคน
การที่พี่น้องได้สิ้นสุดความพยายามความสามารถ และความตั้งใจในด้านต่างๆๆของตัวพี่น้องเอง
พี่น้องก็จะได้พระพรจากพระเจ้าตามพระสัญญาของพระองค์
พระพรในที่นี้ก็คือองค์พระเยซูคริสต์ที่พระเจ้าได้ทรงพระราชทานมาให้แก่พี่น้องทั้งหลาย
เมื่อพี่น้องทั้งหลายได้รับบัพติสมาก็ได้เข้าสนิทในพระเยซูคริสต์แล้วอย่างเที่ยงแท้
วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านเป็นคนขององค์พระเยซูคริสต์แล้ว ได้รับพระองค์เป็นมรดกนิรันดร์ของพี่น้องอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้พี่น้องทั้งหลายก็ได้ร่วมอยู่ในวงศ์ตละกูลของอับราฮัมแล้ว
อับราฮัมเป็นตละกูลที่พระเจ้าทรงเรียกออกมาด้วยความเชื่อ
ดังนั้นตละกู,วงศ์วานของอับราฮัมจึงเป็นผู้ที่ได้รับมรดกนิรันดร์ตามพระสัญญาของพระเจ้าแล้ว
ขอบคุณพระเจ้าพี่น้องทั้งหลายเชื่อพระเจ้าก็ได้ร่วมอยู่ในตละกูลแห่งความเชื่อตละกูลแห่งพระสัญญาตละกูลแห่งพระพรนิรันดร์ ตละกูลนี้ทำให้ได้รอดอย่างเที่ยงมีชีวิตนิรันดร์ชั่วนิจนิรันดร์ เอเมน.
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ความหมายของสีขาวในหนังสือวิวรณ์
ความหมายของสีขาวในหนังสือวิวรณ์
คือหมายถึงโลกของพระเจ้า การฟื้นคืนชีพ เกียรติยศ
เศียรและเกศาของบุตรแห่งมนุษย์
วว. 1:14 พระเศียรและพระเกศาของพระองค์ขาวเหมือนอย่างขนแกะ และขาวเหมือนอย่างหิมะ พระเนตรของพระองค์เหมือนอย่างเปลวไฟ
หินขาวรางวัลของผู้ชนะ
วว. 2:17 ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย เราจะให้มานาที่ซ่อนอยู่แก่คนที่ชนะ และจะให้หินขาวแก่เขาด้วย และบนหินนั้นจะมีชื่อใหม่จารึกไว้ซึ่งไม่มีใครรู้เลยนอกจากผู้ที่ได้รับ” ’
เป็นอาภรณ์ขาวของผู้ที่ซื่อสัตย์
วว. 3:4 แต่เจ้าก็ยังมีสองสามคนในเมืองซาร์ดิสที่ไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าของตนเป็นมลทิน และพวกเขาจะดำเนินไปกับเราในชุดสีขาว เพราะว่าเขาเป็นคนที่คู่ควร
วว. 3:5 เช่นเดียวกัน คนที่ชนะก็จะสวมเสื้อสีขาว และเราจะไม่ลบชื่อของเขาออกจากหนังสือแห่งชีวิต เราจะรับรองชื่อของเขาเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเรา และต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์
วว. 3:18 เราแนะนำเจ้าให้ซื้อทองคำที่หลอมด้วยไฟจากเรา เพื่อเจ้าจะได้มั่งมี และให้ซื้อเสื้อผ้าสีขาว เพื่อจะได้สวมให้พ้นจากความอับอายที่ต้องเปลือยกาย และซื้อยาหยอดตาของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้เห็น
วว. 6:11 แล้วพระองค์ประทานเสื้อคลุมสีขาวแก่พวกเขาแต่ละคน และทรงบอกให้พักต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง จนกว่าผู้ร่วมรับใช้และพี่น้องของเขาจะถูกฆ่าเหมือนอย่างพวกเขาครบจำนวน
วว. 7:9 หลังจากนั้นมา ข้าพเจ้าเห็น และนี่แน่ะ มหาชนที่ไม่มีใครนับจำนวนได้ ที่มาจากทุกประชาชาติ ทุกเผ่า ทุกชนชาติและทุกภาษา ยืนอยู่หน้าพระที่นั่งและเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก พวกเขาสวมเสื้อผ้าสีขาว และถือใบตาลอยู่ในมือ
วว. 7:13 แล้วคนหนึ่งในพวกผู้อาวุโสนั้นถามข้าพเจ้าว่า “คนที่สวมเสื้อผ้าสีขาวเหล่านี้คือใคร? และมาจากไหน?”
วว. 14:14 และข้าพเจ้าเห็น นี่แน่ะ มีเมฆสีขาว และผู้หนึ่งประทับอยู่บนเมฆนั้นเหมือนบุตรมนุษย์ มีมงกุฎทองคำอยู่บนพระเศียร และมีเคียวอันคมกริบอยู่ในพระหัตถ์
วว. 19:14 กองทัพทั้งหลายในสวรรค์นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด ขี่ม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป
ผู้อาวุโสทั้ง24คนสวมอาภรณ์สีขาว
วว. 4:4 และรอบพระที่นั่งนั้นมีบัลลังก์อีกยี่สิบสี่บัลลังก์ มีผู้อาวุโสยี่สิบสี่คนนั่งอยู่บนบัลลังก์เหล่านั้น ทุกคนสวมเสื้อผ้าสีขาวและสวมมงกุฎทองคำบนศีรษะของพวกเขา
ม้าขาว
วว. 6:2 ข้าพเจ้าก็เห็น และนี่แน่ะ ม้าสีขาวตัวหนึ่งออกมา ผู้ที่ขี่ม้าตัวนั้นถือธนู และได้รับมอบมงกุฎ แล้วท่านก็ออกไปอย่างมีชัย และเพื่อจะได้ชัยชนะ
วว. 19:1 หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้ยินเสียงเหมือนกับเสียงของมหาชนที่ดังสนั่นอยู่ในสวรรค์ กล่าวว่า “ฮาเลลูยา ความรอด พระสิริ และฤทธานุภาพเป็นของพระเจ้าของเรา
ม้าขาวของกองทัพสวรค์
วว. 19:14 กองทัพทั้งหลายในสวรรค์นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด ขี่ม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป
เมฆขาวที่ประทับของบุตรมนุษย์
วว. 14:14 และข้าพเจ้าเห็น นี่แน่ะ มีเมฆสีขาว และผู้หนึ่งประทับอยู่บนเมฆนั้นเหมือนบุตรมนุษย์ มีมงกุฎทองคำอยู่บนพระเศียร และมีเคียวอันคมกริบอยู่ในพระหัตถ์
พระบัลลังค์สีขาวของพระเจ้า
วว. 20:11 แล้วข้าพเจ้าเห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาวและเห็นพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น แผ่นดินโลกและฟ้าสวรรค์ก็หายไปจากพระพักตร์ของพระองค์ และไม่มีใครพบเห็นที่อยู่ของพวกมันอีกเลย
คือหมายถึงโลกของพระเจ้า การฟื้นคืนชีพ เกียรติยศ
เศียรและเกศาของบุตรแห่งมนุษย์
วว. 1:14 พระเศียรและพระเกศาของพระองค์ขาวเหมือนอย่างขนแกะ และขาวเหมือนอย่างหิมะ พระเนตรของพระองค์เหมือนอย่างเปลวไฟ
หินขาวรางวัลของผู้ชนะ
วว. 2:17 ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย เราจะให้มานาที่ซ่อนอยู่แก่คนที่ชนะ และจะให้หินขาวแก่เขาด้วย และบนหินนั้นจะมีชื่อใหม่จารึกไว้ซึ่งไม่มีใครรู้เลยนอกจากผู้ที่ได้รับ” ’
เป็นอาภรณ์ขาวของผู้ที่ซื่อสัตย์
วว. 3:4 แต่เจ้าก็ยังมีสองสามคนในเมืองซาร์ดิสที่ไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าของตนเป็นมลทิน และพวกเขาจะดำเนินไปกับเราในชุดสีขาว เพราะว่าเขาเป็นคนที่คู่ควร
วว. 3:5 เช่นเดียวกัน คนที่ชนะก็จะสวมเสื้อสีขาว และเราจะไม่ลบชื่อของเขาออกจากหนังสือแห่งชีวิต เราจะรับรองชื่อของเขาเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเรา และต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์
วว. 3:18 เราแนะนำเจ้าให้ซื้อทองคำที่หลอมด้วยไฟจากเรา เพื่อเจ้าจะได้มั่งมี และให้ซื้อเสื้อผ้าสีขาว เพื่อจะได้สวมให้พ้นจากความอับอายที่ต้องเปลือยกาย และซื้อยาหยอดตาของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้เห็น
วว. 6:11 แล้วพระองค์ประทานเสื้อคลุมสีขาวแก่พวกเขาแต่ละคน และทรงบอกให้พักต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง จนกว่าผู้ร่วมรับใช้และพี่น้องของเขาจะถูกฆ่าเหมือนอย่างพวกเขาครบจำนวน
วว. 7:9 หลังจากนั้นมา ข้าพเจ้าเห็น และนี่แน่ะ มหาชนที่ไม่มีใครนับจำนวนได้ ที่มาจากทุกประชาชาติ ทุกเผ่า ทุกชนชาติและทุกภาษา ยืนอยู่หน้าพระที่นั่งและเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก พวกเขาสวมเสื้อผ้าสีขาว และถือใบตาลอยู่ในมือ
วว. 7:13 แล้วคนหนึ่งในพวกผู้อาวุโสนั้นถามข้าพเจ้าว่า “คนที่สวมเสื้อผ้าสีขาวเหล่านี้คือใคร? และมาจากไหน?”
วว. 14:14 และข้าพเจ้าเห็น นี่แน่ะ มีเมฆสีขาว และผู้หนึ่งประทับอยู่บนเมฆนั้นเหมือนบุตรมนุษย์ มีมงกุฎทองคำอยู่บนพระเศียร และมีเคียวอันคมกริบอยู่ในพระหัตถ์
วว. 19:14 กองทัพทั้งหลายในสวรรค์นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด ขี่ม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป
ผู้อาวุโสทั้ง24คนสวมอาภรณ์สีขาว
วว. 4:4 และรอบพระที่นั่งนั้นมีบัลลังก์อีกยี่สิบสี่บัลลังก์ มีผู้อาวุโสยี่สิบสี่คนนั่งอยู่บนบัลลังก์เหล่านั้น ทุกคนสวมเสื้อผ้าสีขาวและสวมมงกุฎทองคำบนศีรษะของพวกเขา
ม้าขาว
วว. 6:2 ข้าพเจ้าก็เห็น และนี่แน่ะ ม้าสีขาวตัวหนึ่งออกมา ผู้ที่ขี่ม้าตัวนั้นถือธนู และได้รับมอบมงกุฎ แล้วท่านก็ออกไปอย่างมีชัย และเพื่อจะได้ชัยชนะ
วว. 19:1 หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้ยินเสียงเหมือนกับเสียงของมหาชนที่ดังสนั่นอยู่ในสวรรค์ กล่าวว่า “ฮาเลลูยา ความรอด พระสิริ และฤทธานุภาพเป็นของพระเจ้าของเรา
ม้าขาวของกองทัพสวรค์
วว. 19:14 กองทัพทั้งหลายในสวรรค์นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด ขี่ม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป
เมฆขาวที่ประทับของบุตรมนุษย์
วว. 14:14 และข้าพเจ้าเห็น นี่แน่ะ มีเมฆสีขาว และผู้หนึ่งประทับอยู่บนเมฆนั้นเหมือนบุตรมนุษย์ มีมงกุฎทองคำอยู่บนพระเศียร และมีเคียวอันคมกริบอยู่ในพระหัตถ์
พระบัลลังค์สีขาวของพระเจ้า
วว. 20:11 แล้วข้าพเจ้าเห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาวและเห็นพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น แผ่นดินโลกและฟ้าสวรรค์ก็หายไปจากพระพักตร์ของพระองค์ และไม่มีใครพบเห็นที่อยู่ของพวกมันอีกเลย
บทเรียนแห่งความเชื่อ
บทเรียนแห่งความเชื่อ
ปฐก. 17:18 และอับราฮัมทูลพระเจ้าว่า “โอ ขอให้อิชมาเอลมีชีวิตอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์”
ปฐก. 17:19 พระเจ้าตรัสว่า “ที่แน่นั้น คือซาราห์ภรรยาของเจ้าจะคลอดบุตรชายคนหนึ่งให้เจ้า และเจ้าจงตั้งชื่อเขาว่า อิสอัคเราจะสถาปนาพันธสัญญาของเราไว้กับเขา เป็นพันธสัญญานิรันดร์แก่เชื้อสายของเขาซึ่งจะตามเขามา
อับราฮัมมีความคิดที่จะพึ่งในความสามารถของตัวเอง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นเรื่องความเชื่อพระเจ้าอย่างแท้จริง ในทุกวันนี้แม้แต่ตัวพี่น้องทั้งหลายเองก็ตามก็มักมีความคิดที่จะพึ่งในความสามารถของตัวเอง
แต่พระเจ้าไม่ต้องการกำลังความสามรถของมนุษย์เลย
นี่เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่พี่น้องทั้งหลายในพระคริสต์ต้องฝึกฝนการอยู่ในวิญญาณพึ่งพิงในการเป็นอยู่ซึ่งมาจากความเชื่อศรัทธาในพระเยซูคริสต์เท่านั้น
การฝีกฝนจนสำเร็จนั้นคือการไม่พึ่งพิงกำลังความสามารถ สติปัญญาของตัวพี่น้องเอง ไม่กระทำการใด้ๆๆมาจากความคิดความตั้งใจของตัวพี่น้องเอง ไม่หาวิธีการใดๆๆมาจากสติปัญญาของตัวพี่น้องเอง
นี่คือบทเรียนในพระคริสต์วันนี้นั่นก็คือละทิ้งความขยันขันแข็งของตัวพี่น้องเองทั้งหมด
พี่น้องที่รักในพระคริสต์พระเจ้าต้องการให้ท่านทั้งหลายพึ่งพิงในพระองค์อย่างแท้จริงเชื่อและศรัทธาในพระคริสต์อย่างแท้จริง สรรเสริญพระเจ้าเอเมน
ปฐก. 17:18 และอับราฮัมทูลพระเจ้าว่า “โอ ขอให้อิชมาเอลมีชีวิตอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์”
ปฐก. 17:19 พระเจ้าตรัสว่า “ที่แน่นั้น คือซาราห์ภรรยาของเจ้าจะคลอดบุตรชายคนหนึ่งให้เจ้า และเจ้าจงตั้งชื่อเขาว่า อิสอัคเราจะสถาปนาพันธสัญญาของเราไว้กับเขา เป็นพันธสัญญานิรันดร์แก่เชื้อสายของเขาซึ่งจะตามเขามา
อับราฮัมมีความคิดที่จะพึ่งในความสามารถของตัวเอง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นเรื่องความเชื่อพระเจ้าอย่างแท้จริง ในทุกวันนี้แม้แต่ตัวพี่น้องทั้งหลายเองก็ตามก็มักมีความคิดที่จะพึ่งในความสามารถของตัวเอง
แต่พระเจ้าไม่ต้องการกำลังความสามรถของมนุษย์เลย
นี่เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่พี่น้องทั้งหลายในพระคริสต์ต้องฝึกฝนการอยู่ในวิญญาณพึ่งพิงในการเป็นอยู่ซึ่งมาจากความเชื่อศรัทธาในพระเยซูคริสต์เท่านั้น
การฝีกฝนจนสำเร็จนั้นคือการไม่พึ่งพิงกำลังความสามารถ สติปัญญาของตัวพี่น้องเอง ไม่กระทำการใด้ๆๆมาจากความคิดความตั้งใจของตัวพี่น้องเอง ไม่หาวิธีการใดๆๆมาจากสติปัญญาของตัวพี่น้องเอง
นี่คือบทเรียนในพระคริสต์วันนี้นั่นก็คือละทิ้งความขยันขันแข็งของตัวพี่น้องเองทั้งหมด
พี่น้องที่รักในพระคริสต์พระเจ้าต้องการให้ท่านทั้งหลายพึ่งพิงในพระองค์อย่างแท้จริงเชื่อและศรัทธาในพระคริสต์อย่างแท้จริง สรรเสริญพระเจ้าเอเมน
รากฐานแห่งความรอด
พระโลหิตของพระเยซูคริสต์เป็นรากฐานแห่งความรอด
รากฐานที่จะยึดถือได้อย่างมั่นคงในการเข้าหาพระเจ้าคืออะไร
การอาศัยเพียงความรู้สึกอันไม่เที่ยงแท้ในการเข้าหาพระเจ้า
หรือมีความรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางสิ่งอย่างเพื่อพระเจ้าในวันนี้หรือว่าวันอื่นๆว่าจะต้องหาสารพัดวิธีการมากระทำ
บางครั้งการเข้าหาพระเจ้าขึ้นอยู่กับสิ่งที่ห่างไกลจากความคิดคำนึงของตัวพี่น้องเอง
สิ่งเหล่านี้ที่ยกตัวอย่างมาไม่ใช่เลย
แต่หลักความจริงแห่งความเที่ยงแท้คือ
พระโลหิตของพระเจ้าได้หลั่งไหลออกมาและเมื่อพระเจ้ามองเห็นพระเจ้าก็ทรงพอพระทัย
หากคุณค่าของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงไป รากฐานที่พี่น้องจะยึดเป็นหลักความจริงในการเข้าหาพระเจ้าย่อมสูญเสียไปจากหลักความจริงไป
แต่หลักความจริงคือ
พระโลหิตของพระเจ้าไม่เคยมีวันเปลี่ยนแปลงไปเลย ดังนั้นหนทางที่จะเข้าสู้พระเจ้าย่อมมีความมั่นคงอยู่เสมอ ความเที่ยงแท้เช่นนี้จะอยู่กับพี่น้องด้วยพระโลหิตของพระเจ้า และไม่ได้มาด้วยความสำเร็จจากตัวของพี่น้องเอง
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่พี่น้องได้กระทำประสบความสำเร็จมาแล้วในวันนี้พรุ้งนี้เดี่ยวนี้หรือต่อไป ก็จะไม่มีความหมายเลยในการที่พี่น้องจะได้เข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า เพราะอาณาจักรของพระเจ้านั้นการที่พี่น้องจะยืนต่อหน้าพระเจ้าได้ต้องอาศัยรากฐานแห่งพระพระโลหิตของพระคริสต์ที่หลั่งไหลออกมา
พี่น้องที่รักวันนี้ไม่ว่าจะใช้ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปด้วยดีหรือเลวอย่างไรก็ตาม
จะมีความรักชอบตามจิตวินิจฉัยผิดชอบชั่วดี และไม่ว่าจะทำความผิดบาปอย่างไรหรือไม่ก็ตาม
หนทางเดียวที่พี่น้องจะเข้าหาองค์พระผู้เป็นเจ้ามีอยู่ทางเดียวเท่านั้นคือ อาศัยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์เท่านั้น เพราะพระเจ้ายอมรับพระโลหิตของพระคริสต์เป็นรากฐานในการที่จะนำพามนุษย์เก่าคนบาปที่ตกต่ำเข้ามาหาพระเจ้าได้
นอกจากหนทางแห่งรากฐานของพระโลหิตของพระคริสต์แล้วไม่มีหนทางอื่นอีกเลยในการนำพามนุษย์เข้ามาหาพระเจ้าได้
ขอบคุณพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงหลั่งพระโลหิตเป็นรากฐานที่เที่ยงแท้มั่นคงนำพาข้าพเจ้าเข้าหาพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ได้ สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
รากฐานที่จะยึดถือได้อย่างมั่นคงในการเข้าหาพระเจ้าคืออะไร
การอาศัยเพียงความรู้สึกอันไม่เที่ยงแท้ในการเข้าหาพระเจ้า
หรือมีความรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางสิ่งอย่างเพื่อพระเจ้าในวันนี้หรือว่าวันอื่นๆว่าจะต้องหาสารพัดวิธีการมากระทำ
บางครั้งการเข้าหาพระเจ้าขึ้นอยู่กับสิ่งที่ห่างไกลจากความคิดคำนึงของตัวพี่น้องเอง
สิ่งเหล่านี้ที่ยกตัวอย่างมาไม่ใช่เลย
แต่หลักความจริงแห่งความเที่ยงแท้คือ
พระโลหิตของพระเจ้าได้หลั่งไหลออกมาและเมื่อพระเจ้ามองเห็นพระเจ้าก็ทรงพอพระทัย
หากคุณค่าของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงไป รากฐานที่พี่น้องจะยึดเป็นหลักความจริงในการเข้าหาพระเจ้าย่อมสูญเสียไปจากหลักความจริงไป
แต่หลักความจริงคือ
พระโลหิตของพระเจ้าไม่เคยมีวันเปลี่ยนแปลงไปเลย ดังนั้นหนทางที่จะเข้าสู้พระเจ้าย่อมมีความมั่นคงอยู่เสมอ ความเที่ยงแท้เช่นนี้จะอยู่กับพี่น้องด้วยพระโลหิตของพระเจ้า และไม่ได้มาด้วยความสำเร็จจากตัวของพี่น้องเอง
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่พี่น้องได้กระทำประสบความสำเร็จมาแล้วในวันนี้พรุ้งนี้เดี่ยวนี้หรือต่อไป ก็จะไม่มีความหมายเลยในการที่พี่น้องจะได้เข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า เพราะอาณาจักรของพระเจ้านั้นการที่พี่น้องจะยืนต่อหน้าพระเจ้าได้ต้องอาศัยรากฐานแห่งพระพระโลหิตของพระคริสต์ที่หลั่งไหลออกมา
พี่น้องที่รักวันนี้ไม่ว่าจะใช้ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปด้วยดีหรือเลวอย่างไรก็ตาม
จะมีความรักชอบตามจิตวินิจฉัยผิดชอบชั่วดี และไม่ว่าจะทำความผิดบาปอย่างไรหรือไม่ก็ตาม
หนทางเดียวที่พี่น้องจะเข้าหาองค์พระผู้เป็นเจ้ามีอยู่ทางเดียวเท่านั้นคือ อาศัยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์เท่านั้น เพราะพระเจ้ายอมรับพระโลหิตของพระคริสต์เป็นรากฐานในการที่จะนำพามนุษย์เก่าคนบาปที่ตกต่ำเข้ามาหาพระเจ้าได้
นอกจากหนทางแห่งรากฐานของพระโลหิตของพระคริสต์แล้วไม่มีหนทางอื่นอีกเลยในการนำพามนุษย์เข้ามาหาพระเจ้าได้
ขอบคุณพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงหลั่งพระโลหิตเป็นรากฐานที่เที่ยงแท้มั่นคงนำพาข้าพเจ้าเข้าหาพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ได้ สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)