คส. 3:5 ท่านทั้งหลายจงปราบโลกีย์วิสัยในตัวท่าน คือการผิดประเวณี ความลามก กิเลสตัณหา ความปรารถนาในทางชั่วร้าย และความโลภซึ่งเป็นเหมือนการกราบไหว้รูปเคารพอย่างหนึ่ง
คส. 3:6 โลกีย์วิสัยเหล่านี้นำการตัดสินลงโทษของพระเจ้าลงมายังผู้ดื้อรั้น
ขอบพระคุณพระเจ้าที่วันนนี้ได้นำพาให้ได้มาอ่านในพระธรรมโคโลสีบทที่3ข้อ5-6
ในเรื่องของโลกีย์ตัณหาที่เตือยข้าพเจ้าว่าเป็นรูปเคารพอย่างหนึ่งเช่นกัน
ร่างกานของเราเป็นที่อาศัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้วเราก็มีชวิตที่ต้องดำเนินตามการทรงนำของพระเจ้า
ร่างกายของเราต้องสะอาดปราศจากมลทินทั้งปวง ในพระธรรมโคโลสีได้ใช้คำว่าจงปราบโลกีย์วิสัยในตัว.ตรงนี้เป็นการย้ำเตือนว่าเราต้องขจัดทำความสะอาดเรื่องราคะตัฒหาของเนื้อหนังให้หมดจากตัวเราทั้งสิ้น
การเที่ยวหลับนอนกับผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยาของตน การเที่ยวอาบอบนวด หรือหญิงบริการ หรือการคิดแต่เรื่องลามก การดูชมภาพยนตร์ ภาพหนังเกี่ยวกับเรื่องราวทางเพศยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดออกไปจากตัวเราทั้งสิ้น
ในสังคมทุกวันนี้เรามักจะเห็นว่ามีการหลับนอนกันได้อย่างง่ายดาย ไม่ซ้ำหน้าเสร็จแล้วก็แล้วกันไปพระเจ้าจึงลงโทษมนุษย์ด้วยการให้มีโรคต่างๆๆมากมายเช่นโรคเอดส์เป็นตั้น
การเสียเวลาชมหนังดูภาพอ่านเรื่องราวลามกไร้สาระนั้นทำให้เราพ่ายแพ้ต่อชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
หากเราหันกลับอย่าสิ้นเชิ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์ปราศจากมลทินเหล่านี้เราสามารถทำได้ด้วยการมีใจจดจ่ออยู่กับการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ อ่านหนังสือกิตติคุณ
และร่วมผสมผสานแบ่งปันข้อมูลกับพี่น้องคริสเตียนด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ
เช่นการไปประชุมตามบ้านพี่น้อง การประชุมที่คริสจักร หรือการสนทนากันผ่านสื่อทางอินเตอร์เนตเช่นสกายโฟน ไลน์ หรืออีกหลายช่องทางผ่านอินเตอร์เนต.เป็นต้น
โคโลสีได้บอกเราว่าโลกีวิสัยราคะตัณหานี้ก็เป็นเหมือนรูปเคารพด้วยเช่นกัน
ไม่ใช่แค่รูปปั่นที่มนุษย์ทำขึ้นมาเท่านั้น รวมถึงเรื่องชั่วช้าลามกด้วยเช่นกัน.
วันนี้เราจำต้องละทิ้งเรื่องลามกเหล่านี้เพื่อจะได้ไม่โดนพระเจ้าลงโทษทั้งตอนที่มีชีวิตอยู่ด้วยการเป็นโรคชั่วร้ายอย่างโรคเอดส์หรือจะได้โดนพระเจ้าปรับโทษให้ลงในนรกบึงไฟเช่นกัน.
รูปเคารพโลกีราคะตัณหาเช่นนี้ไม่ควรมีแก่เราทั้งหลายที่เป็นผู้ที่กลับใจใหมหันสู่พระเจ้า และจะเป็นตัวอย่างที่ดีเป็นพยานแก่พระเจ้าด้วยเช่นกันขอบพระคุณพระเจ้า.
ในฐานะที่เป็นมนุษ์ตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเลี้ยงดูมาตลอดเวลาช่วงชีวิตต่อแต่นี้ไป 24ชั่วโมงคือการรับใช้พระเจ้าในทุกๆๆด้าน ขอพระเจ้าทรงนำพาหนทางให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิดเอเมน
วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556
กิติคุณแห่งพระเยซูคริสคฺ์ สิบสองตะกร้า ตอนที่1
ลก. 1:53 พระองค์ประทานสิ่งดีทั้งหลายแก่ผู้อดอยาก ทรงส่งเศรษฐีให้กลับไปมือเปล่า
มธ. 5:6 ผู้หิวกระหายความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะอิ่ม
2พกษ. 4:1 หญิงคนหนึ่งซึ่งสามีอยู่ในกลุ่มประกาศก ร้องขอเอลีชาว่า “ผู้รับใช้ของท่านซึ่งเป็นสามีของดิฉันถึงแก่กรรมแล้ว ท่านก็รู้ดีว่าผู้รับใช้ของท่านยำเกรงพระยาห์เวห์ บัดนี้ เจ้าหนี้ของเขามาเอาลูกชายสองคนของดิฉันไปเป็นทาส”
2พกษ. 4:2 เอลีชาถามนางว่า “ข้าพเจ้าจะช่วยอะไรท่านได้ จงบอกมาซิว่า ท่านมีอะไรบ้างที่บ้าน” นางตอบว่า “ผู้รับใช้ของท่านไม่มีอะไรเลยที่บ้าน มีแต่น้ำมันมะกอกอยู่ไหเดียวเท่านั้น”
2พกษ. 4:3 เอลีชาจึงสั่งว่า “จงไปขอยืมไหเปล่ามาจากเพื่อนบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
2พกษ. 4:4 แล้วจงเข้าไปในบ้าน ปิดประตูอยู่กับลูกชายตามลำพัง เทน้ำมันลงใส่ไหเหล่านั้น เมื่อเต็มแล้วให้วางไว้ต่างหาก”
2พกษ. 4:5 หญิงนั้นก็จากไป นางปิดประตูอยู่กับบุตรตามลำพัง บุตรส่งไหให้ นางก็เทน้ำมันใส่ไห
2พกษ. 4:6 เมื่อเต็มหมดแล้ว นางก็สั่งบุตรคนหนึ่งว่า “ส่งไหมาอีกซิ” บุตรคนนั้นตอบว่า “ไม่มีแล้ว” น้ำมันก็หยุดไหล
วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2556
พี่น้องคริสเตียนที่รักจงทำทุกสิ่งอย่างในพระนามพระเยซู
โคโลสีบทที่3ข้อที่16-17
ขอบพระคุณพระเจ้าที่วันนี้พระคำของพระเจ้าได้เตือนสติข้าพระองค์อีกครั้งที่บอกไว้ในพระคำโคโลสี
บ่อยครั้งที่เรามักจะละเลยไม่ได้คิดถึงการทำเรื่องราวต่างๆๆในชีวิตประจำวันโดยไม่ทำมนนามพระเยซู แต่ทำด้วยตวามสามารถของตัวเอง พึ่งกำลังตัวเองละทิ้งพระเยซู
พระเยซูมักจะหายไปจากเราประจำและบ่อยๆๆครั้ง
เราจำต้องมาทบทวนการกระทำต่างๆๆของเราในชีวิตประจำวันที่ไม่มีพระเยซูเจ้าบ่อยๆๆ
วันนี้โคโลสีได้บอกเราให้ตักเตือนกันด้วยพระคำของพรเจ้า
แต่ที่เราไม่ตักเตือนโดยอ้างอิงพระคำของพระเจ้าพระเราไม่มี
พระคำของพระเจ้าสถิตในตัวเราในจิตใจของเรานั่นเอง
โอ้ข้าแต่พระเยซู วันนี้เราจำต้องท่องอ่านทบทวนพระคำจดจ่อในพระคำของพระเจ้า ด้วยการอ่านพระคัมภีร์ ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ.
บ่อยครั้งที่อ้างว่าเวลาไม่พอไม่มีเวลาอ่านท่องค้นคว้าพระตำของพระเจ้า
ที่จริงเรามีเวลาเสมอแต่มักหมดเวลาไปกัยเรื่องราวไร้สาระทางโลก
หมดเวลาไปกับการทำงานแปดเก้าชั่วโมง การเดินทางไปกลับบ้าน
ที่จริงระหว่างเดินทางเราก็แสวงหาพระคัมภีร์ของพระเจ้าได้อย่างง่ายดายด้วยยิ่งสมัยนี้มีแท็บเล็ตออกมามากมายหลากหลายเราสามารถเอาพระคัมภีร์ใส่ไปอ่านในระหว่างเดินทางได้ หรือจะโหลดเป็นพระคัมภีร์เสียงฟังไปได้ในระหว่างเดินทาง
ขอยคุณพระเจ้าวันนี้โคโลสีได้เตือนเราว่าจะทำอะไรสิ่งใดต้องมีพระคำของพระเจ้าและทำทุกสิ่งทุกอย่างในพระนามของพระเจ้า
สรรเสริญขอบพระคุณพระเยซู ที่พระองค์ได้ตักเตือนสติข้าพระองค์อีกครั้งเตือนให้เราร้อนรนในการอ่านพระคำของพระเจ้าและทุกสิ่งต่างๆๆในพระนามพระเยซู เอเมน.
ขอบพระคุณพระเจ้าที่วันนี้พระคำของพระเจ้าได้เตือนสติข้าพระองค์อีกครั้งที่บอกไว้ในพระคำโคโลสี
บ่อยครั้งที่เรามักจะละเลยไม่ได้คิดถึงการทำเรื่องราวต่างๆๆในชีวิตประจำวันโดยไม่ทำมนนามพระเยซู แต่ทำด้วยตวามสามารถของตัวเอง พึ่งกำลังตัวเองละทิ้งพระเยซู
พระเยซูมักจะหายไปจากเราประจำและบ่อยๆๆครั้ง
เราจำต้องมาทบทวนการกระทำต่างๆๆของเราในชีวิตประจำวันที่ไม่มีพระเยซูเจ้าบ่อยๆๆ
วันนี้โคโลสีได้บอกเราให้ตักเตือนกันด้วยพระคำของพรเจ้า
แต่ที่เราไม่ตักเตือนโดยอ้างอิงพระคำของพระเจ้าพระเราไม่มี
พระคำของพระเจ้าสถิตในตัวเราในจิตใจของเรานั่นเอง
โอ้ข้าแต่พระเยซู วันนี้เราจำต้องท่องอ่านทบทวนพระคำจดจ่อในพระคำของพระเจ้า ด้วยการอ่านพระคัมภีร์ ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ.
บ่อยครั้งที่อ้างว่าเวลาไม่พอไม่มีเวลาอ่านท่องค้นคว้าพระตำของพระเจ้า
ที่จริงเรามีเวลาเสมอแต่มักหมดเวลาไปกัยเรื่องราวไร้สาระทางโลก
หมดเวลาไปกับการทำงานแปดเก้าชั่วโมง การเดินทางไปกลับบ้าน
ที่จริงระหว่างเดินทางเราก็แสวงหาพระคัมภีร์ของพระเจ้าได้อย่างง่ายดายด้วยยิ่งสมัยนี้มีแท็บเล็ตออกมามากมายหลากหลายเราสามารถเอาพระคัมภีร์ใส่ไปอ่านในระหว่างเดินทางได้ หรือจะโหลดเป็นพระคัมภีร์เสียงฟังไปได้ในระหว่างเดินทาง
ขอยคุณพระเจ้าวันนี้โคโลสีได้เตือนเราว่าจะทำอะไรสิ่งใดต้องมีพระคำของพระเจ้าและทำทุกสิ่งทุกอย่างในพระนามของพระเจ้า
สรรเสริญขอบพระคุณพระเยซู ที่พระองค์ได้ตักเตือนสติข้าพระองค์อีกครั้งเตือนให้เราร้อนรนในการอ่านพระคำของพระเจ้าและทุกสิ่งต่างๆๆในพระนามพระเยซู เอเมน.
วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
14กุมภาพัน2013วันแห่งความรักอย่างพระเจ้า
วันแห่งความรักขอให้เรามีความรักเราก็จะรู้จักพระเจ้า
ในพระธรรม1โยฮันบทที่4ข้อที่7ถึง8
เขียนไว้ว่า
ท่านที่รักทั้งหลาย
เราจงรักกัน
เพราะความรักมาจากพระเจ้า
และทุกคนที่มีความรัก ย่อมบังเกิดจากพระเจ้า และรู้จักพระองค์
ผู้ไม่มีความรัก ย่อมไม่รู้จักพระเจ้า
เพราะพระเจ้าทรงเป็นความรัก
ในวันที่ชาวโลก
(คนที่ไม่ได้เชื่อพระเจ้าองค์พระเยซูคริสต์)
ถือว่าวันที่14กุมภาพันธ์เป็นวันแห่งความรัก
เป็นวันบอกรักสารภาพรักกันแบบหนุ่มสาว
หรือพากันไปจดทะเบียนสมรสแต่งงานกันในวันนี้
หรือวัยรุ่นก็พากันไปทำสิ่งที่เรียกว่ายอมเพราะรัก
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีงามในสังคมไทยถึงขนาดเสียตัวเข้าโรงแรมม่านรูด
จนมีปัญหาสังคมมากมายท้องก่อนวัยอันควร
มีลูกตั้งแต่อายุ12 13ก็มีมามากแล้ว
สิ่งต่างๆๆเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากความไม่รู้ในความหมายที่แท้จริง
ของคำว่าความรักในวันแห่งความรักนั่นเอง
จริงเป็นเหตุให้เกิดการล่อลวงของมารซาตานที่ได้ทำกิจกรรมของมันออกมา
ในรูปแบบสิ่งชั่วช้าเลวทรามต่ำช้ามากมายในวันนี้
หากเราไม่ได้เป็นคนของพระเจ้าเราก็อาจจะโดนล่อลวงไปได้เช่นกันในวันนี้
หรือในทางกลับกันแม้จะเป็นคนของพระเจ้าแต่เพราะความที่เราห่างเหินและไม่ได้
แสวงหาดำเนินชีวิตคริสเตียนแนบสนิทกับพระคำของพระเจ้าเราก็มีสิทธิ์ที่จะโดน
มารซาตานล่อลวงไปอย่างเช่นชาวโลกเช่นกัน
ในพระธรรมหนึ่งโยฮันบทที่สี่ข้อที่เจ็ดถึงแปดได้กล่าวเตือนสติพี่น้องคริสเตียนว่าให้
เราพระเจ้าทรงเป็นความรักและให้เรารักซึ่งกันและกันในหมู่พี่น้องคริสเตียน
แม้จะไม่ใช่คริสเตียนเราก็ควรที่จะรักเค้าเช่นกันเพราะความรักที่เราสำแดงออกไป
นั้นหมายถึงเราสำแดงพระเจ้าออกไปจากตัวเราเช่นกัน
วันแห่งความรักปีนี้2013ขอให้เรารักซึ่งกันและกันเพื่อสำแดงพระเจ้าออกมาจาก
ตัวของเรา
การสำแดงความรักไม่ใช่แค่วันนี้วันเดียว
แต่ต้องทำทุกวันและตลอดไป
จนกว่าจะถึงวันที่เราถูกพระเจ้ารับไปอยู่ด้วย
ท่านพี่น้องคริสเตียนที่รัก
ท่านจะสำแดงความรักของท่านได้อย่างไร
เริ่มแรกขอให้ท่านจงรักตัวท่านเองก่อน
เพราะการรักตัวท่านเองนั้นเป็นการสำแดงความรักของท่านต่อพระเจ้าจริงๆๆ
แล้วเราจะรักตัวเราเองอย่างไรบ้าง
ไม่ยากเลยเริ่มที่ท่านยอมถ่อมใจลงให้พระเจ้า
เปลี่ยนแปลงท่านให้ท่านเป็นคนที่ถ่อมใจลง
ขัดเกลาจิตใจของท่านให้ท่านเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้
ถวายตัวท่านทั้งหมดยกเวลาในการแสวงหาพระเจ้า
พูดเรื่องพระเจ้าคือเรื่องข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์อยู่บ่อยๆๆ
ว่าพระเจ้ารักมนุษย์อย่างไร พระองค์มีพระประสงค์อะไรต่อมวลมนุษย์ชาติ
ประกาศเรื่องพระเจ้าอยู่เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส
เรื่องของพระพระเจ้าที่เราประกาศก็หมายถึงเรื่องความรักของพระเจ้าที่พระองค์
ทรงมีต่อมนุษย์ทุกคนที่พระองค์ทรงสร้างตามพระลักษณะของพระองค์นี่เอง.
อ่านพระคัมภีร์ตลอดเวลา การอ่านพระคำของพระเจ้าไม่ว่าจะจากพระคัมภีร์เดิม
หรือพระคัมภีร์ใหม่ก็ตามทำให้เราได้เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า รู้ว่าพระเจ้ามี
พระประสงค์อะไรและไม่ทำให้เราโดนมารซาตานล่อลวงไปได้ง่ายๆๆเพราะเรามี
พระคำของพระเจ้าเป็นเกาะปกป้องคุ้มครองป้งกันเราอยู่ตลอดเวลา
ร่วมกับพี่น้องในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
อันนี้ตรงกับพระคำหนึ่งโยฮันข้อแปดเลยทีเดียวที่บอกว่าทุกคนที่มีความรักก็รู้จัก
พระเจ้า ตรงนี้หมายถึงคนที่มีความรักต่อพระเจ้ามาอยู่ร่วมกันดำเนินชีวิตร่วมกัน
ด้วยความรักต่อพระเจ้า
เพราะพระเจ้าทรงเป็นความรักทำให้เรามาดำเนินชีวิตสำแดงความรักกันในชีวิตคริ
สจักรนี่เอง
มาร่วมกันตรงนี้เช่นอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
ร้องเพลงสรรเสริญด้วยกัน
ออกไปประกาศข่าวประเสริฐด้วยกัน
ตรงนี้ให้เราสังเกตุว่าการออกไปประกาศข่าวดีข่าวประเสริฐนั้น
ถ้าเราไม่รักกันก่อนเราก็ไม่มีชีวิตพระเจ้าแต่เพราะการดำเนินชีวิตคริสจักรที่เรารัก
กันและกันเราก็มีชีวิตของพระเจ้าเปี่ยมล้นในตัวเรานั่นเอง
การประข่าวประเสริฐของเราที่เต็มไปด้วยชีวิตมนุษย์พระเจ้านี่เองจริงเกิด
ประสิทธิภาพมากที่สุดมันจะมีพลังสำแดงรังษีของพระเจ้าออกมาจากตัวเรานั่นเอง
ข้อนี้ผมเป็นพยานได้จากพี่น้องที่นำพาผมมาพบพระเจ้าตอนที่ผมพบพี่ๆๆเค้าผม
พบว่าเค้าเป็นเหมือนพระเจ้าจริงๆๆ
ดูแลเอาใจใส่รักผมยังกับพี่น้องคลานตามกันมาซะอีกหรืออาจจจะมากกว่า
การบอกว่าพระเจ้าดีพระเจ้าทรงเป็นความรักอย่างไรดูได้จากชีวิตและความรัก
ของพี่น้องนี่เอง
ผมจึงไม่ลังเลเลยที่เชื่อว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์เพราะผมดูจากพี่น้องคริสเตียนนี่เอง.
คส. 3:14 แต่สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใดก็คือ ความรัก ซึ่งรวมเราไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน
อย่างสมบูรณ์
ดังนั้นเราจำต้องเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์ในเรื่องความรัก เราจำต้องเอาแบบ
อย่างองค์พระเยซูคริสที่มีแต่ความรักมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเรานี่แห
ล่ะคือคำว่าความรักที่สมบูรณ์แบบ.
วันแห่งความรักปีนี้ขอให้คริสตชนทุกคนจงมีความรักแบบองค์พระเยซูคริสเป็น
ตัวอย่าง
สรรเสริญขอบพระคุณพระเจ้า
ที่ทำให้ข้าพรองค์เข้าใจในเรื่องราวของความรักในวันนี้ เอเมน.
ในพระธรรม1โยฮันบทที่4ข้อที่7ถึง8
เขียนไว้ว่า
ท่านที่รักทั้งหลาย
เราจงรักกัน
เพราะความรักมาจากพระเจ้า
และทุกคนที่มีความรัก ย่อมบังเกิดจากพระเจ้า และรู้จักพระองค์
ผู้ไม่มีความรัก ย่อมไม่รู้จักพระเจ้า
เพราะพระเจ้าทรงเป็นความรัก
ในวันที่ชาวโลก
(คนที่ไม่ได้เชื่อพระเจ้าองค์พระเยซูคริสต์)
ถือว่าวันที่14กุมภาพันธ์เป็นวันแห่งความรัก
เป็นวันบอกรักสารภาพรักกันแบบหนุ่มสาว
หรือพากันไปจดทะเบียนสมรสแต่งงานกันในวันนี้
หรือวัยรุ่นก็พากันไปทำสิ่งที่เรียกว่ายอมเพราะรัก
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีงามในสังคมไทยถึงขนาดเสียตัวเข้าโรงแรมม่านรูด
จนมีปัญหาสังคมมากมายท้องก่อนวัยอันควร
มีลูกตั้งแต่อายุ12 13ก็มีมามากแล้ว
สิ่งต่างๆๆเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากความไม่รู้ในความหมายที่แท้จริง
ของคำว่าความรักในวันแห่งความรักนั่นเอง
จริงเป็นเหตุให้เกิดการล่อลวงของมารซาตานที่ได้ทำกิจกรรมของมันออกมา
ในรูปแบบสิ่งชั่วช้าเลวทรามต่ำช้ามากมายในวันนี้
หากเราไม่ได้เป็นคนของพระเจ้าเราก็อาจจะโดนล่อลวงไปได้เช่นกันในวันนี้
หรือในทางกลับกันแม้จะเป็นคนของพระเจ้าแต่เพราะความที่เราห่างเหินและไม่ได้
แสวงหาดำเนินชีวิตคริสเตียนแนบสนิทกับพระคำของพระเจ้าเราก็มีสิทธิ์ที่จะโดน
มารซาตานล่อลวงไปอย่างเช่นชาวโลกเช่นกัน
ในพระธรรมหนึ่งโยฮันบทที่สี่ข้อที่เจ็ดถึงแปดได้กล่าวเตือนสติพี่น้องคริสเตียนว่าให้
เราพระเจ้าทรงเป็นความรักและให้เรารักซึ่งกันและกันในหมู่พี่น้องคริสเตียน
แม้จะไม่ใช่คริสเตียนเราก็ควรที่จะรักเค้าเช่นกันเพราะความรักที่เราสำแดงออกไป
นั้นหมายถึงเราสำแดงพระเจ้าออกไปจากตัวเราเช่นกัน
วันแห่งความรักปีนี้2013ขอให้เรารักซึ่งกันและกันเพื่อสำแดงพระเจ้าออกมาจาก
ตัวของเรา
การสำแดงความรักไม่ใช่แค่วันนี้วันเดียว
แต่ต้องทำทุกวันและตลอดไป
จนกว่าจะถึงวันที่เราถูกพระเจ้ารับไปอยู่ด้วย
ท่านพี่น้องคริสเตียนที่รัก
ท่านจะสำแดงความรักของท่านได้อย่างไร
เริ่มแรกขอให้ท่านจงรักตัวท่านเองก่อน
เพราะการรักตัวท่านเองนั้นเป็นการสำแดงความรักของท่านต่อพระเจ้าจริงๆๆ
แล้วเราจะรักตัวเราเองอย่างไรบ้าง
ไม่ยากเลยเริ่มที่ท่านยอมถ่อมใจลงให้พระเจ้า
เปลี่ยนแปลงท่านให้ท่านเป็นคนที่ถ่อมใจลง
ขัดเกลาจิตใจของท่านให้ท่านเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้
ถวายตัวท่านทั้งหมดยกเวลาในการแสวงหาพระเจ้า
พูดเรื่องพระเจ้าคือเรื่องข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์อยู่บ่อยๆๆ
ว่าพระเจ้ารักมนุษย์อย่างไร พระองค์มีพระประสงค์อะไรต่อมวลมนุษย์ชาติ
ประกาศเรื่องพระเจ้าอยู่เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส
เรื่องของพระพระเจ้าที่เราประกาศก็หมายถึงเรื่องความรักของพระเจ้าที่พระองค์
ทรงมีต่อมนุษย์ทุกคนที่พระองค์ทรงสร้างตามพระลักษณะของพระองค์นี่เอง.
อ่านพระคัมภีร์ตลอดเวลา การอ่านพระคำของพระเจ้าไม่ว่าจะจากพระคัมภีร์เดิม
หรือพระคัมภีร์ใหม่ก็ตามทำให้เราได้เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า รู้ว่าพระเจ้ามี
พระประสงค์อะไรและไม่ทำให้เราโดนมารซาตานล่อลวงไปได้ง่ายๆๆเพราะเรามี
พระคำของพระเจ้าเป็นเกาะปกป้องคุ้มครองป้งกันเราอยู่ตลอดเวลา
ร่วมกับพี่น้องในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
อันนี้ตรงกับพระคำหนึ่งโยฮันข้อแปดเลยทีเดียวที่บอกว่าทุกคนที่มีความรักก็รู้จัก
พระเจ้า ตรงนี้หมายถึงคนที่มีความรักต่อพระเจ้ามาอยู่ร่วมกันดำเนินชีวิตร่วมกัน
ด้วยความรักต่อพระเจ้า
เพราะพระเจ้าทรงเป็นความรักทำให้เรามาดำเนินชีวิตสำแดงความรักกันในชีวิตคริ
สจักรนี่เอง
มาร่วมกันตรงนี้เช่นอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
ร้องเพลงสรรเสริญด้วยกัน
ออกไปประกาศข่าวประเสริฐด้วยกัน
ตรงนี้ให้เราสังเกตุว่าการออกไปประกาศข่าวดีข่าวประเสริฐนั้น
ถ้าเราไม่รักกันก่อนเราก็ไม่มีชีวิตพระเจ้าแต่เพราะการดำเนินชีวิตคริสจักรที่เรารัก
กันและกันเราก็มีชีวิตของพระเจ้าเปี่ยมล้นในตัวเรานั่นเอง
การประข่าวประเสริฐของเราที่เต็มไปด้วยชีวิตมนุษย์พระเจ้านี่เองจริงเกิด
ประสิทธิภาพมากที่สุดมันจะมีพลังสำแดงรังษีของพระเจ้าออกมาจากตัวเรานั่นเอง
ข้อนี้ผมเป็นพยานได้จากพี่น้องที่นำพาผมมาพบพระเจ้าตอนที่ผมพบพี่ๆๆเค้าผม
พบว่าเค้าเป็นเหมือนพระเจ้าจริงๆๆ
ดูแลเอาใจใส่รักผมยังกับพี่น้องคลานตามกันมาซะอีกหรืออาจจจะมากกว่า
การบอกว่าพระเจ้าดีพระเจ้าทรงเป็นความรักอย่างไรดูได้จากชีวิตและความรัก
ของพี่น้องนี่เอง
ผมจึงไม่ลังเลเลยที่เชื่อว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์เพราะผมดูจากพี่น้องคริสเตียนนี่เอง.
คส. 3:14 แต่สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใดก็คือ ความรัก ซึ่งรวมเราไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน
อย่างสมบูรณ์
ดังนั้นเราจำต้องเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์ในเรื่องความรัก เราจำต้องเอาแบบ
อย่างองค์พระเยซูคริสที่มีแต่ความรักมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเรานี่แห
ล่ะคือคำว่าความรักที่สมบูรณ์แบบ.
วันแห่งความรักปีนี้ขอให้คริสตชนทุกคนจงมีความรักแบบองค์พระเยซูคริสเป็น
ตัวอย่าง
สรรเสริญขอบพระคุณพระเจ้า
ที่ทำให้ข้าพรองค์เข้าใจในเรื่องราวของความรักในวันนี้ เอเมน.
วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555
ใครคือผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้า.
(ลก. 18:9 [THSV])
สำหรับบางคนที่เชื่อมั่นในตัวเองว่าเป็นคนชอบธรรมและดูหมิ่นคนอื่นนั้น พระองค์ตรัสอุปมานี้ว่า
(ลก. 18:10 [THSV])
“มีสองคนขึ้นไปอธิษฐานในบริเวณพระวิหาร คนหนึ่งเป็นฟาริสีและคนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี
(ลก. 18:11 [THSV])
คนที่เป็นฟาริสีนั้นยืนอยู่คนเดียวอธิษฐานว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่นที่เป็นคนฉ้อโกง เป็นคนอธรรม และเป็นคนล่วงประเวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้
(ลก. 18:12 [THSV])
ข้าพระองค์ถืออดอาหารสองวันต่อสัปดาห์ และสิ่งสารพัดที่ข้าพระองค์หาได้ ข้าพระองค์ก็เอาทศางค์มาถวายเสมอ’
(ลก. 18:13 [THSV])
ส่วนคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่ยอมแม้แต่แหงนหน้าดูฟ้า แต่ตีอกชกตัวกล่าวว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเมตตาแก่ข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปเถิด’
(ลก. 18:14 [THSV])
เราบอกพวกท่านว่า คนนี้แหละเมื่อกลับลงไปถึงบ้านของตนก็ถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรม ไม่ใช่อีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตัวลงจะได้รับการยกขึ้น”
ในบทพระธรรมลูกา18ข้อที่9-14
เมื่อได้อ่านและทบทวนไตร่ตรองดีๆๆแล้ว
พระเจ้าได้เตือนสติเราอีกครั้งหนึ่งผ่านพระคำของพระองค์
ให้เราจำต้องเป็นคนถ่อมใจลงอย่างมากๆๆ
ไม่ถืออวดตัวว่าเราเป็นคนดีเลิศประเสริฐ
ขอบคุณพระเจ้าจริงๆๆที่พระคำในลูกานี้ทำให้เข้าเจ้าเกิดตาสว่างอย่างมาก
โอข้าแต่พระเยซูเจ้าข้าพเจ้าเป็นคนบาปที่จำต้องจำนนต่อพระองค์เป็นอย่างมาก
บ่อยครั้งเมื่อเรามาเป็นคริสเตียนเรามักจะถือดีโอ้อวดตัวว่าเราเป็นคนดีมีศีลธรรม
ทำทุกอย่างเพื่อพระเจ้าด้วยการแสดงออกอย่างเปิดเผยจนเกินเลยไปมาก
กลายเป็นว่าเนื้อหนังของเราสำแดงออกมาไม่ได้อยู่ในวิญญาณจนขาดความสำรวมความ
ถ่อมใจลง
การโอ้อวดตัวของเราในสายตามนุษย์หรือต่อพี่น้องของเราก็ย่อมได้รับบำเหน็จไปแล้ว
แต่ในทางตรงข้ามเมื่ออยู่ลับหลังพี่น้องและคนอื่นละเราทำอีกย่างใช่
เรายังคดโกง หรือผิดในทางศีลธรรมอยู่ใช่ใหม
เพราะลับหลังนั่นไม่มีใครเห็นแต่พระเจ้าเห็นเสมอ.
คนเก็บภาษีคนนี้เป็นคนบาปที่ถ่อมใจลงสารภาพความผิดบาปของตนออกมาเค้าเป็นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้า
อยากให้คริสเตียนเราเอาแบบอย่างคนเก็บภาษีคนนี้เป็นอย่างมาก
เมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชนก็ไม่โอ้อวดตนแต่เป็นคนถ่อมใจลง
บ่อยครั้งที่ผมพบว่าเห็นนั้นมันเรื่องจริง
พี่น้องของเรารักพระเจ้าแต่ปากแต่การกระทำนั้นตรงข้ามปากบอกรักพี่น้อง
แต่พี่น้องลำบากก็ไม่มีใครเหลียวแลแสดงความรักออกมาไม่ต้องดูอื่นไกล
เอาแค่พี่น้องมาที่ประชุมเราก็แบ่งเป็นคนนั้นเกรดหนึ่งคนนี้อีกเกรดหนึ่ง
คนนั้นรวยคนนี้ดังก็จับกลุ่มกินข้าวด้วยกัน
แต่กับพี่น้องจนๆๆไม่มีชื่อเสียงไร้คนเหลียวแล แล้วอย่างนี้จะเป็นผู้ชอบธรรมได้หรือ
(พบเห็นในคริสตจักรดังๆๆใหญ่ๆๆในประเทศไทยที่มักจะมี
โต๊ะรับรองวีไอพีแก่ผู้ถวายทรัพย์จำนวนมากหรือเป็นคนดังก็จะจัดโต๊ะพิเศษให้เลย)
การถ่อมใจลงเป็นการสำแดงความรักของพระเจ้าต่อพี่น้องคริสเตียนและยังเป็นพยาน
ต่อคนที่ยังไม่เชื่อพระเจ้าอีกด้วย
ในประเทศไทยทำไมคนถึงยังเชื่อพระเจ้าน้อย
เพราะว่าคริสตจักรส่วนใหญ่ยังไม่ยอมถ่อมใจลง
ยังบริหารงานแบบชาวโลกเต็มไปด้วยเนื้อหนังชัดๆๆ
หากวันนี้คริสตจักรทั้งหลายในประเทศไทยยอมจำนน
ถ่อมใจลงให้พระวิญาณนำพาคริสจักรและสำแดงความรักเหมือนพระเยซูเจ้า
การแผ่ขยายก็จะบังเกิดผล.
อย่าให้พวกเราเป็นคริสเตียนที่เต็มได้ด้วยพวกฟาริสีกันนักเลย
แต่เราต้องเป็นคริสที่ถ่อมใจลงเหมือนอย่างคนเก็บภาษีนั่นเอง.
สำหรับบางคนที่เชื่อมั่นในตัวเองว่าเป็นคนชอบธรรมและดูหมิ่นคนอื่นนั้น พระองค์ตรัสอุปมานี้ว่า
(ลก. 18:10 [THSV])
“มีสองคนขึ้นไปอธิษฐานในบริเวณพระวิหาร คนหนึ่งเป็นฟาริสีและคนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี
(ลก. 18:11 [THSV])
คนที่เป็นฟาริสีนั้นยืนอยู่คนเดียวอธิษฐานว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่นที่เป็นคนฉ้อโกง เป็นคนอธรรม และเป็นคนล่วงประเวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้
(ลก. 18:12 [THSV])
ข้าพระองค์ถืออดอาหารสองวันต่อสัปดาห์ และสิ่งสารพัดที่ข้าพระองค์หาได้ ข้าพระองค์ก็เอาทศางค์มาถวายเสมอ’
(ลก. 18:13 [THSV])
ส่วนคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่ยอมแม้แต่แหงนหน้าดูฟ้า แต่ตีอกชกตัวกล่าวว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเมตตาแก่ข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปเถิด’
(ลก. 18:14 [THSV])
เราบอกพวกท่านว่า คนนี้แหละเมื่อกลับลงไปถึงบ้านของตนก็ถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรม ไม่ใช่อีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตัวลงจะได้รับการยกขึ้น”
ในบทพระธรรมลูกา18ข้อที่9-14
เมื่อได้อ่านและทบทวนไตร่ตรองดีๆๆแล้ว
พระเจ้าได้เตือนสติเราอีกครั้งหนึ่งผ่านพระคำของพระองค์
ให้เราจำต้องเป็นคนถ่อมใจลงอย่างมากๆๆ
ไม่ถืออวดตัวว่าเราเป็นคนดีเลิศประเสริฐ
ขอบคุณพระเจ้าจริงๆๆที่พระคำในลูกานี้ทำให้เข้าเจ้าเกิดตาสว่างอย่างมาก
โอข้าแต่พระเยซูเจ้าข้าพเจ้าเป็นคนบาปที่จำต้องจำนนต่อพระองค์เป็นอย่างมาก
บ่อยครั้งเมื่อเรามาเป็นคริสเตียนเรามักจะถือดีโอ้อวดตัวว่าเราเป็นคนดีมีศีลธรรม
ทำทุกอย่างเพื่อพระเจ้าด้วยการแสดงออกอย่างเปิดเผยจนเกินเลยไปมาก
กลายเป็นว่าเนื้อหนังของเราสำแดงออกมาไม่ได้อยู่ในวิญญาณจนขาดความสำรวมความ
ถ่อมใจลง
การโอ้อวดตัวของเราในสายตามนุษย์หรือต่อพี่น้องของเราก็ย่อมได้รับบำเหน็จไปแล้ว
แต่ในทางตรงข้ามเมื่ออยู่ลับหลังพี่น้องและคนอื่นละเราทำอีกย่างใช่
เรายังคดโกง หรือผิดในทางศีลธรรมอยู่ใช่ใหม
เพราะลับหลังนั่นไม่มีใครเห็นแต่พระเจ้าเห็นเสมอ.
คนเก็บภาษีคนนี้เป็นคนบาปที่ถ่อมใจลงสารภาพความผิดบาปของตนออกมาเค้าเป็นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้า
อยากให้คริสเตียนเราเอาแบบอย่างคนเก็บภาษีคนนี้เป็นอย่างมาก
เมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชนก็ไม่โอ้อวดตนแต่เป็นคนถ่อมใจลง
บ่อยครั้งที่ผมพบว่าเห็นนั้นมันเรื่องจริง
พี่น้องของเรารักพระเจ้าแต่ปากแต่การกระทำนั้นตรงข้ามปากบอกรักพี่น้อง
แต่พี่น้องลำบากก็ไม่มีใครเหลียวแลแสดงความรักออกมาไม่ต้องดูอื่นไกล
เอาแค่พี่น้องมาที่ประชุมเราก็แบ่งเป็นคนนั้นเกรดหนึ่งคนนี้อีกเกรดหนึ่ง
คนนั้นรวยคนนี้ดังก็จับกลุ่มกินข้าวด้วยกัน
แต่กับพี่น้องจนๆๆไม่มีชื่อเสียงไร้คนเหลียวแล แล้วอย่างนี้จะเป็นผู้ชอบธรรมได้หรือ
(พบเห็นในคริสตจักรดังๆๆใหญ่ๆๆในประเทศไทยที่มักจะมี
โต๊ะรับรองวีไอพีแก่ผู้ถวายทรัพย์จำนวนมากหรือเป็นคนดังก็จะจัดโต๊ะพิเศษให้เลย)
การถ่อมใจลงเป็นการสำแดงความรักของพระเจ้าต่อพี่น้องคริสเตียนและยังเป็นพยาน
ต่อคนที่ยังไม่เชื่อพระเจ้าอีกด้วย
ในประเทศไทยทำไมคนถึงยังเชื่อพระเจ้าน้อย
เพราะว่าคริสตจักรส่วนใหญ่ยังไม่ยอมถ่อมใจลง
ยังบริหารงานแบบชาวโลกเต็มไปด้วยเนื้อหนังชัดๆๆ
หากวันนี้คริสตจักรทั้งหลายในประเทศไทยยอมจำนน
ถ่อมใจลงให้พระวิญาณนำพาคริสจักรและสำแดงความรักเหมือนพระเยซูเจ้า
การแผ่ขยายก็จะบังเกิดผล.
อย่าให้พวกเราเป็นคริสเตียนที่เต็มได้ด้วยพวกฟาริสีกันนักเลย
แต่เราต้องเป็นคริสที่ถ่อมใจลงเหมือนอย่างคนเก็บภาษีนั่นเอง.
วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555
เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตัวลงจะได้รับการยกขึ้น
ลก. 18:9
สำหรับบางคนที่เชื่อมั่นในตัวเองว่าเป็นคนชอบธรรมและดูหมิ่นคนอื่นนั้น พระองค์ตรัสอุปมานี้ว่า
ลก. 18:10
“มีสองคนขึ้นไปอธิษฐานในบริเวณพระวิหาร คนหนึ่งเป็นฟาริสีและคนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี
ลก. 18:11
คนที่เป็นฟาริสีนั้นยืนอยู่คนเดียวอธิษฐานว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่นที่เป็นคนฉ้อโกง เป็นคนอธรรม และเป็นคนล่วงประเวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้
ลก. 18:12
ข้าพระองค์ถืออดอาหารสองวันต่อสัปดาห์ และสิ่งสารพัดที่ข้าพระองค์หาได้ ข้าพระองค์ก็เอาทศางค์มาถวายเสมอ’
ลก. 18:13
ส่วนคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่ยอมแม้แต่แหงนหน้าดูฟ้า แต่ตีอกชกตัวกล่าวว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเมตตาแก่ข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปเถิด’
ลก. 18:14
เราบอกพวกท่านว่า คนนี้แหละเมื่อกลับลงไปถึงบ้านของตนก็ถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรม ไม่ใช่อีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตัวลงจะได้รับการยกขึ้น”
เช้านี้พบคลิปเสียงที่น่าสนใจในยูทูปเรื่องของพระเจ้าจากพระธรรมลูกกาบทที่18ข้อ9-14 จึงหยิบมาแบ่งปันกับพี่น้องเรื่องความถ่อมใจ นับเป็นพระวจนะที่เตือนสติของเราอีกครั้งหนึ่งในเรื่องการถ่อมใจของเรา
ขอให้ท่านอ่านทบทวนพิจารณาใคร่ครวญหลายๆๆรอบในพระธรรมลูกกาบทนี้ เอเมน.
ลูกา18:09 เขาพูดคำอุปมานี้เพื่อใครบางคนที่เชื่อถือได้ในตัวเองว่าพวกเขามีความชอบธรรมและคนอื่น ๆ เกลียด: 10. "ชายสองคนเดินขึ้นไปยังวัดเพื่อสวดภาวนาหนึ่งแบบแผนและอื่น ๆ เก็บภาษี 11 แบบแผนยืน และภาวนากับตัวเองจึง "พระเจ้าผมขอขอบคุณคุณว่าผมไม่ได้ชอบผู้ชายคนล่วงประเวณีอื่น ๆ extortioners, ธรรมหรือแม้กระทั่งเป็นคนเก็บภาษีนี้ 12 ผมสัปดาห์ละสองครั้งอย่างรวดเร็ว. ฉันให้พัทธยาจากทั้งหมดที่ฉันมี. 13 และเก็บภาษียืนระยะไกลออกไปจะไม่มากจึงเป็นยกสายตาของเขาไปสวรรค์ แต่ชนะเต้านมของเขาว่า 'พระเจ้าให้ความเมตตากับผมคนบาป! 14 ฉันจะบอกคุณว่าผู้ชายคนนี้เดินลงไปที่บ้านของเขาเป็นธรรมมากกว่าอื่น ๆ ; สำหรับทุกคนที่ exalts ตัวเองจะได้รับการอ่อนน้อมถ่อมตนและผู้ที่ humbles ตัวเองจะเป็นที่ยกย่อง ".จอร์จไวท์ฟิลด์ (ศาสนาระเบียบ 1714-1770) เกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1714 ในกลอสเตอร์, อังกฤษ น้องคนสุดท้องของเด็กเจ็ดขวบเขาก็เกิดใน Bell Inn ที่พ่อของเขามัสเป็นพ่อค้าไวน์และเจ้าของโรงแรม พ่อของเขาเสียชีวิตเมื่อจอร์จเป็นสองและม่ายแม่ของเขาพยายามที่จะลิซาเบ ธ ให้กับครอบครัวของเธอ เพราะเขาคิดว่าเขาจะไม่ทำให้การใช้งานมากการศึกษาของเขาที่เกี่ยวกับอายุ 15 จอร์จชักชวนแม่ของเขาที่จะให้เขาออกจากโรงเรียนและทำงานอยู่ในโรงแรม อย่างไรก็ตามนั่งขึ้นอยู่ดึก, จอร์จกลายเป็นนักเรียนที่ขยันของพระคัมภีร์ไบเบิล เยี่ยมชมกับแม่ของเขาโดยนักศึกษา Oxford ที่ทำงานทางของเขาผ่านทางวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนจอร์จที่จะไล่ตามการศึกษาของมหาวิทยาลัย เขากลับไปที่โรงเรียนมัธยมที่จะเสร็จสิ้นการเตรียมของเขาเพื่อเข้า Oxford, แพ้เพียงประมาณหนึ่งปีของโรงเรียนใน 1732 ตอนอายุ 17, จอร์จเข้ามา Pembroke College ที่ Oxford เขาก็ถูกดึงเข้าไปในกลุ่มค่อยๆเรียกว่า "คลับศักดิ์สิทธิ์" ซึ่งเขาได้พบจอห์นเวสลีย์และชาร์ล ชาร์ลส์เวสลีย์เขายืมหนังสือชีวิตของพระเจ้าในจิตวิญญาณของมนุษย์ อ่านหนังสือเล่มนี้หลังจากที่ต่อสู้อย่างยาวนานและเจ็บปวดซึ่งแม้ได้รับผลกระทบทางร่างกายเขาในที่สุดก็ส่งผลให้ในการแปลงจอร์จใน 1735 เขากล่าวว่าหลายปีต่อมา: "ฉันรู้ว่าสถาน .... เมื่อใดก็ตามที่ฉันไป Oxford, ฉันไม่สามารถช่วยทำงานไปยังจุดที่พระเยซูคริสต์ครั้งแรกเปิดเผยตัวเองให้ฉันและให้ฉันเกิดใหม่."บังคับให้ออกจากโรงเรียนเพราะสุขภาพไม่ดีจอร์จกลับบ้านนานถึงเก้าเดือนของการพักฟื้น ห่างไกลจากการใช้งาน, กิจกรรมของเขาดึงดูดความสนใจของบิชอปแห่งกลอสเตอร์ที่บวชเป็นพระปลอม Whitefield และต่อมาเป็นพระในโบสถ์แห่งอังกฤษ Whitefield จบปริญญาของเขาที่ Oxford และวันที่ 20 มิถุนายน 1736, บิชอปเบนสันบวชเขา บิชอปวางมือของเขาบนหัวของจอร์จส่งผลในการประกาศในภายหลังจอร์จว่า "หัวใจของฉันถูกละลายลงและผมเสนอจิตวิญญาณทั้งวิญญาณของฉันและร่างกายให้กับการบริการของวิหารของพระเจ้า."Whitefield เป็นที่น่าประหลาดใจนักเทศน์จากจุดเริ่มต้น แม้ว่าเขาจะเป็นเรียวในการสร้างเขาบุกในการเทศน์ราวกับว่าเขาเป็นยักษ์ ภายในเวลาหนึ่งปีมันก็บอกว่า "เสียงของเขาตกใจเหมือนระเบิดอังกฤษทรัมเป็ต." ในช่วงเวลาที่ลอนดอนมีประชากรน้อยกว่า 700,000 เขาสามารถถือเคลิบเคลิ้ม 20,000 คนในเวลาที่ Moorfields และเคนนิงตันธรรมดา ปีที่ผ่านมาสามสิบสี่พระธรรมดังก้องไปทั่วอังกฤษและอเมริกา ในกระทรวงพระธรรมที่เขาเดินข้ามสิบสามครั้งและมหาสมุทรแอตแลนติกกลายเป็นที่รู้จักในฐานะของอัครสาวกของจักรวรรดิอังกฤษ.เขาเป็นลัทธิ บริษัท ในธรรมของเขายังไม่มีใครเทียบได้เป็นศาสนาที่ก้าวร้าว แม้ว่าพระคริสตจักรแห่งอังกฤษเขาให้ความร่วมมือกับและมีผลกระทบต่อผู้คนและคริสตจักรของประเพณีจำนวนมากรวมทั้ง Presbyterians, Congregationalists และแบ็บติสต์ Whitefield พร้อมกับ Wesleys แรงบันดาลใจการเคลื่อนไหวที่กลายเป็นที่รู้จักเมโท Whitefield เทศน์มากกว่า 18,000 ที่นั่งฟังเทศน์ในชีวิตของเขาให้ค่าเฉลี่ยของ 500 ปีหรือสิบสัปดาห์ หลายของพวกเขาได้รับซ้ำแล้วซ้ำอีก น้อยกว่า 90 จะมีชีวิตรอดในรูปแบบใด
คริสตจักรไต้หวัน Spreads พระวจนะของพระเจ้าที่มี CAYIN ระบบป้ายดิจิตอล
ไทเป, ไต้หวัน (PRWEB) 28 สิงหาคม 2012
CAYINs ผู้เล่นป้ายดิจิตอลช่วยให้หน้าจอ LCD 26 ในขนมปังของชีวิตคริสตจักรคริสเตียนใน Shilin, ไต้หวัน ระบบป้ายดิจิตอลใหม่จะช่วยให้คริสตจักรอย่างมีประสิทธิภาพสื่อสารข้อความไปยังเร่งเร้าเข้าไปในโบสถ์และยังเอื้อมมือออกไปนอกอาคารผู้ชม.
ขนมปัง ของชีวิตคริสเตียนคริสตจักรใน Shilin เป็นโบสถ์ที่ใช้งานกับเกือบ 5000 สมาชิกในไต้หวัน เพื่อให้สภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการเพิ่มจำนวนของสมาชิกคริสตจักรได้ย้ายไปที่อาคารใหม่ซึ่งสามารถรองรับประมาณ 1000 คนสำหรับทุกชนิดของกิจกรรม
ดังฮอลล์คบหาได้กลายเป็นใหญ่ได้นำข้อเสีย: – ไม่ทั้งหมดของการชุมนุมในขณะนี้สามารถมองเห็นบนธรรมาสน์ ที่จะได้รับทั้งหมดของสมาชิกที่เกี่ยวข้องในการคบหาสมาคมคริสตจักรเป็นลูกบุญธรรมระบบป้ายดิจิตอลและ CAYINs ติดตั้งรวม 16 หน่วยจาก 55 และ 65 หน้าจอ LCD ตลอดโถงคบหาเพื่อให้สมาชิกในแถวหลังจะยังคงเห็นอย่างชัดเจนบนธรรมาสน์ .
ไม่ จำกัด โดยพื้นที่โบสถ์แม้ออกอากาศบริการเรียลไทม์จากธรรมาสน์ไปยังพื้นที่อื่นภายในและภายนอกอาคารได้ ผู้คนที่ผ่านคริสตจักรสามารถดูสดบริการบนผนังทีวี 3×3 ซึ่งได้รับการติดตั้งในหน้าต่างหันไปนอก ผนังทีวีซึ่งถูกควบคุมโดยผู้เล่น CAYINs ป้ายดิจิตอลจะช่วยให้คริสตจักรส่งข้อความไปยังผู้ชมที่กว้างขึ้นในชุมชน.
ใช้อุปกรณ์ภาพและเสียงในโบสถ์ไม่ได้เป็นสิ่งที่ใหม่ทั้งหมด ส่วนที่ไม่ซ้ำของโครงการนี้คือการรวมตัวกันที่สมบูรณ์แบบด้วยป้ายดิจิตอลและอื่น ๆ ที่มีอยู่ AV, อุปกรณ์การออกอากาศ ผู้ดูแลระบบสามารถสลับระหว่างสัญญาณที่แตกต่างทันทีและแสดงเนื้อหาบนหน้าจอที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดในการไหลของกิจกรรม.
ทุกกิจกรรมจะออกอากาศสดผ่านทางเครื่องเล่นป้ายดิจิตอล CAYINs SMP-WEB4 พร้อมกับ AV-in ฟังก์ชันสามารถรับสัญญาณจากกล้องดิจิตอลที่เวทีและส่งแบบ real-time วิดีโอแบบเต็มหน้าจอเพื่อแสดงภูมิทัศน์ทั้งหมดและภาพ CAYINs โซลูชั่นป้ายดิจิตอลจะช่วยให้คริสตจักรก็สามารถจัดการข้อมูลระยะไกลและทันทีและสื่อสารข้อความในวิธีที่ง่าย.
กรุณาดาวน์โหลดกรณีศึกษาที่สมบูรณ์จากเว็บไซต์ CAYINs:
http://www.cayintech.com/digital_signage_applications/case_shilin_church.html
เกี่ยวกับขนมปังของชีวิตคริสเตียนคริสตจักรใน Shilin, ไต้หวัน
ขนมปัง ชีวิตคริสเตียนคริสตจักรใน Shilin ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 หลังจาก 10 ปีของความพยายาม, คริสตจักรได้เติบโตขึ้นจาก 100 คนไปเกือบ 5000 ทุกปีประมาณ 500 คนเข้าพิธีรับศีลจุ่มที่นี่ เกือบ 2,000 คนมีส่วนร่วมในทุกชนิดของกิจกรรมอาสาสมัครทุกสัปดาห์ ในปี 2012, คริสตจักรย้ายไปที่อาคารใหม่และใช้เทคโนโลยีล่าสุดภาพและเสียงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
เกี่ยวกับ CAYIN เทคโนโลยี
เทคโนโลยี CAYIN มีผลงานที่สมบูรณ์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้โซลูชั่นป้ายดิจิตอลรวมทั้งผู้เล่นสื่อเซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ต่างๆเช่นการศึกษา, การขนส่ง, การต้อนรับ, ค้าปลีก, ใช้งานขององค์กรและสถาบันการเงินและประชาชน CAYIN จะทุ่มเทเพื่อเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ให้แก่ลูกค้าในทั่วโลกและได้ตั้งค่าเรียบร้อยแล้วค่าอ้างอิงโปรแกรมต่างๆทั่วโลก เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานที่ดีที่สุดของผลิตภัณฑ์ CAYIN บริษัท ยังให้บริการที่เหมาะกับความต้องการของตลาดตอบสนองความต้องสำหรับการใช้งานที่ไร้ขีด จำกัด
CAYINs ผู้เล่นป้ายดิจิตอลช่วยให้หน้าจอ LCD 26 ในขนมปังของชีวิตคริสตจักรคริสเตียนใน Shilin, ไต้หวัน ระบบป้ายดิจิตอลใหม่จะช่วยให้คริสตจักรอย่างมีประสิทธิภาพสื่อสารข้อความไปยังเร่งเร้าเข้าไปในโบสถ์และยังเอื้อมมือออกไปนอกอาคารผู้ชม.
ขนมปัง ของชีวิตคริสเตียนคริสตจักรใน Shilin เป็นโบสถ์ที่ใช้งานกับเกือบ 5000 สมาชิกในไต้หวัน เพื่อให้สภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการเพิ่มจำนวนของสมาชิกคริสตจักรได้ย้ายไปที่อาคารใหม่ซึ่งสามารถรองรับประมาณ 1000 คนสำหรับทุกชนิดของกิจกรรม
ดังฮอลล์คบหาได้กลายเป็นใหญ่ได้นำข้อเสีย: – ไม่ทั้งหมดของการชุมนุมในขณะนี้สามารถมองเห็นบนธรรมาสน์ ที่จะได้รับทั้งหมดของสมาชิกที่เกี่ยวข้องในการคบหาสมาคมคริสตจักรเป็นลูกบุญธรรมระบบป้ายดิจิตอลและ CAYINs ติดตั้งรวม 16 หน่วยจาก 55 และ 65 หน้าจอ LCD ตลอดโถงคบหาเพื่อให้สมาชิกในแถวหลังจะยังคงเห็นอย่างชัดเจนบนธรรมาสน์ .
ไม่ จำกัด โดยพื้นที่โบสถ์แม้ออกอากาศบริการเรียลไทม์จากธรรมาสน์ไปยังพื้นที่อื่นภายในและภายนอกอาคารได้ ผู้คนที่ผ่านคริสตจักรสามารถดูสดบริการบนผนังทีวี 3×3 ซึ่งได้รับการติดตั้งในหน้าต่างหันไปนอก ผนังทีวีซึ่งถูกควบคุมโดยผู้เล่น CAYINs ป้ายดิจิตอลจะช่วยให้คริสตจักรส่งข้อความไปยังผู้ชมที่กว้างขึ้นในชุมชน.
ใช้อุปกรณ์ภาพและเสียงในโบสถ์ไม่ได้เป็นสิ่งที่ใหม่ทั้งหมด ส่วนที่ไม่ซ้ำของโครงการนี้คือการรวมตัวกันที่สมบูรณ์แบบด้วยป้ายดิจิตอลและอื่น ๆ ที่มีอยู่ AV, อุปกรณ์การออกอากาศ ผู้ดูแลระบบสามารถสลับระหว่างสัญญาณที่แตกต่างทันทีและแสดงเนื้อหาบนหน้าจอที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดในการไหลของกิจกรรม.
ทุกกิจกรรมจะออกอากาศสดผ่านทางเครื่องเล่นป้ายดิจิตอล CAYINs SMP-WEB4 พร้อมกับ AV-in ฟังก์ชันสามารถรับสัญญาณจากกล้องดิจิตอลที่เวทีและส่งแบบ real-time วิดีโอแบบเต็มหน้าจอเพื่อแสดงภูมิทัศน์ทั้งหมดและภาพ CAYINs โซลูชั่นป้ายดิจิตอลจะช่วยให้คริสตจักรก็สามารถจัดการข้อมูลระยะไกลและทันทีและสื่อสารข้อความในวิธีที่ง่าย.
กรุณาดาวน์โหลดกรณีศึกษาที่สมบูรณ์จากเว็บไซต์ CAYINs:
http://www.cayintech.com/digital_signage_applications/case_shilin_church.html
เกี่ยวกับขนมปังของชีวิตคริสเตียนคริสตจักรใน Shilin, ไต้หวัน
ขนมปัง ชีวิตคริสเตียนคริสตจักรใน Shilin ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 หลังจาก 10 ปีของความพยายาม, คริสตจักรได้เติบโตขึ้นจาก 100 คนไปเกือบ 5000 ทุกปีประมาณ 500 คนเข้าพิธีรับศีลจุ่มที่นี่ เกือบ 2,000 คนมีส่วนร่วมในทุกชนิดของกิจกรรมอาสาสมัครทุกสัปดาห์ ในปี 2012, คริสตจักรย้ายไปที่อาคารใหม่และใช้เทคโนโลยีล่าสุดภาพและเสียงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
เกี่ยวกับ CAYIN เทคโนโลยี
เทคโนโลยี CAYIN มีผลงานที่สมบูรณ์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้โซลูชั่นป้ายดิจิตอลรวมทั้งผู้เล่นสื่อเซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ต่างๆเช่นการศึกษา, การขนส่ง, การต้อนรับ, ค้าปลีก, ใช้งานขององค์กรและสถาบันการเงินและประชาชน CAYIN จะทุ่มเทเพื่อเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ให้แก่ลูกค้าในทั่วโลกและได้ตั้งค่าเรียบร้อยแล้วค่าอ้างอิงโปรแกรมต่างๆทั่วโลก เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานที่ดีที่สุดของผลิตภัณฑ์ CAYIN บริษัท ยังให้บริการที่เหมาะกับความต้องการของตลาดตอบสนองความต้องสำหรับการใช้งานที่ไร้ขีด จำกัด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
