พระเจ้าทรงพระราชทานใจใหม่ให้แก่พี่น้องทั้งหลาย
ฮบ. 10:22 ก็ให้เราเข้าไปใกล้ด้วยใจจริง ด้วยความไว้ใจเต็มที่ มีใจที่ได้รับการประพรมให้พ้นจากมโนธรรมที่ไม่ดี และมีกายที่ล้างชำระด้วยน้ำสะอาด
เมื่อพระเจ้าได้พอพระทัยในพระโลหิตของพระเยซูคริสต์แล้ว คุณค่าของพระโลหิตนั่นย่อมมีต่อพี่น้องทั้งหลายในการชำระใจที่รู้สึกผิดชอบชั่วดีให้ขาวสะอาดแล้ว นี่คือสิ่งที่พี่น้องจะเห็นถึงคุณสมบัติของพระโลหิต.
ตรงนี้สำคัญมาก พี่น้องต้องอ่านฮีบรูให้ละเอียด พระะโลหิตของพระเยซูคริสต์ไม่ได้ชำระใจของพี่น้อง และในหนังสือฮีบรูไม่ได้บอกไว้อย่างนั้น
การนำเอาพระโลหิตประสานเข้ากับใจนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างมาก
เนื่องจากพี่น้องมีความเข้าใจผิดในขอบเขตการงานของพระโลหิต จึงมักจะอธิษฐานกันว่า โอ้ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ได้ทรงชำระใจของข้าพเจ้าให้สะอาดด้วยพระโลหิตของพระองค์ด้วยเถิด
ยรม. 17:9 จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด มันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว ใครจะรู้จักใจนั้นเล่า?
ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่พระเจ้าจะต้องทำการชำระการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นรากฐานเหนือกว่าการชำระให้ขาวสะอาด สิ่งนั้นก็คือการที่พระเจ้าทรงพระราชทานใจใหม่แก่พี่น้องทั้งหลายนั่นเอ
ในฐานะที่เป็นมนุษ์ตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเลี้ยงดูมาตลอดเวลาช่วงชีวิตต่อแต่นี้ไป 24ชั่วโมงคือการรับใช้พระเจ้าในทุกๆๆด้าน ขอพระเจ้าทรงนำพาหนทางให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดเอเมน
วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
พระเจ้าทรงเป็นเอกทั้งในสวรรค์และแผ่นดินโลก
พระเจ้าทรงเป็นเอกในสิ่งสารพัดทั้งมวลทั้งสวรรค์และแผ่นดินโลก
1คร. 8:6 แต่ว่าสำหรับเรานั้นมีพระเจ้าองค์เดียวคือพระบิดา ทุกสิ่งเกิดมาจากพระองค์และเราอยู่เพื่อพระองค์ และมีพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียว ทุกสิ่งเกิดมาโดยพระองค์และเราก็เป็นมาโดยพระองค์
พระเจ้าทรงเป็นต้นกำเนิดของสิ่งต่างๆๆในโลกนี้รวมทั้งพี่น้องทั้งหลายด้วย เอเมน
รม. 11:34 “เพราะว่า ใครเล่ารู้พระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า? หรือใครเป็นที่ปรึกษาของพระองค์?
รม. 11:35 หรือใครได้ถวายสิ่งหนึ่งสิ่งใดแก่พระองค์ ที่พระองค์จะต้องตอบแทนเขา? ”
สดด. 33:6 โดยพระวจนะของพระยาห์เวห์ ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา กับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์
1คร. 11:12 เพราะว่าเช่นเดียวกับที่ผู้หญิงมาจากผู้ชาย ผู้ชายก็มาโดยผู้หญิงเช่นกัน แต่ทุกสิ่งก็มาจากพระเจ้า)
อฟ. 3:9 และทรงให้ทุกคนเห็นว่าอะไรคือแผนงานของความล้ำลึกที่พระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสิ่งทรงปิดบังไว้ตลอดหลายยุคที่ผ่านมา
ฮบ. 3:4 เพราะว่าบ้านทุกหลังต้องมีคนสร้าง แต่ผู้ที่สร้างสิ่งทั้งปวงคือพระเจ้า
ในข้อพระคัมภีร์ที่ยกมาจะเห็นได้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างสิ่งทั้งปวงไม่ว่าสิ่งใดๆๆล้วนมาจากพระเจ้าทั้งสิ้น พระเจ้าสร้างฟ้าสวรรค์แผ่นดินสร้างมนุษย์ชายหญิง และทุกสิ่งนั้นเพื่อถวายพระเกียรตฺิ์แด่พระเจ้าพระผู้สร้าง เอเมน
1คร. 15:28 เมื่อทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจพระองค์แล้ว เมื่อนั้นพระบุตรพระองค์เองก็จะทรงอยู่ใต้อำนาจพระเจ้า ผู้ทรงให้ทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจพระองค์ เพื่อพระเจ้าจะทรงเป็นเอกในทุกสิ่ง
ขอบคุณพระเจ้าพระคัมภีร์ทั้งหมดที่ยกมาพี่น้องทั้งหลายจะเห็นได้ว่าสรรพสิ่งมาจากพระเจ้าทั้งสิ้น โดยพระองค์และเพื่อพระองค์ ไม่มีผู้ใดเป็นที่ปรึกษาของพระองค์
เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นเอกในสิ่งทรงสร้างสารพัดทั้งปวง เอเมน
1คร. 8:6 แต่ว่าสำหรับเรานั้นมีพระเจ้าองค์เดียวคือพระบิดา ทุกสิ่งเกิดมาจากพระองค์และเราอยู่เพื่อพระองค์ และมีพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียว ทุกสิ่งเกิดมาโดยพระองค์และเราก็เป็นมาโดยพระองค์
พระเจ้าทรงเป็นต้นกำเนิดของสิ่งต่างๆๆในโลกนี้รวมทั้งพี่น้องทั้งหลายด้วย เอเมน
รม. 11:34 “เพราะว่า ใครเล่ารู้พระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า? หรือใครเป็นที่ปรึกษาของพระองค์?
รม. 11:35 หรือใครได้ถวายสิ่งหนึ่งสิ่งใดแก่พระองค์ ที่พระองค์จะต้องตอบแทนเขา? ”
สดด. 33:6 โดยพระวจนะของพระยาห์เวห์ ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา กับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์
1คร. 11:12 เพราะว่าเช่นเดียวกับที่ผู้หญิงมาจากผู้ชาย ผู้ชายก็มาโดยผู้หญิงเช่นกัน แต่ทุกสิ่งก็มาจากพระเจ้า)
อฟ. 3:9 และทรงให้ทุกคนเห็นว่าอะไรคือแผนงานของความล้ำลึกที่พระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสิ่งทรงปิดบังไว้ตลอดหลายยุคที่ผ่านมา
ฮบ. 3:4 เพราะว่าบ้านทุกหลังต้องมีคนสร้าง แต่ผู้ที่สร้างสิ่งทั้งปวงคือพระเจ้า
ในข้อพระคัมภีร์ที่ยกมาจะเห็นได้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างสิ่งทั้งปวงไม่ว่าสิ่งใดๆๆล้วนมาจากพระเจ้าทั้งสิ้น พระเจ้าสร้างฟ้าสวรรค์แผ่นดินสร้างมนุษย์ชายหญิง และทุกสิ่งนั้นเพื่อถวายพระเกียรตฺิ์แด่พระเจ้าพระผู้สร้าง เอเมน
1คร. 15:28 เมื่อทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจพระองค์แล้ว เมื่อนั้นพระบุตรพระองค์เองก็จะทรงอยู่ใต้อำนาจพระเจ้า ผู้ทรงให้ทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจพระองค์ เพื่อพระเจ้าจะทรงเป็นเอกในทุกสิ่ง
ขอบคุณพระเจ้าพระคัมภีร์ทั้งหมดที่ยกมาพี่น้องทั้งหลายจะเห็นได้ว่าสรรพสิ่งมาจากพระเจ้าทั้งสิ้น โดยพระองค์และเพื่อพระองค์ ไม่มีผู้ใดเป็นที่ปรึกษาของพระองค์
เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นเอกในสิ่งทรงสร้างสารพัดทั้งปวง เอเมน
คุณค่าพระโลหิตของพระคริสต์
คุณค่าของพระโลหิตของพระคริสต์
พี่น้องที่รักทั้งหลายเชื่อได้อย่างมั่นคงว่าวันนี้ความบาปทั้งหมดนั้นพระเยซูคริสต์ทรงได้ชำระความบาปหมดสิ้นไปจากพี่น้องแล้ว
พระโลหิตของพระเยซูคริสต์เจ้าได้ชำระความบาปไถ่บาปให้พี่น้องทั้งหลายแล้ว
และแน่นอนที่สุดที่พี่น้องได้ยอมนอบน้อมรับต่อพระโลหิตขององค์พระคริสต์
เพราะพระโลหิตของพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง
พระโลหิตของพระเยซูคริสมีทางเดียวที่จะประเมินได้ว่าพระเจ้าพอพระทัยมากน้อยแค่ไหนในคุณค่าของพระโลหิตนี้ นั่นก็คือการประเมินตามที่พระเจ้าทรงประเมินไม่มากหรือน้อยไปแม้แต่นิดเดียว ด้วยเหตุนี้พี่น้องไม่สามารถประเมินคุณค่าของพระโลหิตมากกว่าหรือน้อยกว่าที่พระเจ้าทรงประเมินไว้อย่างเด็ดขาด
พี่น้องที่รักทั้งหลายท่านควรจดจำไว้อย่างแม่นยำว่า พระเจ้าทรงความบริสุทธิ์และทรงความยุติธรรมที่สุด เหตุนี้ในสายตาของพระเจ้าแล้วพระเจ้าทรงรับและทรงพอพระทัยคุณค่าพระโลหิตของพระเยซูคริสต์อย่างครบถ้วนบริบูรณ์ที่สุด
ขอบคุณพระเจ้าที่พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ได้ชำระข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นอิสระจากบาปทั้งปวงข้าแต่พระคริสต์พระองค์ทรงไถ่ข้าด้วยเลืดของพระองค์เองนำคนบาปอย่างข้าพระองค์ที่ตกต่ำไปแล้วหันมาสู่พระองค์อีกครั้งหนึ่ง นี่คือพระคุณของพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดอย่างแท้จริง สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
พี่น้องที่รักทั้งหลายเชื่อได้อย่างมั่นคงว่าวันนี้ความบาปทั้งหมดนั้นพระเยซูคริสต์ทรงได้ชำระความบาปหมดสิ้นไปจากพี่น้องแล้ว
พระโลหิตของพระเยซูคริสต์เจ้าได้ชำระความบาปไถ่บาปให้พี่น้องทั้งหลายแล้ว
และแน่นอนที่สุดที่พี่น้องได้ยอมนอบน้อมรับต่อพระโลหิตขององค์พระคริสต์
เพราะพระโลหิตของพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง
พระโลหิตของพระเยซูคริสมีทางเดียวที่จะประเมินได้ว่าพระเจ้าพอพระทัยมากน้อยแค่ไหนในคุณค่าของพระโลหิตนี้ นั่นก็คือการประเมินตามที่พระเจ้าทรงประเมินไม่มากหรือน้อยไปแม้แต่นิดเดียว ด้วยเหตุนี้พี่น้องไม่สามารถประเมินคุณค่าของพระโลหิตมากกว่าหรือน้อยกว่าที่พระเจ้าทรงประเมินไว้อย่างเด็ดขาด
พี่น้องที่รักทั้งหลายท่านควรจดจำไว้อย่างแม่นยำว่า พระเจ้าทรงความบริสุทธิ์และทรงความยุติธรรมที่สุด เหตุนี้ในสายตาของพระเจ้าแล้วพระเจ้าทรงรับและทรงพอพระทัยคุณค่าพระโลหิตของพระเยซูคริสต์อย่างครบถ้วนบริบูรณ์ที่สุด
ขอบคุณพระเจ้าที่พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ได้ชำระข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นอิสระจากบาปทั้งปวงข้าแต่พระคริสต์พระองค์ทรงไถ่ข้าด้วยเลืดของพระองค์เองนำคนบาปอย่างข้าพระองค์ที่ตกต่ำไปแล้วหันมาสู่พระองค์อีกครั้งหนึ่ง นี่คือพระคุณของพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดอย่างแท้จริง สรรเสริญพระเจ้า เอเมน
ความชอบธรรมหมายถึงอะไร
ความชอบธรรมคืออะไร
ความชอบธรรมคือการมีชีวิตที่สอดคล้องกับสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้อง
และการปฎิบัติตามกฎบัญญัติของพระองค์
การคำว่าความชอบธรรมในการบรรยายถึงพระลักษณะของพระเจ้าจะหมายถึงความซื่อสัตย์ของพระองค์ในการรักษาพระสัญญา
นหม. 9:7 พระองค์คือพระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้ทรงเลือกอับราม และทรงนำท่านออกมาจากเมืองเออร์แห่งประเทศเคลเดีย และประทานนามท่านว่าอับราฮัม
นหม. 9:8 และพระองค์ทรงเห็นว่าใจของท่านซื่อสัตย์ต่อพระองค์ และพระองค์ได้ทรงกระทำพันธสัญญากับท่าน ที่จะประทานแผ่นดินของคนคานาอัน คนฮิตไทต์ คนอาโมไรต์ คนเปริสซี คนเยบุสและคนเกอร์กาชีแก่เชื้อสายของท่าน และพระองค์ทรงกระทำให้พันธสัญญาของพระองค์สำเร็จ เพราะพระองค์ทรงชอบธรรม
สดด. 89:14 ความชอบธรรมและความยุติธรรมเป็นรากฐานแห่งบัลลังก์ของพระองค์ ความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์เดินนำหน้าพระองค์
สดด. 89:33 แต่จะไม่ถอนความรักมั่นคงของเราไปจากเขา และจะไม่ทรยศต่อความซื่อสัตย์ของเรา
สดด. 89:34 เราจะไม่ละเมิดพันธสัญญาของเรา หรือพลิกแพลงถ้อยคำที่ออกไปจากริมฝีปากของเรา
ความชอบธรรมเมื่อนำมาใช้ในการกล่าวถึงประชากรของพระเจ้านั้นมีความหมายถึงลักษณะการใช้ชีวิตที่พระเจ้าทรงยอมรับและมีการดำเนินชีวิตที่มีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้า ในที่นี้หมายถึงการมีความเชื่อศรัทธาในองค์พระเยซูคริสต์และได้ดำเนินชีวิตตามพระคำของพระองค์ในพระคัมภีร์ตามหลักความจริงไม่ผิดเพี้ยนไปจากพระคัมภีร์
รม. 5:1 เพราะฉะนั้น เมื่อเราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยความเชื่อแล้ว เราจึงอยู่อย่างสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
รม. 6:18 เมื่อท่านทั้งหลายพ้นจากบาปแล้ว ท่านก็ได้เป็นทาสของความชอบธรรม
รม. 8:4 เพื่อสิ่งที่ธรรมบัญญัติสั่งไว้จะได้สำเร็จในตัวเราที่ไม่ดำเนินตามเนื้อหนัง แต่ตามพระวิญญาณ
ความชอบธรรมที่แท้จริงนั้นคือพี่น้องทั้งหลายต้องยอมเป็นทาสของพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณนำพาตลอดเวลาไม่ข้องแวะกับพิธีกรรมที่เนื้อหนังคิดขึ้นมาเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดเป็นรูปเคารพมาได้ในภายหลัง
วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านเป็นไทแล้วมีอิสระที่จะดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ขอพระเจ้านำพาพี่น้องให้พบสันติสุขในพระคริสต์นิรันดร์ เอเมน.
ความชอบธรรมคือการมีชีวิตที่สอดคล้องกับสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้อง
และการปฎิบัติตามกฎบัญญัติของพระองค์
การคำว่าความชอบธรรมในการบรรยายถึงพระลักษณะของพระเจ้าจะหมายถึงความซื่อสัตย์ของพระองค์ในการรักษาพระสัญญา
นหม. 9:7 พระองค์คือพระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้ทรงเลือกอับราม และทรงนำท่านออกมาจากเมืองเออร์แห่งประเทศเคลเดีย และประทานนามท่านว่าอับราฮัม
นหม. 9:8 และพระองค์ทรงเห็นว่าใจของท่านซื่อสัตย์ต่อพระองค์ และพระองค์ได้ทรงกระทำพันธสัญญากับท่าน ที่จะประทานแผ่นดินของคนคานาอัน คนฮิตไทต์ คนอาโมไรต์ คนเปริสซี คนเยบุสและคนเกอร์กาชีแก่เชื้อสายของท่าน และพระองค์ทรงกระทำให้พันธสัญญาของพระองค์สำเร็จ เพราะพระองค์ทรงชอบธรรม
สดด. 89:14 ความชอบธรรมและความยุติธรรมเป็นรากฐานแห่งบัลลังก์ของพระองค์ ความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์เดินนำหน้าพระองค์
สดด. 89:33 แต่จะไม่ถอนความรักมั่นคงของเราไปจากเขา และจะไม่ทรยศต่อความซื่อสัตย์ของเรา
สดด. 89:34 เราจะไม่ละเมิดพันธสัญญาของเรา หรือพลิกแพลงถ้อยคำที่ออกไปจากริมฝีปากของเรา
ความชอบธรรมเมื่อนำมาใช้ในการกล่าวถึงประชากรของพระเจ้านั้นมีความหมายถึงลักษณะการใช้ชีวิตที่พระเจ้าทรงยอมรับและมีการดำเนินชีวิตที่มีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้า ในที่นี้หมายถึงการมีความเชื่อศรัทธาในองค์พระเยซูคริสต์และได้ดำเนินชีวิตตามพระคำของพระองค์ในพระคัมภีร์ตามหลักความจริงไม่ผิดเพี้ยนไปจากพระคัมภีร์
รม. 5:1 เพราะฉะนั้น เมื่อเราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยความเชื่อแล้ว เราจึงอยู่อย่างสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
รม. 6:18 เมื่อท่านทั้งหลายพ้นจากบาปแล้ว ท่านก็ได้เป็นทาสของความชอบธรรม
รม. 8:4 เพื่อสิ่งที่ธรรมบัญญัติสั่งไว้จะได้สำเร็จในตัวเราที่ไม่ดำเนินตามเนื้อหนัง แต่ตามพระวิญญาณ
ความชอบธรรมที่แท้จริงนั้นคือพี่น้องทั้งหลายต้องยอมเป็นทาสของพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณนำพาตลอดเวลาไม่ข้องแวะกับพิธีกรรมที่เนื้อหนังคิดขึ้นมาเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดเป็นรูปเคารพมาได้ในภายหลัง
วันนี้พี่น้องทั้งหลายท่านเป็นไทแล้วมีอิสระที่จะดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ขอพระเจ้านำพาพี่น้องให้พบสันติสุขในพระคริสต์นิรันดร์ เอเมน.
วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
พระเจ้าตรีเอกภาพร่วมกันเป็นหนึ่ง
พระเจ้าตรีเอกภาพรวมเป็นหนึ่ง (การตรีเอกานุภาพ)
การตรีเอกภาพคือการที่ พระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์
คือการที่สามพระภาครวมกันเป็นหนึ่งเป็นพระเจ้าองค์เดียวทั้งสามมีลักษณะศักดิ์ศรีความเป็นพระเจ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น แต่ดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่ง และทรงเป็นผู้ครอบครองสรรพสิ่ง
การตรีเอกภาพในพระคัมภีร์ใหม่
มก. 1:10 ทันทีที่พระองค์เสด็จขึ้นมาจากน้ำ ก็ทอดพระเนตรเห็นท้องฟ้าแหวกออก และพระวิญญาณดุจนกพิราบเสด็จลงมาประทับบนพระองค์
มก. 1:11 แล้วมีพระสุรเสียงมาจากฟ้าสวรรค์ว่า “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก”
เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงรับบัพติสมา พระเจ้าได้ทรงสำแดงการตรีเอกภาพออกมาให้ปรากฎเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพร้อมกันทั้งสาม
ยน. 17:5 บัดนี้ข้าแต่พระบิดา ขอโปรดให้ข้าพระองค์ได้รับเกียรติต่อพระพักตร์ของพระองค์ คือเกียรติที่ข้าพระองค์มีร่วมกับพระองค์ก่อนที่โลกนี้มีมา
ยน. 17:21 เพื่อพวกเขาจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังเช่นพระองค์ผู้เป็นพระบิดาสถิตในข้าพระองค์และข้าพระองค์ในพระองค์ เพื่อพวกเขาจะได้อยู่ในพระองค์และในข้าพระองค์ด้วย เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา
เมื่อครั้งที่พระเยซูคริสต์ถูกตริงที่ไม้กางเขนและได้อธิษฐานเผื่อสาวก พระคริสต์ได้ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา
ยน. 14:17 คือพระวิญญาณแห่งความจริงซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์ พวกท่านรู้จักพระองค์เพราะพระองค์สถิตอยู่กับท่าน และจะประทับอยู่ท่ามกลางท่าน
เป็นสิ่งที่พระเยซูคริสต์ได้กล่าวถึงองค์พระผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะเสด็จมาสถิตอยู่ภายในวิญญาณของพี่น้องทั้งหลายที่เชื่อและรับบัพติสมาในพระเยซูคริสต์
ยน. 16:12 “เรายังมีอีกหลายสิ่งที่จะบอกกับพวกท่าน แต่ตอนนี้ท่านยังรับไม่ไหว
ยน. 16:13 เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำพวกท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพลการ แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน และพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกท่านถึงสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
ยน. 16:14 พระองค์จะทรงให้เราได้รับเกียรติ เพราะว่าพระองค์จะทรงเอาสิ่งที่เป็นของเรามาแจ้งแก่พวกท่าน
ยน. 16:15 ทุกสิ่งที่พระบิดาทรงมีนั้นเป็นของเรา เพราะเหตุนี้ เราจึงกล่าวว่า พระวิญญาณทรงเอาสิ่งที่เป็นของเรานั้นมาแจ้งแก่พวกท่าน
พระเยซูคริสต์ได้ทรงกล่าวว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นพระวิญญาณแห่งความจริง นำพาพี่น้องทั้งหลายไปสู่หนทางแห่งความจริงนิรันดร์
รม. 8:9 ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในพวกท่านแล้ว ท่านก็ไม่อยู่ในเนื้อหนัง แต่อยู่ในพระวิญญาณ ใครไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์ คนนั้นก็ไม่เป็นของพระองค์
ในพระธรรมโรมเปาโลได้บอกถึงการเป็นคริสเตียนที่แท้จริงว่าต้องมีพระวิญญาณของพระเจ้า ของพระคริสต์ ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตรงนี้ปัจจุบันมีพวกสอนผิดมากมายมักอ้างว่าต้องมารับพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยการวางมือบ่อยๆๆเติมพระวิญญาณบ่อยๆๆในพระคัมภีร์ไม่มีว่าพี่น้องต้องมารับการถ่ายเทพระวิญญาณบริสุทธิ์บ่อยๆๆด้วยการวางมือ เมื่อพี่น้องรับบัพติสมาเข้าร่วมสนิทในพระคริสต์แล้วพี่น้องทั้งวันนี้ท่านได้ร่วมผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าตรีเอกภาพแล้วมีพระบิดาพระบุตรพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ภายในวิญญาณของพี่น้องแล้ว
มธ. 28:18 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับพวกเขาว่า “สิทธิอำนาจทั้งหมดในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว
มธ. 28:19 เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
มธ. 28:20 และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”
พระเยซูคริสต์ได้กล่าวในพระกิตติคุณมัทธิวชัดเจนว่าทุกคนที่เชื่อจะรับบัพติสมาในนามพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้เลย ลัทธิสอนผิดเกิดมามายมายบางลัทธิสอนแค่พระบิดาพอเช่นกลุ่มพยานพระยะโฮวา บางกลุ่มก็เอาแค่พระบุตร บางกลุ่มก็รับแต่พระวิญญาณ ที่เพี้ยนหนักสอนว่าเราต้องรับพระมารดาด้วยในเมื่อมีพระบิดา
สิ่งที่สอนเพี้ยนนอกเหนือพระคัมภีร์เหล่านี้พี่น้องต้องหลีกเลี่ยงอย่าไปข้องแวะเด็ดขาดเพื่อพ้นทางแห่งบึงไฟนรก
2คร. 13:13 ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า ความรักของพระเจ้า และการมีส่วนกันที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายทุกคนเถิด
เปาโลได้อวยพรให้พี่น้องในพระเยซูคริสต์ทุกท่านได้ดำเนินชีวิตอยู่ในพระเจ้าตรีเอกภาพทุกวันและตลอดไปจนกว่าจะถูกพระเจ้ารับไปต้องยึดมั่นในหลักความจริงความเที่ยงแท้ของพระเจ้าเท่านั้น เอเมน
การตรีเอกภาพคือการที่ พระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์
คือการที่สามพระภาครวมกันเป็นหนึ่งเป็นพระเจ้าองค์เดียวทั้งสามมีลักษณะศักดิ์ศรีความเป็นพระเจ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น แต่ดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่ง และทรงเป็นผู้ครอบครองสรรพสิ่ง
การตรีเอกภาพในพระคัมภีร์ใหม่
มก. 1:10 ทันทีที่พระองค์เสด็จขึ้นมาจากน้ำ ก็ทอดพระเนตรเห็นท้องฟ้าแหวกออก และพระวิญญาณดุจนกพิราบเสด็จลงมาประทับบนพระองค์
มก. 1:11 แล้วมีพระสุรเสียงมาจากฟ้าสวรรค์ว่า “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก”
เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงรับบัพติสมา พระเจ้าได้ทรงสำแดงการตรีเอกภาพออกมาให้ปรากฎเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพร้อมกันทั้งสาม
ยน. 17:5 บัดนี้ข้าแต่พระบิดา ขอโปรดให้ข้าพระองค์ได้รับเกียรติต่อพระพักตร์ของพระองค์ คือเกียรติที่ข้าพระองค์มีร่วมกับพระองค์ก่อนที่โลกนี้มีมา
ยน. 17:21 เพื่อพวกเขาจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังเช่นพระองค์ผู้เป็นพระบิดาสถิตในข้าพระองค์และข้าพระองค์ในพระองค์ เพื่อพวกเขาจะได้อยู่ในพระองค์และในข้าพระองค์ด้วย เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา
เมื่อครั้งที่พระเยซูคริสต์ถูกตริงที่ไม้กางเขนและได้อธิษฐานเผื่อสาวก พระคริสต์ได้ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา
ยน. 14:17 คือพระวิญญาณแห่งความจริงซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์ พวกท่านรู้จักพระองค์เพราะพระองค์สถิตอยู่กับท่าน และจะประทับอยู่ท่ามกลางท่าน
เป็นสิ่งที่พระเยซูคริสต์ได้กล่าวถึงองค์พระผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะเสด็จมาสถิตอยู่ภายในวิญญาณของพี่น้องทั้งหลายที่เชื่อและรับบัพติสมาในพระเยซูคริสต์
ยน. 16:12 “เรายังมีอีกหลายสิ่งที่จะบอกกับพวกท่าน แต่ตอนนี้ท่านยังรับไม่ไหว
ยน. 16:13 เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำพวกท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพลการ แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน และพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกท่านถึงสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
ยน. 16:14 พระองค์จะทรงให้เราได้รับเกียรติ เพราะว่าพระองค์จะทรงเอาสิ่งที่เป็นของเรามาแจ้งแก่พวกท่าน
ยน. 16:15 ทุกสิ่งที่พระบิดาทรงมีนั้นเป็นของเรา เพราะเหตุนี้ เราจึงกล่าวว่า พระวิญญาณทรงเอาสิ่งที่เป็นของเรานั้นมาแจ้งแก่พวกท่าน
พระเยซูคริสต์ได้ทรงกล่าวว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นพระวิญญาณแห่งความจริง นำพาพี่น้องทั้งหลายไปสู่หนทางแห่งความจริงนิรันดร์
รม. 8:9 ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในพวกท่านแล้ว ท่านก็ไม่อยู่ในเนื้อหนัง แต่อยู่ในพระวิญญาณ ใครไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์ คนนั้นก็ไม่เป็นของพระองค์
ในพระธรรมโรมเปาโลได้บอกถึงการเป็นคริสเตียนที่แท้จริงว่าต้องมีพระวิญญาณของพระเจ้า ของพระคริสต์ ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตรงนี้ปัจจุบันมีพวกสอนผิดมากมายมักอ้างว่าต้องมารับพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยการวางมือบ่อยๆๆเติมพระวิญญาณบ่อยๆๆในพระคัมภีร์ไม่มีว่าพี่น้องต้องมารับการถ่ายเทพระวิญญาณบริสุทธิ์บ่อยๆๆด้วยการวางมือ เมื่อพี่น้องรับบัพติสมาเข้าร่วมสนิทในพระคริสต์แล้วพี่น้องทั้งวันนี้ท่านได้ร่วมผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าตรีเอกภาพแล้วมีพระบิดาพระบุตรพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ภายในวิญญาณของพี่น้องแล้ว
มธ. 28:18 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับพวกเขาว่า “สิทธิอำนาจทั้งหมดในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว
มธ. 28:19 เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
มธ. 28:20 และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”
พระเยซูคริสต์ได้กล่าวในพระกิตติคุณมัทธิวชัดเจนว่าทุกคนที่เชื่อจะรับบัพติสมาในนามพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้เลย ลัทธิสอนผิดเกิดมามายมายบางลัทธิสอนแค่พระบิดาพอเช่นกลุ่มพยานพระยะโฮวา บางกลุ่มก็เอาแค่พระบุตร บางกลุ่มก็รับแต่พระวิญญาณ ที่เพี้ยนหนักสอนว่าเราต้องรับพระมารดาด้วยในเมื่อมีพระบิดา
สิ่งที่สอนเพี้ยนนอกเหนือพระคัมภีร์เหล่านี้พี่น้องต้องหลีกเลี่ยงอย่าไปข้องแวะเด็ดขาดเพื่อพ้นทางแห่งบึงไฟนรก
2คร. 13:13 ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า ความรักของพระเจ้า และการมีส่วนกันที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายทุกคนเถิด
เปาโลได้อวยพรให้พี่น้องในพระเยซูคริสต์ทุกท่านได้ดำเนินชีวิตอยู่ในพระเจ้าตรีเอกภาพทุกวันและตลอดไปจนกว่าจะถูกพระเจ้ารับไปต้องยึดมั่นในหลักความจริงความเที่ยงแท้ของพระเจ้าเท่านั้น เอเมน
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ซาตานคือใครมาจากไหน
ซาตานคือใครมาจากไหน
ซาตาน แปลได้ว่า ปรปักษ์ เป็นหัวหน้าของวิญญาณชั่ว
แต่เดิมนั้นซาตานเป็นเทพบุตรหรือฑูตสวรรค์ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา
ต่อมาได้ก่อการเป็นกบฎต่อพระเจ้า และถูกขับไล่ออกจากสววรค์
ตั้งแต่นั้นมาซาตานก็พยายามทำทุกวิธีที่จะให้คนหลงไปจากทางของพระเจ้า
โยบ 1:6 อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเหล่าทูตสวรรค์มารายงานตัวต่อพระยาห์เวห์ ซาตานได้มาในหมู่เขาด้วย
อสย. 14:12 “โอ เจ้าร่วงลงจากฟ้าสวรรค์อย่างไรหนอ เจ้าผู้ส่องแสง คือโอรสแห่งรุ่งอรุณ เจ้าถูกเหวี่ยงลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ เจ้าผู้ทำให้ประชาชาติทั้งหลายตกต่ำ
ซาตานมีนิสัยชอบกล่าวโทษ
โยบ 16:6 “ถ้าข้าพูด ความเจ็บปวดของข้าก็ไม่บรรเทา แต่ถ้าข้านิ่ง มันจะไปจากข้าสักเท่าใด?
โยบ 16:7 แต่นี่แหละ เดี๋ยวนี้พระเจ้าทรงให้ข้าเหนื่อยยาก พระองค์ทรงทำลายครัวเรือนทั้งสิ้นของข้าพระองค์
โยบ 16:8 และพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์หดหู่ลง ซึ่งสภาพนี้เป็นพยานปรักปรำข้าพระองค์ และความผ่ายผอมของข้าพระองค์ลุกขึ้นปรักปรำข้าพระองค์ มันเป็นพยานใส่หน้าข้าพระองค์
โยบ 16:9 พระองค์ทรงฉีกข้าด้วยพระพิโรธและเกลียดชังข้า พระองค์ทรงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่ข้า ปรปักษ์ของข้าถลึงตาใส่ข้า
โยบ 16:10 พวกเขาอ้าปากใส่ข้า เขาตบแก้มประจานข้า เขาสุมหัวกันเล่นงานข้า
โยบ 16:11 พระเจ้าทรงมอบข้าให้แก่คนชั่ว และทรงเหวี่ยงข้าไว้ในมือของคนอธรรม
ซาตานชอบโกหก หลอกลวง ฆ่า ทำลาย
ยน. 8:44 พวกท่านมาจากพ่อของท่านคือมาร และท่านอยากจะทำตามความปรารถนาของพ่อ มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เริ่มแรกและไม่ได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา
และซาตานยังเป็นที่รู้จักกันเรียกในชื่อต่างดังนี้เช่น
ผู้ทดลอง
มธ. 4:3 ส่วนผู้ทดลองมาหาพระองค์ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง”
มารร้าย
มธ. 13:19 เมื่อใครได้ยินคำบอกเล่าเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าแต่ไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาฉวยเอาสิ่งที่หว่านในใจเขานั้นไปเสีย นั่นแหละได้แก่เมล็ดพืชซึ่งหว่านตกริมหนทาง
เบลีอัล หรือเบเอลเซบูล
มธ. 12:24 แต่เมื่อพวกฟาริสีได้ยินดังนั้นก็พูดกันว่า “คนนี้ขับผีออกได้ก็เพราะใช้อำนาจเบเอลเซบูลผู้เป็นนายผีนั้น”
ผู้ครอบครองที่มีอำนาจฟ้าอากาศ
อฟ. 2:2 เมื่อก่อนพวกท่านเคยดำเนินชีวิตในการบาปนั้นตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ คือวิญญาณที่ทำกิจอยู่ในพวกคนที่ไม่เชื่อฟังในเวลานี้
พระของยุคนี้
2คร. 4:4 คือในกรณีของพวกเขา พระของยุคนี้ได้ทำให้ความคิดของคนที่ไม่เชื่อมืดมนไป เพื่อไม่ให้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ คือเรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้า
ผู้ครองโลก
ยน. 14:30 เราจะไม่สนทนากับพวกท่านนานอย่างนี้อีก เพราะว่าผู้ครองโลกกำลังจะมา ผู้นั้นไม่มีสิทธิอำนาจอะไรเหนือเรา
ผู้ทดลอง
1ธส. 3:5 เพราะเหตุนี้ เมื่อข้าพเจ้าทนต่อไปอีกไม่ได้ จึงใช้คนไปเพื่อจะได้ทราบถึงความเชื่อของท่าน เกรงว่าผู้ทดลองนั้นจะทดลองท่านสักประการหนึ่ง แล้วงานที่เราตรากตรำมาจะเป็นงานเปล่าประโยชน์ไป
พ่อของการมุสา
ยน. 8:44 พวกท่านมาจากพ่อของท่านคือมาร และท่านอยากจะทำตามความปรารถนาของพ่อ มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เริ่มแรกและไม่ได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา
พญานาคหรืองูดึกดำบรรพ์
วว. 12:9 พญานาคใหญ่ตัวนั้นคืองูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตานผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก มันถูกโยนลงมาที่แผ่นดินโลก และเหล่าบริวารของมันถูกโยนลงมากับมันด้วย
ผู้กล่าวโทษ
วว. 12:10 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังในสวรรค์กล่าวว่า “บัดนี้ความรอดและฤทธิ์เดช และอาณาจักรของพระเจ้าของเรา และสิทธิอำนาจของพระคริสต์ของพระองค์มาถึงแล้ว เพราะว่าผู้กล่าวหาพี่น้องของเรา ถูกโยนลงไปแล้ว คือผู้ที่กล่าวหาพวกเขาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าของเราทั้งกลางวันและกลางคืนนั้น
แต่ในที่สุดพระเยซูคริสต์ได้ทรงชนะมารซาตานที่ไม้กางเขนแล้ว
คส. 2:15 พระองค์ทรงปลดพวกภูตผีที่ครอบครองและพวกภูตผีที่มีอำนาจ พระองค์ทรงประจานพวกมันอย่างเปิดเผย และมีชัยชนะเหนือพวกมันโดยทางกางเขนนั้น
ฮบ. 2:14 บุตรทั้งหลายมีเลือดและเนื้อเช่นกันอย่างไร พระองค์ก็ทรงมีส่วนเช่นนั้นด้วยอย่างนั้น เพื่อโดยทางความตายนั้น พระองค์จะทรงทำลายมารผู้มีอำนาจแห่งความตาย
พระเยซูคริสต์บุตรของพระเจ้าอาดัมคนสุดท้ายพระองค์นี้ได้นำพามนุษย์กลับมาคืนดีกลับพระเจ้าองค์เที่ยงแท้อีกครั้งหนึ่งนี่ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องทั้งหลาย
และพระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ได้บอกไว้ว่าในที่สุดมารซาตนจะถูกกักขังไว้หนึ่งพันปี หลังจากหมดพันปีไปแล้วมันจะถูกปล่อยออกมาอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง
วว. 20:1 แล้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ ท่านถือลูกกุญแจของบาดาลลึก และถือโซ่เส้นใหญ่ในมือของท่าน
วว. 20:2 และท่านจับพญานาคที่เป็นงูดึกดำบรรพ์ผู้ซึ่งเป็นมารและซาตาน แล้วมัดมันไว้หนึ่งพันปี
วว. 20:3 แล้วโยนมันลงไปในบาดาลลึกนั้น ใส่กุญแจและประทับตราไว้ เพื่อไม่ให้มันล่อลวงประชาชาติต่างๆ ได้อีกต่อไป จนครบหนึ่งพันปี หลังจากนั้นจะต้องปล่อยมันออกมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง
หลังจากนั้นมารซาตานจะทำสงครามสู้รบครั้งใหญ่กับธรรมิกชน และสุดท้ายมันก็พ่ายแพ้ไปในที่สุดซาตานก็จะถูกจับโยนลงไปในบึงไฟนรกชั่วนิรันดร์กาล
วว. 20:7 เมื่อครบหนึ่งพันปีแล้ว ซาตานจะถูกปล่อยออกจากคุกที่ขังมัน
วว. 20:8 และมันจะออกไปล่อลวงประชาชาติต่างๆ ทั้งสี่ทิศของแผ่นดินโลก คือโกกและมาโกก ให้มาชุมนุมกันเพื่อเข้าสู่สงคราม จำนวนของเขาทั้งหลายเหมือนอย่างเม็ดทรายที่ทะเล
วว. 20:9 และพวกเขายกขบวนออกไปทั่วแผ่นดินโลก และล้อมกองทัพของพวกธรรมิกชน และนครอันเป็นที่รักนั้นไว้ แต่ไฟลงมาจากสวรรค์เผาผลาญคนเหล่านั้น
วว. 20:10 ส่วนมารที่ล่อลวงเขาทั้งหลายก็ถูกโยนลงไปในบึงไฟและกำมะถัน ที่ซึ่งสัตว์ร้ายและผู้เผยพระวจนะเท็จอยู่นั้น และพวกมันจะถูกทรมานทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดไปเป็นนิตย์
ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้พี่น้องทั้งหลายเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกให้มีส่วนในอาณาจักรของพระเจ้าชั่วนิรันดร์แล้ว ขอให้พี่น้องดำเนินชีวิตเติมเต็มไปด้วยชีวิตฝ่ายวิญญาณตลอดไป สรรเสริญพระเจ้า เอเมน.
ซาตาน แปลได้ว่า ปรปักษ์ เป็นหัวหน้าของวิญญาณชั่ว
แต่เดิมนั้นซาตานเป็นเทพบุตรหรือฑูตสวรรค์ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา
ต่อมาได้ก่อการเป็นกบฎต่อพระเจ้า และถูกขับไล่ออกจากสววรค์
ตั้งแต่นั้นมาซาตานก็พยายามทำทุกวิธีที่จะให้คนหลงไปจากทางของพระเจ้า
โยบ 1:6 อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเหล่าทูตสวรรค์มารายงานตัวต่อพระยาห์เวห์ ซาตานได้มาในหมู่เขาด้วย
อสย. 14:12 “โอ เจ้าร่วงลงจากฟ้าสวรรค์อย่างไรหนอ เจ้าผู้ส่องแสง คือโอรสแห่งรุ่งอรุณ เจ้าถูกเหวี่ยงลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ เจ้าผู้ทำให้ประชาชาติทั้งหลายตกต่ำ
ซาตานมีนิสัยชอบกล่าวโทษ
โยบ 16:6 “ถ้าข้าพูด ความเจ็บปวดของข้าก็ไม่บรรเทา แต่ถ้าข้านิ่ง มันจะไปจากข้าสักเท่าใด?
โยบ 16:7 แต่นี่แหละ เดี๋ยวนี้พระเจ้าทรงให้ข้าเหนื่อยยาก พระองค์ทรงทำลายครัวเรือนทั้งสิ้นของข้าพระองค์
โยบ 16:8 และพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์หดหู่ลง ซึ่งสภาพนี้เป็นพยานปรักปรำข้าพระองค์ และความผ่ายผอมของข้าพระองค์ลุกขึ้นปรักปรำข้าพระองค์ มันเป็นพยานใส่หน้าข้าพระองค์
โยบ 16:9 พระองค์ทรงฉีกข้าด้วยพระพิโรธและเกลียดชังข้า พระองค์ทรงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่ข้า ปรปักษ์ของข้าถลึงตาใส่ข้า
โยบ 16:10 พวกเขาอ้าปากใส่ข้า เขาตบแก้มประจานข้า เขาสุมหัวกันเล่นงานข้า
โยบ 16:11 พระเจ้าทรงมอบข้าให้แก่คนชั่ว และทรงเหวี่ยงข้าไว้ในมือของคนอธรรม
ซาตานชอบโกหก หลอกลวง ฆ่า ทำลาย
ยน. 8:44 พวกท่านมาจากพ่อของท่านคือมาร และท่านอยากจะทำตามความปรารถนาของพ่อ มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เริ่มแรกและไม่ได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา
และซาตานยังเป็นที่รู้จักกันเรียกในชื่อต่างดังนี้เช่น
ผู้ทดลอง
มธ. 4:3 ส่วนผู้ทดลองมาหาพระองค์ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง”
มารร้าย
มธ. 13:19 เมื่อใครได้ยินคำบอกเล่าเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าแต่ไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาฉวยเอาสิ่งที่หว่านในใจเขานั้นไปเสีย นั่นแหละได้แก่เมล็ดพืชซึ่งหว่านตกริมหนทาง
เบลีอัล หรือเบเอลเซบูล
มธ. 12:24 แต่เมื่อพวกฟาริสีได้ยินดังนั้นก็พูดกันว่า “คนนี้ขับผีออกได้ก็เพราะใช้อำนาจเบเอลเซบูลผู้เป็นนายผีนั้น”
ผู้ครอบครองที่มีอำนาจฟ้าอากาศ
อฟ. 2:2 เมื่อก่อนพวกท่านเคยดำเนินชีวิตในการบาปนั้นตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ คือวิญญาณที่ทำกิจอยู่ในพวกคนที่ไม่เชื่อฟังในเวลานี้
พระของยุคนี้
2คร. 4:4 คือในกรณีของพวกเขา พระของยุคนี้ได้ทำให้ความคิดของคนที่ไม่เชื่อมืดมนไป เพื่อไม่ให้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ คือเรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้า
ผู้ครองโลก
ยน. 14:30 เราจะไม่สนทนากับพวกท่านนานอย่างนี้อีก เพราะว่าผู้ครองโลกกำลังจะมา ผู้นั้นไม่มีสิทธิอำนาจอะไรเหนือเรา
ผู้ทดลอง
1ธส. 3:5 เพราะเหตุนี้ เมื่อข้าพเจ้าทนต่อไปอีกไม่ได้ จึงใช้คนไปเพื่อจะได้ทราบถึงความเชื่อของท่าน เกรงว่าผู้ทดลองนั้นจะทดลองท่านสักประการหนึ่ง แล้วงานที่เราตรากตรำมาจะเป็นงานเปล่าประโยชน์ไป
พ่อของการมุสา
ยน. 8:44 พวกท่านมาจากพ่อของท่านคือมาร และท่านอยากจะทำตามความปรารถนาของพ่อ มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เริ่มแรกและไม่ได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา
พญานาคหรืองูดึกดำบรรพ์
วว. 12:9 พญานาคใหญ่ตัวนั้นคืองูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตานผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก มันถูกโยนลงมาที่แผ่นดินโลก และเหล่าบริวารของมันถูกโยนลงมากับมันด้วย
ผู้กล่าวโทษ
วว. 12:10 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังในสวรรค์กล่าวว่า “บัดนี้ความรอดและฤทธิ์เดช และอาณาจักรของพระเจ้าของเรา และสิทธิอำนาจของพระคริสต์ของพระองค์มาถึงแล้ว เพราะว่าผู้กล่าวหาพี่น้องของเรา ถูกโยนลงไปแล้ว คือผู้ที่กล่าวหาพวกเขาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าของเราทั้งกลางวันและกลางคืนนั้น
แต่ในที่สุดพระเยซูคริสต์ได้ทรงชนะมารซาตานที่ไม้กางเขนแล้ว
คส. 2:15 พระองค์ทรงปลดพวกภูตผีที่ครอบครองและพวกภูตผีที่มีอำนาจ พระองค์ทรงประจานพวกมันอย่างเปิดเผย และมีชัยชนะเหนือพวกมันโดยทางกางเขนนั้น
ฮบ. 2:14 บุตรทั้งหลายมีเลือดและเนื้อเช่นกันอย่างไร พระองค์ก็ทรงมีส่วนเช่นนั้นด้วยอย่างนั้น เพื่อโดยทางความตายนั้น พระองค์จะทรงทำลายมารผู้มีอำนาจแห่งความตาย
พระเยซูคริสต์บุตรของพระเจ้าอาดัมคนสุดท้ายพระองค์นี้ได้นำพามนุษย์กลับมาคืนดีกลับพระเจ้าองค์เที่ยงแท้อีกครั้งหนึ่งนี่ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องทั้งหลาย
และพระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ได้บอกไว้ว่าในที่สุดมารซาตนจะถูกกักขังไว้หนึ่งพันปี หลังจากหมดพันปีไปแล้วมันจะถูกปล่อยออกมาอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง
วว. 20:1 แล้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ ท่านถือลูกกุญแจของบาดาลลึก และถือโซ่เส้นใหญ่ในมือของท่าน
วว. 20:2 และท่านจับพญานาคที่เป็นงูดึกดำบรรพ์ผู้ซึ่งเป็นมารและซาตาน แล้วมัดมันไว้หนึ่งพันปี
วว. 20:3 แล้วโยนมันลงไปในบาดาลลึกนั้น ใส่กุญแจและประทับตราไว้ เพื่อไม่ให้มันล่อลวงประชาชาติต่างๆ ได้อีกต่อไป จนครบหนึ่งพันปี หลังจากนั้นจะต้องปล่อยมันออกมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง
หลังจากนั้นมารซาตานจะทำสงครามสู้รบครั้งใหญ่กับธรรมิกชน และสุดท้ายมันก็พ่ายแพ้ไปในที่สุดซาตานก็จะถูกจับโยนลงไปในบึงไฟนรกชั่วนิรันดร์กาล
วว. 20:7 เมื่อครบหนึ่งพันปีแล้ว ซาตานจะถูกปล่อยออกจากคุกที่ขังมัน
วว. 20:8 และมันจะออกไปล่อลวงประชาชาติต่างๆ ทั้งสี่ทิศของแผ่นดินโลก คือโกกและมาโกก ให้มาชุมนุมกันเพื่อเข้าสู่สงคราม จำนวนของเขาทั้งหลายเหมือนอย่างเม็ดทรายที่ทะเล
วว. 20:9 และพวกเขายกขบวนออกไปทั่วแผ่นดินโลก และล้อมกองทัพของพวกธรรมิกชน และนครอันเป็นที่รักนั้นไว้ แต่ไฟลงมาจากสวรรค์เผาผลาญคนเหล่านั้น
วว. 20:10 ส่วนมารที่ล่อลวงเขาทั้งหลายก็ถูกโยนลงไปในบึงไฟและกำมะถัน ที่ซึ่งสัตว์ร้ายและผู้เผยพระวจนะเท็จอยู่นั้น และพวกมันจะถูกทรมานทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดไปเป็นนิตย์
ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้พี่น้องทั้งหลายเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกให้มีส่วนในอาณาจักรของพระเจ้าชั่วนิรันดร์แล้ว ขอให้พี่น้องดำเนินชีวิตเติมเต็มไปด้วยชีวิตฝ่ายวิญญาณตลอดไป สรรเสริญพระเจ้า เอเมน.
เกะเอ็นนา หมายถึงนรก
นรก หมายถึง เกะเอ็นนา
คำว่านรกมาจากภาษากรีกเรียกว่าเกะเอ็นน่า
เป็นคำที่ทับศัพท์มาจากภาษาฮีบรูเกฮินโนมซึ่งเป็นชื่อหุบเขาที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเยรูซาเล็ม
ในพระคริสตธรรมคัมภีร์เยเรมีย์ได้เปิดเผยไว้ว่าเกะเอ็นนาจะเป็นสถานที่พิพากษาพวกยูดาห์
ยรม. 7:31 และได้สร้างปูชนียสถานสูงของโทเฟท ซึ่งอยู่ในหุบเขาเบนฮินโนม เพื่อเผาบุตรชายและบุตรสาวของพวกเขาเสียด้วยไฟ ซึ่งเราไม่ได้บัญชา และไม่เคยมีขึ้นในใจของเรา
ยรม. 19:6 ฉะนั้น พระยาห์เวห์ตรัสว่า นี่แน่ะ วันเวลาจะมาถึง เมื่อสถานที่นี้จะไม่มีใครเรียกชื่อว่าโทเฟท หรือหุบเขาเบนฮินโนมอีก แต่จะเรียกว่า หุบเขาแห่งการฆ่า
ในสมัยพระคัมภีร์ใหม่ชื่อหุบเขานี้ได้ถูกนำมาเปรียบเทียบว่าเป็นสถานที่ใช้ในการลงโทษคนที่ทำความชั่วในยุคสุดท้าย
มธ. 10:28 อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่สามารถฆ่าวิญญาณ แต่จงกลัวพระองค์ผู้ทรงสามารถทำลายทั้งวิญญาณและกายในนรกได้
มก. 9:43 ถ้ามือของท่านทำให้ท่านหลงผิด จงตัดทิ้งเสีย การที่จะเข้าสู่ชีวิตด้วยมือด้วน ยังดีกว่ามีทั้งสองมือแต่ต้องลงไปสู่นรกในไฟที่ไม่มีวันดับ
คำว่านรกมาจากภาษากรีกเรียกว่าเกะเอ็นน่า
เป็นคำที่ทับศัพท์มาจากภาษาฮีบรูเกฮินโนมซึ่งเป็นชื่อหุบเขาที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเยรูซาเล็ม
ในพระคริสตธรรมคัมภีร์เยเรมีย์ได้เปิดเผยไว้ว่าเกะเอ็นนาจะเป็นสถานที่พิพากษาพวกยูดาห์
ยรม. 7:31 และได้สร้างปูชนียสถานสูงของโทเฟท ซึ่งอยู่ในหุบเขาเบนฮินโนม เพื่อเผาบุตรชายและบุตรสาวของพวกเขาเสียด้วยไฟ ซึ่งเราไม่ได้บัญชา และไม่เคยมีขึ้นในใจของเรา
ยรม. 19:6 ฉะนั้น พระยาห์เวห์ตรัสว่า นี่แน่ะ วันเวลาจะมาถึง เมื่อสถานที่นี้จะไม่มีใครเรียกชื่อว่าโทเฟท หรือหุบเขาเบนฮินโนมอีก แต่จะเรียกว่า หุบเขาแห่งการฆ่า
ในสมัยพระคัมภีร์ใหม่ชื่อหุบเขานี้ได้ถูกนำมาเปรียบเทียบว่าเป็นสถานที่ใช้ในการลงโทษคนที่ทำความชั่วในยุคสุดท้าย
มธ. 10:28 อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่สามารถฆ่าวิญญาณ แต่จงกลัวพระองค์ผู้ทรงสามารถทำลายทั้งวิญญาณและกายในนรกได้
มก. 9:43 ถ้ามือของท่านทำให้ท่านหลงผิด จงตัดทิ้งเสีย การที่จะเข้าสู่ชีวิตด้วยมือด้วน ยังดีกว่ามีทั้งสองมือแต่ต้องลงไปสู่นรกในไฟที่ไม่มีวันดับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)