วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558

คริสเตียนคือใคร

คริสเตียนคือใคร
ยน. 10:10 ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และจะได้อย่างครบบริบูรณ์
พี่น้องหลายคนคิดว่า การที่ได้รับบัพติสมาตั้งแต่เด็กไปโบถ์ นมัสการอยู่เสมอ มีพระคัมภีร์ อธิษฐาน ร้องเพลงสรรเสริญได้คล่อง เอมนเสมอเมื่อพี่น้องอธิษฐาน รู้จักเรื่องในพระคัมภีร์เป็นอย่างดี นี่ก็เป็นคริสเตียนแล้ว
แท้ที่จริงใช่หรือไม่ ในพระคัมภีร์บอกว่าการกระทำภายนอกนั้นไม่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่สอนกันทางภายนอก หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้ทางภายนอกนั้นล้วนไม่ใช่
คริสเตียนต้องเป็นการกระทำทางภายใน มีชีวิตของพระเจ้าอยู่ภายใน การเป็นคริสเตียนจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างแน่นอน ไม่ใช่การกระทำจากภายนอกแต่เป็นการกระทำจากภายใน
สิ่งที่พระคริสต์ต้องการจากพี่น้องคริสเตียนในวันนี้คือชีวิตภายใน ไม่ใช่ศาสนาภายนอก ไม่ใช่มาจากความคิด แต่เป็นการเปิดเผยจากภายใน และเป็นศาสนาแห่งชีวิต เอเมน

คำสอนของอัครสาวก

คำสอนของอัครสาวก
กจ. 2:42 เขาทั้งหลายอุทิศตัวเพื่อฟังคำสอนของบรรดาอัครทูตและร่วมสามัคคีธรรม รวมทั้งหักขนมปังและอธิษฐาน
พระธรรมกิจการแสดงให้เพี่น้องเห็นว่ามีคนได้รับความรอดถึงสามพันคนในวันเพนเทคอสได้ร่วมกันปฎิบัติตามคำสอนต่อเนื่องในมาทั้งในการสามัคคีธรรม หักขนมปัง และการอธิษฐาน
มีคริสเตียนจำนวนมากที่ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับคำสอนของพวกอัครสาวกและไม่เคยรู้ว่ามีคำสอนของอัครสาวกอยู่ในพระธรรมกิจการด้วยเช่นกัน
และมีคริสเตียนจำนวนน้อยมากที่สามารถจะบอกพี่น้องได้ว่ามีคำสอนของอัครสาวก และการสามัคคีธรรมของอัครสาวกเป็นเช่นไร
เพราะคำสอนและการสามัคคีธรรมของอัครสาวกได้ถูกละเลยไปหมดแล้ว
ศาสนาคริสต์เกือบทั้งหมดในปัจจุบันนี้จึงไม่มีความรู้ในเรื่องคำสอนของอัครสาวก และไม่เคนรู้ว่ามีคำสอนเช่นนี้
หลังจากยุคมืดกว่าพันห้าร้อยปีได้ศาสนาคริสต์ได้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของคาทอลิคจนมาถึงยุคการเปลี่ยนแปลงของมารติน ลูเธอร์์ แม้จะมีการแยกตัวออกมาแต่ตัวมารติน ลูเธอร์เองก็ยังคงนำหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นประเพณีของคาทอลิคติดตามมาใช้
ในคำศัพท์ คำสอนของอัครสาวกนั้น คำว่าอัครสาวกเป็นพหูพจน์ แต่คำสอนเป็นเอกพจน์
คำสอนของอัครสากก็คือคำสอนของพวกอัครสาวก ไม่ใช่คำสอนของเปโตร เปาโล ยอห์น แต่รวมคำสอนของอัครสาวกคนอื่นๆๆด้วย
คำสอนของอัครสาวกคือ การตรัสของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่ตลอดทั้งเล่มคือคำสอนของอัครสาวก 
ไม่ว่าจะเรื่องการล้างเท้า การรับบัพติสมาที่ปรากฎอยู่ในคำสอนนี้ไม่ใช่เป็นเพียงหลักพื้นฐาน สาระสำคัญ ศูนย์กลาง หรือหลักการเบื้องต้นเท่านั้น

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

ความหมายของการเชื่อคือการเข้าสนิทกับพระคริสต์

ความหมายของการเชื่อคือการเข้าสนิทกับพระคริสต์
พี่น้องทั้งหลายวันนี้ท่านเป็นอิสราเอลแท้และก็เป็นบุตรอับราฮัมที่แท้จริงด้วย เพราะพี่น้องได้เชื่อในพระเยซูคริสต์
ความหมายของการเชื่อพระเจ้านั้นคือการที่พี่น้องได้เข้าสนิทในพระคริสต์
อับราฮัมนั้นได้ถูกเรียกออกมาจากมนุษย์ที่ตกต่ำแล้วได้เข้าสนิทในพระคริสต์
ในขณะเดียวกันพี่น้องทั้งหลายวันนี้ท่านเป็นบุตรหลานของอับราฮัมก็เป็นคนของพระคริสต์เช่นกันและได้เข้าสนิทในพระคริสต์ด้วยแล้ว เอเมน
เพื่อการที่พี่น้องจะเข้าสนิทในพระคริสต์นั้นพี่น้องจำต้องปฎิเสธตัวเองและต้อนรับพระคริสต์เป็นทุกสิ่งของพี่น้อง
กรณี้นี้คือพี่น้องได้เชื่อในพระเยซูคริสต์ ดังนั้นในสายพระเนตรของพระเจ้าแล้วความเชื่อก็คือความชอบธรรมนั่นเอง
วันนี้พี่น้องไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องคิดที่จะอะไรเลย พี่น้องเพียงเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น เอเมน

พระคริสต์ทรงเป็นอยู่ในข้าพเจ้า

พระคริสต์ต่างหากที่มีชีวิตเป็นอยู่ในข้าพเจ้า
ปฐก. 15:2 อับรามทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้านาย พระองค์จะทรงให้อะไรแก่ข้าพระองค์? ด้วยว่าข้าพระองค์ยังไม่มีบุตรเลย และเอลีเอเซอร์ชาวเมืองดามัสกัสคนนี้ จะเป็นทายาทของข้าพระองค์”
ปฐก. 15:3 อับรามทูลอีกว่า “ขอพระองค์ทรงดู พระองค์ไม่ได้ทรงให้บุตรแก่ข้าพระองค์ แล้วขอทรงดู คนที่เกิดในบ้านของข้าพระองค์ก็จะเป็นผู้รับมรดกของข้าพระองค์”
ปฐก. 15:4 เวลานั้นพระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงอับรามว่า “คนนี้จะไม่ได้เป็นผู้รับมรดกของเจ้า แต่บุตรชายที่เกิดจากเจ้าจะเป็นผู้รับมรดกของเจ้า”
ไม่มีสักคนเดียวที่พี่น้องจะพึ่งและไว้วางใจได้เลย
พี่น้องต้องวางใจในพระเจ้าเท่านั้น อย่าได้เชื่อพึ่งไว้วางใจในทุกสิ่งที่พี่น้องมีอยู่ด้วยชีวิตความสามารถธรรมชาติของตัวเอง
พี่น้องต้องพึ่งในพระเจ้าดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพิงพระเจ้าในการเป็นอยู่
พี่น้องต้องจำไว้ว่าไม่ใช่ข้าพเจ้าเป็นอยู่ แต่พระคริสต์ต่างหากที่มีชีวิตเป็นอยู่ในข้าพเจ้า เอเมน

การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อในพระคริสต์

การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ
กท. 2:20 ข้าพเจ้าเองไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่พระคริสต์ต่างหากที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า ชีวิตซึ่งข้าพเจ้าดำเนินอยู่ในร่างกายขณะนี้ ข้าพเจ้าดำเนินอยู่โดยความเชื่อในพระบุตรของพระเจ้าผู้ได้ทรงรักข้าพเจ้า และได้ทรงสละพระองค์เองเพื่อข้าพเจ้า
ในกาลาเทียบทที่สองข้องยี่สิบได้ให้ความหมายการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ ไม่ใช่ตัวของพี่น้องเองแต่เป็นตัวของพระคริสต์ที่อยู่ภายใน
พี่น้องต้องละทิ้งธรรมชาติตัวตนเก่ามนุษย์เก่าที่ตกต่ำที่ได้รับเป็นมรดกบาปสืบต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษอาดามนั่นเอง
วันนนี้พี่น้องต้องร่วมมือกับพระเยซูคริสต์ในการฝังและตรึงชีวิตเก่าไว้กับพระเยซูคริสต์ ร่วมตายเป็นขึ้นมากับพระเยซูคริสต์ มีชีวิตพระคริสต์อยู่ภายในวิญญาณพี่น้อง
พี่น้องที่รักในพระคริสต์วันนี้ท่านเป็นบุตรอับราฮัมเป็นชาวอิสราเอลแท้ของพระคริสตพี่น้องได้ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อหลุดพ้นจากสิ่งทรงสร้างเก่าทั้งหมด ละทิ้งความสามารถธรรมชาติของตัวเองที่ทำได้ และต้องปฎิเสธทุกสิ่งที่เป็นความรักชอบธรรมชาติของเนื้อหนังตัวตนของมนุษย์เก่าที่ตกต่ำ เรื่องเช่นนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องกระทำด้วยตัวเองได้ยาก แต่สามารถทำได้ด้วยการพึ่งพึงในพระคุณของพระคริสต์ เอเมน

ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ

ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ
ฮบ. 11:8 โดยความเชื่อ เมื่ออับราฮัมได้รับการทรงเรียกให้ออกเดินทางไปยังที่ที่ท่านจะรับเป็นมรดก ท่านก็เชื่อฟังและเดินทางออกไปโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน
ฮบ. 11:9 โดยความเชื่อ ท่านได้อาศัยในแผ่นดินแห่งพระสัญญาเหมือนเป็นคนต่างด้าว โดยพักอยู่ในเต็นท์ร่วมกับอิสอัคและยาโคบผู้เป็นทายาทตามพระสัญญาเดียวกันนั้น
อับราฮัมเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกออกมาในแผ่นดินแห่งพันธสัญญาของพระเจ้า
อับราฮัมไม่เพียงเป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อเท่านั้น
ตัวของอับราฮัมดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ ด้วยเหตุนี้คนที่พระเจ้าทรงเรียกออกมาให้เป็นคนของพระเจ้าไม่ควรที่จะพึ่งในกำลังความสามารถของตัวเองในการดำเนินชีวิตหรือการจะทำอะไรก็ตาม
แต่คนที่พระเจ้าทรงเรียกออกมาเป็นผู้ปรนนิบัติพระเจ้าควรจะทำการใดๆๆก็ตามและดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อเท่านั้น
การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อคือการที่กล้าปฎิเสธตัวเอง ลืมอดีตของตัวเอง ทิ้งความรักชอบของตัวเองลงเสีย
วันนี้พี่น้องที่พระเจ้าทรงเรียกออกมาให้ปรนนิบัติพระองค์จำต้องทิ้งชีวิตธรรมชาติของตัวเอง พึ่งแต่พระคุณของพระเจ้าในชีวิตประจำวัน
ขอบคุณพระเจ้าการดำเนินชีวิตของพี่น้องในวันนี้ยังพึ่งความสามารถของตัวเองหรือไม่ วันนี้พี่น้องต้องมีใจที่กล้าหาญดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างแท้จริงต้องไม่พึ่งกำลังความรักชอบของตัวเอง แต่พึ่งพิงกำลังความสามารถที่มาจากพระเจ้าเท่านั้น

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

วิถีทางของพระเจ้า

วิถีทางของพระเจ้า
มีพี่น้องที่รักในพระคริสต์มีประสบการณ์กับพระเจ้าได้มอบถวายตัวต่อพระองค์กล่าวว่าชีวิตนี้เพื่อพระเจ้า
ต่อมาภายหลังเมื่อเวลาผ่านไปสิบปีหรือยี่สิบปีสามปีสี่สิบปีนั้น พี่น้องที่ใได้มอบถวายตัวได้ลืมไปว่าเคยกล่าวด้วยวาจาว่ามอบถวายตัวเพื่อรับใช้พระเจ้า
หรืออาจเป็นเพราะความตั้งใจในการมอบถวายตัวเพื่อรับใช้พระเจ้านั้นเปลี่ยแปลงไปแล้วก็ได้
แต่อย่าลืมว่าพระเจ้านั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงและไม่เคยลืมเรื่องที่พี่น้องกล่าววาจามอบถวายตัวเลย วันหนึ่งพระเจ้าทรงนำพี่น้องกลับมาสู้หนทางแห่งการรับใช้ที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ให้กับพี่น้องแล้ว นี่คือวิถีทางของพระเจ้า
การที่จะเป็นผู้รับใช้พระเจ้านั้นไม่ใช่ตัวพี่น้องเป็นผู้เลือกรับใช้พระเจ้า
แต่เป็นพระเจ้าที่เป็นผู้เลือกรับใช้พระเจ้าเท่านั้น
ใจปราถนาที่จะรับใช้พระเจ้าเป็นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยเพราะการมอบถวายที่ยิ่งใหญ่คือการถวายตัวรับใช้พระเจ้านั่นเอง
พระเจ้ามีเส้นทางที่กำหนดให้พี่น้องแต่ละคนได้เดินในวิถีทางของพระองค์ไว้แล้ว
ดังนั้นสิ่งที่พี่น้องต้องทำคือแสวงหาพระองค์ ติดสนิทกับพระเจ้าตลอดเวลา เมือวันเวลาพร้อมแล้วพระเจ้าจะเลือกพี่น้องให้เป็นผู้รับใช้พระเจ้าด้วยวิถีทางของพระองค์ เอเมน