วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จงวางทุกสิ่งไว้กับพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน

(ฟป. 4:6 [ThCB])
​อย่า​กระวนกระวายใจ​ถึง​สิ่งใด​เลย จง​ทูล​พระ​เจ้า​ให้​ทรง​ทราบ​ถึง​ความ​ปรารถนา​ทุกอย่าง​ของ​ท่าน​โดย​คำ​อธิษ​ฐาน การ​วอน​ขอ​พร้อมด้วย​การ​ขอบ​พระ​คุณ
 

ฟป. 4:7
​แล้ว​สันติสุข​ของ​พระ​เจ้า​ซึ่ง​เกิน​สติปัญญา​จะ​เข้าใจ​ได้​นั้น จะ​คุ้มครอง​ดวงใจ​และ​ความ​คิดของ​ท่าน​ไว้​ใน​พระ​คริสต​เยซู
 
ขอบคุณพระเจ้า.

การอธิษฐานเป็นพื้นฐานที่พี่น้องคริสเตียนต้องทำดังเช่นเราสูดรับ
อากาศเข้าไปในร่างกายตลอดเวลา

บางเรื่องที่เราอธิษฐานได้รับการตอบรับเร็วบางเรื่องช้ามาก
แบบนี้หมายถึงความเชื่อที่เรามีต่อพระเจ้ามากแค่ไหน
ทุกวันนี้พระเยซูคริสต์ยังนั่งอธิษฐานที่สวนเกสเสมาเนในสวรรค์ชั้นสามแทนเราทุกคน เรื่องทุกเรื่องที่เราอธิษฐานนั้น
ไม่ได้รอดพ้อนไปจากพระเจ้าเลยสักเรื่องเดียว.

วันนี้พี่น้องอธิษฐานหรือยัง.
 

 

การวางมือพบครั้งแรกในสมัยอับราฮามและยาโคปเพื่ออะไรเขาถึงต้องวางมือกันเรามาดูกันพี่น้อง

(ปฐก. 24:1 [THSV])
ฝ่ายอับราฮัมก็ชราแล้ว มีอายุมากทีเดียว และพระยาห์เวห์ทรงอวยพรอับราฮัมทุกประการ
(ปฐก. 24:2 [THSV])
อับราฮัมพูดกับคนใช้ของท่านที่อาวุโสที่สุดในบ้าน ผู้ดูแลทรัพย์สมบัติทั้งหมดของท่านว่า “เอามือเจ้าวางไว้ใต้ขาอ่อนของเรา
...
(ปฐก. 24:3 [THSV])
แล้วเราจะให้เจ้าสาบานโดยพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ และพระเจ้าแห่งแผ่นดินโลกว่า เจ้าจะไม่หาภรรยาให้บุตรชายของเราจากบุตรหญิงของคนคานาอัน ที่เราอาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเขา
(ปฐก. 24:9 [THSV])
คนใช้จึงเอามือของเขาวางใต้ขาอ่อนของอับราฮัมนายของเขา และสาบานต่อท่านตามเรื่องนี้
(ปฐก. 47:29 [THSV])
เมื่ออิสราเอลใกล้จะสิ้นชีพจึงเรียกโยเซฟบุตรชายมาสั่งว่า “ถ้าเจ้ายังนับถือพ่อ ขอให้เอามือเจ้าวางไว้ใต้ขาอ่อนของพ่อ และทำต่อพ่อด้วยความรักมั่นคงและความจริง คือขออย่าฝังศพพ่อไว้ในอียิปต์
(ปฐก. 47:30 [THSV])
เมื่อพ่อล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพ่อแล้ว จงนำพ่อออกจากอียิปต์ไปฝังไว้ ณ ที่ฝังศพบรรพบุรุษของพ่อเถิด’ โยเซฟก็สัญญาว่า “ลูกจะทำตามที่พ่อสั่ง”
(ปฐก. 47:31 [THSV])
อิสราเอลจึงบอกว่า “จงสาบานต่อพ่อ” โยเซฟก็สาบานต่อบิดา แล้วอิสราเอลก็โน้มตัวลงบนหัวเตียง
เรื่องการวางมือที่อ่านพบในหนังสือปฐมกาลสมัยอับราฮามกับสมัยยาโคป ว่าที่มาของการวางเมือแบบนี้มีความเป็นมาอย่างไรถึงเริ่มในสมัยอับราฮามจนสืบทอดมาถึงสมัยยาโคปแล้วก็ไม่มีการกล่าวอีกเลย.
เรื่องการวางมือหากอ่านดีๆๆมีอ่านพบในหลายที่แต่สาระของมันต้องอ่านดีๆๆว่าที่มาที่ไปมีอย่างไร อย่างกรณี้นี้ก็เช่นกันเราต้องพิจารณาเพราะเกิดแค่สมัยอับราฮามและสมัยยาโคปเท่านั้น.

 
สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตุไว้เพื่อไม่ให้มีการนำการวางมือมาใช้สอนตีความกันเองแบบผิดเพี้ยนไปจากพระคัมภีร์ที่วางไว้.
ปัจจุบันการมือที่พบใช้กันอย่างแพร่หลายฟุ่มเฟือยมากจนหาสาระอันใดไม่ได้กลายเป็นเรื่องการขับไล่ผีรักษาโรคการอัศจรรย์ ที่แม้แต่คนไม่เชื่อพระเจ้าก็สามารถทำหายสำคัญแบบนี้ได้เหมือนที่เราพบเห็นในยูทูปและตามสื่อต่างๆๆว่ามีคนนั้นคนนี้แม่ชีนั้นแม่ชีนี้ทำให้คนหายโรคได้
 
การอ่านพระคัมภีร์หากตีความผิดเป็นอันตรายแก่ความเชื่อของคนในยุคสมัยนี้เช่นนัก
ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์องค์พระผู้ช่วยคือพระเยซูคริสต์สถิตอยู่ในเราทั้งหลายอย่าได้นำพาพี่น้องให้เข้าไปในการล่อลวงอันหาสาระไม่ได้เลย. เอเมน.

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

พระเยซูคริสค์ยังไม่ตาย.จงชื่นชมยินดีเถิดพี่น้อง.

พระเยซูคริสค์ยังไม่ตาย.จงชื่นชมยินดีเถิดพี่น้อง.
(มธ. 28:1 [THSV])
ภายหลังวันสะบาโต เวลาใกล้รุ่งเช้าวันอาทิตย์ มารีย์ชาวมักดาลากับมารีย์อีกคนหนึ่งนั้นมาดูอุโมงค์

(มธ. 28:2 [THSV])
ทันใดนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง เพราะมีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า ลงมาจากสวรรค์และกลิ้งก้อนหินออกจากปากอุโมงค์แล้วนั่งอยู่บนหินนั้น

(มธ. 28:3 [THSV])
รูปลักษณ์ของทูตนั้นเหมือนแสงฟ้าแลบ เสื้อขาวเหมือน...หิมะ

(มธ. 28:4 [THSV])
พวกยามที่เฝ้าอยู่ก็กลัวทูตสวรรค์องค์นั้นจนตัวสั่นและเป็นเหมือนคนตาย

(มธ. 28:5 [THSV])
ทูตสวรรค์องค์นั้นกล่าวกับผู้หญิงเหล่านั้นว่า “อย่ากลัวเลย เรารู้แล้วว่าพวกท่านมาหาพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขน

(มธ. 28:6 [THSV])
พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะทรงเป็นขึ้นมาแล้วตามที่พระองค์ตรัสไว้นั้น จงมาดูที่ซึ่งเขาวางพระองค์ไว้นั้น

(มธ. 28:7 [THSV])
แล้วจงรีบไปบอกสาวกทั้งหลายของพระองค์ว่า พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และพระองค์เสด็จไปยังแคว้นกาลิลีก่อนท่าน พวกท่านจะเห็นพระองค์ที่นั่น นี่แน่ะเราบอกพวกท่านแล้ว”

(มธ. 28:8 [THSV])
หญิงเหล่านั้นก็รีบไปจากอุโมงค์ ด้วยความกลัวและความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และวิ่งไปบอกพวกสาวกของพระองค์

(มธ. 28:9 [THSV])
นี่แน่ะ พระเยซูทรงพบพวกเขาและตรัสทักทาย หญิงเหล่านั้นก็มากอดพระบาทและกราบนมัสการพระองค์

(มธ. 28:10 [THSV])
พระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาว่า “อย่ากลัวเลย จงไปบอกพี่น้องของเราให้ไปยังกาลิลี จะได้พบเราที่นั่น”

ถามตัวคริสเตียนเองว่าเราทั้งหลายจะระลึกถึงพระเยซูกันอย่างไรในวันนี้ อย่าลืมว่าพระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์อยู่วันนี้เราต้องระลึกถึงพระคุณการช่วยให้รอดของพระองค์ที่มีต่อเราคนบาปทั้งหลาย เป็นพระคุณที่จะควรจะชื่นชมยินดี สรรเสริญพระเจ้าเอเมน.

ในเมื่อวันนี้เป็นวันศุกร์ประเสริฐตามที่ทั้งคริสเตียนและคาทอลิคมีความเชื่อเรื่องการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูแล้วเราจะมานั่งเศร้าโศรกทำไมเราต้องชื่นชมยินดีถึงการฟื้นคืนชีพเป็นการแสดงให้คนทั้งโลกและคนไทยเห็นว่าพระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าที่ไม่ตาย

ท่าทีของเราวันนี้เราต้องแสดงออกด้วยท่าทีที่ชื่นชมยินดีวันนี้เรามาเลี้ยงฉลองวันเกิดให้พระเยซูในการเป็นขึ้นมาจากความตายครั้งที่สองกันเถิด นี่คือการเป็นพยานให้คริสเตียนทั้งหลายจะมีการเป็นขึ้นจากตายครั้งที่สอง
การตายครั้งแรกของพระเยซูคริสค์คือการรับศีลบัพติสมา ก็เช่นกันเราทั้งหลายเป็นคริสเตียนย่อมผ่านการตายครั้งแรกในชีวิตเก่ารับบัพติสมาเป็นขึ้นมีชีวิตใหม่เป็นขึ้นมาด้วยการได้สวมทับพระวิญญาณบริสุทธิ์ภายในเราทั้งหลาย.

สรรเสริญพระเจ้า เราทั้งหลายเป็นคนใหม่และเป็นพี่น้องในพระคริสค์
เอเมน.

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

จงเชื่อพระเจ้าแบบพระเยซูคริสต์.

จงเชื่อพระเจ้าแบบพระเยซูคริสต์.
เพราะว่าบางคนได้แอบแฝงเข้ามาในหมู่ท่าน การลงโทษคนพวกนี้มีเขียนไว้นานแล้ว พวกเขาเป็นคนอธรรมที่ถือเอาพระคุณของพระเจ้าของเรามาบิดเบือนเป็นช่องทางทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นเจ้านายและองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแต่องค์เดียว
จากยูดาบทที่1ข้อ4

ทุกวันนี้เชื่อพระเจ้าหรือเชื่อซาตานกันแน่ เดียวนี้มีแปลกๆๆเข้ามาในหนทางของพระเจ้าเรื่อยๆๆเช่นวางมือขับผีพูดภาษาแปลกๆๆบอกว่าเป็นภาษาฑูตสวรรค์ทุกครั้งต้องพูดแล้วไม่คิดเหรอคือภาษาของซาตานพูดกันล่ะ วางมือรับไฟล้มในพระวิญญาณก็ทำกันจนเกร่อล้มจริงบ้างไม่จริงบ้างล้มตามๆๆกันไปตามจิตวิทยาหมู่ในพระคัมภีร์มีตรงไหนครับให้ล้มในพระวิญญาณต้องมารับไฟเรื่อยๆๆรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆเหมือนสะสมแต้มสะสมคะแนนไปเรื่อยๆๆมีตรงไหนในพระคัมภีร์ไม่มีกล่าวไว้ ยิ่งสอนยิ่งเพี้ยนกันเพราะตีความพระคัมภีร์ตามความเข้าใจของซาตานชัดๆๆพวกยูดาส การเชื่อพระเจ้าก็เหมือนกันเราปลูกต้นอะไรได้ผลอย่างนั้นปลูกข้าวละมานจะได้ข้าวสารพันดีได้อย่างไร ปลูกคนที่เชื่อพระเจ้าให้มาร้องเพลงเอาสนุกแต่งตัวประหลาดเพี้ยนๆๆ จะได้ชีวิตพระเจ้าได้อย่างไร อย่ามาบอกนะมันอยู่ที่ใจการแสดงออกภายนอกไม่เกี่ยวต้องดูที่ใจ พระเจ้าสอนไว้ตรงไหนให้เราทำไรแปลกๆๆร้องเพลงสนุกสนานทำนองทางโลกฝ่ายเนื้อหนัง เรื่องเชื่อด้วยใจกับเรื่องการประพฤติมันเอามารวมกันได้ยังไง อย่าเพี้ยน ยิ่งพวกตามดารามาเชื่อพวกแฟนคลับแฟนเพลงพวกนี้ดารานักร้องไปไหนเฮไหนเฮด้วยสอนพระเจ้าผิดๆๆแบบนี้ข้าวละมานชัดๆๆ การจะเป็นข้าวพันธุ์ดีของพระเจ้าเราต้องนมัสการพระเจ้าด้วยพระคำและความจริง ผิดก็ว่าผิดถูกก็ว่าถูกไม่มีหยวนๆๆ ทุกวันนี้หลายที่บ้านของพระเจ้าในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้าเราไปเอาทำนองเพลงของฝ่ายโลกเนื้อร้องของซาตานมาใส่ในคริสตจักรสถานที่ประชุมของพระเจ้ากันจนหมดความเป็นสถานที่ถวายความบริสุทธิ์สุทธิ์กันแล้ว อย่าลืมว่าเราเป็นปุโรหิตหลวงของพระเจ้าการเข้าไปเฝ้านมัสการพระเจ้าเพื่อถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าต้องทำตัวให้สะอาดบริสทุธิ์ปราศจากมลทินและต้องทำให้สมกับเข้าเฝ้าพระเจ้าในสถานที่บริสุทธิ์สุด ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าคนไทยเท่านั้นที่เชื่อผิดๆๆคนทั้งหลายที่ไม่ใช่ไทยก็เชื่อผิดๆๆเพราะมาจากสาเหตุไม่อ่านพระคัมภีร์อย่างละเอียดรอบครอบตีความพระคัมภีร์ผิดๆๆแถมมาเจอพวกหน้าซื่อใจคตสาวกอย่างยูดาสเข้าให้อีกพวกนี้สอนเพี้ยนๆๆเพื่อให้เราห่างไกลอาณาจักรของพระเจ้าไปเรื่อยๆๆ เพี้ยนให้สุดๆๆไปเลยเรียกว่าทำไงก็ได้ให้มีสมาชิกมามากมีตัวเลขเยอะๆๆจะได้รับทรัพย์เยอะๆๆจัดสัมนามันเยอะๆๆคิดเงินมันทุกอาทิตย์ จนลืมเรื่องการถวายทรัพย์กันหมดแล้ว พระเจ้าสอนให้เรามีความเชื่อเรื่องถวายทรัพย์แต่ถ้าจะไม่ทันใจพวกสาวกยูดาสนักเทศน์หิวเงินแอบแฝงทำมาหากินในพระวิหารแห่งแผ่นดินของพระเจ้า เหมือนที่พระเยซูคริสต์เข้าไปล้มโต๊ะทำลายข้าวของที่มาวางขายในพระวิหารของพระเจ้าถึงสามครั้ง. ยิ่งนับวันยิ่งพบเห็นมีเรียกเก็บตังค์เงินลงทะเบียนมีลงก่อนจ่ายราคาหนึ่งประหยัดเท่านั้นเท่านี้ นี่มันอะไรกันเดียวนี้จะหาพระเจ้าต้องเสียเงินแล้วเหรอ อะไรกันล่ะนี่อย่าอ้างว่าต้องจ่ายราคาในแผ่นดินของพระเจ้า อย่างนี้สอนแบบศรีธนชัยในพระคำของพระเจ้าแล้ว. การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกวันนี้ไม่มีแล้วมีแต่การนำด้วยเนื้อหนังจากซาตานสาวกแห่งยูดาสเข้ามาทำลายล้างแผ่นดินของพระเจ้า หากเจอพวกนี้หนีห่างๆๆเดินจากไปไกลๆๆเลยดีกว่าอย่าไปทุ่มเถียงไร้ประโยชน์เสียเวลาคนพวกนี้เอาพระเจ้ามาแอบอ้างหากินแฝงไปด้วยเล่ห์กลของซาตานบงการไว้ เห็นมาเยอะแล้วสุดท้ายพระเจ้าก็ลงโทษแบบเฉียบขาดเราไม่ต้องไปทำอะไรเลยมันจะโดนพระเจ้าลงโทษเองในที่สุด ขอพระเจ้าผู้อยู่ในสวรรค์สถานจงนำพาแผ่นดินสวรร์ให้มาตั้งอยู่ในโลกผ่านพี่น้องที่รักในพระเยซูคริสต์ผู้แสวงหาหลักความจริงด้วยพระเจ้าข้า เอเมน.

วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

การก่อตั้งอาณาจักรพันปี และการพิพากษาครั้งสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้วอย่าช้ารีบตัดสินใจเชื่อพระเยซูคริสเท่านั้นทันที

     ภายหลังการพิพากษาชนชาติต่างๆๆ พระเจ้าได้ก่อตั้งอาณาจักรพันปีขึ้นมา เป็นอาณาจักรขององค์พระเยซูคริสเป็นเวลาหนึ่งพันปี
ในวิวรณ์บทที่20ข้อ4-6
4ข้าพเจ้าได้เห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์ และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้น ทรงมอบให้เป็นผู้ที่จะพิพากษา และข้าพเจ้ายังได้เห็นดวงวิญญาณของคนทั้งปวงที่ถูกตัดศีรษะ เพราะเป็นพยานของพระเยซู และเพราะพระวจนะของพระเจ้า และเป็นผู้ที่ไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายนั้นหรือรูปของมัน และไม่ได้รับเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา คนเหล่านั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ และได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาพันปี5แต่คนอื่นๆที่ตายแล้วไม่ได้กลับมีชีวิตอีกจนกว่าจะครบกำหนดพันปี นี่แหละคือการฟื้นจากความตายครั้งแรก 6ผู้ใดที่ได้มีส่วนในการฟื้นจากความตายครั้งแรกก็เป็นสุขและบริสุทธิ์ ความตายครั้งที่สองจะไม่มีอำนาจเหนือคนเหล่านั้น แต่เขาจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์ และจะครอบครองร่วมกับพระองค์ตลอดเวลาพันปี
การกบฏในยุคพันปี ซาตานถูกทิ้งลงในนรก

ในตอนท้ายของอาณาจักรพันปี
ชนชาติต่างๆ ที่เป็นพลไพร่ของอาณาจักรพันปีบนแผ่นดินโลก จะถูกซาตานล่อลวง เพราะซาตานจะถูกปลดปล่อยออกมา
เพื่อก่อการกบฎต่อพระเจ้าและล่อลวงพลไพร่ให้ก่อกบฎ ผลในครั้งนี้คือชนชาติที่ก่อการกบฎจะถูกไฟจากฟ้าสวรรค์ลงมาเผาผลาญจนหมดสิ้น และซาตานเองก็จะถูกจับนำไปทิ้งลงในบึงไฟนรกชั่วนิจนิรันดร์

ในวิวรณ์บทที่20ข้อ7ถึง10


การกบฏในยุคพันปี ซาตานถูกทิ้งลงในนรก
7ครั้นพันปีล่วงไปแล้ว ก็จะปล่อยซาตานออกจากคุกที่ขังมันไว้ 8และมันจะออกไปล่อลวงบรรดาประชาชาติทั้งสี่ทิศของแผ่นดินโลก คือโกกและมาโกก ให้คนมาชุมนุมกันทำศึกสงคราม จำนวนคนเหล่านั้นมากมายดุจเม็ดทรายที่ทะเล9และคนเหล่านั้นยกขบวนออกไปทั่วแผ่นดินโลก และล้อมกองทัพของพวกวิสุทธิชน และเมืองอันเป็นที่รักนั้นไว้ แต่ไฟได้ตกลงมาจากพระเจ้าออกจากสวรรค์ เผาผลาญคนเหล่านั้น10ส่วนพญามารที่ล่อลวงเขาเหล่านั้นก็ถูกโยนลงไปในบึงไฟและกำมะถัน ที่สัตว์ร้ายและผู้พยากรณ์เท็จอยู่นั้น และมันต้องทนทุกข์ทรมานทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดไปเป็นนิตย์

ต่อมาจะมีการพิพากษาบนพระที่นั่งใหญ่สีขาว เพื่อทำการพิพากษาคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าที่ตายไปแล้วทั้งหมดตั้งแต่อดีตทั้งหมด

11ข้าพเจ้าได้เห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาว และเห็นพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น และแผ่นดินโลกและฟ้าอากาศก็อันตรธานไปจากพระพักตร์พระองค์ และไม่มีที่อยู่สำหรับแผ่นดินโลกและฟ้าอากาศนั้นต่อไปเลย 12ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้ว ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อย ยืนอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า และหนังสือต่างๆก็เปิดออก หนังสืออีกม้วนหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต และผู้ที่ตายไปแล้วก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น ตามที่เขาได้กระทำ 13ทะเลก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่ตายในทะเล ความตายและนรกก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในที่เหล่านั้น และคนทั้งหลายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนหมดทุกคน14แล้วความตายและนรกก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ นี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง15และผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ

วันนี้เวลาเราออกไปประกาศพระกิตติขอให้เราทั้งหลายจงเน้นเรื่องชีวิตหลังความตาย พระเจ้าทรงเที่ยงตรง ไม่ว่าคนที่ตายนานเท่าไหร่ไม่ว่าบนบกในทะเลหรือตายที่ไหนๆต้องได้รับการพิจารณาจากหนังสือแห่งชีวิตทั้งหมดที่ได้จารึกแต่ละคนไว้อย่างละเอียดพิจารณาตามการกระทำของตนทั้งหมดไม่มีละเว้นไิม่มีสองมาตราฐานไม่มีเอียง พระเจ้าพิจารณาตรงไปตรงมา ใครที่ไม่เชื่อพระเยซูคริสต์ ไม่ไ้ด้ยอมรับบัพติสมา ก็จะต้องนำไปสูนรกบึ้งไฟนับเป็นความตายครั้งที่สองนั่นเอง

 วันนี้เมื่อท่านได้มาพบข้อความนี้แล้ว ข้าพเจ้าอยากให้ท่านตัดสินใจรับความรอดพ้นจากการตกไปในบึ้งไฟนรก ด้วยการรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ และรับบัพติสมา เป็นหนทางเดียวเท่านั้น
การมาอ่านข้อความนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆแต่พระเจ้านำพาท่านมาให้ได้รับความรอด หลังอ่านจบนี้ข้าพขอให้ท่านรีบตัดสิ้นใจทันทีอย่าลังเล เวลาที่จะช่วยให้ท่านได้รับความรอดมีน้อยลงแล้วเชื่อพระเยซูคริสต์เท่านั้นท่านจะได้รับความรอด ขอพระเจ้าอวยพระพรเอเมน

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พระเจ้ารู้ว่ามนุษย์เป็นคนอย่างไรเพราะพระองค์เป็นพระผู้สร้างนั่นเอง

ในยอห์นบทที่2ข้อ25

เพราะพระองค์ทรงรู้จักมนุษย์ทุกคน

และพระองค์ไม่จำเป็นที่จะต้องมีใครมาเป็นพยานเรื่องมนุษย์

เพราะพระองค์เองทรงทราบว่าอะไรอยู่ในตัวมนุษย์

 

นี่คือข้อความที่มาจากพระคำของพระเจ้าในพระคัมภีร์

ดังนั้นเราจึงไม่ต้องมีข้อโต้แย้งหรือหาเหตุผลใดๆๆ

มาบอกว่าใครเป็นคนดีใครเป็นคนไม่ดี

ใครเป็นอย่างไรพระเจ้ารู้ดีกว่าเราที่เป็นมนุษย์ด้วยกันเสียอีก

ต่อสถานการณ์เรื่องราวทุกวันนี้มีการกล่าวหาใส่ร้ายกันไปมาว่าคนนั้นโกงคนนั้นเลวคนนั้นไม่ดี

แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าคนนั้นโกงเลวเป็นคนไม่ดี

จากปากคนที่กล่าวหาเช่นนั้นหรือ

ถ้าเป็นเช่นนี้ ท่านทราบได้อย่างไรว่าคนที่กล่าวหาพูดใส่ความกล่าวเท็จให้ข้อมูลจริงหรือไม่จริง

ในพระคัมภีร์ข้อนี้ยืนยันได้ว่าไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นเช่นไรเพราะทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกันทุกคน

ไม่ใช่พระเจ้าที่จะรู้สภาพการของคนผู้นั้นได้ดีไปกว่าพระเจ้า

ในพระคัมภีร์ข้อนี่สอนให้เราอย่าตัดสินคนหรือมนุษย์คนไหน

เพราะตัวเราเองไม่ใช่พระเจ้า

ดังนั้นหากเราดำเนินในหนทางของพระเจ้า

ดำเนินตามพระคำของพระเจ้าเราต้องไม่ตัดสินใคร

เพราะทุกคนเป็นพี่น้องของเราทั้งหมด

วันนี้ให้เราแสดงความรักให้แก่กันแล้วกันนำพาเขา

กลับคืนสู่อาณาจักรของพระเจ้าเท่านั้นนี่คือหน้าที่ของเราที่จะออกไปประกาศกิตติคุณ

ข่าวประเสริฐของพระเจ้า

ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับข้อพระคัมภีร์ในยอห์นบทที่2ข้อ25

ขอพระเจ้าอวยพระพร

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

จงนำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไว้ที่การพึ่งพึงต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน

(ฟป. 4:6 [ThCB])
​กระวาอย่า​กระวนยใจ​ถึง​สิ่งใด​เลย จง​ทูล​พระ​เจ้า​ให้​ทรง​ทราบ​ถึง​ความ​ปรารถนา​ทุกอย่าง​ของ​ท่าน​โดย​คำ​อธิษ​ฐาน การ​วอน​ขอ​พร้อมด้วย​การ​ขอบ​พระ​คุณ

 

(ฟป. 4:7 [ThCB])




​แล้ว​สันติสุข​ของ​พระ​เจ้า​ซึ่ง​เกิน​สติปัญญา​จะ​เข้าใจ​ได้​นั้น จะ​คุ้มครอง​ดวงใจ​และ​ความ​คิดของ​ท่าน​ไว้​ใน​พระ​คริสต​เยซู
 
ในพระธรรมฟีลิปปีบทที่4ข้อ6และ7
 
เป็นพระคำที่หนุนใจพี่น้องและตัวข้าพเจ้าเป็นอย่างดี
การใคร่ควรญอ่านพระคำข้อนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
 
การอธิษฐานเป็นสิ่งที่เราจำเป็นอย่างยิ่งต้องอธิษฐานทูลต่อพระเจ้าเปิดปากอธิษฐานเสมอ
ความวิตก กระวนกระวายใดๆๆล้วนฝากไว้กับพระเจ้าด้วยความเชื่อ
พลังแห่งการอธิษฐานต่อเบื้องหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะช่วยเราให้หมดปัญหาทุกประการ
ขอบคุณที่พระคำสองข้อนี้หนุนใจพี่น้องเป็นอย่างดี
 
เราเป็นคริสเตียนเป็นผู่ที่สวมชีวิตพระเจ้าสถิตอยู่ภายในเราก็ต้องมีความเชื่อต่อพระเจ้าอธิษฐานเสมออย่าละเว้นในทุกๆๆเรื่อง เอเมน