ไม่มีผู้เชี่ยวชาญชำนาญการในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์
อฟ. 4:12 เพื่อเตรียมธรรมิกชนสำหรับการปรนนิบัติและการเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์
อฟ. 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์
อฟ. 4:14 เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและพัดไปพัดมาด้วยลมคำสั่งสอนทุกอย่าง ด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ ตามอุบายที่ฉลาดในการล่อลวง
อฟ. 4:15 แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์
อฟ. 4:16 เนื่องจากพระองค์นี้เอง ร่างกายทั้งหมดจึงได้รับการเชื่อมและประสานเข้าด้วยกันโดยทุกๆ ข้อต่อที่ประทานมานั้น และเมื่อแต่ละส่วนทำงานตามหน้าที่แล้ว ก็ทำให้ร่างกายเจริญและเสริมสร้างตนเองขึ้นด้วยความรัก
ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจ การงานต่างๆๆหรืออาชีพต่างๆๆล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานด้านนั้นๆๆโดยเฉพาะ
แต่ในคริสตจักรของพระเจ้าไม่เลยทีเดียว ดูได้อย่างอัครสาวกซิครับ
แต่ละคนที่มาต่างกันพระเจ้าเป็นผู้เลือกผู้รับใช้ของพระองค์เอง
การรับใช้ไม่ใช่เราเป็นผู้เลือกจะรับใช้พระเจ้า
แต่ตรงกันข้ามพระเจ้าต่างหากที่จะเป็นผู้เลือกเราให้เป็นผู้รับใช้
วันนี้ความชำนาญการความเชี่ยวชาญของเราในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
ในการดำเนินชีวิตในประสบการณ์พระคริสต์ล้วนมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาทำการงานทั้งสิ้นพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้แหล่ะจะทำให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญตามการงานในอวัยวะของพระคริสต์ในคริสตจักร
การเป็นคริสเตียนแบบเก่าๆๆตามประเพณีในศาสนาคริสต์เราจะมอบเรื่องของพระเจ้าไว้ให้กับผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา นำเพลง อธิษฐาน นมัสการ เทศน์สั่งสอน
วันนี้เาต้องหันกับฟื้นฟู้สู้เส้นทางของหลักความจริงในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาในการประชุมการเคลื่อนไหวในพระกายของพระคริสต์
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของคริสต์จักร มอบหน้าที่ให้แก่พี่น้องที่ปรนนิบัติเต็มเวลา เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการงานของพระเจ้าไปโดยปริยาย ส่วนพี่น้องที่เหลือร้อยละเก้าสิบเก้าไม่มีเวลามาเอาใจใส่ในการปรนนิบัติในคริสตจักร วุ่นวายอยู่ธุรกิจของตัวเองการงานหน้าทางโลกจนหมดไปวันๆๆ
ส่วนพี่น้องหญิงก็มัวแต่สนใจเรื่องดูแลลูกเต้าครอบครัวจนหมดไปวันๆๆ
ทุกวันนี้คริสตจักรส่วนใหญ่เลยต้องทิ้งหน้าที่ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการพี่น้องส่วนน้อยเท่านั้น ตรงนี้ขอบอกไว้เลยไม่ต่างจากคณะนักบวชนิกายก่อนพระเจ้าฟื้นฟูเสียใหม่เรายังคงวนเวียนในอ่างเท่านั้นเอง
การเป็นคริสเตียนในยุคพระเยซูคริสต์เราไม่ใช่อยู่ในยุคธรรมบัญญัติที่ต้องมีระบบปุโรหิตที่มาจากตละกูลเลวีเท่านั้นไม่ใช่เลย
พี่น้องบางคนพูดว่ามันเป็นการยากเกินไปที่จะเป็นอวัยวะในคริสตจักร
แต่พี่น้องที่รักในพระคริสต์วันนี้ท่านต้องยอมเป็นเชลยของพระคริสต์ในการเจริญเติบโตในหนทางของพระองค์เราต้องไม่หยุดแค่ทารกในพระคริสต์ใช่ใหม
พี่น้องที่รักในพระคริสต์จำต้องละทิ้งทัศนะความเชื่อเก่าๆๆที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องทั้งหลายวันนี้ท่านต้องเติบโตได้แล้วท่านรับการหล่อเลี้ยงมานานแล้วต้องก้าวไปเป็นผู้เติบโตในพระคริสต์วันนี้
ต้องไปประชุมปฎิบัติเพื่อตัวของท่านเองนำประชุมอธิษฐานร้องเพลงได้ประกาศกิตติคุณได้หล่อเลี้ยงพี่น้องได้หนุนใจพี่น้องให้เข็มแข็งในความเชื่อได้
พี่น้องบางคนบอกว่าอย่างนี้อาจมากเกินไป ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆรับๆๆอย่างเดียวขออย่างเดียว แต่ไม่แจกจ่ายพระคริสต์ให้หลั่งไหลออกจากตัวพี่น้องออกไปสู่พี่น้องคนอื่นๆ
คือชอบเป็นคริสเตียนแบบง่ายๆๆสบายๆๆ ทำงานห้าวันเมื่อถึงวันอาทิตย์ก็ต้องการพักผ่อน ไปโบถ์คริสตจักรพอเป็นพิธีการเท่านั้นพอแค่สองชั่วโมง นั่งฟังและรับสุขพระคริสต์จากนักเทศน์เท่านั้นพอแล้ว นั่นก็คือฟังผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทำงานของเขากลายเป็นนักเทศน์อาชีพหนึ่งเท่านั้นเอง นี่ก็ไม่แต่ต่างระบบปุโรหิตในยุคพระบัญญัติเลยเชียว
การร่วมปรนนิบัติเป็นหน้าที่ของพี่น้องที่รักในพระคริสต์ทุกคนที่พระเจ้าจะนำพา มันอาจดูเป็นเรื่องยากเย็นจริงๆๆแต่ไม่เลยถ้าเราเปิดตาใจของเราแล้วรับการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่กดทับพระวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ในจิตของเราก็คือใจของเรานั่นเอง
พี่น้องบางคนอาจดูว่านี่เป็นเรื่องยากแต่นี่เป็นการรับสุขที่แท้จริงในพระคริสต์ ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับทัศนะคติรสนิยมของเราทั้งสิ้น ถ้าเรามีรสนิยมต่อรูปแบบคณะนิกายเราก็มานั่งฟังเท่านั้นพอสองชั่วโมงเสร็จแล้วก็กับเสร็จพิธีการ นี่คือรูปแบบความเชื่อยุคกฎบัญญัติในโลกสมัยใหม่นั่นเองพี่น้อง
พี่น้องไม่สามารถมีชีวิตคริสจักรที่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ได้ตามหลักความจริงได้ เราต้องขจัดรสนิยมของเราตัวตนของเราขจัดจิตใจของเรา เพื่อให้การใช้งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาการใช้งานของเราในการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับอวัยวะทั้งหลายในพระคริสต์และคริสตจักรการใช้งานเช่นนี้จึงจะมีชีวิตชีวาตรงตามหลักความจริงในพระคำของพระเจ้า
เมื่ออวัยวะทุกส่วนทำหน้าที่การงานในการดำเนินชีิวตคริสตจักรแล้วก็จะกลายเป็นชีวภาพที่มีชีวิต สามารถสู้รบเพื่อการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ในวันนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นได้แค่กลุ่มพี่น้องชายหญิงในรูปแบบคณะองค์การหนึ่งเท่านั้นเองไม่ต่างจากสมาคมสโมสรทางโลกทั่วๆๆไปเลยที่เดียว
ขอให้พระคริสต์ทรงนำพาพี่น้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาพี่น้อง ขอพระเจ้าได้โปรดเมตตาพี่น้องให้ตาใจเปิดรับต่อหลักความจริงของพระเจ้าในวันนี้ เพื่อพี่น้องทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์เต็มใจในการปรนนิบัติรับใช้พระคริสต์มีใจร้อนรนเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องตามหลักความจริงในคริสตจักร แห่งองค์พระเยซูคริสต์ เอเมน.
ในฐานะที่เป็นมนุษ์ตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเลี้ยงดูมาตลอดเวลาช่วงชีวิตต่อแต่นี้ไป 24ชั่วโมงคือการรับใช้พระเจ้าในทุกๆๆด้าน ขอพระเจ้าทรงนำพาหนทางให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดเอเมน
วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
ผู้เล็กน้อยในอาณาจักรของพระเยซูคริสต์ มัทธิว25 ข้อ31-46
มธ. 25:31 “เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาด้วยพระรัศมีพร้อมกับทูตสวรรค์ทั้งหมด แล้วพระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งโรจน์ของพระองค์
มธ. 25:32 ประชาชาติทั้งหมดจะมาประชุมกันเฉพาะพระพักตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกพวกเขาออกจากกัน เหมือนผู้เลี้ยงแกะแยกแกะออกจากแพะ
มธ. 25:33 พระองค์จะทรงจัดให้ฝูงแกะอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ และฝูงแพะอยู่เบื้องซ้าย
มธ. 25:34 ขณะนั้น พระมหากษัตริย์จะตรัสกับพวกผู้ที่อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ‘ท่านทั้งหลายที่ได้รับพรจากพระบิดาของเรา จงมารับเอาราชอาณาจักรซึ่งเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลายตั้งแต่แรกสร้างโลก
มธ. 25:35 เพราะว่าเมื่อเราหิว พวกท่านก็จัดหาให้เรากิน เรากระหายน้ำ ท่านก็ให้เราดื่ม เราเป็นแขกแปลกหน้า พวกท่านก็ต้อนรับเรา
มธ. 25:36 เราเปลือยกายพวกท่านก็ให้เสื้อผ้าเรานุ่งห่ม เมื่อเราเจ็บป่วยท่านก็มาดูแลเรา เมื่อเราอยู่ในคุก พวกท่านก็มาเยี่ยมเรา’
มธ. 25:37 เวลานั้นบรรดาคนชอบธรรมจะกราบทูลว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พวกข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิวและจัดให้เสวยหรือทรงกระหายน้ำ และจัดมาถวายนั้นตั้งแต่เมื่อไร?
มธ. 25:38 ที่พวกข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงเป็นแขกแปลกหน้าและได้ต้อนรับไว้ หรือเปลือยพระกายและสวมฉลองพระองค์ให้นั้นตั้งแต่เมื่อไร?
มธ. 25:39 ที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ประชวรหรือทรงถูกจำคุก และมาเฝ้าพระองค์นั้นตั้งแต่เมื่อไร?’
มธ. 25:40 แล้วพระมหากษัตริย์จะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ซึ่งพวกท่านได้ทำกับคนใดคนหนึ่งที่เล็กน้อยที่สุดในพี่น้องของเรานี้ ก็เหมือนทำกับเราด้วย’
มธ. 25:41 แล้วพระองค์จะตรัสกับพวกผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ‘พวกท่านผู้ถูกแช่งสาปจงถอยไปจากเราและเข้าไปอยู่ในไฟที่ไหม้อยู่เป็นนิตย์ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับมารร้ายและบริวารของมัน
มธ. 25:42 เพราะว่าเมื่อเราหิว ท่านก็ไม่ได้ให้เรากิน เรากระหายน้ำ พวกท่านก็ไม่ได้ให้เราดื่ม
มธ. 25:43 เราเป็นแขกแปลกหน้า พวกท่านก็ไม่ได้ต้อนรับเราไว้ เราเปลือยกาย ท่านก็ไม่ได้ให้เสื้อผ้าเรานุ่งห่ม เราเจ็บป่วยและต้องถูกจำคุก พวกท่านก็ไม่ได้เยี่ยมเรา’
มธ. 25:44 แล้วพวกเขาจะทูลว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พวกข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิว หรือทรงกระหายน้ำ ทรงเป็นแขกแปลกหน้า หรือทรงเปลือยพระกาย ประชวรหรือทรงถูกจำอยู่ในคุก และพวกข้าพระองค์ไม่ได้ปรนนิบัติพระองค์นั้นตั้งแต่เมื่อไร?’
มธ. 25:45 เวลานั้นพระองค์จะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า การที่พวกท่านไม่ได้ทำกับผู้เล็กน้อยที่สุดสักคนหนึ่งในพวกนี้ ก็เหมือนไม่ได้ทำกับเราด้วย’
มธ. 25:46 และคนเหล่านี้จะต้องออกไปรับโทษอยู่เป็นนิตย์ แต่บรรดาคนชอบธรรมจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์”
วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
คจ.เมืองไทยเมืองไทยรุ่งนิรันดร์
มคา. 6:1 จงสดับฟังสิ่งที่พระยาห์เวห์ตรัส จงลุกขึ้น จงแถลงคดีของเจ้า ต่อภูเขาทั้งหลาย จงให้เนินเขาฟังเสียงของเจ้า
มคา. 6:2 ภูเขาทั้งหลาย ทั้งรากฐานที่ทนทานของพิภพเอ๋ย จงฟังคดีของพระยาห์เวห์เถิด เพราะว่าพระยาห์เวห์ทรงมีคดีกับประชากรของพระองค์ และพระองค์จะทรงสู้ความกับอิสราเอล
มคา. 6:3 “โอ ประชากรของเรา เราได้ทำอะไรแก่เจ้า? เราทำให้เจ้าเหนื่อยยากตรงไหน? จงตอบมา
มคา. 6:4 เพราะว่าเราได้นำเจ้าขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ และไถ่เจ้ามาจากเรือนทาส และเราใช้ให้โมเสส อาโรน และมิเรียม นำหน้าเจ้าไป
มคา. 6:5 โอ ประชากรของเราเอ๋ย จงระลึกว่าบาลาค กษัตริย์โมอับคิดอุบายประการใด? และบาลาอัมบุตรเบโอร์ได้ตอบเขาอย่างไร? และเกิดอะไรขึ้น จากชิทธีมถึงกิลกาล? เพื่อเจ้าจะได้ทราบพระราชกิจอันชอบธรรมของพระยาห์เวห์”
มคา. 6:6 “ข้าพเจ้าจะนำอะไรเข้ามาเฝ้าพระยาห์เวห์ และกราบไหว้พระเจ้าเบื้องสูง? ควรข้าพเจ้าจะเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยเครื่องบูชาเผาทั้งตัวหรือ? ด้วยลูกวัวอายุหนึ่งปีหลายตัวหรือ?
มคา. 6:7 พระยาห์เวห์จะพอพระทัยการถวายแกะผู้หลายพันตัว และธารน้ำมันหลายหมื่นสายหรือ? ควรข้าพเจ้าจะถวายบุตรหัวปีไถ่การละเมิดของตนหรือ? คือถวายบุตรไถ่บาปของตน?”
มคา. 6:8 มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี? และพระยาห์เวห์ทรงประสงค์อะไรจากเจ้า? นอกจากให้ทำความยุติธรรมและให้รักความเมตตา และให้ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าของเจ้าด้วยความถ่อมใจ
วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558
เติมน้ำมันฝ่ายวิญญาณให้เต็มอยู่เสมอ มัทธิว25ข้อ1-13
มธ. 25:1 “เวลานั้น แผ่นดินสวรรค์จะเปรียบเหมือนหญิงพรหมจารีสิบคนถือตะเกียงของตน ออกไปรับเจ้าบ่าว
มธ. 25:2 เป็นคนโง่ห้าคน และเป็นคนมีปัญญาห้าคน
มธ. 25:3 คนโง่เหล่านั้นเอาตะเกียงของตนไปแต่ไม่ได้เอาน้ำมันไปด้วย
มธ. 25:4 คนที่มีปัญญานั้นเอาน้ำมันใส่ขวดไปกับตะเกียงของตนด้วย
มธ. 25:5 เมื่อเจ้าบ่าวมาช้า ก็พากันง่วงเหงาและหลับไป
มธ. 25:6 เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนก็มีเสียงร้องว่า ‘เจ้าบ่าวมาแล้ว จงออกมารับท่านเถิด’
มธ. 25:7 หญิงพรหมจารีทั้งหมดนั้นก็ลุกขึ้นตกแต่งตะเกียงของตน
มธ. 25:8 บรรดาคนโง่ก็พูดกับพวกที่มีปัญญาว่า ‘ขอแบ่งน้ำมันของพวกท่านบ้าง เพราะตะเกียงของเราจวนจะดับอยู่แล้ว’
มธ. 25:9 พวกที่มีปัญญาจึงตอบว่า ‘น่ากลัวน้ำมันจะไม่พอสำหรับเราและพวกท่าน จงไปหาคนขาย แล้วซื้อสำหรับตัวเองจะดีกว่า’
มธ. 25:10 ระหว่างที่เขาทั้งหลายออกไปซื้อ เจ้าบ่าวก็มาถึง พวกที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็ไปกับท่านในงานสมรส แล้วประตูก็ปิด
มธ. 25:11 ภายหลังหญิงพรหมจารีอีกห้าคนก็มาร้องว่า ‘ท่านเจ้าคะ ขอเปิดให้เราด้วย’
มธ. 25:12 แต่ท่านตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราไม่รู้จักท่าน’
มธ. 25:13 เพราะฉะนั้น จงเฝ้าระวังอยู่ เพราะพวกท่านไม่รู้กำหนดวันหรือเวลานั้น
วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558
ผู้รับใช้พระเจ้าที่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า มัธธิว24ข้อ45-51
มธ. 24:45 “ใครเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์และฉลาด ที่นายตั้งไว้เหนือบ่าวอื่นๆ เพื่อแจกอาหารตามเวลา
มธ. 24:46 เมื่อนายมาพบเขาทำอย่างนั้น บ่าวคนนั้นก็เป็นสุข
มธ. 24:47 เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า นายจะตั้งเขาไว้ให้ดูแลทรัพย์สิ่งของทั้งหมดของท่าน
มธ. 24:48 แต่ถ้าบ่าวชั่วนั้นคิดในใจของเขาว่า ‘นายของข้ามาช้า’
มธ. 24:49 และเริ่มต้นโบยตีเพื่อนบ่าวและกินดื่มอยู่กับพวกขี้เมา
มธ. 24:50 นายของบ่าวคนนั้น จะมาในวันที่เขาไม่คิด ในชั่วโมงที่ไม่รู้
มธ. 24:51 และจะลงโทษเขาอย่างหนัก และจะขับไล่ให้ไปอยู่ในที่ของพวกคนหน้าซื่อใจคด ซึ่งที่นั่นจะมีแต่การร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
จิตใจของคนในยุคสุดท้ายก่อนวันสิ้นโลก 2ทิโมธี3ข้อ1-10
2ทธ. 3:1 แต่จงเข้าใจข้อนี้คือ วาระสุดท้ายนั้นจะเป็นเวลาที่น่ากลัว
2ทธ. 3:2 เพราะผู้คนจะเห็นแก่ตัว รักเงินทอง โอ้อวด หยิ่งยโส ชอบดูหมิ่น ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ อกตัญญู ชั่วร้าย
2ทธ. 3:3 ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย เกลียดชังความดี
2ทธ. 3:4 ทรยศ มุทะลุ โอหัง รักความสนุกมากกว่ารักพระเจ้า
2ทธ. 3:5 ยึดถือทางพระเจ้าแต่เพียงเปลือกนอก แต่ปฏิเสธฤทธิ์เดชของทางนั้น จงอย่าเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้น
2ทธ. 3:6 เพราะในพวกนั้นมีบางคนที่แอบไปตามบ้าน แล้วครอบงำบรรดาผู้หญิงเบาปัญญาที่หนาด้วยบาปและหลงใหลไปตามตัณหาต่างๆ
2ทธ. 3:7 หญิงพวกนี้ร่ำเรียนอยู่เสมอ แต่ไม่สามารถเข้าใจหลักความจริงได้เลย
2ทธ. 3:8 ยันเนสกับยัมเบรส์เคยต่อต้านโมเสสอย่างไร คนพวกนี้ก็ต่อต้านความจริงอย่างนั้น จิตใจของเขาเสื่อมทรามและปราศจากความเชื่อที่แท้จริง
2ทธ. 3:9 แต่เขาจะไปได้ไม่ไกล เพราะความโง่ของพวกเขาจะปรากฏต่อทุกคนเช่นเดียวกับความโง่ของชายสองคนนั้น
2ทธ. 3:10 แต่ท่านก็ได้ดำเนินตามสิ่งต่างๆ เหล่านี้ของข้าพเจ้าอยู่แล้ว คือดำเนินตามพฤติกรรม เป้าหมายชีวิต ความเชื่อ ความอดทน ความรัก ความทรหดอดทน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)